กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า วันนี้, 00:53
หยาดฝน's Avatar
หยาดฝน หยาดฝน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 3,620
ได้ให้อนุโมทนา: 319
ได้รับอนุโมทนา 76,538 ครั้ง ใน 3,768 โพสต์
หยาดฝน is on a distinguished road
Default เทศน์วันมาฆบูชา วันอังคารที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

เทศน์วันมาฆบูชา วันอังคารที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙


https://www.youtube.com/live/KJvAlya_xWM เทศน์เริ่มนาทีที่ ๕๐.๑๕

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

สพฺพปาปสฺส อกรณํ
กุสลสฺสูปสมฺปทา
สจิตฺตปริโยทปนํ
เอตํ พุทฺธาน สาสนนฺ ติฯ

ณ บัดนี้ อาตมภาพรับหน้าที่วิสัชนาในมาฆปูชากถา เพื่อเป็นเครื่องประดับสติปัญญา เพิ่มพูนบารมี เสริมสร้างกุศลบุญราศี แก่บรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย ซึ่งพร้อมใจกันมาบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันมาฆบูชา ณ วัดท่าขนุนแห่งนี้

ญาติโยมทั้งหลาย วันมาฆบูชานั้นเป็นวันสำคัญยิ่งวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา เนื่องเพราะว่าเป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ก็คือ หลักการ
อุดมการณ์ และวิธีการ ในพระพุทธศาสนาว่า เมื่อพระภิกษุสงฆ์ของเราออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาแล้ว ขอให้มีคำสอนไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งพระองค์ท่านจะเริ่มต้นที่ว่า..


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:07
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ หยาดฝน ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 00:58
หยาดฝน's Avatar
หยาดฝน หยาดฝน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 3,620
ได้ให้อนุโมทนา: 319
ได้รับอนุโมทนา 76,538 ครั้ง ใน 3,768 โพสต์
หยาดฝน is on a distinguished road
Default

"ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา" แปลว่า ขันติ คือ ความอดกลั้นนั้น นับว่าเป็นตบะอย่างแท้จริง เนื่องเพราะว่าในสมัยนั้น บรรดานักบวชมักจะนิยมการบำเพ็ญตบะด้วยการทรมานตนเอง ใครสามารถอดทนได้นานกว่า ทำได้มากกว่า ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่มีตบะสูง เหล่านี้เป็นต้น

องค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้น เมื่อพระองค์ท่านตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว องค์สมเด็จพระประทีปแก้วจึงได้ประกาศหลักการในพระพุทธศาสนา ก็คือว่า การบำเพ็ญตบะของพระพุทธศาสนานั้นก็คือ ความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่มากระทบทั้งปวง

ลำดับต่อไปนั้น พระองค์ท่านตรัสว่า "นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา" คือ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์นั้นจักสอนจนกระทั่งถึงจุดสูงสุด คือ พระนิพพาน

"น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี"บุคคลที่ยังเข่นฆ่าผู้อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตคือนักบวช

"สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต" ผู้ยังเบียดเบียนผู้อื่นอยู่ไม่ชื่อว่า สมณะ คือ ผู้ที่บาปอันลอยแล้ว

เนื่องเพราะว่าในยุคนั้นสมัยนั้นมีการแข่งขันกันทางศาสนาเป็นอย่างมาก ต่างคนต่างก็ประกาศหลักการของตนเอง แต่ว่ายังมีการเบียดเบียนเข่นฆ่าผู้อื่นอยู่ อย่างเช่น การบูชายัญด้วยชีวิตสัตว์ทีละเป็นร้อย ๆ ดังนั้น..พระองค์ท่านจึงกล่าวอย่างชัดเจนว่า บุคคลผู้ได้ชื่อว่า สมณะ คือ ผู้ที่ปราศจากบาปแล้ว จะไม่เบียดเบียนผู้อื่น เหล่านี้เป็นต้น

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:12
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ หยาดฝน ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า วันนี้, 01:05
หยาดฝน's Avatar
หยาดฝน หยาดฝน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 3,620
ได้ให้อนุโมทนา: 319
ได้รับอนุโมทนา 76,538 ครั้ง ใน 3,768 โพสต์
หยาดฝน is on a distinguished road
Default

แล้วพระองค์ท่านได้กล่าวถึงอุดมการณ์ในพระพุทธศาสนาว่า..

"สพฺพปาปสฺส อกรณํ" ให้ละเว้นจากการทำชั่วทั้งปวง ก็คือ ไม่คิดชั่ว ไม่พูดชั่ว และไม่ทำชั่ว แปลว่า ทั้งกาย ทั้งวาจา และทั้งใจของเรา จะต้องชำระให้บริสุทธิ์สะอาดโดยสิ้นเชิง

"กุสลสฺสูปสมฺปทา" ขอให้ทุกท่านได้กระทำความดีให้ถึงพร้อม ความดีด้วยกาย ด้วยวาจา ก็คือ การควบคุมไว้ด้วยศีล ความดีทางใจนั้นควบคุมด้วยสมาธิ แล้วทั้งกายและวาจาก็อยู่ภายใต้การควบคุมของใจด้วยปัญญา รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ไม่ยอมให้สิ่งชั่วเข้ามากล้ำกลายจิตใจของตัวเอง

ถ้าหากว่าทำดังนี้ได้ก็จะเข้ากับหลักการสุดท้าย ก็คือในข้อที่ว่า "สจิตฺตปริโยทปนํ" คือการชำระจิตของตนให้ขาวสะอาด ปราศจากความชั่วทั้งปวง


สิ่งทั้งหลายเหล่านี้นั้น พระพุทธเจ้าทุกพระองค์จะประกาศเอาไว้ชัดเจนเมื่อตั้งพระศาสนาแล้ว ดังนั้น..ถ้าใครศึกษาในพระไตรปิฎกส่วนของ "พุทธวงศ์" ในขุททกนิกาย จะเห็นว่าพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ประกาศพระพุทธศาสนาแล้ว ต้องมีการแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ บางองค์ก็แสดง ๒ ครั้ง บางองค์ก็แสดง ๓ ครั้ง เนื่องเพราะว่าอายุพระศาสนาของพระองค์ท่านนานมาก บางองค์ก็ ๓๐,๐๐๐ ปีเป็นต้น

ถ้าประกาศศาสนาไปนาน ๆ ผู้ที่มารุ่นหลังลืมไปแล้วว่าหลักการที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เมื่อหลายพันหรือว่าเป็นหมื่นปีมาแล้วคืออะไร ? องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงต้องแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ซ้ำอีก เมื่อผ่านไป..ถ้าหากว่าเลือนลางจืดจางไปอีก ก็จะมีการแสดงซ้ำเป็นวาระที่ ๓ เป็นต้น

แต่องค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้น อายุการประกาศศาสนาของพระองค์ท่านมีแค่ ๕,๐๐๐ ปี องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้แสดงโอวาทปาฏิโมกข์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:11
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ หยาดฝน ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า วันนี้, 05:51
หยาดฝน's Avatar
หยาดฝน หยาดฝน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 3,620
ได้ให้อนุโมทนา: 319
ได้รับอนุโมทนา 76,538 ครั้ง ใน 3,768 โพสต์
หยาดฝน is on a distinguished road
Default

หลังจากนั้นก็เป็นวิธีการปฏิบัติว่า ผู้ที่รับเอาไปแล้วจะต้องสั่งสอนพุทธศาสนิกชนของเราอย่างไร..
"อนูปวาโท" ต้องเป็นผู้ไม่ว่าร้ายใคร พูดง่าย ๆ ว่า คิดดี พูดดี ทำดีต่อผู้อื่น ตามหลักสาราณียธรรมนั่นเอง

"อนูปฆาโต" การไม่ทำร้ายใคร ดังนั้น..ถ้าหากว่า พุทธศาสนิกชนของเราสามารถควบคุมกาย-วาจาด้วยศีลได้อย่างแท้จริง ก็จะไม่ทำร้ายไม่เบียดเบียนคนอื่น

"ปาฏิโมกฺเข จ สํวโร" ก็ให้สำรวมในศีลของตนตามสภาพ ก็คือ ชาวบ้านทั่วไปรักษาศีล ๕ อุบาสกอุบาสิการักษาศีล ๘ สามเณรรักษาศีล ๑๐ พระภิกษุรักษาศีล ๒๒๗ ภิกษุณีรักษาศีล ๓๑๑ ข้อ เหล่านี้เป็นต้น ถ้าหากว่าทุกคนสำรวมอยู่ในศีลของตนตามสภาพ ก็จะไม่มีการเบียดเบียนผู้อื่นด้วยกาย ด้วยวาจา เป็นอย่างน้อย สังคมก็จะสงบสุข

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะว่าเป็นความสงบแต่เพียงภายนอกเท่านั้น พระองค์ท่านตรัสวิธีการข้อต่อไปว่า..
"ปนฺตญฺจ สยนาสนํ" รู้จักอยู่อาศัยนอนนั่งในที่สงัด ก็คือ ไม่กล่นเกลื่อนด้วยผู้คน ถึงเวลาจะได้รักษาใจของตน

ในข้อต่อไปที่ว่า "อธิจิตฺเต จ อาโยโค" ก็คือ การประกอบกำลังใจของเราให้ทรงสมาธิ เพื่อความสงบระงับของกาย ของวาจา ของใจ

ส่วนประกอบข้อต่อไป ก็คือ "มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ" รู้จักประมาณในการบริโภค ก็คือ ไม่กินล้น ไม่กินเกิน จนกระทั่งกลายเป็นเครื่องถ่วงตนเอง มัวแต่ง่วงเหงาหาวนอนอยู่ เพราะว่าร่างกายหนักด้วยอาหาร ไม่สามารถที่จะประพฤติปฏิบัติในศีล สมาธิ ปัญญา อย่างเต็มที่ได้


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หยาดฝน : วันนี้ เมื่อ 06:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ หยาดฝน ในข้อความที่เขียนด้านบน
กมลโกศลจิต​ (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), ทายก (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), ปราโมทย์ (วันนี้), ปริญญา (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), รณการ (วันนี้), สัญญะจิตโต (วันนี้)
  #5  
เก่า วันนี้, 06:00
หยาดฝน's Avatar
หยาดฝน หยาดฝน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 3,620
ได้ให้อนุโมทนา: 319
ได้รับอนุโมทนา 76,538 ครั้ง ใน 3,768 โพสต์
หยาดฝน is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ประกาศโอวาทปาฏิโมกข์ ในวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ กลางเดือน ๓ ซึ่งเดือน ๓ ภาษาบาลีเรียกว่า "มาฆมาส" คือ เดือนมาฆะ นั่นเอง

และก็ยังมีปรากฏการณ์พิเศษ ก็คือ พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน..
วันนั้นเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ พระสงฆ์ทั้งหลายคือผู้ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบวชให้ด้วยพระองค์เองด้วยวิธีที่เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" และทั้ง ๑,๒๕๐ รูปนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น..ในวาระอันพิเศษนี้ องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงประกาศหลักการ วิธีการ และอุดมการณ์ในพระพุทธศาสนาเอาไว้ จนกลายเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของพระพุทธศาสนา

และวันสำคัญอีกวันหนึ่งก็คือ เป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ โดยที่ตั้งใจว่า..ถัดจากนี้ไปอีก ๓ เดือน จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ที่สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา หลังจาก ๓ เดือนนั้นก็คือกลางเดือน ๖ แปลว่าพระองค์ท่านทรงปลงอายุสังขารในวันเพ็ญกลางเดือน ๓ คือวันมาฆบูชานั่นเอง

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หยาดฝน : วันนี้ เมื่อ 06:02
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ หยาดฝน ในข้อความที่เขียนด้านบน
กมลโกศลจิต​ (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), ทายก (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), ปราโมทย์ (วันนี้), ปริญญา (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), รณการ (วันนี้), สัญญะจิตโต (วันนี้)
  #6  
เก่า วันนี้, 06:07
หยาดฝน's Avatar
หยาดฝน หยาดฝน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 3,620
ได้ให้อนุโมทนา: 319
ได้รับอนุโมทนา 76,538 ครั้ง ใน 3,768 โพสต์
หยาดฝน is on a distinguished road
Default

ในเมื่อเป็นวันที่มีความสำคัญเช่นนี้ พุทธศาสนิกชนต่าง ๆ จึงนิยมการบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ด้วยการทำบุญ-ใส่บาตร ฟังเทศน์ฟังธรรม เจริญสมาธิภาวนา เหล่านี้เป็นต้น

อย่างที่ญาติโยมทั้งหลายก็มาร่วมบำเพ็ญกุศลที่วัดท่าขนุน มาถึงก็มีการใส่บาตร มีการสมาทานศีล ๘ แล้วก็ฟังเทศน์ หลังจากนั้นจะได้ฟังพระสงฆ์หมู่ใหญ่เจริญพระพุทธมนต์ ร่วมกันถวายภัตตาหารสังฆทาน

เมื่อเสร็จจากขั้นตอนนี้แล้ว ช่วงประมาณเที่ยงก็ยังมีการอุปสมบทหมู่เพื่อปฏิบัติธรรมในช่วงสัปดาห์มาฆบูชานี้ จากนั้นวัดท่าขนุนของเรายังมีบุญพิเศษ ก็คือ การตามประทีป ๑๐,๐๐๐ ดวง ถวายเป็นพุทธบูชา

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีงานที่บริเวณหน้าวัดของเรา ก็คือ งานประจำปีปิดทองรอยพระพุทธบาทวัดท่าขนุน และทำบุญอุทิศอดีต ๗ เจ้าเมืองหน้าด่าน จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากนั้นเวลา ๒ ทุ่มตรง ก็จะเป็นการเวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชา

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าญาติโยมสะดวกที่จะเข้าร่วมบุญกุศลตรงไหน ก็ขอให้ท่านทั้งหลายเข้าร่วมในบุญกุศลช่วงนั้น เนื่องเพราะว่า.. เรื่องของบุญนั้นจัดเป็นสิ่งดีที่จะส่งผลต่อเราในชาติต่อ ๆ ไป ถ้าหากว่าเราเป็นบุคคลที่พร้อมด้วยบุญกุศลแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอยู่ภพไหนชาติไหนก็มีแต่ความสุขความเจริญทั้งสิ้น

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หยาดฝน : วันนี้ เมื่อ 07:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ หยาดฝน ในข้อความที่เขียนด้านบน
กมลโกศลจิต​ (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), ทายก (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), ปราโมทย์ (วันนี้), ปริญญา (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), รณการ (วันนี้), สัญญะจิตโต (วันนี้)
  #7  
เก่า วันนี้, 06:14
หยาดฝน's Avatar
หยาดฝน หยาดฝน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 3,620
ได้ให้อนุโมทนา: 319
ได้รับอนุโมทนา 76,538 ครั้ง ใน 3,768 โพสต์
หยาดฝน is on a distinguished road
Default

เทสนาวสาเน..ท้ายสุดแห่งพระธรรมเทศนา อาตมภาพขอตั้งสัตยาธิษฐาน อ้างคุณพระศรีรัตนตรัย คือพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะเป็นประธาน มีบารมีของหลวงปู่สาย อคฺควํโส อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนนี้เป็นที่สุด

ขอได้โปรดดลบันดาลให้ทุกท่าน มีความปลอดภัยในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ แม้ว่าจะประสงค์จำนงหมายสิ่งหนึ่งประการใด ที่เป็นไปโดยชอบประกอบด้วยธรรมแล้วไซร้ ขอความปรารถนาของทุกท่านจงสำเร็จสัมฤทธิ์ผล สมดังมโนรสทุกประการ

รับหน้าที่วิสัชนามาในมาฆปูชากถาก็พอสมควรแก่เวลา จึงขอสมมติยุติพระธรรมเทศนาลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์วันมาฆบูชา ณ วัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ หยาดฝน ในข้อความที่เขียนด้านบน
กมลโกศลจิต​ (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), ทายก (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), ปราโมทย์ (วันนี้), ปริญญา (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), รณการ (วันนี้), สัญญะจิตโต (วันนี้)
  #8  
เก่า วันนี้, 07:51
หยาดฝน's Avatar
หยาดฝน หยาดฝน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 3,620
ได้ให้อนุโมทนา: 319
ได้รับอนุโมทนา 76,538 ครั้ง ใน 3,768 โพสต์
หยาดฝน is on a distinguished road
Default

ถ่ายทอดสดงานเวียนเทียนวันมาฆบูชา วัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙



เชิญรับชมได้ที่ https://www.youtube.com/live/dOWmVanyd5s
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 6 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ หยาดฝน ในข้อความที่เขียนด้านบน
กมลโกศลจิต​ (วันนี้), ทายก (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), ปราโมทย์ (วันนี้), ปริญญา (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้)
  #9  
เก่า วันนี้, 09:59
ทายก's Avatar
ทายก ทายก is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2012
สถานที่: อุดรธานี
ข้อความ: 16
ได้ให้อนุโมทนา: 251,664
ได้รับอนุโมทนา 21,826 ครั้ง ใน 1,350 โพสต์
ทายก is on a distinguished road
Default

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ หยาดฝน อ่านข้อความ
เทสนาวสาเน..ท้ายสุดแห่งพระธรรมเทศนา อาตมภาพขอตั้งสัตยาธิษฐาน อ้างคุณพระศรีรัตนตรัย คือพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะเป็นประธาน มีบารมีของหลวงปู่สาย อคฺควํโส อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนนี้เป็นที่สุด

ขอได้โปรดดลบันดาลให้ทุกท่าน มีความปลอดภัยในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ แม้ว่าจะประสงค์จำนงหมายสิ่งหนึ่งประการใด ที่เป็นไปโดยชอบประกอบด้วยธรรมแล้วไซร้ ขอความปรารถนาของทุกท่านจงสำเร็จสัมฤทธิ์ผล สมดังมโนรสทุกประการ

รับหน้าที่วิสัชนามาในมาฆปูชากถาก็พอสมควรแก่เวลา จึงขอสมมติยุติพระธรรมเทศนาลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์วันมาฆบูชา ณ วัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ทายก ในข้อความที่เขียนด้านบน
กมลโกศลจิต​ (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 3 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 2 คน )
หลุดพ้น

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:24



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว