|
#1
|
||||
|
||||
|
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙
|
| สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#2
|
||||
|
||||
|
วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับพระมหาสุบรรณรักษ์ ปญฺญาวุฑฺโฒ ที่สอบบาลีผ่านประโยค ๕ ได้รูปเดียวของรอบแรก ส่วนที่เหลืออีก ๑๔ รูปไปรอซ่อมในรอบสอง และอีก ๔ รูปต้องไปซักซ้อมให้ดีกว่านี้
เนื่องเพราะว่าเป้าหมายของการอบรมก่อนสอบของสำนักศาสนศึกษาแผนกบาลีวัดท่าขนุน ก็คือ "ให้ติดซ่อม" เนื่องเพราะว่าเวลาเรียนนั้นมีน้อย ถ้าหากว่าเราติดซ่อมยังมีเวลาในการซักซ้อมอีกประมาณ ๑ เดือน เพียงแต่ว่าด้วยความที่ปีนี้มีเดือน ๘ สองหน การสอบบาลีรอบสองจึงไปตรงกับสงกรานต์พอดี..! ท่านนายกฯ หนู (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) เพิ่งจะมีคำสั่งให้ทุกหน่วยงานทำการ Work From Home แบบเต็มรูปแบบ ยกเว้นหน่วยงานที่ต้องบริการประชาชน หรือว่าต้องติดต่อประสานงาน ให้เลิกใส่สูท ผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ผู้หญิงถ้านุ่งผ้าไทยได้ก็จะดี เปิดเครื่องปรับอากาศ ๒๖ องศาเซลเซียส ห้ามเกินนั้น..! ความจริงเรื่องพวกนี้ควรที่จะทำต่อเนื่องกันมานานแล้ว เพื่อช่วยกันประหยัด เพียงแต่ว่าบ้านเรามักจะเห่ออะไรเป็นพัก ๆ เท่านั้น ถ้าท่านทั้งหลายสังเกตจะเห็นว่า ช่วงที่น้ำมันขึ้นราคา จากดีเซลลิตรละประมาณ ๑๒ - ๑๓ บาท พรวดพราดขึ้นไปถึง ๒๐ กว่าบาท รถหายจากถนนไปเกินครึ่ง..! หลังจากนั้นแค่ไม่ถึงเดือนก็กลับมาเต็มถนนเหมือนเดิม เพราะว่าเลิกตกใจแล้ว..! ก็คือถ้าสามารถที่จะทำตัวในลักษณะช่วยกันประหยัดแบบนั้น ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่ละปีเราจะประหยัดงบประมาณไปได้มากมายมหาศาล เนื่องเพราะว่าบ้านเรานั้นบ้า..! น้ำมันเต็มอ่าวไทยแต่ไปขายให้ต่างประเทศ แล้วตัวเองก็ซื้อน้ำมันจากต่างประเทศเข้ามากลั่น ต่อให้เหตุผลของโคตรพ่อโคตรแม่มันจะดีขนาดไหนก็ตาม อย่าไปเชื่อมัน..! เนื่องเพราะว่าบ้านเราส่วนใหญ่แล้วจะโดนผูกขาดแทบทั้งสิ้น พูดง่าย ๆ ก็คือทำกำไรจากประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ประมาณว่า "สัญชาติคางคก ยางหัวไม่ตกไม่รู้สำนึก" แล้วคางคกอย่างประชาชนคนไทย ยางหัวตกมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่สำนึกอีกเหมือนกัน..! หลายท่านจะเห็นว่ากระผม/อาตมภาพถ้าหากว่าอยู่ที่วัดอุทยาน ก็เปิดเครื่องปรับอากาศที่ ๒๗ องศาเซลเซียสมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เนื่องเพราะว่าถ้าไม่เปิดก็ไม่มีอากาศหายใจ บ้านเราไปบ้าสร้างบ้านกันตามแบบของทางตะวันตก ซึ่งบ้านเขาเวลาหน้าหนาวจะหนาวจัด บางทีหิมะตกจนแทบจะท่วมบ้านทั้งหลัง จึงต้องสร้างบ้านแบบปิดทึบให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อเก็บความร้อนเอาไว้ พอเราไปบ้าเห่อตามก้นฝรั่ง ก็กลายเป็นว่าทั้ง ๆ ที่บ้านเราอยู่เมืองร้อน แต่ไปสร้างบ้านตามแบบเมืองหนาว จึงต้องใช้เครื่องปรับอากาศกัน แล้วก็ใช้กันแบบไม่บันยะบันยังอีกด้วย..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : 11-03-2026 เมื่อ 09:48 |
| สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#3
|
||||
|
||||
|
ถ้าหากว่าหลายท่านสังเกตจะเห็นว่า ในช่วงวันหยุดทางด้านเขื่อนวชิราลงกรณของเรา จะต้องปล่อยน้ำตั้งแต่เช้า เพื่อเร่งการปั่นไฟให้เพียงพอกับการใช้งานของคนที่อยู่กับบ้าน แต่ว่าระยะนี้ที่ทางเขื่อนเทน้ำทิ้งวันละมาก ๆ อยู่ทุกวัน ทั้ง ๆ ที่กระผม/อาตมภาพตักเตือนไปแล้วว่าปีนี้แล้งจัด แต่ทางเขื่อนบอกว่าจำเป็นที่จะต้องซ่อมบำรุง เนื่องเพราะว่าอายุเขื่อนได้ ๔๐ ปีแล้ว ถ้าไม่เทน้ำทิ้งก็ไม่สามารถที่จะสำรวจและซ่อมแซมให้ทั่วถึงได้..!
ก็ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน เพราะว่าวัดท่าขนุนตุนน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว ใครที่ดูแลเรื่องน้ำประปาช่วยไปดูแลถังสำรองที่กุฏิแปดเหลี่ยมด้วย ถ้าเห็นว่าพร่องก็เปิดลงไปให้เต็ม ต่อไปใครเขาจะขาดน้ำก็เรื่องของเขา อย่างน้อยวัดเราถ้าใช้อย่างประหยัดก็อยู่ได้อีกเป็นเดือน..! ทุกท่านก็จะเห็นว่าแม้เขาจะบอกว่าฝนตกหนัก กี่จังหวัดจะต้องเจอพายุฝน ทองผาภูมิของเรานั้นไม่มีเลย ทั้ง ๆ ที่ติดโผทุกครั้ง บางอย่างถ้าเป็นเวรกรรมที่คนส่วนรวมจะต้องรับ ก็แปลว่าต้องรับอยู่ดี ต่อให้รู้ล่วงหน้าหรือว่าตักเตือนไปแล้ว ก็คงไม่มีใครฟังเหมือนเดิม..! พวกเราเองก็ช่วยกันประหยัดให้มากหน่อย ถ้าร้อนมากก็อย่าไปอุดอู้อยู่แต่ในกุฏิ มาออกกำลังกวาดวัดด้านนอกเสียบ้าง จะได้ไม่ร้อนตาย..! ไม่อย่างนั้นทุกคนแห่กันเปิดพัดลม ก็แปลว่าต้องใช้ไฟมากขึ้น โดยเฉพาะไอ้บางคนประเภท หนาวจะตายชัก เอาผ้านวมพันตัวจนเป็นหนอน แต่ดันทะลึ่งเปิดพัดลม..! แบบนี้แปลว่าอะไรวะ ? เหมือนกับเป็นโรคจิตไปแล้วว่า ถ้าไม่เปิดพัดลมกูจะนอนไม่ได้ ก็แทนที่จะประเภทห่มผ้าห่มอย่างเดียว ดันไปห่มผ้าห่มแล้วก็เปิดพัดลม ถ้าอย่างนั้นโคตรบิดามารดามึงจะเปิดพัดลมไปทำอะไร ? ก็โยนผ้าห่มทิ้งไปเสียก็หมดเรื่อง..! เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่าพวกเราส่วนใหญ่แล้วขาดจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม ไม่ได้สนใจว่าหลวงพ่อจะต้องจ่ายค่าไฟแต่ละเดือนเท่าไร ช่วงที่เจอมาก ๆ ก็เดือนหนึ่ง ๖ - ๗ หมื่นบาท..! คิดว่าเลขาฯ วัดเก็บคนละร้อยก็จบแล้ว กูใช้เท่าไรก็ได้ ก็ถ้าหากว่าทุกคนอยู่ในลักษณะแบบนี้ ก็ไม่ต้องไปหวังว่าประชาชนคนไทยจะมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม ขนาดพวกเราเป็นพระภิกษุสามเณรยังไม่มีเลย แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะว่าเป็นแบบนี้กันทุกวัด..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-03-2026 เมื่อ 02:42 เหตุผล: ! |
| สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#4
|
||||
|
||||
|
ขนาดสมัยที่ยังอยู่วัดท่าซุง พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านต้องติดมิเตอร์ให้ทุกกุฏิ พวกท่านลองคิดดูว่าวัดใหญ่ขนาดนั้น แล้วติดมิเตอร์ทุกกุฏิ ค่าใช้จ่ายต้องมากขนาดไหน ?
แต่ท่านก็จำเป็นต้องทำ ไม่อย่างนั้นแล้วคนที่ใช้มากน้อยต่างกัน ไปรับผิดชอบเท่ากันย่อมเป็นไปไม่ได้ ท่านถึงขนาดบอกว่า "ถ้าใครไม่จ่ายปรับปาราชิกเลย..!" เพราะฉะนั้น..ไอ้ใครที่เบี้ยวค่าไฟก็แปลว่าโดนปาราชิกไปเรียบร้อยแล้ว..! อะไรที่เป็นข้อตกลงก็ต้องทำตามนั้น แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าช่วยกันประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ส่วนใหญ่แล้วพระหรือญาติโยมไม่มีใครอยากเข้ากุฏิของกระผม/อาตมภาพ เพราะว่าถ้าเป็นที่วัดอุทยานก็เปิดเครื่องปรับอากาศแค่ ๒๗ องศาเซลเซียส เข้าไปพักเดียวเหงื่อหยดติ๋งก็ต้องลากลับ ส่วนที่ทองผาภูมินี่ไม่ต้องพูดถึง อากาศที่พวกท่านว่าร้อนจะตายชัก เที่ยง ๆ กระผม/อาตมภาพยังต้องนอนห่มผ้าอยู่เลย..! เนื่องเพราะว่าในตัวมีเชื้อมาลาเรีย อากาศยิ่งร้อนเท่าไรก็ดีเท่านั้น..! เพราะฉะนั้น..ใครเข้าไปแล้วอยู่ได้สักชั่วโมงหนึ่งก็ถือว่าสุดยอดแล้ว ขอยืนยันว่าเครื่องปรับอากาศวัดนี้เอาไว้สำหรับพระอาคันตุกะที่เป็นพระเถระ ก็คือถ้าท่านไม่เคยชินก็พักไป ถ้าเคยชินจะมาพักแบบพวกกระผม/อาตมภาพก็ได้ แต่คาดว่าก็คงไม่มีใครเคยชิน เพราะว่าทำตัวเองสบายมาจนเคยตัวแล้ว..! ทุกท่านต้องไม่ลืมภาษิตโบราณที่ว่า "ลำบากก่อนแล้วสบายเมื่อปลายมือ" ทุกวันนี้กระผม/อาตมภาพไปไหนไม่เคยรู้สึกว่าลำบากเลย ไม่ว่าจะอยู่ต่างประเทศในประเทศอะไรก็ตาม เพราะว่าทำตัวลำบากมาตั้งแต่ต้น ไปที่ไหนก็เคยชินกับสภาพแล้ว โดยเฉพาะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงวางฐานะนักบวชของเราไว้อยู่ระดับเดียวกับขอทาน "ภิกขุ" ความหมายหนึ่งคือ "ผู้ขอ" ในเมื่อจะต้องขอปัจจัย ๔ จากญาติโยมเขา แล้วทำตัวร่ำรวย ใครเขาจะให้ หรือถึงจะมีคนเมตตาให้ก็ไม่สมควรแก่ฐานะ วันก่อนกระผม/อาตมภาพเพิ่งดุไปในกลุ่มไลน์โครงการธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ เนื่องเพราะว่าแต่ละคนอวดบาตรอวดย่ามธุดงค์กัน ว่าของใครจะดูดีกว่า ราคาแพงกว่า ขนาดธุดงค์ก็คือการขัดเกลากิเลส ยังเอากิเลสไปอวดกัน พอดุเข้าไปก็มีการแก้ตัวอีกว่า ของตัวเองได้รับถวายมา ก็คือแค่อยากแนะนำของดีให้เพื่อนฝูงเท่านั้น ฟังอย่างไรก็ไม่ใช่ ถ้าได้รับถวายมา มึงจำเป็นต้องไปอวดเขาด้วยหรือ ? แล้วถ้าทุกท่านสังเกตจะเห็นว่ากระผม/อาตมภาพใช้ของดีไม่เป็น ไม่ใช่ไม่มี แต่ของดีเอาไว้ถวายพระ ของตัวเองใช้อะไรก็ได้..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-03-2026 เมื่อ 02:46 |
| สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#5
|
||||
|
||||
|
ก็แปลว่าในขณะภาวะสงคราม ซึ่งต่อให้สหรัฐฯ โม้ว่าสามารถที่จะจบสงครามได้เร็วเท่าไรก็ตาม อย่าไปเชื่อ..! แล้วไปยุ่งกับใครไม่ยุ่ง ไปยุ่งกับอิหร่าน
ทุกท่านต้องเข้าใจว่า อิหร่านนั้นเป็นชนชาติที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อนใครเพื่อน อัจฉริยะมากมายมหาศาล สมัยก่อนอาณาจักรควอเรซยิ่งใหญ่ไพศาลขนาดไหน ? ขนาดโดนกุบไลข่านขยี้แหลกลาญไปแล้วก็ยังฟื้นตัวกลับมาใหม่ ปัจจุบันนี้โดนเขาแซงก์ชั่น หรือว่าสารพัดวิธีการที่จะปิดกั้น อิหร่านก็ยังอยู่ได้สบาย ๆ แล้วแถมยังสร้างเทคโนโลยีต่าง ๆ ขึ้นมาสู้กับโลกตะวันตกได้อีกด้วย อยากจะบอกว่าท่านไปยุ่งกับอิหร่านนี่ยุ่งกับคนบ้าดีกว่า..! เพราะว่าคนบ้าทั่ว ๆ ไปยุ่งเข้า เขาก็ทำอะไรเรามากไม่ได้ แต่อิหร่านเปรียบไปแล้วเหมือน "คนบ้าที่มีเงิน" ตุนอาวุธไว้ไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร มีปัญญาเอ็งก็ถล่มไป รอดูแล้วกันว่าการตอบโต้ของอิหร่านนั้น จะทำให้สหรัฐ "ติดหล่ม" ไปอีกนานเท่าไร ? พูดง่าย ๆ ว่าการล่มสลายของรัฐชาติที่ยิ่งใหญ่ปานนั้น เกิดขึ้นก็เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดเท่านั้น คิดว่าถล่มอิหร่านไปแล้ว ตนเองมีน้ำมันสำรองอยู่เพราะชิงยึดเวเนซุเอลาไปก่อน แต่วางแผนผิด ก็คือตอนนี้อิหร่านถล่มฐานทัพทุกแห่งของอเมริกาในตะวันออกกลาง เอ็ง "ม้วนเสื่อ" กลับไปเมื่อไรก็แปลว่า ไม่มีอำนาจในการควบคุมตะวันออกกลางอีกแล้ว..! เรื่องพวกนี้ปล่อยให้คนอื่นเขาฟุ้งซ่านกันไป พวกเราก็พยายามประหยัดกินประหยัดใช้กันหน่อย เพราะว่าเรื่องราวยังจะยืดเยื้ออีกนาน อย่างที่เคยเตือนไปแล้วว่า ช่วงระยะเวลานี้ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปทำโครงการอะไรใหญ่ ๆ โต ๆ ที่ใช้เงินมาก ขนาดบอกตรง ๆ ไว้แล้วว่าถ้าเป็นกระผม/อาตมภาพจะเก็บเงินไว้ซื้อทอง แต่ก็ไม่มีใครซื้อ ส่วนไอ้พวกลูกศิษย์โง่ ๆ ที่จะไปเล่นทอง ก็โดนทองเล่นเสียหงิกไปตาม ๆ กัน..! ทองคำไม่ได้มีเอาไว้เล่นแบบการพนัน ถ้ามีก็คือเก็บเอาไว้เป็นทุนสำรอง แต่ถึงเป็นทุนสำรองก็สู้ข้าวปลาอาหารไม่ได้อยู่ดี เพียงแต่ว่าภาวะสงครามถ้าเกิดขึ้น ทองจะราคาไม่ตกเหมือนอย่างอื่นเท่านั้น ถึงตกก็อยู่ในระดับที่เรารับความเสียหายทั้งหลายเหล่านั้นได้ เพราะว่าอีกไม่นานก็จะขึ้นมาใหม่ สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-03-2026 เมื่อ 02:49 |
| สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
![]() |
| ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน ) | |
|
|