กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า เมื่อวานนี้, 17:24
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 648
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 30,217 ครั้ง ใน 1,136 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 00:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,508 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรม Sotetsu Hotels จังหวัดนากาโนะ อยู่ที่ ๑ องศาเซลเซียส ไม่ถือว่าหนาว

หลังจากที่ภาวนาจนครบชุดแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ไปล้างหน้าแต่งตัว จัดเก็บข้าวของทุกอย่างจนเรียบร้อย แล้วมาทำการตรวจแก้ไขบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ซึ่งบางคำที่กระผม/อาตมภาพพูดไปนั้น บางทีผู้ถอดเสียงก็อาจจะเข้าใจผิดและถอดเสียงออกมาผิด จึงต้องแก้ไขกันอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นมีอยู่ครั้งหนึ่ง กระผม/อาตมภาพพูดคำว่า "พาสเวิร์ด" ปรากฏว่าผู้ถอดเสียงถอดออกมาเป็น "พระสวด" จึงทำให้ต้องคอยระมัดระวังแก้ไขอยู่ตลอดเวลา และสำนวนบางอย่าง ถ้าอ่านแล้วไม่รื่นหูรื่นตา ก็อาจจะต้องมีการตัดออกบ้าง

จนกระทั่งได้เวลา ๖ โมงครึ่ง พวกเราก็ลงไปที่ห้องอาหารชั้น ๕ ซึ่งกระผม/อาตมภาพหอบกระเป๋าลงมาเลย เพราะว่ามีกระเป๋าถือเพียงใบเดียว ส่งบัตรให้กับเจ้าหน้าที่ห้องอาหารแล้ว ก็เข้าไปตักอาหารบุฟเฟ่ต์ได้ตามใจตัวเอง ในลักษณะแบบนี้ เราจะฉันอะไรก็เลือกเอาเองตามสบาย

เมื่ออิ่มแล้วก็มาทำการเช็คเอาท์กับเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งมีให้เลือกทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น จึงไม่ลำบาก แค่กดคำว่าภาษาอังกฤษและกดคำว่าเช็คเอาท์ จากนั้นก็สอดบัตรเข้าไปในช่อง เครื่องจะรับไปตรวจสอบโดยอัตโนมัติ แล้วก็แจ้งเราว่าเช็คเอาท์ให้เรียบร้อยแล้ว เราก็แค่กด OK เท่านั้นเอง

จากนั้นพวกเราก็มาขึ้นรถ วิ่งตรงไปยัง "วัดเซ็นโคจิ" ที่ห่างออกไปแค่ ๙ นาทีเท่านั้น เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้ว เดินเข้าไปข้างในก็ต้องร้องโอ้โฮ..! เนื่องเพราะว่ามหาวิหารหลังใหญ่มหึมาและสร้างจากไม้ทั้งสิ้น เห็นแล้วก็ยังทึ่งว่าคนโบราณทำไมมีความพากเพียรขนาดนี้ ? แถมยังก่อสร้างได้สวยงามอลังการอีกด้วย

"คุณนายโย" (นางสาวทัศน์วรรณ พิพัฒน์รังสรรค์) งวดนี้มีหน้าที่ไปจ่ายเงินค่าตั๋วการเข้าชมทุกแห่ง ซึ่งมีหลายคนบ่นว่า "มากับหลวงพ่อ คุณนายโยยอมให้เข้าทุกที่ ถ้ามากันเอง บางทีแม่เจ้าประคุณบอกว่าเปลืองตังค์..! ให้เดินดูแต่ข้างนอกเท่านั้น" "กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วยังหัวเราะ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
พุทธภูมิ (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #3  
เก่า วันนี้, 00:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,508 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อเดินเข้าไปทางด้านใน เสียงพระกำลังสวดมนต์ทำวัตรเช้าอยู่ มีพุทธศาสนิกชนหลายสิบคนร่วมสวดมนต์อยู่ด้วย เมื่อส่งตั๋วให้กับเจ้าหน้าที่ อีกฝ่ายบอกว่า "Sorry" แล้วก็ให้หยุดรอ จากนั้นก็หยิบเงินจำนวน ๖๐๐ เยนคืนมาให้ บอกว่าเป็นนักบวชไม่ต้องจ่ายค่าตั๋ว..!

กระผม/อาตมภาพเข้าไปก็จัดแจงถ่ายรูปการทำวัตรของพระ มีเจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่า "Sorry, No Photo..!" กระผม/อาตมภาพก็รับทราบด้วยความเคารพ แล้วรับเอาพวงมาลัยแก้ว พร้อมกับพานแก้วจาก "คุณนายโย" ที่เตรียมเอาไว้ ไปกราบสักการะหลวงพ่อสุโขทัย ซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศไทยเนิ่นนานแล้ว เป็นพระพุทธรูปหน้าตักประมาณ ๗ นิ้วเท่านั้น แต่ว่างดงามมาก ๆ

หลังจากที่กราบสักการะและถวายพวงมาลัยแก้วแล้ว ก็ไปเข้าห้องทดสอบจิตใจ ซึ่งเป็นห้องที่มืดสนิท ลงบันไดไปแล้ว ต้องเดินเป็นระยะทางที่ไกลมาก ด้วยความที่กระผม/อาตมภาพไม่กลัวอะไร จึงเดินนำทุกคนลิ่ว ๆ ไป ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นระยะทางใกล้ไกลเท่าไร รู้แต่ว่าเลี้ยวโค้งไป ๑ ครั้ง และเป็นทางโค้งเล็ก ๆ อีก ๓ ครั้ง จากนั้นก็เริ่มมองเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เมื่อเดินออกมาก็เป็นบันไดขึ้นมาทางด้านบน ใกล้เคียงกับทางเข้านั่นเอง

เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการทำวัตรสวดมนต์ พวกเราจึงเดินออกมาทางด้านนอก ซึ่งสถานที่กว้างขวางใหญ่โตมาก ได้ยินว่าเป็นส่วนของวัดเซ็นโคจินี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าก็ดี ศาลา อาราม วิหารต่าง ๆ หลายต่อหลายหลังก็ตาม

คำว่าวัดในที่นี้ก็คือมีศาลา มีพระพุทธรูป หรือว่ารูปพระสงฆ์ให้เข้าไปกราบสักการะ ตลอดจนกระทั่งร้านค้าของที่ระลึกต่าง ๆ ซึ่งพวกเรามาเช้าเกินไป จึงมีร้านแค่สองร้านที่เปิดจำหน่ายของที่ระลึก ประเภทลูกประคำ ตลอดจนกระทั่งของขลังต่าง ๆ แต่ว่าราคาค่อนข้างจะดุ ก็คือหมื่นกว่าเยนขึ้นไปถึงสองหมื่นกว่าเยน ถ้าเป็นพระพุทธรูปไม้แกะก็เป็นแสนเยนขึ้นไป..! พวกเราจึงได้แต่ชมด้วยสายตาและถ่ายรูปกันเท่านั้น

จากนั้นก็เดินไปตาม "ถนนคนเดิน" ออกไปทางด้านหน้าวัด ซึ่งตอนขาเข้ามานั้น เราวิ่งมาจนเกือบถึงอยู่แล้ว แต่เขาบังคับให้เลี้ยวซ้ายออกไปวนหาที่จอดด้านหลัง อากาศตอนนี้ค่อนข้างจะเย็น เพราะว่าลมแรงมาก พวกเราถ่ายรูปกับซุ้มประตูและบรรดาวิหารต่าง ๆ มีสิ่งสำคัญอยู่ก็คือพระพุทธเจ้าปางปรินิพพาน ซึ่งมีชาวประมงลากอวนติดขึ้นมา จึงถวายไว้ที่วัดนี้ เป็นพระความยาวน่าจะไม่เกิน ๒ เมตรครึ่งเท่านั้น

เมื่อพวกเราสักการะ และทำบุญกันแล้ว ก็เดินชมสถานที่ ตลอดจนกระทั่งศาลเจ้าที่เขาขอพรกัน ซึ่งมีหลังเล็ก ๆ ใหญ่ ๆ เต็มไปหมด และทั้งหมดก็เป็นของวัดด้วยกันทั้งสิ้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
พุทธภูมิ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #4  
เก่า วันนี้, 00:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,508 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จนกระทั่งย้อนกลับมาทางด้านใน เพราะว่าหนาวได้ที่ จึงเข้าไปในร้านกาแฟชื่อดังของอเมริกัน ซึ่งบุกมาทุกสถานที่สำคัญของญี่ปุ่น กระผม/อาตมภาพรับชาเขียวร้อนฉ่า ซดเข้าไปจนรู้สึกว่าตัวละลายดีแล้ว ค่อยเดินย้อนกลับเข้าไปด้านใน ซึ่งตอนนี้ร้านค้าต่าง ๆ เปิดแล้วเป็นส่วนมาก

พวกเราเลี้ยวซ้ายมือของขาเข้า ซึ่งมีลักษณะเหมือนอย่างกับเป็นสังฆาวาส (สถานที่พักของพระภิกษุสงฆ์) แต่ก็มีศาลาทำบุญ มีสถานที่ไหว้พระต่าง ๆ เมื่อเข้าไปทางด้านใน เขาห้ามถ่ายรูป "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) จึงบูชาเทียนมาให้ ๑ ต้น ราคา ๑,๐๐๐ เยน ให้กระผม/อาตมภาพตามถวายเป็นพุทธบูชา

จากนั้นก็เดินเข้าไปอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งมีการให้สร้างบุญด้วยการหมุนตู้พระไตรปิฎกใหญ่มหึมาที่น่าจะเรียกว่าหอไตรมากกว่า..! โดยที่เราต้องซื้อตั๋วแล้วเข้าไปหมุน แต่ด้วยความที่ว่าเจรจากันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เนื่องเพราะว่าผู้เฝ้านั้นพูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่นเป็นส่วนมาก ได้ยินแต่ว่า "อาโน่..อาโน่" กระผม/อาตมภาพขี้เกียจรอจึงเดินออกมาด้านนอก ได้ยินว่า "คุณนายโย" ต้องไปหมุนตู้พระไตรปิฎกอยู่คนเดียว..!

เมื่อเดินวนกลับมาทางด้านใน พวกเราเลี้ยวซ้ายออกไปทางหอพิพิธภัณฑ์ของวัด ซึ่งเมื่อซื้อตั๋วเข้าไปแล้ว เขาห้ามถ่ายรูปอีกตามเคย สถานที่ด้านบนนั้นเป็นหอสวดมนต์ แต่ว่าด้านล่างเดินลึกเข้าไป เป็นสถานที่เก็บวัตถุโบราณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป รูปพระโพธิสัตว์ รูปพระสงฆ์ ตลอดจนกระทั่งเทพพิทักษ์พระพุทธศาสนาต่าง ๆ โดยเฉพาะเจ้าวัวตัวสำคัญ ซึ่งได้ยินว่าใช้แรงงานในการสร้างวัดนี้มาตั้งแต่ต้น จนเขาหล่อรูปไว้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดไปเลย..!

เมื่อชมกันจนทั่วแล้ว พวกเราก็เดินวนออกมา อ้อมมหาวิหารไปเพื่อเข้าห้องน้ำก่อน ครั้นเดินวนออกมาด้านนอก ก็แทบเขกหัวตัวเอง..! เนื่องเพราะว่าทางข้างพิพิธภัณฑ์นั้น สามารถเดินไม่กี่ก้าว ก็ออกมายังลานจอดรถเลย เรียกว่า "โง่มาก่อนฉลาด..!"

จากนั้นพวกเราก็วิ่งตรงไปในเมืองเพื่อหาอาหารรับประทาน มาจอดที่ลานจอดรถอาซุซากาวะเพื่อเข้าห้องน้ำและฉันเพล เราสามารถมองเห็นยอดเขาหิมะไกล ๆ สอบถามเจ้าของสถานที่แล้ว เขาเรียกว่ายอดเขาม้าขาว เนื่องเพราะว่าบรรดายอดเขาหิมะสูง ๆ ต่ำ เหมือนกับม้าสีขาวควบตามกันไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
พุทธภูมิ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #5  
เก่า วันนี้, 00:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,508 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่ออิ่มแล้ว พวกเราก็วิ่งต่อมาเติมน้ำมัน ซึ่งต้องบริการตัวเอง ปัจจุบันนี้อาศัยแอพฯ แปลภาษาช่วยได้มาก เนื่องเพราะว่าสามารถอ่านภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย แล้วก็เดาเอาว่าเขาพยายามสื่อความหมายอย่างไร ? จึงสามารถที่จะกดปุ่มเติมน้ำมันและจ่ายเงินได้ถูกต้อง

จากนั้นก็วิ่งเข้าอุโมงค์ไปครั้งแล้วครั้งเล่า บางช่วงก็ต้องผ่านทะเลสาบ ซึ่งน่าจะเป็นส่วนของพื้นที่น้ำเหนือเขื่อน บางแห่งก็เป็นสะพานเหล็กสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ รู้สึกว่าพวกเราวิ่งเข้าป่าเข้าดงไปเรื่อย สอบถามแล้วถึงได้รู้ว่าทางด้านที่เรามุ่งตรงไปนั้น ไม่มีทางด่วนให้ไปได้ จึงวิ่งมาจนกระทั่งถึงจุดพักรถซาวันโดะ มีลานหิมะกว้างขวางมาก เจอคณะคนไทยที่นี่ด้วย พวกเราเข้าห้องน้ำแล้วก็วิ่งตรงไปยังเมืองสำคัญคือทากายามะ ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างจะนาน จนกระทั่งบ่าย ๒ โมงกว่าจึงมาถึงลานจอดรถ

เมื่อจอดได้แล้วก็เข้าไปสักการะศาลเจ้าประจำเมือง กระผม/อาตมภาพล้วงเอาเหรียญที่ทางด้านวัดเซ็นโคจิคืนมาให้ ถวายให้ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จากนั้น "คุณนายโย" ก็ไปซื้อตั๋ว เพื่อที่จะให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิลปศาสตร์และประวัติศาสตร์ของเมืองทากายามะ พอเข้าไปแล้วก็แทบร้อง "โอ้โฮเว้ย..!" เนื่องเพราะว่าเขาจำลองสถานที่มรดกโลก ก็คือตำหนักของท่านโชกุนโทกุกาวะ อิเอยาสุ ที่เมืองนิกโกะ ซึ่งเราชมทีละหลังก็ไม่รู้สึกอะไร แต่ที่นี่เขาย่อส่วนเล็กลงมาในอัตราส่วนที่สามารถขยายเท่าของจริงได้ ไม่ทราบเหมือนกันว่าอยู่ในอัตรา ๑ : ๓๐ หรือเปล่า ? แต่เมื่อเห็นทุกหลังพร้อมกันแล้ว ถึงได้รู้ว่าพระตำหนักจริงนั้นอลังการงานสร้างขนาดไหน..?!

โดยเฉพาะงานฝีมือแต่ละชิ้น ละเอียด ประณีต และถอดแบบของจริงมาทุกกระเบียด โดยทราบทีหลังว่า ช่างที่สร้างพระตำหนักโชกุนทั้งหมดนั้น เป็นชาวเมืองฮิดะ หรือว่าปัจจุบันนี้คือเมืองทากายามะนั่นเอง ชมแล้วชมเล่า วนแล้ววนเล่า ถ่ายรูปเท่าไรก็ไม่รู้จักเบื่อเสียที เนื่องเพราะว่าสามารถที่จะดูได้อย่างใกล้ชิด ไม่เหมือนกับของจริงที่เป็นหลังใหญ่จนดูได้ไม่ทั่วถึง..!

จนกระทั่งต้องตัดใจเดินออกมาเข้าพิพิธภัณฑ์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งด้านนี้เป็นราชรถ ราชยาน และพระยานมาศ ได้ยินว่าเป็นขบวนแห่พระเกียรติยศในสมัยก่อน ปัจจุบันนี้ในงานประจำปีก็ยังเอาออกมาแห่เป็นปกติ เขาสร้างประตูไว้ใหญ่โตมโหฬาร เพื่อที่จะเอาบรรดาราชรถ ราชยานนี้ออกมาได้ ต้องขออนุโมทนาที่ท่านทั้งหลายมีใจรักในประวัติศาสตร์และศิลปศาสตร์ สามารถเก็บรักษาสิ่งสำคัญที่งดงามเหล่านี้เอาไว้ ให้ลูกหลานเหลนทั้งหลายได้ชื่นชมกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
พุทธภูมิ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #6  
เก่า วันนี้, 00:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,508 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จากนั้นพวกเราก็วิ่งต่อมายังลานจอดรถแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะเข้าไปยังวัดไดโอจิ แต่ว่าเป็นลานของเอกชนที่มีบุคคลเช่าที่จอดเต็มหมดแล้ว ต่อให้ว่างอยู่ เราก็เข้าไปจอดไม่ได้ ยังโชคดีที่ "มัคคุเทศก์พิเศษ" ของเรา ชี้ไปยังสถานที่ว่างสำหรับจอดรถได้ ๓ คัน ไม่ทราบว่าเป็นของมูลนิธิอะไรเพราะว่าฟังไม่ถนัด ให้เข้าไปจอดตรงที่นั้นได้ ต้องงัดข้อกันว่า "จะจอดได้จริงหรือ ?" เพราะว่าอยู่ในลานจอดนี้เหมือนกัน อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า "วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิหยุดทำงาน" พวกเราจึงจอดฟรี ไม่ต้องเสียเงิน..!

เมื่อเข้าไปใน "วัดไดโอจิ"แล้ว ทางที่เราเข้านั้นเป็นประตูเล็กด้านข้าง มีรูปเศียรพระพุทธรูปอยู่เศียรหนึ่ง ไม่ว่าเราจะเดินไปทางด้านไหน ท่านก็หันมองตามโดยตลอด จนไม่สามารถที่จะถ่ายภาพนิ่งได้ชัดเจน จึงต้องถ่ายเป็นวิดีโอไปแทน เข้าไปข้างในมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งเก่าแก่มาก ตั้งอยู่กลางแจ้ง ได้ยินว่าสร้างเพื่อขับไล่โรคระบาดในสมัยนั้น และ,องกันไม่ให้โรคกำเริบอีกต่อไป อยู่ในลักษณะของ "พระนิรโรคันตราย" กระผม/อาตมภาพจึงกราบสักการะ ถวายปัจจัยไป ๕๐๐ เยน ขอฝากโรคทั้งหลายไว้กับท่านด้วย..!

พวกเราเดินชมสถานที่และถ่ายรูปกันจนพอใจแล้ว ก็วิ่งต่อไปอีกไม่ไกล ผ่านถนนสองสาย ซึ่งเขารักษาบ้านเมืองเก่า ๆ สมัยเอโดะเอาไว้ จัดให้เป็นถนนคนเดิน แต่ว่าเราไม่ได้แวะ มาแวะจอดที่ลานจอดรถ ใกล้จวนอดีตเจ้าเมืองฮิดะ หรือว่าเมืองทากายามะในปัจจุบันนี้ ซึ่งเจ้าเมืองแห่งนี้ขึ้นตรงกับรัฐบาลเอโดะ มีหน้าที่ในการปกครองพื้นที่ เก็บภาษี ว่าความ ตลอดจนกระทั่งจัดการเรื่องการเงินการคลัง สถานที่กว้างขวางใหญ่โตทีเดียว เขาจัดให้พวกเราเดินวนดูอยู่ทางด้านใน สิ่งต่าง ๆ ที่แสดงอยู่นั้นก็คือความเป็นอยู่ในสมัยเอโดะนั่นเอง

พวกเราเดินดูกันอยู่นาน กว่าที่จะครบครันทุกห้อง ออกมาถ่ายรูปหมู่กันแล้ว คราวนี้ก็วิ่งยาวไปยังบ้านชิราคาวาโกะ หรือหมู่บ้านหิมะนั่นเอง ต้องเข้าอุโมงค์ไปครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะก่อนถึงหมู่บ้านนั้นเป็นอุโมงค์ยาวถึง ๑๗ กิโลเมตร..! เมื่อโผล่ออกมาทางด้านนอก มีแต่หิมะขาวโพลนไปหมด พวกเราเลี้ยวขวาแล้วเห็นมีทางอยู่แทบจะกึ่งกลางภูเขา..! นึกว่าต้องขึ้นไปแต่ไม่ใช่ เนื่องเพราะว่าวิ่งมาถึงสามแยกไฟแดง ก็เห็นโรงแรมที่พักของเราอยู่ตรงหน้าแล้ว ชื่อว่า "โรงแรม Onyado Yui no Sho"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
พุทธภูมิ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #7  
เก่า วันนี้, 00:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,508 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สิ่งแรกที่ทำเมื่อเข้าไปถึงก็คือ ต้องถอดรองเท้าฝากล็อกเกอร์เอาไว้ก่อน จากนั้นก็ส่งกระเป๋าให้พนักงานของโรงแรมเช็ดล้อให้สะอาดสะอ้าน ยังสงสัยอยู่ว่า "อะไรจะปานนั้น ?" แต่พอเช็คอินแล้ว พวกเราเดินเข้าไปข้างในถึงได้รู้ เพราะว่าเขาปูเสื่อเอาไว้ทั่ว สะอาดสะอ้าน เดินนุ่มสบายเท้าทีเดียว..!

"คุณนายโย" ถามว่า "หลวงพ่อจะแช่น้ำร้อนก่อนหรือไม่ ?" เพราะว่ามีห้องว่างพอดี กระผม/อาตมภาพจึงอาศัยความคล่องตัวแวบเข้าไปก่อน สถานที่แห่งนี้เป็นห้องออนเซ็นส่วนตัว ใครเร็วใครได้ เมื่อเข้าไปแล้วถึงเห็นอ่างขนาดใหญ่ ที่มีน้ำร้อนไหลลงไปตลอดเวลา แล้วก็มีช่องเปิดขนาดกว้างสามารถที่จะชมวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ ด้วย กระผม/อาตมภาพแช่อยู่ประมาณ ๑๐ นาทีเท่านั้น อุณหภูมิใกล้เคียงกับ "พุน้ำร้อนหินดาด" เลยทีเดียว..!

เมื่อแต่งตัวแล้วออกมานอกห้อง สอบถามว่า "มีใครจะแช่ต่อหรือไม่ ?" แต่ว่าทุกคนไปเข้าห้องกันแล้วเป็นส่วนมาก เหลือแต่เพียง"ตากล้องเอ๋" (นายสุรชาติ บุญเจริญ) และ "เถ้าแก่ตี๋" (นายชวาลภพ วิทูรสุนทร) ช่วยพากระผม/อาตมภาพไปยังห้องพัก เห็นแล้วก็ยังตกใจ เนื่องเพราะว่าเป็นห้องใหญ่โตมโหฬารมาก พักได้ถึง ๔ คน มีห้องอาบน้ำ ห้องส้วมตลอดจนกระทั่งห้องนั่งเล่นอีกต่างหาก ได้ยินว่าราคาคืนหนึ่ง ๕๖,๔๐๐ กว่าเยน ตีเป็นเงินไทยราว ๆ ๑๓,๐๐๐ บาท..!

แต่ "คุณนายปุ๊ก" (นางสาวพิกุลฉัตร พิจารณ์จิตร) ซึ่งเป็นนายทุนในการเดินทางครั้งนี้ ไม่ทราบเหมือนกันว่ามาบ่อยหรืออย่างไร ? จนกระทั่งได้ส่วนลด แจ้งว่าเหลือประมาณคืนละ ๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ถึงขนาดนั้นกระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วยังต้องกลืนน้ำลายเอื๊อก..!

เมื่อจัดข้าวของทุกอย่างเข้าที่และต้มน้ำร้อนเรียบร้อยแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งก็ส่งสัญญาณมาทางกลุ่มไลน์ นัดแนะเวลาในการรับประทานอาหารเช้า เมื่อทราบว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรแล้ว กระผม/อาตมภาพก็มาทำการส่งงานในกลุ่มไลน์ เสร็จเรียบร้อยจึงบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน พรุ่งนี้เช้าไม่ทราบเหมือนกันว่าจะได้รับความเมตตาจากเจ้าที่เจ้าทาง ในการสรรหาหิมะมาให้หรือไม่ ?

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
พุทธภูมิ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 3 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 2 คน )
มารวย๙

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:29



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว