|
#1
|
||||
|
||||
|
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙
|
| สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#2
|
||||
|
||||
|
วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อวานเย็นมีพายุฤดูร้อนมาเยี่ยมเยือนวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่เช่นกัน แต่ไม่รุนแรงเท่ากับที่วัดท่าขนุน แถมยังมีฝนพรำลงมาเล็กน้อย ช่วยให้อากาศเย็นดีมาก อุณหภูมิในช่วงเช้าจึงอยู่ที่ ๑๘ องศาเซลเซียส
กระผม/อาตมภาพตื่นตั้งแต่เวลา ๔ ทุ่ม ๔๘ นาที เนื่องเพราะตั้งใจว่าจะลุกขึ้นมาเพื่อเก็บ "เสบียงบุญ" ที่เวลา ๓๙ ชั่วโมง ๓๙ นาที ๓๙ วินาที ด้วยความที่ตั้งเวลาได้ว่าจะตื่นเมื่อไร จึงสามารถตื่นผิดเวลาของตนเองได้ ซึ่งเรื่องพวกนี้ ท่านทั้งหลายถ้าปฏิบัติในสมาธิภาวนา แล้วมีการซักซ้อมอยู่เสมอ ก็จะสามารถทำได้เช่นกัน โดยที่ไม่ต้องอาศัยเครื่องไม้เครื่องมืออื่นมาช่วยเหลือให้ยุ่งยาก แต่ถ้าหากในเวลาที่ป่วยไข้มาก ๆ กระผม/อาตมภาพก็ตั้งนาฬิกาปลุกเผื่อไว้ ในลักษณะเพื่อความไม่ประมาทเช่นกัน พูดง่าย ๆ ว่าไม่ไว้วางใจในทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ หรือว่ากำลังใจของตนเอง เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ชัดเจนแล้วว่า สรรพสิ่งทั้งหลายไม่ควรยึดมั่นถือมั่น หรือว่า สรรพสังขารทั้งหลายล้วนแต่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ในช่วงเช้า ทางเจ้าหน้าที่วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่นำอาหารมาถวายแต่เช้า กระผม/อาตมภาพฉันแล้วก็จัดการเก็บข้าวของทุกอย่างขึ้นรถให้เรียบร้อย รอจนกระทั่งรถแบตเตอรี่ของทางวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่มาถึง ก็อาศัยโดยสารข้ามไปฝั่งสวนลำไย ตรงไปยังพระจุฬามณีเจดียสถาน ขึ้นไปกราบองค์พระวิสุทธิเทพที่ชั้น ๒ ของพระจุฬามณี แล้วลงมากราบรูปหล่อหลวงพ่อฤๅษีฯ ที่บริเวณด้านหน้าของที่นั่งพระภิกษุสามเณร จากนั้นก็ต้องนั่งรับการกราบจากพระเถรานุเถระต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย "พระครูโก้" (พระครูสังฆรักษ์ฬัสวัชร์ ฐิตสีโล) ประธานสงฆ์สำนักปฏิบัติธรรมอนันต์บูรพาราม จังหวัดชลบุรี "ครูบาไอซ์" (พระสมุห์นิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ) เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอสันทราย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเมืองขอน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น โดยเฉพาะ "ครูบาไอซ์" นั้น ได้นำปัจจัยมาถวาย เพื่อขอผาติกรรมเหรียญพุทธบารมีเนื้อเงิน ขนาด ๙ เซ็นติเมตร และขอให้กระผม/อาตมภาพจารให้ด้วย ในเมื่อไม่มีวัสดุที่ใช้ในการจาร กระผม/อาตมภาพก็ใช้มีดประจำตัวจารให้ไปเลย แล้วยังจะต้องมาจารรูป จารภาพต่าง ๆ และเซ็นชื่อให้ท่านอีก โดยที่ "ครูบาไอซ์" บอกว่า "กระผมตั้งราคาแรงไปหน่อยเลยไม่มีคนบูชา ต้องรบกวนลายเซ็นหลวงพ่อด้วยครับ" สรุปว่าขายกระผม/อาตมภาพในทุกรูปแบบนั่นเอง..! บรรดาศรัทธาญาติโยมทั้งหลายก็แห่กันมาร่วมบุญด้วย ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือว่าทองคำ กระผม/อาตมภาพบอกทุกคนอย่างชัดเจนแล้วว่า "ทั้งหมดทำบุญไว้กับทางวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่แห่งนี้" อีกครู่ใหญ่ "ตุ๊พ่อสิงห์" (พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ก็มาถึง กระผม/อาตมภาพเดินไปรับท่าน โดยที่จะนิมนต์ให้เข้าที่นั่ง แต่ท่านบอกว่าขอให้ช่วยจับหัวให้ก่อน กระผม/อาตมภาพรู้สึกสยองมืออย่างไรพิกล..! เนื่องเพราะว่าพระผู้เฒ่าอยู่ในศีลกินในธรรมมาจนอายุ ๘๐ กว่าจะ ๙๐ ปี เล่นมาขอให้ลูกหลานทำแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ใจกล้าหน้าด้านจริง ๆ แล้วใครจะกล้าทำให้..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:37 |
| สมาชิก 10 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
กมลโกศลจิต (วันนี้), กฤษฎากร (วันนี้), กล้วยน้ำว้า (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พี่เสือ (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
| ||
|
#3
|
||||
|
||||
|
เมื่อกราบท่านแล้ว ก็ได้พบกับพรรคพวกเพื่อนฝูง ก็คือ "ท่านอาจารย์บ๊ะ" (พระอาจารย์ศิริชัย ชยธมฺโม) วัดโพธิลังการ์ จังหวัดสิงห์บุรี "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร เป็นต้น
พวกเราทุกคนนั่งเข้าที่เป็นเนื้อนาบุญให้กับญาติโยมทั้งหลายได้พักหนึ่ง ท่านครูบาจันทร์ทิพย์ อินฺทญาโน (พระครูอดุลญาณประยุต) วัดม่วงม้าใต้ รองเจ้าคณะอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ก็มาถึง ไปกราบรายงานตัวกับท่านแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ขออนุญาตทำการบวงสรวงบอกกล่าว เพื่อขอส่งงานการสร้างพระจุฬามณีเจดียสถาน และยกยอดฉัตรให้กับมณฑปท้าวมหาราชทั้ง ๔ โดยที่จุดธูปเทียนร่วมกับตุ๊พ่อสิงห์ ทำการบวงสรวงขออนุญาตแล้วก็มาจับสายสิญจน์แบ่งปันกัน เพื่อที่จะร่วมในการยกฉัตรให้กับมณฑปท้าวมหาราชทั้ง ๔ ซึ่งทั้ง ๔ องค์นั้น ได้ยืนประจำตำแหน่งอยู่ตั้งแต่ต้นแล้ว ครั้นยกฉัตรเสร็จเรียบร้อยก็เป็นการแสดงของเด็ก ๆ ซึ่งกระผม/อาตมภาพเห็นแล้วก็ยังคิดว่า "ผู้หญิงแถวนี้ทำไมถึงได้ดุแท้..!" เนื่องเพราะว่าผู้ชายแสดงการ "ฟ้อนเจิง" หรือ "ตบมะผาบ" นั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่นี่ให้ผู้หญิงฟ้อนเจิงยังไม่พอ ยังมีการฟ้อนดาบและพ่นไฟอีกต่างหาก..! บรรดาเด็ก ๆ ปีที่แล้วมา ๑๐ คน กระผม/อาตมภาพมอบรางวัลให้ไปทุกคน ปีนี้ก็เลยมาเพิ่มเป็น ๑๕ คน..! ทำเอาทุกคนหัวเราะเป็นการใหญ่ ที่เห็นกระผม/อาตมภาพต้องเตรียมรางวัลกันมือเป็นระวิง แต่ว่าปีนี้เด็ก ๆ ได้รับโชคสองชั้น เพราะว่ารับรางวัลจากกระผม/อาตมภาพแล้ว ก็ยังไปรับรางวัลจากตุ๊พ่อสิงห์อีกต่างหาก..! เมื่อเสร็จจากขั้นตอนนี้ "ครูบาสนิท" (ท่านพระครูวิบูลภาวนานุศาสก์) วัดห้วยบง จังหวัดลำพูนก็เดินทางมาถึง กระผม/อาตมภาพเข้าไปกราบรายงานตัวว่า ตั้งแต่เชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ระบาด ก็ไม่ได้จัดงานวัด จึงไม่ได้นิมนต์ครูบาไปร่วมงานอย่างที่เคย หลังโควิดแล้วก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ หนกลาง ต้องออกทำหน้าที่ในช่วงงานประจำปีของทางวัดทุกปี จึงทำให้ไม่ได้จัดงานวัดต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว กราบขอขมาต่อครูบาพ่อด้วย ท่านบอกว่า "ไม่เป็นไร" เมื่อกลับมายังที่นั่ง "พระครูปลัดฟลุก" (พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทฺธิวาที) เจ้าอาวาสวัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้นำญาติโยมทั้งหลายสมาทานศีล กระผม/อาตมภาพให้ศีลแล้ว จึงนำสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ต่อด้วยพระคาถาเงินล้าน ครั้นเสร็จสิ้นแล้วก็ได้กล่าวสัมโมทนียกถา เกี่ยวกับการสร้างพระจุฬามณีเจดียสถานแห่งนี้ ซึ่งญาติโยมทั้งหลายได้ร่วมบุญกันมาว่า ถึงจะเป็นบุญใหญ่แค่ไหนก็ตาม ก็ยังเป็นแค่ทานบารมีเท่านั้น ในส่วนของศีลที่สูงขึ้นไป และในส่วนของการภาวนายังมีอยู่ เราควรที่จะเร่งรัดปฏิบัติให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:41 |
| สมาชิก 10 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
กมลโกศลจิต (วันนี้), กฤษฎากร (วันนี้), กล้วยน้ำว้า (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พี่เสือ (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
| ||
|
#4
|
||||
|
||||
|
ด้วยการจดจำภาพของพระวิสุทธิเทพเป็นพุทธานุสติ จดจำคำสอนขององค์สมเด็จองค์ปฐมที่จารจารึกเอาไว้เป็นธัมมานุสติ จดจำถึงตุ๊พ่อสิงห์ ผู้รวบรวมกำลังใจพวกเราสร้างขึ้นมา เป็นสังฆานุสติ
ระลึกถึงคุณของศีลที่เรารักษา เป็นสีลานุสติ ระลึกถึงทานที่เราได้กระทำ เป็นจาคานุสติ ขอให้ผลบุญทั้งหมดนี้ ส่งผลให้เราเข้าสู่พระนิพพานเป็นอุปสมานุสติ ถ้าสามารถทำได้ดังนี้ ก็ได้ชื่อว่าเราได้ปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง เมื่อเสร็จจากการกล่าวสัมโมทนียกถาแล้ว พระเถระทั้งหมดก็ได้ขึ้นสู่ชั้นสองของพระจุฬามณีเจดียสถาน เพื่ออธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลต่าง ๆ ที่ทางวัดได้จัดสร้างเอาไว้ และยังมีของวัดวาอารามต่าง ๆ ที่เอามาร่วมพิธีไว้หลังโต๊ะหมู่บูชาด้านล่างอีกด้วย เมื่อทุกอย่างเต็มสมบูรณ์พร้อมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ทำน้ำมนต์ พรมรอบบริเวณพิธี และโปรยดอกไม้ถวายเป็นพุทธบูชา หลังจากนั้นก็ลงมาพรมน้ำมนต์ให้กับวัตถุมงคลด้านล่างทั้งหมด ตลอดจนกระทั่งญาติโยมทั้งหลายด้วย เมื่อพรมไปจนกระทั่งน้ำมนต์หมดแล้ว ดันมีญาติโยมผู้เมตตาเอาน้ำมนต์มาเทเพิ่มให้ กระผม/อาตมภาพจึงได้ปล่อยไม้พรมน้ำมนต์ทิ้งไว้แค่นั้น เดินกลับมายังที่นั่งของตนเอง รับไทยธรรมที่ตุ๊พ่อสิงห์ถวายแล้ว ก็กราบลาพระเถระทุกรูป เข้าห้องน้ำเสร็จก็กลับขึ้นรถ จัดการล็อคประตูทันที..! เนื่องเพราะว่าบรรดาบุคคลที่ไร้มารยาท และไม่รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร มักจะวิ่งมาเปิดประตูเพื่อจะร่วมบุญด้วย ทั้งที่กระผม/อาตมภาพบอกแล้วว่าปัจจัยที่ร่วมบุญทั้งหมด ให้ทำบุญกับทางวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่แห่งนี้ แล้วก็เป็นความจริง เนื่องเพราะว่ามีหลายรายวิ่งมาเปิดประตู แต่ว่าเปิดไม่ได้ เพราะว่ากระผม/อาตมภาพล็อคไปแล้ว บุคคลที่รู้ทันก็ส่งให้กับน้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าจะรับมาทำอะไร ?! เนื่องเพราะว่าถ้ามีตัวอย่างแล้ว ครั้งต่อ ๆ ไป เขาก็จะทำแบบนี้อีก..! เมื่อรถวิ่งออกจากวัดได้ก็รู้สึกโล่งใจ เนื่องเพราะว่าการเป็นที่พึ่งที่อาศัยของคนจำนวนมาก รู้สึกว่าหนักเหมือนกับเป็นหัวรถจักรแล้วมีตู้พ่วงเป็นร้อย ๆ ตู้ประมาณนั้น..! ครั้นวิ่งข้ามเขามาจนถึงเมืองเถิน จังหวัดลำปาง ก็แวะเข้าร้านอาหาร แต่ปรากฏว่าการสร้างถนนหนทางที่ทำมาเป็นปีนั้น ทำให้ร้านอาหารเปิดไม่ได้ ต้องปิดไปโดยปริยาย ในสถานการณ์แบบนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ จึงมาแวะฉันข้าวมันไก่ที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก ซึ่งห่างจากที่ตรงนั้นพอสมควร เจอข้าวมันไก่ราคาจานละ ๖๐ บาท ยังรู้สึกว่าทำไมแพงได้ทันอกทันใจขนาดนี้ ?! ครั้นถึงปั๊มมาเติมแก๊ส ปรากฏว่าขึ้นราคาไป ๒ บาทกว่า จาก ๑๖ บาทขึ้นไปเป็น ๑๘.๐๙ บาท ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มแพงขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามภาวะสงครามที่เกิดขึ้น รู้สึกเป็นห่วงญาติโยมทั้งหลายอยู่เหมือนกัน ขอให้ทุกท่านตั้งหน้าตั้งตาภาวนาในพระคาถาเงินล้าน ให้จริงจังและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะต้องลำบากในช่วงนี้อย่างแน่นอน สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:44 |
| สมาชิก 12 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
![]() |
| ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 15 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 15 คน ) | |
|
|