กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมีนาคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า เมื่อวานนี้, 17:24
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 653
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 30,386 ครั้ง ใน 1,141 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๙


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 01:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,946
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,726 ครั้ง ใน 37,564 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ วันมาฆบูชา เนื่องเพราะว่าปีนี้มีเดือน ๘ สองหน วันมาฆบูชาจึงเลื่อนมาอยู่ที่กลางเดือน ๔

กระผม/อาตมภาพยุ่งตั้งแต่เช้ามืด หลังจากเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้าแล้ว ก็ไป
ทำพิธีบวงสรวงขออนุญาตปลุกเสกแผ่นยันต์เกราะเพชร (รุ่น ๒) ของวัดท่าขนุน ซึ่งความจริงวันเสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ซึ่งเป็นวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๔ นั้น กระผม/อาตมภาพได้กราบขอบารมีพระ ปลุกเสกเสร็จไปตั้งแต่ตอนอยู่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว

แต่เนื่องจากว่าพิธีกรรมต่าง ๆ นั้น มีไว้สำหรับให้บุคคลที่ขาดความมั่นใจในชีวิตได้ดู จึงต้องมาเสียเงินทำเครื่องบวงสรวงอีก ๓๕,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะได้ทำการบวงสรวงปลุกเสกอีกรอบหนึ่ง พูดง่าย ๆ ว่าเสียเงินเพื่อความศรัทธาที่มั่นคงของญาติโยมนั่นเอง..!

อากาศเย็นวูบวาบลงอย่างกะทันหันจนเหลือประมาณ ๒๐ องศาเซลเซียส แต่ว่าถึงบารมีพระท่านจะสงเคราะห์ขนาดนี้แล้วก็ตาม เรื่องของสงครามใหญ่ก็ยังเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน เนื่องเพราะว่าสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลไป "แหย่รังแตน" เข้าแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จึงต้องกราบขอบารมีพระท่านสงเคราะห์ ให้วัตถุมงคลรุ่นนี้ สามารถดับร้อนผ่อนเย็นจากสถานการณ์ร้าย ๆ ซึ่งเป็นอยู่ แม้ว่าจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ขอให้ผลกระทบไปเกิดขึ้นกับสิ่งอื่น ตัวตนตลอดจนคนที่เรารักของบุคคลที่ใช้วัตถุมงคลชุดนี้ ขอให้อยู่รอดปลอดภัยก็แล้วกัน..!

ความจริงระยะนี้นั้น อากาศในช่วงเช้ามืดอยู่ที่ ๒๕ หรือ ๒๖ องศาเซลเซียส แต่ว่าเมื่อตั้งใจกราบขอบารมีพระท่านสงเคราะห์ตั้งแต่ตอนเจริญพระกรรมฐาน พอออกจากศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สายเพื่อไปยังที่บวงสรวง อากาศก็เย็นลงให้เห็นอย่างชัดเจน ต้องกราบแทบพระบาทขอบพระคุณองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ตลอดจนกระทั่งพรหมเทวดาทั้งหมด ที่เมตตาให้การอนุเคราะห์สงเคราะห์ในครั้งนี้

กระผม/อาตมภาพนั้นถือว่า "คนเราต่อให้สูญเสียสิ่งหนึ่งประการใดไปก็ตาม ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ย่อมสามารถที่จะหาสิ่งเหล่านั้นกลับคืนมาได้" แต่ถ้าหากว่าสูญเสียชีวิตไป ก็จะกลายเป็นเรื่องอะไรที่ไม่สามารถจะแก้ตัวได้อีกแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงไม่สามารถที่จะรับรองได้ว่าทรัพย์สินสิ่งของของท่านทั้งหลาย จะอยู่รอดปลอดภัยอย่างแท้จริง แต่ขอให้ท่านทั้งหลายเอาตัวรอดให้ได้ก่อนก็แล้วกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า วันนี้, 01:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,946
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,726 ครั้ง ใน 37,564 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ตอนแรกก็กราบขอบารมีพระท่าน ขอถอนพลังพุทธานุภาพหรือว่ายันต์เกราะเพชร ที่ปกคลุมชายแดนด้านตะวันออกเฉียงเหนือ มาจนถึงภาคตะวันออกทิ้งเสีย เนื่องเพราะว่ายันเอาไว้หลายเวลาเต็มทีแล้ว จนกระทั่งเห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะทำสิ่งหนึ่งประการใดมาก็ตาม ผลจะเกิดเป็นมหาสะท้อนย้อนกลับไปเป็นร้อยเท่าพันทวี..!

แม้กระทั่งการที่จะไปแหกตาหลอกชาวโลก ก็กลายเป็นว่าชาวโลกรู้เช่นเห็นชาติประเทศนั้นกันหมดแล้ว แต่ "พระ" ท่านบอกว่าเก็บเอาไว้ก่อนดีกว่า เนื่องเพราะว่าเมื่อตั้งใจให้เป็นไปแล้ว ระยะนี้สถานการณ์ประเทศชาติและสถานการณ์โลกก็ไม่ดีนัก จึงควรที่จะคงอยู่เอาไว้อีกสักระยะหนึ่งก่อน กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่กราบรับโอวาทเอาไว้ เนื่องเพราะว่า
การที่ "พระ" ท่านจะสงเคราะห์นั้นเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะต้องมีคนขอ แล้วในขณะเดียวกัน เรื่องที่ขอก็ต้องไม่เกินกฎของกรรมด้วย

ครั้นปลุกเสกวัตถุมงคลเสร็จเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็มาฉันเช้าร่วมกับทุกคน ซึ่งตอนแรกคิดว่าพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนที่ไปอบรมบาลีก่อนสอบรอบ ๒ ที่วัดพุทธบริษัทจะกลับมา จึงให้แม่ชีทำอาหารเพิ่มเอาไว้ แต่กลายเป็นว่าเพิ่มไปแล้วเสียเปล่า เนื่องเพราะว่าทางวัดพุทธบริษัทฉวยโอกาสเอาพระเณรไว้เพื่อทำบุญวันมาฆบูชาเสียก่อน อาหารเช้าจึงเหลือค่อนข้างที่จะมาก..!

เมื่อเสร็จจากอาหารมื้อเช้า กระผม/อาตมภาพก็ต้องมาฉันยา "น็อก" ตัวเองไปก่อน เพราะว่าจะต้องขึ้นเทศน์วันมาฆบูชาอีก จนกระทั่งประมาณ ๘ โมงเช้าจึงลุกขึ้นมาแต่งตัว ลงไปสนทนากับญาติโยม ซึ่งมักจะเป็นการด่าเสียมากกว่า..! เนื่องเพราะว่าแต่ละคนนั้นไม่เคยจดไม่เคยจำ เรื่องที่บอกที่กล่าวไปแล้ว จัดสถานที่เอาไว้สำหรับคนนั่ง ๔๐๐ - ๕๐๐ ที่ แทนที่จะนั่งข้างหน้าให้เต็มเสียก่อน กูก็ไปนั่งแถวหลังสุดทุกครั้งไป..!

บุคคลทั้งหลายเหล่านี้ อย่าหวังเลยว่าชีวิตนี้จะประสบความสำเร็จ เนื่องเพราะว่าการที่จะกล้าออกหน้าแสดงตัวตนก็ยังไม่มี ทำให้เห็นชัดว่าบารมีที่สร้างมายังอ่อนด้อยเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่การได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา ได้ฟังธรรมแล้วน้อมนำมาปฏิบัติ กระผม/อาตมภาพก็เชื่อมั่นว่าทุกคนสร้างบารมีมาดีแล้วแน่นอน แต่กลายเป็นว่าถึงสร้างมาแล้ว แต่ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าที่จะช่วงชิง แล้วจะให้ประสบความสำเร็จย่อมเป็นไปไม่ได้ การที่ท่านทั้งหลายไม่ยอมช่วงชิงนั้น ความจริงเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่ากำลังใจของเราในทางโลก ซึ่งยังต้องอาศัยอยู่กับโลกนั้น เรื่องพวกนี้ยังจำเป็นที่จะต้องมีอยู่ ไม่เช่นนั้นแล้วท่านก็อาจจะลำบากกว่าคนอื่น..!

ครั้นบ่นว่าญาติโยมไปจนถึง ๙ โมงเช้า กระผม/อาตมภาพก็ขึ้นเทศน์วันมาฆบูชา ต้องบอกว่าพยายามที่จะตั้งสติ เนื่องเพราะว่าอากาศที่เปลี่ยนรุนแรงมาก กลับพาให้ไข้จับเสียได้..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้นจึงต้องตั้งสติให้มั่นคง ไม่เช่นนั้นแล้วเรื่องที่พูด เรื่องที่เทศน์ อาจจะไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจพูด ตั้งใจคิดเอาไว้ เนื่องเพราะว่าร่างกายที่แก่ชรามาถึงระดับนี้แล้ว อาจจะทำให้ "รวน" ไปบ้างก็ได้

สมัยก่อนที่รับใช้พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงอยู่ บางขณะก็คิดว่าหลวงพ่อท่านพูดอะไรออกมาแท้ ๆ เรากลับฟังไม่รู้เรื่องเลย เมื่อมีโอกาสกราบเรียนถามท่าน ท่านก็บอกว่า "ข้าก็อยากพูดให้รู้เรื่องทุกครั้ง แต่พอถึงเวลาร่างกายรวนมาก ๆ บังคับไม่ได้อย่างใจ เรื่องที่พูดออกไปอาจจะกลายเป็นคนละเรื่องกันก็ได้" ครั้นมาแก่ตัวเข้าประสบพบด้วยตนเองถึงได้รู้ แต่ก็พยายามที่จะรักษากำลังใจเอาไว้ ไม่เช่นนั้นแล้วญาติโยมที่รู้จักสังเกตก็อาจจะเสียกำลังใจได้..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า วันนี้, 01:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,946
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,726 ครั้ง ใน 37,564 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ครั้นจบจากการแสดงพระธรรมเทศนาแล้ว ก็ยังต้องลงมาร่วมเจริญพระพุทธมนต์กับพระภิกษุสงฆ์ของเรา ซึ่งวันนี้ กระผม/อาตมภาพก็ได้ดุ "ปลัดแป๊ะ" (พระปลัดวินัย ชาคโร) เจ้าอาวาสวัดพุทธมณฑลอรัญญิกาวาส ซึ่งท่านนำสวดแล้วอักขระฐานกรณ์เพี้ยนไปหมด

อย่างเช่นว่า "สัพผะมังขะลัง" เหล่านี้เป็นต้น ทั้ง ๆ ที่ต้องออกเสียงให้ชัดว่า "สัพพะมังคะลัง" เนื่องเพราะว่าเป็นคนละเสียงวรรณยุกต์กัน อาวุโสถึงระดับนั้นแล้ว ถ้าขืนปล่อยให้พ้นไปแบบนั้นเรื่อย ๆ บรรดารุ่นหลังจะคิดว่ารุ่นก่อนนี้สวดถูกต้อง เลียนแบบตามไปก็จะทำให้พังวอดวายกันไปหมด..! เรื่องพวกนี้ถ้าหากว่าไม่บอกกล่าวให้ชัดเจน ไม่พยายามแก้ไข ก็จะสร้างความเสียหายให้กับพระพุทธศาสนาได้ เนื่องเพราะว่าอักขระเพี้ยน ความหมายก็จะเพี้ยนไปด้วย..!

เมื่อเสร็จจากการรับสังฆทานซึ่งเป็นการถวายภัตตาหารสังฆทาน และให้พรแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ไม่ได้ไปฉันเพล เนื่องเพราะว่าถ้าขืนมัวรอฉันเพลอยู่ ก็จะเสียเวลาในการที่จะพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายตนเอง จึงหาอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉันแล้วก็นอนภาวนาไป จนกระทั้งประมาณเที่ยงถึงได้ลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัว รอจนเสียงตามสายจบก็ลงอุโบสถ ทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์ ประชุมสงฆ์ ๓๑ รูป ให้การอุปสมบทนาค ๒ ราย ซึ่งบางรายชื่อที่เปลี่ยนมานั้น รู้สึกว่าจะเลิศหรูดูดีมากจนเกินไป..!

เมื่อบวชเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังต้องลงทบทวนพระปาฏิโมกข์ต่ออีก กว่าจะออกจากโบสถ์มาได้ มอบหมายให้พระพี่เลี้ยงนำพระใหม่ไป "พินทุ" "อธิษฐาน" สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ ส่วนที่เหลือก็ให้นำญาติโยมไปวางผางประทีป ไม่ว่าจะแปรรูปหรือแปรอักษรก็ตาม ในส่วนของลานธรรมหน้าอุโบสถ มอบหมายให้กับ "ท่านภีม" (พระกวีวัธน์ สทฺธาธิโก) ซึ่งรับหน้าที่ในการวาดรูปและวางผางประทีปมาหลายครั้งแล้ว ฝีมือเป็นที่ไว้วางใจได้แน่นอน

ในส่วนของถนนเข้าวัดท่าขนุนและลานธรรมอีกฝั่งหนึ่งนั้น ก็ต้องมอบหมายให้ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) และญาติโยมที่คุ้นชินกัน มีการตรวจสอบภาพมุมสูงจากยอดพระพุทธเจติยคีรี ส่งภาพลงมาให้แก้ไขเป็นระยะ ๆ

ส่วนกระผม/อาตมภาพเองนั้น ต้องมาทำเกียรติบัตรผู้ที่ชนะการแข่งขันประกอบอาหารพื้นบ้านในวันนี้ ซึ่งก็คือขนมต้ม และแข่งขันขูดมะพร้าว นอกจากนั้นแล้วยังต้องเตรียมซองรางวัลเอาไว้ เพราะว่าช่วงเย็นยังต้องออกไปหน้าวัด ในการดูการแสดงของงานประจำปีปิดทองรอยพระพุทธบาทวัดท่าขนุน และทำบุญอุทิศอดีต ๗ เจ้าเมืองหน้าด่านจังหวัดกาญจนบุรี และเตรียมปัจจัยต่าง ๆ สำหรับคณะหรือหน่วยงาน ซึ่งเตรียมการแทนกระผม/อาตมภาพ จะต้องมาเบิก รวมแล้วก็เป็นแสนอยู่เหมือนกัน..!

ส่วนการที่ออกไปดูการวางผางประทีปนั้น แค่เดินออกไปเป็นกำลังใจแก่ผู้อื่นชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็กลับมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน อีกสักครู่หนึ่งก็คงต้องออกไปตามประทีปแล้ว

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 18 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 6 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 6 คน )
 

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:09



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว