กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๗ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมิถุนายน ๒๕๖๗

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 24-06-2024, 19:38
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 10,682
ได้ให้อนุโมทนา: 217,358
ได้รับอนุโมทนา 752,935 ครั้ง ใน 36,743 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๗

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๗


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 24-06-2024, 23:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,872
ได้ให้อนุโมทนา: 152,597
ได้รับอนุโมทนา 4,425,087 ครั้ง ใน 34,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ ต้องบอกว่าวันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าจดจำของชาวไทยเรา ก็คือเป็นวันที่ "คณะราษฎร์" ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มาเป็นระบอบประชาธิปไตย แล้วก็เละเทะมาจนทุกวันนี้

ความจริงจะว่าไปแล้ว องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้รู้รอบรู้จริงในทุกเรื่อง พระองค์ท่านตรัสถึงอธิปไตย คือความเป็นใหญ่ว่ามี

อัตตาธิปไตย - ถือตนเป็นใหญ่ ซึ่งสมัยนี้บางคนใช้คำว่า "เผด็จการ"
โลกาธิปไตย - ถือโลกเป็นใหญ่ ก็คือเสียงข้างมาก ที่สมัยนี้ใช้คำว่า "ประชาธิปไตย"
ธรรมาธิปไตย - ถือธรรมเป็นใหญ่ ซึ่งมีแต่เรื่องดีทั้งสิ้น

แต่พระองค์ท่านไม่เคยสรรเสริญ
เป็นการเฉพาะว่า ระบอบการปกครองในลักษณะไหนดี เนื่องเพราะว่าระบอบปกครองทุกอย่างต้องมีธรรมาธิปไตยถึงจะดี

อย่างเช่นถ้าเราดูว่าในเรื่องของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ก็คืออำนาจสิทธิ์ขาดทั้งหมดอยู่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชี้เป็นชี้ตายได้ แล้วประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ ๕ ทำไมถึงเจริญก้าวหน้ากว่าประเทศญี่ปุ่นอีก ? เป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีรถไฟ แล้วความเจริญด้านต่าง ๆ ที่ยุโรปมี ไม่ว่าจะเป็นโทรเลข เป็นไฟฟ้า เป็นรถยนต์ หลั่งไหลกันเข้ามาในบ้านเราเมืองเรา นั่นก็คือเผด็จการแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แล้วท่านทั้งหลายลองพิจารณาดูว่าประชาธิปไตยในปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร ? นอกจากเพื่อพวกพ้องและตัวกู..!

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้สรรเสริญว่าระบอบการปกครองแบบใดดีอย่างแท้จริง เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นระบอบไหนก็ขึ้นอยู่กับคน ถ้าหากว่าเป็นคนดีมีศีลมีธรรม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ก็สามารถที่จะสร้างความเจริญให้กับประเทศชาติบ้านเมืองในทุกที่ แต่ถ้าหากว่าขาดศีลขาดธรรม เห็นแก่พวกพ้องและตัวกู ก็จะเละเทะอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ดังนั้น...ถ้าหากว่าเป็นการปกครองระบอบจักรพรรดิราช พระองค์ท่านตรัสถึงหลักจักรวรรดิวัตรเอาไว้ ว่าพระเจ้าจักรพรรดิต้องนั้นมีวัตรปฏิบัติแบบใดบ้าง ถึงจะสร้างความสุขให้แก่ชาวโลกได้ ถ้าหากว่าเป็นระบอบพระมหากษัตริย์ พระองค์ท่านก็ทรงตรัสถึงทศพิธราชธรรม ก็คือหลักธรรม ๑๐ อย่างที่องค์พระมหากษัตริย์จะต้องมี เพื่อที่จะสร้างความสุขให้แก่พสกนิกร

แล้วถ้าหากว่าเป็นระบอบโลกาธิปไตย หรือว่าประชาธิปไตยในปัจจุบันนี้ พระองค์ท่านก็ตรัสว่าจะต้องมีหลักอปริหานิยธรรม ๗ แล้วท่านทั้งหลายลองเปรียบเทียบดูว่า ในปัจจุบันนี้บรรดาคณะผู้ปกครองของเรา ซึ่งทะเลาะเบาะแว้งตบตีกันอยู่ในสภานั้น มีหลักอปริหานิยธรรม ๗ หรือไม่ ? อย่างเช่นว่า "พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม" ไม่ใช่กูไม่อยู่มึงช่วยสอดบัตรแทนที หรือว่าให้เคารพผู้เป็นประธานในการประชุม ไม่ใช่ไปยืนกอดอก เท้าเอว หรือชี้หน้าด่าท่านประธานที่เคารพ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-06-2024 เมื่อ 02:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 24-06-2024, 23:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,872
ได้ให้อนุโมทนา: 152,597
ได้รับอนุโมทนา 4,425,087 ครั้ง ใน 34,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เรื่องของธรรมาธิปไตยจึงจำเป็นในทุกที่ คราวนี้คำว่าธรรมาธิปไตยนั้น เราเริ่มจากไหน ? เริ่มจากศีล ท่านทั้งหลายจะสังเกตว่าถ้าหากว่ามีแค่ศีล ๕ ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายอื่นก็ได้

เพราะว่าเรื่องที่จะไปทะเลาะเบาะแว้งฆ่าฟันกันก็ไม่มี เรื่องที่จะไปลักขโมย หยิบฉวยช่วงชิงข้าวของที่เจ้าของไม่ได้ให้ก็ไม่มี เรื่องที่จะไปแย่งคู่ครองของเขา จนเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นมาอย่างทุกวันนี้ก็ไม่มี เรื่องของการโกหกหลอกลวง แม้กระทั่งหลอกเงินแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ไม่มี เรื่องของสุรายาเสพติดต่าง ๆ ก็ไม่มี กฎหมายแทบจะไม่จำเป็นต้องมีเลยก็ได้

แล้วต่อไปก็คือการที่เราทั้งหลายอาศัยพื้นฐานของศีลปฏิบัติในสมาธิ เพื่อให้มีกำลังใจในการระงับยับยั้ง รัก โลภ โกรธ หลง ในใจของเรา จะได้ไม่เที่ยวไปโกงไปกินไปคอรัปชั่น แต่ว่าเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ต้องมีหลักธรรมเข้ามาหนุนเสริม ก็คือ หิริ -โอตัปปะ รู้ละอายชั่วกลัวบาปด้วย ความละอายชั่วกลัวบาปจะทำให้เรารู้จักระงับยับยั้ง

คราวนี้
การระงับยับยั้งจะทำได้มากได้น้อย ก็ขึ้นอยู่กับกำลังสมาธิที่เราทำได้ แล้วหลังจากนั้นก็ใช้ปัญญาพิจารณาดู ให้เห็นว่าทุกคนล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย รักสุขเกลียดทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้น อะไรที่สามารถสร้างความสุขบรรเทาความทุกข์ให้กับประชาชนได้ ผู้ปกครองก็ต้องรีบทำ

อย่างที่เราท่านจะได้เห็นกันมาตลอดในสมัยที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงบำเพ็ญกรณียกิจทุกอย่างเพื่อความสุขของพสกนิกรโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่มีคนจนคนรวยในสายตาของพระองค์ท่าน ไม่มีเชื้อชาติศาสนาในสายตาของพระองค์ท่าน มีแต่พสกนิกรที่พระองค์ท่านจำเป็นที่จะต้องประคับประคองให้เขาทั้งหลายเหล่านั้นพอมีพอกิน ถ้าสามารถที่จะร่ำรวยไปได้เลยก็ยิ่งดี จนกระทั่งกลายเป็น "ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง" อันโด่งดังไปทั่วโลก

ความจริงก็คือหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ได้แก่ หลักสันโดษ ซึ่งพระองค์ท่านก็อธิบายชัดเจนว่า คำว่า พอเพียง ไม่ได้แปลว่าจน ใครที่คิดว่าหลักพอเพียงทำให้ประเทศชาติไม่เจริญ ไอ้นั่นไม่มีหัวแม่ตีนก็เลยไม่รู้จักคิด..! แถมยังไปเผยแพร่แนวคิดแบบนี้เป็นวงกว้างอีกต่างหาก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-06-2024 เมื่อ 02:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 24-06-2024, 23:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,872
ได้ให้อนุโมทนา: 152,597
ได้รับอนุโมทนา 4,425,087 ครั้ง ใน 34,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เพราะหลักสันโดษนั้นระบุไว้ชัดเจนว่า

ยถาลาภสันโดษ
- ยินดีตามที่ได้มา ได้มากก็ยินดี ได้น้อยก็ยินดี
ยถาพลสันโดษ - ยินดีตามกำลังของตนที่หาได้ เราได้วันละ ๓๐๐ ก็ต้องยินดีตามนั้น พวกเดินไปเดินมาได้วันละ ๕,๐๐๐ เขาก็ต้องยินดีตามนั้น
ยถาสารุปปสันโดษ - ถ้าหากว่ามีเงินขนาด "น้องลิซ่า" คุณจะซื้อ "รถหรู" ก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าหากว่ายังจะต้องกินข้าวแกงข้างถนน แล้วคิดจะไปขี่รถหรู อันนั้นแสดงว่าไม่รู้สารูปของตนเอง..!

ดังนั้น..
คำว่าพอเพียงก็คือ พอเหมาะพอดีกับฐานะของตน

แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ ก็ทรงนำมาสืบสาน รักษา และต่อยอด โดยเฉพาะเกษตรทฤษฏีใหม่และทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง พระองค์ท่านยังปรับมาเป็นโครงการโคกหนองนาในพระราชดำริ โดยเฉพาะในส่วนของการปิดทองหลังพระ เพราะว่าในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ของเราไม่ชอบทำงานอวดใคร

จะเห็นว่าช่วงที่เชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ระบาดที่ผ่านมา พระองค์ท่านทุ่มเทพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร เพื่อที่จะให้เรามีวัคซีนเอาไว้ป้องกันโรคร้ายที่ระบาดไปทั่วโลก ทำไมประเทศไทยโรคร้ายแพร่ระบาดหนักพอ ๆ กับประเทศอื่น แต่มีคนตายน้อยมาก ? ก็เพราะว่าเราได้เครื่องไม้เครื่องมือและวัคซีน ที่พระองค์ท่านทรงสนับสนุนทุกทาง แต่ก็ยังมีคนไป "ด้อยค่า" อีก อย่างเช่นว่าเป็น "วัคซีนจีน วัคซีนเจ๊ก ด้อยคุณภาพ" เหล่านี้เป็นต้น ทั้ง ๆ ที่ไอ้คน "ด้อยค่า" ก็คาดว่า สืบขึ้นไปก็จะต้องมี "อากง - อาม่า" อยู่ดี

ดังนั้น..เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ กระผม/อาตมภาพจึงได้กล่าวว่า วันที่ ๒๔ มิถุนายนเป็นวันประวัติศาสตร์ที่ไม่สมควรจดจำ เนื่องเพราะว่าถ้าได้รับการอบรมมาแบบทหาร เขาเรียกว่า "ดึงฟ้าต่ำ" ก็คือ คุณจะเอาความเท่าเทียมกันนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะว่าเราสร้างบุญสร้างกรรมมาไม่เท่ากัน ถ้าหากว่าถือตามหลักพระพุทธศาสนาของเรา ก็คือต้องเชื่อวิบาก คือผลของกรรมที่ส่งให้ในปัจจุบันนี้

ไม่ใช่ว่าเราเห็นคนฐานะไม่เท่าเทียมกันแล้ว ก็พยายามจะให้เขาเท่าเทียมกัน สร้างฝันเสียสวยหรู แล้วทำไมคุณไม่บอกให้บรรดาแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นต่างด้าวหรือคนไทยที่ทำงานกรรมกร ไปกินหรูอยู่ดีเหมือนอย่างกับมหาเศรษฐีของเรา แล้วตัวท่านเองยอมลงมาทำงานกรรมกรเท่าเทียมกับเขาหรือเปล่า ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-06-2024 เมื่อ 02:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 24-06-2024, 23:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,872
ได้ให้อนุโมทนา: 152,597
ได้รับอนุโมทนา 4,425,087 ครั้ง ใน 34,463 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..เรื่องพวกนี้หลอกได้เฉพาะคนโง่ขาดปัญญาเท่านั้น แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าบ้านเราเมืองเรา บุคคลที่ได้รับการศึกษาระดับครูระดับอาจารย์ จบปริญญาโทปริญญาเอก มีตำแหน่งทางวิชาการมากมาย กลับไปหลงกับการขายฝัน จนกระทั่งบ้านเมืองยับเยินวุ่นวายอยู่อย่างทุกวันนี้..!

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราจึงมีอยู่อย่างเดียวก็คือ รักษาตัวอยู่ด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา เมื่อตัวเรามั่นคงแล้ว ความเย็นจะบังเกิดขึ้น

ท่านทั้งหลายจะเห็นว่า "แก๊งหมาหน้ากุฏิ" ของกระผม/อาตมภาพ พอถึงเวลาก็มาร่วมทำวัตรสวดมนต์ เจริญกรรมฐานทุกวัน
สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ไม่รู้ว่านี่คือการทำวัตรสวดมนต์ ไม่รู้ว่านี่คือการเจริญกรรมฐาน แต่เขารู้ว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วเขาจะเย็น เขาจะมีความสุข แล้วไม่ใช่ตามกระผม/อาตมภาพมา เขามาก่อนเวลา ให้หัดสังเกตว่า แม้กระผม/อาตมภาพยังไม่มา เขาก็มานอนรอกันเป็นแถวแล้ว..!

ในเมื่อเราเองถ้าหากว่ามั่นคง มีความเยือกเย็น ก็จะเป็นที่พึ่งของตนได้ อย่างที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า "เรามีตัวเองเป็นเกาะ เรามีตัวเองเป็นฝั่ง" หลังจากนั้นเราก็จะช่วยเหลือคนอื่นได้ ถ้าอยู่แค่ในเกาะก็ช่วยเหลือคนได้น้อย เพราะว่าเกาะมีขนาดใหญ่เล็กไม่เท่ากัน แต่ถ้าอยู่บนฝั่ง คนที่ลอยคออยู่ในน้ำมีเท่าไรเราสามารถช่วยเขาได้ทั้งหมด

จึงเป็นเรื่องที่เราทั้งหลายต้องรีบสร้างความมั่นคงให้แก่ตนเองด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา เพื่อที่อย่างน้อย ๆ ถึงเวลาประเทศชาติเดือดร้อนหรือว่าโลกเดือดร้อน เราจะได้เป็นเกาะ จะได้เป็นฝั่งให้คนเขาอาศัยได้ ไม่ใช่ให้คนตั้งคำถามว่า "พระมีประโยชน์อะไรคะ ?" ซึ่งเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นในสังคมไทยของเรา ที่ถือพระพุทธศาสนาเป็นส่วนมากเสียด้วยซ้ำไป

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุ สามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-06-2024 เมื่อ 02:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:54



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว