กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 17-01-2026, 07:36
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,415
ได้ให้อนุโมทนา: 227,234
ได้รับอนุโมทนา 824,826 ครั้ง ใน 40,738 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 18-01-2026, 00:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,702 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรมวีนัส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล อยู่ที่ ๕ องศาเซลเซียส ตามคำพยากรณ์ว่าจะลดลงไปอีก ๑ องศาเซลเซียส

เมื่อวานนี้ที่โรงแรม ลี่เจียง อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล เมืองเก่าลี่เจียงนั้น พวกเราต้องรีบร้อนตาลีตาเหลือกเหมือนเดิม เนื่องเพราะว่าปลุกกันตั้งแต่ตี ๕ รับประทานอาหารตอน ๖ โมงเช้า แล้ว ๗ โมงต้องเร่งรีบเดินทางไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงลี่เจียง แต่ปรากฏว่าคณะของเรานั้น สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่ "คุณน้ำทิพย์" และ "แม่หญิงเปิ้ล" ซึ่งเป็นไกด์ประจำคณะแนะนำให้ทุกประการ ต้องขอเจริญพรขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง เนื่องเพราะว่าหลายท่านนั้นก็อายุกาลผ่านวัยใกล้เคียงกับกระผม/อาตมภาพเลยทีเดียว

เมื่อพวกเราฝ่าความหนาว - ๒ องศาเซลเซียสมาถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงลี่เจียง ก็ต้องสแกนพาสปอร์ตเข้าไปรอข้างใน ครั้นมองไปที่ป้ายที่แสดงว่ารถไฟแต่ละเที่ยวมาเวลาเท่าไร และต้องรอขึ้นที่ประตูไหน ปรากฏว่าป้ายใหญ่ข้างนอกแจ้งว่าเป็นประตู ๑ ป้ายเล็กด้านในแจ้งว่าเป็นประตู ๒ ทำเอางงกันอยู่พักใหญ่ แต่ว่าผู้คนก็แน่นไปหมด ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ฟ้ายังไม่ทันจะสว่างดี

ครั้นพวกเราทุกคนพร้อมแล้ว "คุณน้ำทิพย์" ส่งพาสปอร์ตคืนให้พวกเราแต่ละคน สแกนผ่านเข้าไปทางด้านในเพื่อขึ้นรถไฟ แล้วก็ต้องมีการตะเกียกตะกายขึ้นฟ้า ก็คือขึ้นบันไดเลื่อน แต่กระผม/อาตมภาพนั้นใช้วิธีเดินตามบันไดปกติ ปรากฏว่ารถไฟมาจอดรอพวกเราอยู่แล้ว เนื่องเพราะว่าการสแกนบัตรเพื่อผ่านประตูเข้าไปนั้น มีประชาชนจำนวนหลายร้อยคนมาต่อคิวกันยาวเหยียด จึงทำให้ล่าช้า แต่ก็ยังดีว่ารถยังจอดรออยู่

พวกเราขึ้นมาตู้ที่ ๖ ครั้นหาที่นั่งและวางสิ่งของได้แล้ว กระผม/อาตมภาพก็หลับตาภาวนา ส่งกำลังใจไปยังเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายตลอดเส้นทางที่เดินทางในวันหนึ่งคืนหนึ่งนี้ ขอให้ทุกท่านอนุโมทนาส่วนกุศลใน ศีล สมาธิ ปัญญา ที่กระผม/อาตมภาพกระทำมาตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ และขอให้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับคณะของพวกเราทุกคนด้วย

"แม่หญิงเปิ้ล"แจ้งว่าเราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง ก็คือจะไปถึงเมืองคุนหมิงในเวลาเที่ยง ซึ่งตอนนั้นรถบัสที่ขนกระเป๋าของพวกเราไปให้ยังโรงแรมที่พักนั้นยังไปไม่ถึง พวกเราที่มานี้ถือว่าเป็นคณะที่ "พรีเมี่ยม" สุด ๆ เพราะว่าไม่ต้องแบกไม่ต้องขนกระเป๋าด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องไปตบตีแย่งชิงกับบรรดามวลมหาประชาชนจีน ที่ต่างก็แบกกระเป๋ากันพะรุงพะรังขึ้นรถไฟมา ถึงเวลาขาลงก็จะทำให้ล่าช้า เพราะว่ากระเป๋าหลายใบใหญ่กว่าตัวเสียอีก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-01-2026 เมื่อ 22:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 18-01-2026, 01:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,702 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ครั้นภาวนาไปได้ครู่หนึ่ง กระผม/อาตมภาพที่หนาวจนมือเท้าชาก็รู้สึกว่ามือเท้าหายชา ถึงได้รู้ว่าทางรถไฟนั้นทำการเปิดฮีตเตอร์ให้ โดยที่อยู่ใต้ที่นั่งบริเวณใกล้ ๆ ปลายเท้าเลยทีเดียว จึงต้องถอดถุงมือ ตลอดจนกระทั่งหมวก และผ้าปลอกคอออกเสียก่อน ส่วน "ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการนั้น เห็นเดินเข้าเดินออกห้องน้ำเสียหลายรอบ ก็คือค่อย ๆ ไปลอกออกทีละชั้นตามระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้น..!

เมื่อรถไฟวิ่งไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมุดเข้าอุโมงค์เป็นระยะ ๆ ไปตลอดเวลา จนพวกเรามั่นใจแล้วว่า ถ้ามาเมืองจีน ไม่มีวันไหนที่ไม่ต้องเข้าอุโมงค์ และไม่มีวันไหนที่ไม่ต้องเดินกันไกล ๆ เมื่อเสร็จธุระทั้งภายในและภายนอกแล้ว พวกเราก็พูดคุยกันสารพัดเรื่อง บางเรื่องก็ส่งเสียงเฮฮาหัวเราะ จนบรรดาคนจีนหันมามองว่าขำอะไรกันนักหนา ? บนรถไฟก็อุตส่าห์มีคนมาเสนอขายสินค้าเป็นระยะ ๆ คาดว่าจะต้องเป็นบุคคลที่มีเส้นสายดีทีเดียว ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถที่จะมาจำหน่ายสินค้าบนรถไฟด่วนแบบนี้ได้

เวลาเที่ยงตรง พวกเรามาลงรถไฟที่ "สถานีรถไฟคุนหมิงใน" ก็คือคนละสถานีกับ "สถานีคุนหมิงใต้" ที่เราขึ้นไปครั้งก่อน แล้วต้องขึ้นฟ้าลงดินไปหลายต่อหลายรอบ มีทั้งการสแกนพาสปอร์ต สแกนกระเป๋าแล้ว ยังต้องเดินผ่านสถานีรถไฟใต้ดินด้วย มุดขึ้นมาถึงเบื้องบน พวกเราก็เดินต่อไปบริเวณที่รถบัสจอดรออยู่ ทางด้านเมืองคุนหมิงนี้ การจราจรเข้มงวดมาก รถจอดรับผู้โดยสารไม่สามารถจะจอดแช่เกิน ๕ นาทีได้ เนื่องเพราะว่าทุกคันต่างมีสัญญาณติดตามรถ ถ้าเกิน ๕ นาทีเมื่อไร จะมีข้อความแจ้งมาภายในโทรศัพท์ของคนขับ และหักเงินค่าปรับจากระบบไปทันที..!

พวกเราขึ้นรถมาพร้อมแล้วก็วิ่งตรงไปยังร้านอาหาร "คุณน้ำทิพย์" ชมเชยว่าคณะของเราเป็นคนไทยคณะเดียว ที่สามารถแย่งชิงกับคนจีนได้ เพราะว่าเดินเร็วเท่าไรก็สามารถที่จะเดินตามได้ทัน คณะอื่น ๆ ถ้า "คุณน้ำทิพย์" เดินเร็ว ก็จะมีการบ่นการว่า ถ้าเร่งให้เร็วก็โดนด่าอีกด้วย..!

มาถึงร้านสุกี้รวมเห็ดชื่อดังของเมืองคุนหมิง พวกเราต้องรอคิวกันอยู่พักใหญ่ เนื่องเพราะว่ามีคนรอขึ้นลิฟท์แก้วเพื่อไปยังห้องอาหารชั้น ๖ กันค่อนข้างมาก ครั้นโผล่ออกมา พวกเราถึงได้เห็นโต๊ะที่เขาจัดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว พนักงานจึงเริ่มปรุงบรรดาอาหารต่าง ๆ ซึ่งมีเห็ดเป็นหลักถึง ๒๐ กว่าชนิด..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-01-2026 เมื่อ 22:11
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 18-01-2026, 01:04
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,702 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"แม่หญิงเปิ้ล" ประกาศอย่างชัดเจนว่า ต้องรอเขาปรุงจนให้สัญญาณว่ากินได้ ถึงจะลงมือได้ เพราะว่าเห็ดหลายต่อหลายอย่างนั้น พอรวมกันแล้วจะมีพิษ..! ต้องความร้อนถึงระดับจึงสามารถที่จะกินได้ โดยที่ไม่เกิดอาการพิษกำเริบ ต้องมีพนักงานคอยตักฟองอาหารออกจากหม้อร้อนใบใหญ่ แล้วก็ใส่โน่นใส่นี่ลงไป กว่าที่จะให้สัญญาณพวกเราฉันได้ก็รอกันเงกไปเลย..!

กระผม/อาตมภาพตักมาคนเดียว ๒ ถ้วย เนื่องเพราะว่าขี้เกียจรอให้น้ำซุปเย็นลง ถ้าฉันถ้วยที่ ๑ หมด ถ้วยที่ ๒ ก็ยกซดได้เลย อาหารของเขาที่ประกอบด้วยเห็ด ถือว่ารสชาติใช้ได้ แต่กระผม/อาตมภาพเป็นคนที่ฉันอะไรก็ไม่เติม เพราะถือคติว่าถ้าเติมแล้วอร่อย ก็คือเราทำเอง ไม่ใช่อร่อยจากอาหารทางร้านของเขา..!

เมื่ออิ่มแล้วจึงได้ไปเข้าห้องน้ำ และลงลิฟท์แก้วมาคนเดียว ครั้นลงมาถึงด้านล่าง นั่งอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าเริ่มหนาวจึงไปเดินออกกำลังกาย เจอ "อาอี๋" ท่านหนึ่งมายืนขายของอยู่ทางด้านท้ายรถของพวกเรา เป็นเครื่องรางนำโชคประมาณสิงโตเฝ้าทรัพย์ แล้วก็พวกชิ้นงานต่าง ๆ มีรูปพระสังกัจจายน์ เป็นต้น พอจับต้องดูแล้วก็ยังทึ่งว่า "อาอี๋" แกขายของแท้โว้ย..! ปกติแล้วเห็นมีแต่ทำด้วยเรซิ่น นี่เป็นหินหยกแท้ ๆ เลย แกบอกว่าชิ้นละ ๘๐ หยวน โดยใช้ภาษาจีนว่า "ปาสือไคว่" กระผม/อาตมภาพบอกว่า ต้องรอคณะก่อนแล้วถึงจะมาซื้อ แกก็ทำหน้างง ๆ

ครั้นเมื่อพวกเราทั้งหลายมาถึงกันแล้ว กระผม/อาตมภาพก็พาไปรุมล้อม "อาอี๋" ต่อราคากันเป็นการใหญ่ จากชิ้นละ ๘๐ หยวนก็กลายเป็น ๒ ชิ้น ๑๕๐ หยวน ได้ยินว่าท้าย ๆ แล้ว ๒ ชิ้น ๑๐๐ หยวนแกก็ขายให้ ขึ้นอยู่กับฝีมือและความใจเย็นว่าใครจะต่อได้เท่าไร แต่กระผม/อาตมภาพนั้นถือว่า ถ้าซื้อก็คือเป็นราคาที่ตนเองพอใจ และโดยเฉพาะเผลอไปทำพลาดให้สิงโตเฝ้าทรัพย์ตก จนเหรียญทองที่แกะสลักอยู่ภายใต้ตัวสิงโตนั้นบิ่นไปมุมหนึ่ง..! ก็ยิ่งมั่นใจว่านี่เป็นหินหยกแท้แน่นอน เนื่องเพราะว่าถ้าเป็นเรซิ่นแล้ว ตกด้วยความสูงแค่นี้ โอกาสที่จะบิ่นมีน้อยมาก

พลขับซึ่งเป็นบุคคลที่เราจ้างมาต่างหากเฉพาะในเมืองคุนหมิง พาพวกเราวิ่งตรงไปนอกเมือง ซึ่งห่างออกไปประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ต้องผ่านด่านทางด่วนขึ้นไป จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เรียกว่า "สือหลิน" หรือว่า "ป่าหินล้านปี" จอดส่งพวกเราแล้ว ก็ต้องรีบวนรถไปจอดยังลานที่เขากำหนดเอาไว้ ไม่สามารถที่จะแช่อ้อยอิ่งอยู่ได้..!

พวกเราลงจากรถแล้ว ก็เดินตาม "คุณน้ำทิพย์" ตรงเข้าไปยังอาคารหลัก โดยที่แยกไปเข้าห้องน้ำทางขวามือกันหลายต่อหลายคน รวมทั้งกระผม/อาตมภาพ ส่วนที่ชอบใจที่สุดก็คือภายในห้องน้ำทุกห้องมีจอโทรทัศน์ขนาดจอบนเครื่องบิน ให้ดูข่าวคราว ตลอดจนกระทั่งเนื้อหาเรื่องราวของป่าหินล้านปีแห่งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศจีนอีกด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-01-2026 เมื่อ 22:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 18-01-2026, 01:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,702 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อออกมาแล้ว รอจน "คุณน้ำทิพย์" ซื้อตั๋วได้ครบ พวกเราก็ต้องมาสแกนกระเป๋า สแกนตั๋ว เพื่อที่จะขึ้นรถแบตเตอรี่ มุ่งตรงเข้าไปยังด้านใน โดยที่กระผม/อาตมภาพไม่สามารถที่จะถ่ายรูป "มนุษย์อินทรีย์แบกโลก" ได้ทัน เพราะว่าตนเองนั้นนั่งอยู่คนละฝั่งกัน จึงหมายมั่นปั้นมือว่าขาออกจะต้องถ่ายรูปให้ได้..!

พวกเราลงจากรถแล้ว ยังต้องเดินเป็นระยะทางที่ค่อนข้างจะไกล ครั้นมาถึงบริเวณด้านหน้าปากทางเข้าที่เขาตกแต่งสถานที่เอาไว้ ปรากฏว่าอยู่ในด้านย้อนแสงพอดี แต่ก็พยายามถ่ายรูปหมู่กัน เสร็จแล้วถึงได้เห็นว่าเขาตกแต่งสองด้านเหมือนกัน พวกเราดันไปถ่ายด้านย้อนแสง ก็เลยออกอาการ "หน้ามืด" กันเกือบทุกคน..!

เมื่อถ่ายรูปเสร็จก็ต้องเดินเข้าไปด้านใน ผ่านสะพานที่ค่อนข้างจะยาวเหยียด เนื่องเพราะว่าข้ามสระน้ำที่ขุดด้วยแรงงานมนุษย์ เข้าไปถึงด้านในก็มีป้ายหินแสดงถึงความเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ พวกเราจึงได้ถ่ายรูปหมู่กันตรงนี้อีกรูปหนึ่ง แล้วเดินเลี้ยวไปทางขวามือ ซึ่งมีจุดที่เขาตกแต่งเอาไว้สวย ๆ สำหรับถ่ายรูป

โดยเฉพาะมีรูปของผู้หญิงชาวเขา ซึ่งใส่หมวกลักษณะมีเขาสองอัน "ไกด์ไก่" (นายฐนชล ทิมแสง) บอกว่าเป็นชาวเขาที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ถ้ามีสองเขาแปลว่ายังเป็นสาวน้อยอยู่ ถ้าหากว่าเหลือเขาเดียวก็คือมีผู้จองแล้ว ถ้าหากว่าไม่เหลือสักเขาเลย ก็คือเป็นแม่บ้านของใครคนหนึ่ง คือแต่งงานไปแล้ว..!

ผู้ชายถ้าหากว่าชอบใจผู้หญิงที่มีสองเขาอยู่ สามารถที่จะจับเขาแล้วก็ลากไปหาพ่อแม่ของเธอได้เลย พ่อแม่ของเธอก็จะทดสอบว่ามีความสามารถเลี้ยงลูกสาวได้จริงหรือเปล่า ? โดยการต้องไปใช้แรงงานทำนาให้พ่อแม่เป็นเวลา ๓ ปี ถ้าพ่อแม่พอใจถึงจะยกลูกสาวให้ ในระหว่างนั้นลูกสาวก็ต้องเอาเขาออกเหลือแค่ข้างเดียว ถ้าแต่งงานไปแล้ว จึงเอาออกทั้งสองข้าง ดูแล้วก็เป็นประเพณีที่ชัดเจนดี

พวกเราเดินมาถึงบริเวณที่เป็นร้านขายของ ซึ่งทางขวามือเป็นห้องน้ำ ก็ลงไปยังลานทางด้านล่าง ซึ่งเป็นไฮไลท์จุดหนึ่งที่มีป้ายป่าหินอยู่ตรงนี้ ต่างคนต่างก็ไปถ่ายรูปกัน โดยที่นัดแนะกันว่าอีก ๑ ชั่วโมงจะมารอกันตรงนี้ แล้วกระผม/อาตมภาพก็เดินเข้าไปทางด้านใน โดยมีจุดมุ่งหมายก็คือศาลาชมวิวที่เป็นไฮไลท์แห่งที่ ๒ หนทางแคบขนาดต้องตะแคงตัวบ้าง มุดไปตามถ้ำบ้าง บางที่ก็กว้างขนาดเดินสวนกันสบาย ๆ ระหว่างนั้นก็มีนักท่องเที่ยวทั้งเดินตามมา และเดินสวนออกมาเป็นระยะไป

วนถ่ายรูปบริเวณนั้นอยู่พักใหญ่ กลายเป็นหลุดออกมาที่เดิม..! "ครูบาพันแสน" (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส (ปิงโค้ง) รักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง หัวเราะเป็นการใหญ่ กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "เสียท่าไปหน่อย..!" เจ้าที่เขาต้องการให้เราเดินเข้าไปในเขตของเขา เพื่อที่จะใช้สิทธิ์อนุโมทนาตามที่กระผม/อาตมภาพ ตั้งใจไว้ตั้งแต่อยู่บนรถไฟความเร็วสูง ก็เลยลากพวกเราไปวนเสียรอบใหญ่แบบนั้น แต่ว่าก็ไม่ได้ท้อ เปลี่ยนเส้นทางเดินจนกระทั่งขึ้นไปถึงศาลาชมวิวจนได้ พวกเราทางด้านนี้กำลังถ่ายรูปกันอยู่ จนส่วนหนึ่งเสร็จสรรพและเดินออกมาแล้วด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-01-2026 เมื่อ 22:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 18 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 18-01-2026, 01:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,702 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อเดินลงมาแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินย้อนทางเดิมกลับออกมา เห็นหินบางก้อนบนหัวนั้นติดอยู่หมิ่น ๆ นิดเดียว ถ้าเกิดแผ่นดินไหว มีหวังร่วงใส่หัวอย่างแน่นอน ออกมานั่งส่งรูปให้ "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) เพื่อที่จะเอาลงเว็บไซต์วัดท่าขนุน ให้ทุกคนได้ติดตามแบบเรียลไทม์

ส่วนในเฟซบุ๊กนั้นให้งดเอาไว้ เนื่องเพราะว่ายังอยู่ในวาระที่ต้องแสดงความเสียใจ ต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่ควรที่จะลงอะไรที่เป็นการท่องเที่ยว เพราะว่าเป็นความสนุกสนาน ฝืนกับสภาพความเป็นจริงของคนส่วนใหญ่

นั่งรออยู่พักใหญ่ มีคนเดินมาทางด้านหลัง ถึงได้ทราบว่าเขาอ้อมลงจากศาลาชมวิวไปอีกด้านหนึ่ง และมีคณะหนึ่งที่มีพระ ๒ รูป โยม ๖ คน พระ ๒ รูปก็คือ "ครูบาพันแสน" และ "ครูบาไอซ์" (พระนิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ) วัดเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เดินเตลิดออกไปจนถึงทางด้านนอกแล้ว จึงได้บอกให้นั่งรอกันบริเวณนั้น แล้วพวกเราจะไปรับ..!

จากนั้น "คุณน้ำทิพย์" ก็พาพวกเรามาขึ้นรถแบตเตอรี่ พาวนออกอีกด้านหนึ่งของป่าหิน เป็นการชมป่าหินโดยรถยนต์ ไม่ต้องเดินเองให้เหนื่อย บรรดาป่าหินเหล่านี้อายุหลายล้านปีแล้ว ก็คือตั้งแต่สมัยที่บริเวณนี้ยังจมอยู่ใต้ทะเล

ครั้นพวกเราวนออกมาแล้ว ก็มาจอดอยู่ในบริเวณที่เขาให้เราเดินเท้าออก ต้องเดินเป็นระยะทางที่ไกลมาก น่าจะประมาณ ๒ กิโลเมตร จึงออกมาเจอ "ครูบาพันแสน" และ "ครูบาไอซ์" พร้อมกับคณะ พากันเดินไปหัวเราะไป จนกระทั่งย้อนเส้นทางออกมา แล้วข้ามสะพานที่คร่อมสระน้ำขุดด้วยมือ เพื่อที่จะตรงไปยังทางออก

"ไกด์ไก่" ได้ชี้ให้ออกทางด้านขวามือ เมื่อเดินไปจนถึงบริเวณทางออกแล้ว กระผม/อาตมภาพก็สงสัยว่า "ให้กูอ้อมมาทางนี้ทำไมวะ ?" เนื่องเพราะว่าทั้งสองแห่งนั้นก็คือสถานที่เดียวกัน ทางออกนั้น ถ้าหากว่าเดินตรงมาทางขาเข้าจะใกล้กว่ามาก ทางออกที่เขาทำให้อย่างเป็นทางการนั้นอ้อมโลกมากไปหน่อย..! มีคนจีนจำนวนมากที่เดินตรงไปยังทางเข้า แล้วก็มาลัดลงตรงประตูทางออกแบบหน้าตาเฉย..!

พวกเราเดินตาม "คุณน้ำทิพย์" ไปจนกระทั่งถึงลานจอดรถ ก็เป็นร้านค้าซึ่งจำหน่ายสินค้าที่ระลึก จัดสถานที่แบบค่ายกลลักษณะเขาวงกต ให้พวกเราเดินวนจนครบทุกร้าน แล้วก็มาออกบริเวณจุดที่เป็นห้องน้ำ และจุดที่เป็นจุดขึ้นรถแบตเตอรี่ เพื่อออกจากทางด้านอุทยานหินล้านปีแห่งนี้

พวกเราเข้าห้องน้ำแล้วรอความพร้อม เมื่อนับจำนวนคนได้ครบถ้วน "คุณน้ำทิพย์" ก็จัดการสแกนตั๋วทีละใบ แล้วปล่อยพวกเราผ่านเข้าไป แต่ปรากฏว่ารถนั้นมีมวลมหาประชาชนจีนนั่งอยู่เกินครึ่งแล้ว พวกเราจึงต้องแยกเป็นสองคณะตามเคย ครั้นออกมาทางด้านนอก ก็ยังต้องเดินอีกไกล กว่าที่จะไปถึงลานจอดรถบัส
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-01-2026 เมื่อ 22:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 18-01-2026, 01:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,702 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พวกเราขึ้นรถกันพร้อมเพรียงแล้ว ก็วิ่งย้อนกลับเข้ามาในตัวเมืองคุนหมิง เป็นระยะที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว รถเริ่มจะติดหนุบติดหนับ จนต้องอาศัยชมวิวข้างทางเพื่อแก้รถติด มาถึงบริเวณหน้า "เมืองโบราณกวนตู้" ก็ต้องลงจากรถแบบเร่งด่วน เพราะว่าเขาไม่ให้จอดแช่นานอย่างที่ว่าเอาไว้ ถ้าหากว่าจอดแช่เกินเวลา ก็สงสารว่าพลขับอาจจะต้องเสียสตางค์..!

เมื่อลงมาแล้ว บริเวณซุ้มประตูเข้าเมืองโบราณกวนตู้ "แม่หญิงเปิ้ล" ก็นัดแนะเวลาพวกเราว่าประมาณทุ่มครึ่งให้มารอกันตรงนี้ เมื่อเดินเข้าไปจนสุดทางถึงบริเวณเจดีย์แล้วก็ให้วนออกมา สินค้าอะไรบริเวณนี้ถ้าต้องการซื้อ ก็ต่อได้โดยไม่ต้องเกรงใจ..!

เมื่อถ่ายรูปหมู่กันเสร็จแล้ว พวกเราก็เดินเข้าไปด้านใน ซึ่งแสงสีต่าง ๆ เริ่มเปิดขึ้นทีละร้าน มีบรรดาร้านจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากว่าเป็นร้านใหญ่ ก็ขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อย่างเช่นว่าร้านจำหน่ายชาผู่เอ้อร์ ซึ่งมีชาราคาตั้งแต่ไม่กี่สิบหยวน ไปจนกระทั่งถึงหลายพันหยวน..! แล้วมีการแยกเป็นคำเล็ก ๆ พอชงในแต่ละครั้งอีกต่างหาก

มีร้านขายหินหยก ซึ่งแกะเป็นสัตว์มงคลเต็มไปหมด รวมทั้งกำไลตลอดจนกระทั่งจี้ต่าง ๆ มีร้านหนึ่งซึ่งจำหน่ายสินค้าเป็นรูปสัตว์มงคล ไม่ว่าจะเป็นม้า เป็นวัว เป็นควาย เป็นกวางก็ตาม หล่อขึ้นมาจากทองเหลือง แล้วลงสีอย่างประณีตงดงามเลยทีเดียว แต่ราคาก็แพงหูดับ ตัวละ ๑๖,๐๐๐ หยวนขึ้นไป..! เดินดูไปทีละส่วน ถ่ายรูปไปทีละร้าน จนไปสุดทางที่บริเวณเจดีย์เก่า ซึ่งอายุประมาณ ๕๐๐ กว่าปีแล้ว

พวกเราถ่ายรูปหมู่กันเท่าที่ตามมาทันถึงตรงนี้ แล้วเดินวนย้อนกลับออกมาทางเดิม ตอนนี้แสงสีต่าง ๆ เริ่มเปิดแบบ "จัดเต็ม" เนื่องเพราะว่าตะวันตกดินจนฟ้ามืดไปแล้ว ข้าวของต่าง ๆ ก็แลดูน่าซื้อน่าหามากขึ้น โดยเฉพาะหลายแห่งนั้น หลอกคนไทยให้เข้าไปด้วยการตกแต่งหน้าร้านด้วยเทวดาแบบไทยบ้าง ศิลปะแบบไทยบ้าง แต่พอเดินเข้าไปก็คือคนจีนล้วน ๆ นั่นเอง..!

จนกระทั่งย้อนกลับมาถึงบริเวณจุดนัดพบก็มืดสนิทแล้ว พวกเรารออยู่จนกระทั่งถึงเวลาทุ่มครึ่ง กว่าที่จะมาครบครัน แล้วเดินตาม "คุณน้ำทิพย์" ออกไปทางลานจอดรถ วิ่งไปจนกระทั่งถึงโรงแรมวีนัส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล ซึ่งอยู่ในบริเวณใจกลางเมือง ต้องฝ่ารถติดกันขนานใหญ่ เมื่อมาถึงปรากฏว่า บริเวณนี้มีเมืองใต้ดินด้วย..! เพราะว่าทั้งสองฝั่งถนนมีอุโมงค์ลงใต้ดินอยู่สองแห่ง ลักษณะเป็นซุ้มหลังคากระจกสีสวยงามเลยทีเดียว

เมื่อรับเอาคีย์การ์ดมาแล้ว "ท่านปิง" ก็ไปส่งกระผม/อาตมภาพจนถึงห้องพัก ซึ่งดำเนินการตามปกติก็คือเข้าห้องน้ำ แล้วเปิดน้ำจนร้อนที่สุดเท่าที่จะทนได้ราดเสียทั้งตัว คลายเมื่อยคลายขบแล้วก็แต่งตัวเรียบร้อย วันนี้ต้องทำการอธิษฐานจิตสำหรับสิ่งของต่าง ๆ ที่ซื้อมาด้วย จึงต้องแต่งตัวใหม่ให้รัดกุม ก่อนที่จะมุดเข้าใต้ผ้าห่ม แล้วส่งกำลังใจไปกราบขอบารมีพระ ให้ท่านเมตตาสงเคราะห์ด้วย

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-01-2026 เมื่อ 22:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:13



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว