|
#1
|
||||
|
||||
|
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด (-/\-) (-/\-) (-/\-) |
| สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#2
|
||||
|
||||
|
วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อคืนและถึงช่วงเช้า มีแต่คนส่งข้อความและโทรศัพท์มาแสดงความยินดี กับตำแหน่งทางวิชาการที่รองศาสตราจารย์ (รศ.) ของกระผม/อาตมภาพ ต้องกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ เพื่อนพระสังฆาธิการ และเจริญพรขอบพระคุณญาติโยมทุกท่าน ที่อุตส่าห์แสดงความยินดีมากันมากมาย
เช้าวันนี้ อากาศที่โรงแรม Beijing Continental Grand Hotel ลดฮวบ ๆ ลงไปยิ่งกว่าราคาทองอาทิตย์ที่แล้ว..! จากเมื่อวานนี้อยู่ที่ -๑ องศาเซลเซียส วันนี้ลงไปถึง -๙ องศาเซลเซียส..! ทำเอาหลายท่านที่ไม่เคยชิน ถึงกับออกอาการว่า "ท่าจะไม่รอดเป็นแน่..!" แต่ก็ได้เตือนทุกท่านแล้วว่า ในเรื่องของอากาศนั้น ถ้าหากว่าไม่มีลมแบบเมื่อวานก็ไม่กระไรนัก เพียงแต่ว่าเราต้องไปในลักษณะ "จัดเต็ม" เท่านั้น ห้องอาหารเปิดได้ตรงเวลาเป๊ะแบบทุกวัน แต่ว่าวันนี้เปิดทั้ง ๒ ห้อง โดยมีทัวร์คณะใหญ่ของเมืองไทยอีกคณะหนึ่งไปใช้ห้องที่ ๒ เมื่อพวกเราฉันกันเรียบร้อยแล้ว มีบางท่านย้อนไปเข้าห้องน้ำก่อน กว่าจะมาขึ้นรถได้ก็ตก ๘ โมงกว่า กระผม/อาตมภาพเอง ซึ่งเป็นคนตรงเวลา ๐๗.๔๕ น. ก็ขึ้นไปนั่งรอบนรถแล้ว ก็เลยกลายเป็นนั่งหนาวอยู่คนเดียว การออกตรงเวลา ๘ โมงหมายความว่ารถออก ไม่ใช่ว่า ๘ โมงแล้ว ทุกท่านค่อยออกจากที่พักมาขึ้นรถ..! แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร เพราะว่าแต่ละคนมากันคนละทิศคนละทาง มีทั้งสายเพชรบุรีของ "ท่านเจ้าคุณกล้า" - พระวชิรวาที, ผศ.ดร. (กล้า วีรรตโน) รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร มีสายของท่านอาจารย์พระมหาสมคิด อตฺถสิทฺโธ ป.ธ. ๗ รองเจ้าคณะอำเภอโพธาราม เจ้าอาวาสวัดหนองโพ จังหวัดราชบุรี มีสายของ "หลวงพ่อเจ้าคุณเชาวลิตร" - พระวชิรปัญญากร (เชาวลิตร ชิตงฺกุโร) เจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ (พระอารามหลวง) เป็นต้น
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:01 |
| สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#3
|
||||
|
||||
|
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น กระผม/อาตมภาพจึงไม่ไปเคี่ยวเข็ญใคร หากแต่ใช้วิธีทำตัวเองเป็นตัวอย่าง แต่ดูท่าว่าตัวอย่างจะเป็นหมัน..! เนื่องเพราะว่าพอหลาย ๆ วันเข้าเริ่มคุ้นเคยกัน จาก "พระอาจารย์เจ้าคะ" "หลวงพ่อเจ้าขา" ก็ได้ยินบางท่านตะโกนมาแค่คำว่า "จารย์" คำเดียว ฟังแล้วเครียด..!
เมื่อถึงพร้อมรถเราก็ออกจากที่พักตรงไปยัง "พระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน" ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักค่อนข้างจะไกล พวกเราไปถึง ๘ โมงกว่า ลงจากรถมาบางคนทำท่าหนาวสะท้าน เนื่องเพราะว่าอากาศที่หน้าพระราชวังตอนนี้อยู่ที่ -๘ องศาเซลเซียส ต้องเดินไปค่อนข้างไกลเหมือนกัน กว่าที่จะมาถึงช่องตรวจตั๋ว ซึ่ง "คุณหยาง" มัคคุเทศก์ท้องถิ่นได้ซื้อตั๋วให้พวกเราแล้ว ทุกคนจึงชักแถวเข้าไปข้างใน ฟังคำบรรยายแบบคร่าว ๆ ว่า ที่นี่เป็นมรดกโลก ๑ ใน ๘ แห่งของเมืองปักกิ่งนี้ จากนั้นก็ให้พวกเราไปเข้าห้องน้ำ โดยที่ "คุณหยาง" กำชับว่า "ต้องเข้าให้ได้ เพราะว่าเป็นห้องน้ำของพระราชวังเชียวนะ..!" หลังจากนั้นก็นัดแนะพวกเราให้มารออยู่บริเวณทางออกนี้ตอนสิบโมง เมื่อแสดงตั๋วกับเจ้าหน้าที่แล้ว พวกเราก็เข้าไปข้างใน "คุณปุ๊" (นางสาวเสาวลักษณ์ วงศ์วานิช) ทัวร์ลีดเดอร์คนขยันของธรรมจารีทัวร์บอกว่า "นิมนต์หลวงพ่อเล็กก่อนเลยเจ้าค่ะ เพราะว่าคนอื่นคงจะตามไม่ทันแน่" กระผม/อาตมภาพกับ "มาดามชวง" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) จึงเดินเข้าไปข้างใน ค่อย ๆ ดูสถานที่ไปทีละแห่งทีละอย่าง แต่ด้วยเหตุที่นี่เป็นพระราชวังฤดูร้อน ดังนั้น..ลมจึงพัดดีมาก..! อากาศ -๘ องศาเซลเซียส เดินชมพระราชวังท่ามกลางลมหนาว รู้สึกว่าเป็นรสชาติของชีวิตทีเดียว..! เดินไปยังไม่ทันจะสุด ก็รู้สึกว่ามือไม้ชาหมดแล้ว.. พวกเราหามุมถ่ายรูปกันเป็นระยะไป น่าเสียดายที่ว่ามาเร็วไปประมาณ ๑ เดือน เนื่องเพราะว่าพวกต้นเหมยต้นท้อต่าง ๆ นั้น กำลังผลิดอกผลิใบ อยู่ในลักษณะตูม ๆ ถ้าหากว่าอยู่ในเดือนหนึ่งคงจะบานสะพรั่งไปทีเดียว เมื่อเดินเข้าไปจนถึงร้านขายของที่ระลึกทางด้านใน สอบถามแล้วว่าเรือหินอ่อนของซูสีไทเฮา หรือว่า "สื่อฮี้ไท่โฮ่ว" นั้น ยังอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ ๑ เท่าตัว พวกเราก็ถอดใจ เข้าไปเดินดูสินค้าที่ระลึกโดยที่ไม่ได้คิดจะซื้อ เนื่องเพราะว่าต้องการแค่ละลายตัวเองให้หายจากการแช่แข็งเท่านั้น..! เมื่อรู้สึกว่าเลือดลมเดินสะดวก ก็เดินถ่ายรูปย้อนกลับออกมาด้านนอก โดยเฉพาะบริเวณริมทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็งไปทั้งหมด จนออกมาเกือบถึงด้านนอกสุดแล้ว จึงได้เจอคณะของเราฟัง "คุณหยาง" บรรยายอยู่ตรงพระตำหนักทรงงานของซูสีไทเฮา กระผม/อาตมภาพกับ "มาดามชวง" จึงเดินออกมาทางด้านนอก ซึ่งมีมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ติดอาคารพระราชวังฤดูร้อนบนเขา ตลอดจนกระทั่งวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบด้วย
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:10 |
| สมาชิก 22 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#4
|
||||
|
||||
|
เมื่อถ่ายรูปเสร็จ ก็มุดเข้าไปร้านขายของที่ระลึกด้านนี้ เพื่อที่จะไปละลายตัวเองอีกรอบหนึ่ง..! จากนั้นก็มานั่งฉันน้ำร้อนที่พกไปทั้งกระบอก รอจนกระทั่งทุกคนกลับมา แต่ก็อยู่ในลักษณะของการ "จับปูใส่กระด้ง" ก็คือมองมาเห็นคนยังไม่เดิน กูก็มุดไปถ่ายรูป หรือมุดไปซื้อของต่อ..! ดูแล้วน่าปวดหัวแทน "คุณปุ๊" และ "คุณยอด" (นายธนณัฏฐ์ ฉันวัฒนาชัย ) เป็นอย่างยิ่ง
จนกระทั่งกระผม/อาตมภาพต้องบอกกับ "คุณหยาง" ว่า ให้ออกเดินเลย ไม่อย่างนั้นก็อยู่แค่ตรงนี้ ไม่ต้องไปไหนกัน พวกเราจึงเดินมาทางมุมที่เป็นทางออก แล้วถ่ายรูปหมู่กันตรงนี้ อยู่ในลักษณะของการเรียกคนไปในตัว จากนั้นจึงเดินออกไปข้างนอกไปรอรถของเรา จนกระทั่งขึ้นรถแล้ว มีบางคนโทรศัพท์มาบอกว่า "หายไปไหนกันหมด เขายังอยู่หน้าบริเวณจุดนัดพบอยู่เลย..!" กระผม/อาตมภาพเกิดความรู้สึกว่า "น่าตายมาก..!" ทำเอา "คุณหยาง" กับ "คุณยอด" ต้องขอเจ้าหน้าที่เขาเดินย้อนกลับเข้าไปรับ..! เมื่อพวกเราออกมาครบแล้ว พลขับก็พาตรงไปยังร้านอาหาร แต่แปลกที่ว่าภัตตาคารนี้มีสาว ๆ ชุดแดงอยู่ ๗ - ๘ คน แต่ว่าทุกคนไม่พูดไม่จา ถามอะไรก็ไม่มีใครรู้ ? เมื่อถามว่าโต๊ะที่จองไว้อยู่ไหน ? แกก็ชี้ไปที่ห้องว่า "อี๋ - เอ้อ - ซัน - ซื่อ" ก็คือห้องที่ ๑ - ๒ - ๓ -๔ แต่ไม่บอกว่าคณะของเราเป็นห้องไหน ? เมื่อเป็นเช่นนั้น กระผม/อาตมภาพจึงมุดเข้าไปเสียห้องหนึ่ง พรรคพวกพระอุปัชฌาย์และผู้ติดตามก็แห่ตามกันเข้ามา ที่เหลือก็ไปยึดอีกสองห้อง ไม่ทราบว่าห้องที่ ๔ นั้นเป็นของใคร ? สาว ๆ เหล่านี้เมื่อเข้ามาเสิร์ฟอาหารก็หน้านิ่งมาก ถามอะไรก็ไม่พูดไม่จา จนกระทั่ง "คุณหยาง" เข้ามาบอกว่า "ผมไปต่อว่าผู้จัดการแล้ว ว่าไปหาหุ่นยนต์แบบนี้มาจากไหน ? ผู้จัดการบอกว่าสาว ๆ เหล่านี้มาจากเกาหลีเหนือ ทางประเทศเกาหลีเหนืออนุมัติให้มาทำงานในปักกิ่ง โดยที่หักเงินเดือนครึ่งหนึ่งเป็นรายได้เข้ารัฐ พวกคุณเธอทั้งหลายจะได้แค่เงินเดือนครึ่งเดียวเท่านั้น ไม่ต้องไปพยายามพูดจีนด้วย เพราะส่วนใหญ่พูดได้แต่ภาษาเกาหลี" พวกเราก็เลยต้องก้มหน้าก้มตาฉันกันแบบเจียมเนื้อเจียมตัว ถ้าขืนพูดมาก ไม่รู้เหมือนกันว่า "ท่านประธานคิม" จะส่งระเบิดนิวเคลียร์มาลงภัตตาคารนี้หรือเปล่า..!? เมื่ออิ่มแล้วก็เดินออกมาขึ้นรถ จากนั้นก็วิ่งออกนอกเมืองปักกิ่ง ตรงไปยังบริเวณกำแพงเมืองจีนด่านจูหยงกวน เป็นอะไรที่สุดยอดมาก เนื่องเพราะว่ามีรถบัสของเราคันเดียว ซึ่งมาหลังอาหารกลางวันที่กินกันค่อนข้างเร็ว คณะอื่น ๆ ที่เขามาเที่ยวในช่วงเช้าจึงลงไปกินอาหารกันหมดแล้ว พวกเราซื้อตั๋วแล้วเดินเข้าไป ปรากฏว่าสแกนตั๋วอย่างไรก็ไม่ผ่าน..! จนเจ้าหน้าที่พลิกขึ้นมาดูแล้วก็บ่นเป็นกระบุงโกย เพราะว่าเจ้าหน้าที่ออกตั๋วให้เป็นสถานที่ไหนก็ไม่รู้ ? ได้ยินว่าเป็น ๑๓ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มาแบบ "คอมโบ" เสียด้วย "คุณหยาง" จึงปล่อยให้พวกเรายืนตากลมหนาวสั่นดิก ๆ ท่ามกลางอากาศตอนนี้ที่ -๔ องศาเซลเซียส และมีทีท่าว่าจะลดลงไปอีก..! เมื่อได้ตั๋วมาแล้ว พวกเราผ่านเข้าไปด้านใน ถ่ายรูปหมู่กันบริเวณที่เขาจัดขั้นบันไดเอาไว้ เพื่อหลอกให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันโดยเฉพาะ เนื่องเพราะว่าด้านหลังนั้น มีลายมือของท่านอ๋อง ซึ่งเป็นน้องชายของจักรพรรดิปูยี หรือที่คนจีนเรียกว่า "ผู่อี๋" เขียนเอาไว้ในเชิงยกย่องการมาเที่ยวกำแพงเมืองจีน จากนั้นพวกเราก็ "ฟรีสไตล์" นัดพบกันตรงนี้ตอนบ่ายสามโมง แล้วใครจะเดินไปไหนก็เชิญ..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : เมื่อวานนี้ เมื่อ 06:32 |
| สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#5
|
||||
|
||||
|
กระผม/อาตมภาพกับ "มาดามชวง" "คุณปู" (นางเสริมสวย แสงแก้ว) และ "น้องแก้ว" (นางสาวมาลี ศรีสุดใจ) ซึ่งค่อนข้างจะเร็วตามสไตล์สายวัดท่าขนุน ก็เลยเดินขึ้นไปแทบจะอยู่ในลักษณะ "ข้ามาคนเดียว" เดินไปถ่ายรูปไป ผ่านป้อมที่ ๑ ซึ่งความจริงก็คือป้อมที่ ๗ เลยมาหน่อยหนึ่ง เจอผู้หญิงจีนคนหนึ่งส่งภาษาอังกฤษถามว่า "มาจากไหน ?" จึงบอกเขาไปว่ามาจากประเทศไทย อีกฝ่ายปากอ้าตาค้าง ถามว่า "สงครามในประเทศไทยขยายตัวขนาดต้องหนีออกมาเมืองจีนเลยหรือ..!?"
กระผม/อาตมภาพเห็นว่าจะ "go so big" ไปกันใหญ่แล้ว เห็นด้านข้างมี "ฝาละมี" ของแม่เจ้าประคุณเป็นฝรั่ง น่าจะอายุเกิน ๖๐ ปี แต่ไม่แน่ใจในเรื่องอายุ เพราะว่าผู้ที่ผมบลอนด์นั้น ย่อมมีผมเผ้าหนวดเคราขาวไปด้วย เมื่อถามแล้วถึงได้ความว่า มีข่าวใหญ่ว่าประเทศไทยรบกับเขมร ถึงขนาดกษัตริย์ไทยต้องไปออกรบที่แนวหน้า..! ก็เลยทำให้เขาไม่กล้าไปเที่ยวกรุงเทพฯ กระผม/อาตมภาพต้องบอกว่านั่นเป็นชายแดนเขมรกับไทยทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ ไปอย่างน้อย ๆ ก็รถวิ่ง ๕ - ๖ ชั่วโมง ในกรุงเทพฯ ของเรา peaceful สงบสันติเป็นอย่างยิ่ง เล่นเอาอีกฝ่ายทำท่าเสียดายมาก เพราะไม่รู้จะไปไหน ? ก็เลยต้องพาคุณฝาละมีมายังบ้านเกิด ทั้ง ๆ ที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองในฝันแห่งหนึ่ง ที่คุณสามีชาวเยอรมันอยากจะไปมาก..! พวกเราปลุกใจปลอบใจกัน จนกระทั่งเดินขึ้นไปถึงป้อมที่ ๒ ที่ชันดิ่งทีเดียว แต่ความจริงก็คือป้อมหมายเลข ๘ มาถึงตรงนี้ มีแค่ "พระมหาเจริญ จิรวุฑฺโฒ ป.ธ. ๘" เจ้าคณะอำเภอบ้านบึง เจ้าอาวาสบ้านถ้ำ จังหวัดชลบุรี ตามมาอยู่รูปเดียว กับคณะของกระผม/อาตมภาพอีก ๔ รูป/คน ดูหน้าทุกคนพร้อมกับดูเวลานัดแล้ว ถ้าจะเดินต่อไปคงกลับมาไม่ทันนัดตอนบ่าย ๓ โมงแน่นอน จึงต้องชวนกันกลับลงมา แม้แต่ครอบครัวของคุณฝรั่งเยอรมันก็ตามลงมาด้วย
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:26 |
| สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#6
|
||||
|
||||
|
พวกเราค่อย ๆ เดินลงเพราะว่ายากกว่าเดินขึ้น เนื่องจากว่าทางชันดิ่งมาก ๆ ถ้าใครขาอ่อนก็มีหวังพับกลิ้งลงไปเป็นแน่..! ลงมานั่งมานอนหมดสภาพกันอยู่ข้างล่าง เข้าห้องน้ำบ้าง ชวนคุยบ้าง ส่งรูปเข้ากลุ่มไลน์บ้าง จนทุกคนกลับมาครบครันแล้ว "คุณหยาง" ก็นัดแนะว่าจะตรงไปยังสนามกีฬารังนก เพื่อให้หลายคนที่ยังไม่เคยเข้าชมสนามกีฬาตอนกลางคืน ได้ไปเข้าชมและถ่ายรูปในตอนกลางวันแทน
กระผม/อาตมภาพบอกกับทุกคนว่า "ถ้าถ่ายรูปแล้วผมจะเดินกลับโรงแรมไปเลย เพราะว่าห่างไม่เท่าไรเอง" "คุณหยาง" บอกว่า "ด้านที่รถจอดนั้น คนละด้านกับที่หลวงพ่อเข้าไปนะครับ ระยะทางเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นกิโลเมตรเลยทีเดียว..!" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "กิโลเมตรเดียว เรื่องเล็ก..!" ว่าแล้วก็ชวนทุกคนลงจากรถ โดยมีตำรวจเฝ้าสนามกีฬา ๓ - ๔ คน มองคณะของเราแบบงง ๆ เนื่องเพราะไม่เคยเห็นพระไทยมารวมกันถึง ๑๑ รูปแบบนี้..! เมื่อถ่ายรูปหมู่กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า "มาดามชวง" ที่สุขภาพค่อนข้างชำรุด เนื่องเพราะว่าตะเกียกตะกายตามกระผม/อาตมภาพขึ้นไปบนกำแพงเมืองจีน จึงนั่งเงียบอยู่บนรถ ปล่อยให้กระผม/อาตมภาพบอกลาทุกคน เดินกลับโรงแรม โดยถ่ายรูปมาเป็นระยะ ๆ แล้วก็เห็นว่าคนจีนนี้ไม่มีความเกรงใจใครเลย..! กระผม/อาตมภาพตั้งกล้องรอจังหวะคนว่างถ่ายรูปอยู่ เขาก็ไม่ได้สนใจที่จะมอง พุ่งเข้ามาถึง กูก็ไปลูบ ๆ คลำ ๆ เป้าหมาย เต๊ะท่าให้พรรคพวกเพื่อนฝูงถ่ายรูป จนกระทั่งท้ายสุดมาถึงหยกเหอเถียนก้อนยักษ์ ก็ยังมีครอบครัวที่มาถ่ายรูปแล้ววนดูแล้วดูอีก จนกระผม/อาตมภาพต้องตะโกนว่า "เหล่าป๋อ (ตาเฒ่า)..!" อีกฝ่ายหนึ่งถึงได้หันมามอง เมื่อโบกมือไล่ แกถึงได้หลีกให้ถ่ายรูป โดยที่กระผม/อาตมภาพยืนขาแข็งอยู่กลางลมหนาวมาเกือบ ๑๐ นาทีแล้ว..! เมื่อได้รูปที่ต้องการแล้ว ก็จ้ำไปอีกไม่ถึง ๑,๐๐๐ เมตร กลับมายังโรงแรมที่พักของคืนนี้ สิ่งแรกที่ทำก็คือเปิดน้ำร้อนใส่อ่าง เดี๋ยวสักครู่เมื่อบันทึกเสียงเสร็จแล้วจะแช่ได้ให้หนำใจ..! สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : เมื่อวานนี้ เมื่อ 21:52 |
| สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
![]() |
| ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน ) | |
|
|