กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า เมื่อวานนี้, 18:09
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 629
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 29,615 ครั้ง ใน 1,117 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๙


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 01:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,689
ได้ให้อนุโมทนา: 160,529
ได้รับอนุโมทนา 4,525,944 ครั้ง ใน 37,305 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศที่ทองผาภูมิอยู่ที่ ๑๓ องศาเซลเซียส หลังจากเจริญกรรมฐานและทำวัตรเช้าแล้ว ก็ได้ออกบิณฑบาตตามปกติ งานบิณฑบาต "วันเสาร์ใส่บาตรตลาดริมแคว ยลวิถีเมืองท่าขนุน" แม้ว่าผู้คนจะยังมากอยู่ แต่ก็ไม่มากมายเท่ากับช่วงปีใหม่

เมื่อกลับมาถึงวัดแล้ว กระผม/อาตมภาพซึ่งไข้ขึ้นเต็มที่ก็ไม่ได้ฉันเช้า หากแต่แต่งตัวใหม่แล้วตรงไปที่โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา ซึ่งไอ้ตัวเล็ก (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) นำคณะจากชมรมรักษ์ธรรมรักษ์ไทย ไปจัดงานวันเด็กให้กับเด็กนักเรียนบ้านไกล ซึ่งพักประจำอยู่ที่หอพักโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา

โดยปกติแล้วทุกวันเด็ก พวกเราจะมีการเปิดป้ายถาวรวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วก็ร่วมกิจกรรมวันเด็กกับเด็ก ๆ ที่นั่น แต่ปีนี้ด้วยความที่ว่าการสร้างหอพักหญิงนักเรียนบ้านไกลนั้น ต้องหาเงินให้ได้ครบตามจำนวนก่อน ถึงจะสามารถเปิดประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ จึงทำให้การก่อสร้างล่าช้า ไม่สามารถที่จะเปิดได้ทันวันเด็กปีนี้ จึงเป็นการร่วมกิจกรรมกับเด็ก ๆ อย่างเดียว ซึ่งในช่วงให้โอวาท กระผม/อาตมภาพก็กำชับเด็กทั้งหลายว่า อย่ารังแกบรรดาพี่ ๆ ที่มาร่วมกิจกรรมด้วย เพราะว่าแต่ละคนล้วนแล้วแต่อายุมาก ไม่สามารถที่จะทนแรงเสียดทานของวัยรุ่นอย่างพวกเราได้..!

ในส่วนของทางคณะสงฆ์นั้น มีการวิตกวิจารณ์เกี่ยวกับพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช ที่ประทานให้กับมหาเถรสมาคม และมีมติให้ออกมาปฏิบัติตามนั้น โดยเฉพาะงานคณะสงฆ์ ๖ ด้าน โดนลดลงมาเหลือแค่ ๔ ด้านเท่านั้น โดยที่พระองค์ท่านตรัสว่างานสาธารณสงเคราะห์ เป็นงานที่พระสงฆ์ทุกรูปควรที่จะทำอยู่แล้ว

ตรงจุดนี้ กระผม/อาตมภาพเห็นว่า องค์สังฆบิดรของเรายังรู้จักคณะสงฆ์ไทยน้อยเกินไป ถ้าเป็นนายกฯ หนู (นายอนุทิน ชาญวีรกุล) ก็บอกว่า "You know me little go! "เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าขนาดจับตัววางตายว่าใครรับผิดชอบเรื่องอะไร ก็ยังมีการ "เกียร์ว่าง" คือรับแต่ตำแหน่งโดยไม่ทำงานมามากต่อมากแล้ว ถ้าไปปรารภว่าเป็นเรื่องที่พระสงฆ์ "ควรทำ" ก็แปลว่าอาจจะมีพระสงฆ์ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ทำตาม เพราะไม่มีการบังคับว่า "ต้องทำ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า วันนี้, 01:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,689
ได้ให้อนุโมทนา: 160,529
ได้รับอนุโมทนา 4,525,944 ครั้ง ใน 37,305 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้น..กระผม/อาตมภาพจึงไปนึกถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงตรัสว่า "งานทุกงานเราต้องเข้าใจ เข้าถึง จึงจะสามารถพัฒนาได้" ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะออกมาอยู่ในลักษณะที่ว่ายิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่ง จากมีการที่บุคคลรับผิดชอบโดยตรง ถ้าหากว่าทำแล้วก็รู้ว่าเป็นผลงานของท่าน ยังมีคนที่พอจะทำตามได้บ้าง อยู่ ๆ กลายเป็นภาระที่ทุกคนควรทำ อาจจะไม่เหลือใครเอาไว้ทำเลย

โดยเฉพาะในส่วนของการห้ามสร้างเครื่องรางของขลัง กระผม/อาตมภาพเห็นช่องโหว่เบ้อเริ่ม เนื่องเพราะว่าห้ามเฉพาะพระภิกษุสามเณร ถ้าอย่างนั้นญาติโยมท่านใดเป็นเจ้าภาพสร้างถวายท่าน ก็หมดปัญหาไปแล้ว แต่ว่าเรื่องที่พระองค์ท่านต้องการให้แก้ไขให้ดีขึ้นก็ไม่สามารถที่จะดีได้ แล้วก็ยังมีพระมหานรินทร์ นรินฺโท ป.ธ.๙ เจ้าอาวาสวัดไทยลาสเวกัส ให้คำแนะนำว่า ถ้าต้องการเห็นผลจริง ๆ เอาแค่ห้ามทุกวัดสร้างวัตถุมงคลเป็นเวลา ๑ ปี ก็รู้แล้ว่าจะทำได้จริงหรือว่าไม่จริง..!

ส่วนกระผม/อาตมภาพนั้นเห็นว่าถ้าจะแก้ไขปัญหากันจริง ๆ ก็ต้องเอาตัวอย่างหลวงปู่พระมหาผ่อง สะมะเลิก องค์ประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งประเทศลาว ซึ่งท่านให้ยกเลิกสมณศักดิ์พระสงฆ์ลาวหมดทั้งประเทศ แล้วก็มาเคารพกันตามอายุพรรษา ตามพระธรรมวินัย ซึ่งหลวงปู่ท่านสามารถทำได้สำเร็จ แต่ว่าในปัจจุบันนี้เริ่มมีการแต่งตั้งตำแหน่งโน้น ตำแหน่งนี้ขึ้นมาแทน หลังจากที่ท่านมรณภาพไปแล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะเละเทะเหมือนกับประเทศไทย..!

ดังนั้น..ประเทศไทยของเราถ้าจะเอาให้ดีจริงอย่างที่พระองค์ท่านต้องการ ก็ยกเลิกตำแหน่งให้หมด แม้แต่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช..! แล้วมาเคารพกันตามอายุพรรษา ตามพระธรรมวินัยของเรา คาดว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้จะช่วยให้คณะสงฆ์ของเราดีขึ้นกว่าเดิมมาก

ในส่วนของการปกครองนั้น ก็ให้เป็นการปกครองแบบโบราณสมัยพุทธกาล ก็คือพระอุปัชฌาย์อาจารย์ปกครองลูกศิษย์ ซึ่งถ้าหากว่าใครละเมิด ไม่เชื่อฟังพระอุปัชฌาย์อาจารย์ เราก็ให้อำนาจในการที่ท่านจะจับสึกหรือแจ้งความดำเนินคดีอาญาไปได้เลย ในฐานะที่เรียกว่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานก็ได้ ถ้าอยู่ในลักษณะอย่างนั้น เจอพระอุปัชฌาย์อาจารย์ที่ท่านเข้มงวด เข้มแข็ง เราก็จะมีพระภิกษุสามเณรที่ดีได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า วันนี้, 02:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,689
ได้ให้อนุโมทนา: 160,529
ได้รับอนุโมทนา 4,525,944 ครั้ง ใน 37,305 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ในช่วงเช้าที่ออกบิณฑบาต เจ้าของร้านจำหน่ายปาท่องโก๋ในตลาดสดอำเภอทองผาภูมิ ก็ได้กล่าวโทษในเชิงฟ้องกระผม/อาตมภาพว่า "ระยะนี้มีพระที่ไหนมาก็ไม่รู้ มาบิณฑบาตแล้วก็รุ่มร่าม ไม่สำรวมเลย" พูดง่าย ๆ ก็คือไม่เห็นจะเรียบร้อยเหมือนพระวัดท่าขนุนเลย..!

ตรงจุดนี้ท่านทั้งหลายจะเห็นว่าปัญหาใหญ่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากเจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์อาจารย์ไม่เข้มงวด ถ้าหากว่าเจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์อาจารย์เข้มงวด เรื่องไม่ดีในทางคณะสงฆ์ก็จะลดน้อยถอยลงไปมาก แต่ส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะ "พระอุปัชฌาย์เป็ด" ก็คือไข่แล้วทิ้ง ไม่มีการที่จะฟูมฟักดูแล เนื่องเพราะว่าพอรับเป็นพระอุปัชฌาย์ บวชแล้วรับซองไป ภาระที่เหลือก็ไม่ได้ใส่ใจแล้ว..!

อีกส่วนหนึ่งที่อยากพูดถึงในที่นี้ก็คือ เรื่องของครูบาอาจารย์ที่ท่านกล่าวถึง บางทีเรื่องพวกนี้ก็ไม่สมควรที่จะมาบอกกล่าวเป็นสาธารณะ แต่ไม่เห็นว่าท่านจะห้าม จึงขอกล่าวว่ายุคนี้สมัยนี้เป็นยุคที่อยู่ยาก อยู่ลำบาก เนื่องเพราะว่ามีคนพูดมาก แต่มีคนฟังน้อย โดยเฉพาะบรรดานักการเมืองต่าง ๆ ซึ่งพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ปัญญาของตัวเองไม่ถึง มีแต่จะสร้างความวุ่นวายให้กับทางประเทศชาติของเรายิ่ง ๆ ขึ้นไป จากที่สงบเรียบร้อยด้วยประการทั้งปวง ก็กลายเป็นวุ่นวายเหมือนแม่ค้าตลาดสด..!

โดยเฉพาะการใช้อำนาจที่อยู่ในมือ ซึ่งความจริงแล้วก็คือพระราชอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจบริหาร หรือว่าอำนาจตุลาการ ที่พระองค์ท่านมอบหมายให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ หรือว่าตุลาการต่าง ๆ ดำเนินการ แต่กลับใช้อำนาจหน้าที่ในการเชือดเฉือนฟาดฟันบุคคลที่เห็นว่าเป็นศัตรู โดยที่ไม่ได้เลือกความถูกต้อง หรือว่าความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงทำให้เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ กลายเป็นเครื่องมือของคนชั่ว ในการที่ทำให้บ้านเมืองของเราเดือดร้อนวุ่นวายไปหมด..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 04:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 18 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า วันนี้, 02:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,689
ได้ให้อนุโมทนา: 160,529
ได้รับอนุโมทนา 4,525,944 ครั้ง ใน 37,305 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถ้าหากว่าต้องการความสงบ พวกเราทั้งหลายต้องแก้ที่ตัวเอง โดยเฉพาะแก้ที่ใจ ทำอย่างไรจะสร้างสติให้เกิดขึ้นกับเรา อะไรเกิดขึ้นอย่าเพิ่งหลงตามกระแส แต่ว่าให้ตั้งสติดูเสียก่อนว่า สิ่งที่เขาทั้งหลายพูดมานั้น อะไรที่เป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวม อะไรที่เป็นประโยชน์เพื่อส่วนตัว ถ้าเราสามารถแยกแยะแบบนี้ได้ โดยเฉพาะมีสติ ไม่กระโดดลงไปร่วมเล่นกับเขาด้วย บ้านเมืองของเราก็จะสามารถสงบเรียบร้อยลงมาได้ในเวลาไม่นาน

เพียงแต่ว่าท่านทั้งหลายก็ต้องลำบากมาฝึกหัดปฏิบัติอยู่ในอานาปานสติ ก็คืออยู่กับลมหายใจเข้าออกเฉพาะหน้า เมื่อสร้างสติให้เกิด และสร้างกำลังสมาธิในการยับยั้งตนเอง ไม่ทำให้ รัก โลภ โกรธ หลง กำเริบขึ้นมา ก็จะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นผู้สงบระงับ แม้ว่าไม่สามารถสงบใจได้ ก็ขอให้สงบกาย สงบวาจา ไม่ลงไปกระโดดโลดเต้นกับเขา พยายามพิจารณาโดยเฉพาะการใช้อำนาจในมือของเรา ก็คืออำนาจในการที่ท่านทั้งหลายจะเลือกนักการเมืองเข้าไปเป็นตัวแทน

แต่กระผม/อาตมภาพก็เห็นว่าทุกวันนี้การเลือกตั้งก็ยุ่งยากมาก เนื่องเพราะว่ามีการบวกบัตรเข้าไป อย่างเช่นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่แก้ ? ในลักษณะอย่างนี้ ถ้ามีการทุจริต มีใครเอาบัตรเลือกตั้งประเภทนั้นไปกาคำว่า "แก้รัฐธรรมนูญ" ก็บรรลัยแน่นอน..! เนื่องเพราะว่าสิ่งที่สำคัญและจำเป็นที่สุด ไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน และการบริหารบ้านเมืองของเรา "ในระหว่างเขาควาย" ก็คืออยู่ท่ามกลางกระแสของมหาอำนาจที่เชือดเฉือนกันอยู่

ทำอย่างไรที่เราจะอยู่ตรงกลางได้ โดยที่มีผลกระทบให้น้อยที่สุด ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่กระผม/อาตมภาพจะไป "สอนสังฆราช" ปล่อยให้บรรดานักการเมืองทั้งหลายเขาไปบริหารจัดการกันเอง ของพวกเราญาติโยมทั้งหลายแค่พยายามแก้ที่ตัว แก้ที่ใจของเรา อย่าไปกระโดดโลดเต้นยินดียินร้ายตามเขา บ้านเมืองของเราก็น่าจะสงบลงเกินครึ่งแล้ว

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 04:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 2 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 2 คน )
 

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:21



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว