|
#1
|
||||
|
||||
|
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด (-/\-) (-/\-) (-/\-) |
| สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#2
|
||||
|
||||
|
วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตั้งแต่ ๐๕.๔๕ น. กระผม/อาตมภาพก็นั่งรถบริการสาธารณะ หรือ Grab Taxi โดยความอนุเคราะห์ของ "ทิดดอย" (นายภาณุพงศ์ วังประภา) หรือถ้าจะใช้ให้ถูกต้องก็คือ "ดร.ภาณุพงศ์ วังประภา" ช่วยเรียกแล้วก็ตัดเงินในบัญชีให้ เพื่อไปส่งกระผม/อาตมภาพที่ท่าอากาศยานนานนาชาติสุวรรณภูมิ
นัดกันไว้ ๗ โมงเช้าที่ประตู ๔ เคาน์เตอร์ J แต่ไปถึงตั้งแต่ประมาณ ๖ โมงครึ่ง ทาง "ธรรมจารีทัวร์" ส่งเจ้าหน้าที่ทัวร์มารอรับอยู่แล้ว เป็นเด็กหนุ่มที่ทำงานคล่องแคล่วมาก ชื่อ "น้องเอ๊กซ์" (นายสุจินตณัฐ ปิยะซิ้มกุลวัฒน์) กระผม/อาตมภาพเห็นความคล่องตัว ความอ่อนน้อมถ่อมตนของเขาแล้วชอบใจมาก จึงมอบรางวัลให้ไป ๕๐๐ บาท..! เมื่อพวกเรารับเอกสาร โดยเฉพาะเอกสารผ่านเข้าเมืองอิเล็กทรอนิกส์ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า "ใบ ตม.จีน" และใบแท็กติดกระเป๋าต่าง ๆ มาแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ไปทำการเช็คอิน ซึ่งน้ำหนักกระเป๋าของตนเองก็คือ ๕.๓ กิโลกรัม แต่ว่าต้องรับหน้าที่แบกกระเป๋าอาหารของธรรมจารีทัวร์อีก ๑๒.๓ กิโลกรัม เรียกว่าไปไหนก็ต้องแบกน้ำหนักให้คนอื่นเป็นปกติ..! "มาดามชวง" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) ได้ทำการอัพเกรดตั๋วจากชั้นประหยัด ขึ้นไปเป็นชั้นธุรกิจ จึงต้องแยกไปเข้าทางช่อง Fast Track ของฆราวาส ซึ่งทางด้านนี้นั้นมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแบบคร่าว ๆ เท่านั้น แม้แต่การเอ๊กซเรย์ก็ไม่เคร่งครัดอะไร เพราะถือว่าเป็นบุคคลพิเศษ..! เข้าไปอาศัยอยู่ในเลานจ์ของการบินไทย ซึ่งมีอาหารมากมายเต็มไปหมด แต่กระผม/อาตมภาพมาแล้วก็ขาดทุน เนื่องเพราะว่ามีน้ำชาที่ติดมาเอง ๑ กระบอก อย่างอื่นก็ไม่ได้ฉันอะไร จึงนั่งภาวนาส่งจิตถึงบรรดาเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย และเทวดาที่ปกปักรักษาตนเอง อุทิศส่วนกุศลให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ตลอดเส้นทางในการเดินทางวันนี้ โดยเฉพาะ "ท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณ" "ท่านพี่อสุรินทราหู" ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ติดตัวประจำอยู่แล้ว ในฐานะวัตถุมงคลที่สามารถผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ได้ทุกครั้ง แม้ว่ารูปหล่อท้าวเวสสุวรรณของท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี หรือท่านเจ้าคุณสนธ์ ยติธโร วัดสุทัศนเทพวราราม จะหล่อด้วยโลหะผสมก็ตาม วัตถุมงคลที่ติดตัวอื่นก็มี "หลวงปู่ปานทรงครุฑ" และ "สมเด็จองค์ปฐมรุ่น ๒" ของหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงแค่นี้เท่านั้น
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:55 |
| สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#3
|
||||
|
||||
|
ส่วน "เจ้าตาหวาน" หรือว่า "เสือหลวงปู่ปาน วัดบางเหี้ย" นั้น เป็นสิ่งที่ติดอยู่ในเข็มขัด หรือเรียกภาษาพระว่า "ประคดเอว" เป็นประจำอยู่แล้ว เป็นองค์จิ๋ว ๆ ซึ่งถ้าไม่มีใครสนใจค้นหาจริงจัง ก็จะมองผ่านไปเลย แต่ขอโทษเถอะ..อานุภาพเวลาแสดงออกนี้ ยิ่งกว่าพญาเสือโคร่ง ๑๒ ศอกเสียอีก..! ไปไหนถ้าหากว่าตั้งใจขอให้พี่ท่านช่วย แค่มองหน้าเท่านั้น เจ้าหน้าที่ ตม. ก็มือเท้าอ่อนหมดแล้ว..! เป็นเรื่องตลกดีเหมือนกัน
จนกระทั่งใกล้เวลาแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินไปรอที่ประตูขึ้นเครื่องหมายเลข C2 เห็นเพื่อนพระอุปัชฌาย์หลายท่านมาถึงแล้ว คือ "หลวงพ่อเจ้าคุณเชาวลิตร" - พระวชิรปัญญากร (เชาวลิตร ชิตงฺกุโร) เจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ (พระอารามหลวง) "ท่านเจ้าคุณกล้า" - พระวชิรวาที, ผศ.ดร. (กล้า วีรรตโน) รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร "หลวงพ่อสำเนียง" (พระครูสุขุมปัญญากร) เจ้าอาวาสวัดทุ่งกฐิน เหล่านี้เป็นต้น และพระติดตามอีกจำนวนหนึ่ง สักครู่หนึ่ง ท่านอาจารย์พระมหาสมคิด อตฺถสิทฺโธ ป.ธ. ๗ รองเจ้าคณะอำเภอโพธาราม เจ้าอาวาสวัดหนองโพ จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นหัวหน้าทัวร์ในครั้งนี้ก็ตามมา และมีพระมหาเจริญ จิรวุฑฺโฒ ป.ธ. ๘ เจ้าคณะอำเภอบ้านบึง เจ้าอาวาสบ้านถ้ำ จังหวัดชลบุรี ตามมาอีกราย และมีพระติดตามอีกหลายคน รวมแล้วครั้งนี้เรามีคณะทั้งพระและญาติโยมรวมแล้ว ๓๙ รูป/คนด้วยกัน ด้วยความที่ถือตั๋วชั้น business class กระผม/อาตมภาพจึงได้รับนิมนต์ให้ขึ้นเครื่องไปก่อน จนต้องส่งไลน์ลงมาบอกพรรคพวกว่า "ไม่ต้องห่วง อยู่ที่ชั้น business class ข้างหน้าทุกคนนี่เอง" เจ้าหน้าที่ถวายผ้าร้อน ถวายน้ำร้อนน้ำเย็น ตลอดจนกระทั่งถามว่า "จะฉันอะไรเป็นอาหารเพล ?" เมื่อทราบว่ามีแกงคั่วไก่ จึงบอกว่า "เอาแกงคั่วไก่มาชุดหนึ่งก็แล้วกัน" แต่พอส่งมา ปรากฏว่าเป็นของว่างก่อนอาหาร ที่เรียกว่า "แอพพิไทเซอร์" รสชาติดี และเรียกน้ำย่อยได้สุดยอดมาก จากนั้นอาหารก็ตามมา นอกจากแกงคั่วไก่แล้ว ยังมีไข่เจียวฝรั่ง ที่เรียกว่า "ออมเล็ต" มาด้วย จากนั้นก็เป็นของหวาน ขนมปัง ตลอดจนกระทั่งน้ำร้อนน้ำชาอีกชุดใหญ่ เจ้าหน้าที่ยังถามว่า "ขาดเหลืออะไรบอกได้นะเจ้าคะ" แต่กระผม/อาตมภาพเองเห็นว่าไม่น่าจะขาดเหลืออะไรแล้ว จึงโบกมือบอกขอบใจทุกคนไป จากนั้นปรับเก้าอี้เป็นเอนนอน ส่งกำลังใจไปกราบพระ ภาวนาเพิ่มให้อีกชุดหนึ่ง เห็น "หลวงปู่ไห่ทง" ยืนยิ้มอยู่แต่ไกล ถามว่า "งานนี้หลวงปู่มาด้วยหรือครับ ?" ท่านบอกว่า "ต้องมาเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าหน้าที่ในการดูแลรักษา คาดว่าท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณและท่านพี่อสุรินทราหูน่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า" จึงน้อมจิตกราบขอบพระคุณหลวงปู่ท่าน
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:02 |
| สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#4
|
||||
|
||||
|
ยังไม่ทันไร เครื่องก็บินผ่านบริเวณอากาศแปรปรวนจนสะเทือนไปทั้งลำ..! เห็น "ท่านพี่อสุรินทราหู" ทำท่าเหมือนอย่างกับนักตะกร้อทีมชาติไทย ก็คือพร้อมที่จะพุ่งเข้ารับทุกลูกที่มาในทุกทิศทุกทาง ถ้าเปรียบเจ้าแอร์บัสลำนี้แล้ว ก็คงเหมือนแมลงตัวเล็ก ๆ ในอุ้งมือของพี่ท่านเท่านั้นเอง จึงรู้สึกว่าอย่างไรเสียวันนี้เราก็ปลอดภัยอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุด ปรากฏว่าไม่ได้ปลอดภัยเฉย ๆ เครื่องของเรามาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งต้าซิง ก่อนเวลาถึง ๓๐ นาที ทำเอา "คุณปุ๊" (นางสาวเสาวลักษณ์ วงศ์วานิช) หัวหน้าทัวร์ของเราในครั้งนี้บอกว่าไม่เคยเจอมาก่อน เนื่องเพราะว่ามีแต่เครื่องช้ากว่าเวลา กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "แต่กระผม/อาตมภาพเจอไปถึงก่อนเวลาเป็นประจำ" ทำเอาอีกฝ่ายทำตาโต หลวงพ่อเจ้าคุณเชาวลิตรบอกว่า "ต่อไปถ้าจะไปไหน ต้องไปกับหลวงพ่อวัดท่าขนุนแล้ว" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่พยักหน้ารับ ด้วยความที่ตนเองไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะมีแต่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องใบเดียว และขณะเดียวกันก็อยู่ชั้น business class ซึ่งเขาให้เดินออกมาก่อน จึงตรงออกมาทางด้านนอก ปรากฏว่าผ่าน ตม.มาแบบง่าย ๆ เพราะมองหน้าแล้วพ่อเจ้าประคุณก็ประทับตราให้แต่โดยดี สงสัยจะฝีมือ "น้องตาหวาน" เล่นเสียแล้ว..! แต่พอออกมาแล้ว "มาดามชวง" แจ้งว่า คณะของเราน่าจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าที่จะผ่านมาได้ครบ เพราะว่า ตม.จีนนั้นไม่ได้ง่ายแบบนี้ทุกคน เราจึงเดินต่อลงมาจนถึงทางด้านล่าง ซึ่งมีรถไฟพาไปยังสายพานรับกระเป๋า แต่เป็นเรื่องตลกมากที่ว่าเรายืนรออยู่ประตูที่ ๓ แล้วรถไฟก็เปิดแต่ประตูที่ ๑ เจ้าหน้าที่บนรถก็มองพวกเราแบบเฉยเมยมาก ไม่ได้สนใจอะไรเลย จนกระทั่งรถวิ่งออกไป ทำเอาพวกเราที่ยืนอยู่ประตูที่ ๒ และประตูที่ ๓ ออกอาการเหวอไปตาม ๆ กัน จนกระทั่งฉลาดพอแล้ว ก็ขยับไปที่ประตูที่ ๑ ยังสงสัยว่าทำประตูไว้ ๕ บานทำไม ? ในเมื่อเอ็งเปิดแค่บานเดียว..! คราวนี้สามารถขึ้นรถเที่ยวถัดไปได้ เพราะว่าเปิดประตูบานนี้บานเดียวจริง ๆ..! รถไฟใช้เวลาวิ่งไม่กี่นาทีก็มาลงบริเวณอาคาร T3 พวกเราตรงไปยังสายพาน ๔๒ กระผม/อาตมภาพกับ "มาดามชวง" รับเอากระเป๋าของตนเองมาแล้วก็ไปเข้าห้องน้ำ แล้วรอกันอยู่นานมาก กว่าที่ทุกคนจะตามมาถึง "ท่านอาจารย์มหาสมคิด" บอกว่า "ประธานรุ่นของเราแน่มากจริง ๆ ไปไหนก็คล่องตัวไปหมด" แต่กระผม/อาตมภาพอยากจะบอกว่า วันนี้ใช้บุญของ "มาดามชวง" มากกว่า
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:10 |
| สมาชิก 16 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#5
|
||||
|
||||
|
เมื่อพวกเราครบแล้ว ทางด้าน "คุณปุ๊" "คุณยอด" (นายธนณัฏฐ์ ฉันวัฒนาชัย ) ทัวร์ลีดเดอร์อีกคนหนึ่ง ก็พาพวกเราเดินออกมาทางด้านนอก มาเจอเจ้าหน้าที่ซึ่งถือป้ายธรรมจารีทัวร์ เป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นบอกว่าชื่อ "หยาง" เรียกว่า "อาหยาง" ก็ได้ จึงได้ถามว่า "ใช่แซ่หยางหรือเปล่า ?" เขาบอกว่า "ใช่" พวกเราทุกคนจึงรู้สึกสนิมสนมกันมาก เพราะว่าเคยชินกับวีรกรรมของ "ขุนศึกตระกูลหยาง" และโยมแม่ของกระผม/อาตมภาพก็ "แซ่หยาง" เหมือนกัน..!
พวกเราเดินออกมาข้างนอกก็ถึงกับสะท้านเฮือก เนื่องเพราะว่าอากาศด้านนอกแค่ ๗ องศาเซลเซียส ฟ้ามืดมัวขมุกขมัวไปหมด ยืนรอหนาวกันอยู่พักหนึ่ง รถบัสก็มารับพวกเรา พอขึ้นรถ "คุณปุ๊" กำลังบรรยาย "ท่านอาจารย์มหาสมคิด" บอกว่า "ให้หยุดบรรยายก่อน พวกเราต้องสวดมนต์ไหว้พระ" ว่าแล้วก็นำสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ต่อด้วย "คาถาป้องกันภัยทั้ง ๑๐ ทิศ" "คาถามงคลจักรวาล ๘ ทิศ" และ "คาถากำแพงแก้ว ๗ ชั้น" กระผม/อาตมภาพมองไปทาง "ท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณ" และ "ท่านพี่อสุรินทราหู" ถามท่านว่า "ผมไม่ควรสวดใช่ไหม ?" ทั้งสองท่านพยักหน้ารับ ประมาณว่าถ้าขืนสวดก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือได้ เพราะว่าโดนกำหนดเป็นเขตของพระรัตนตรัยไปแล้ว..! จึงได้บอกว่า ให้เผื่อไปทาง "มาดามชวง" "คุณปู" (นางเสริมสวย แสงแก้ว) และ "น้องแก้ว" (นางสาวมาลี ศรีสุดใจ) ด้วย เพราะถือว่าเป็นเด็กสายวัดท่าขนุนด้วยกัน..! หลังจากที่สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลแล้ว "คุณปุ๊"ก็บรรยายถึงความยิ่งใหญ่ไพศาลของเมืองจีน ขนาดที่เราออกมาจากสนามบิน พาทุกคนรับประทานอาหารเย็น ยังต้องใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งชั่วโมง และรถก็ค่อนข้างที่จะติดมากเสียด้วย เมื่อมาถึง "ภัตตาคารต้าเหิง "และเดินขึ้นชั้น ๒ แล้ว กระผม/อาตมภาพก็ต้องถอยหลังออกมา เนื่องเพราะว่าเป็นโต๊ะอาหารคาวหวานสมบูรณ์พร้อม ขอน้ำชาเขามา ๒ แก้ว ดื่มเสร็จแล้วก็ทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ซึ่งวันนี้มีความยุ่งยากตรงที่ว่า โรมมิ่งที่เปิดไว้ไม่ทำงาน มารู้ทีหลังว่า "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) ไปเปิดเป็นเบอร์ของ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ส่วนเบอร์ของ "หลวงพ่อเล็ก" ไม่ยักเปิดให้ มิน่า..ทำอย่างไรก็ไม่สามารถจะใช้งานได้ กลายเป็นว่าไม่รู้ว่า "เล็ก" ไหนเหมือนกัน..มั่วไปหมด..! กว่าจะแก้ไขได้ก็เสียเวลาไปครึ่งค่อนชั่วโมง เมื่อทำการบันทึกเสียงเสร็จแล้ว พวกเราก็จะเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม Beijing Continentel Grand Hotel แล้ว ซึ่งจะพักอยู่ที่ตลอดิ๔ คืน พรุ่งนี้ก็จะเข้าสู่โปรแกรมการดูงานของคณะต่อไป สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:30 |
| สมาชิก 18 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
![]() |
| ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 4 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 3 คน ) | |
| ประยงค์ |
|
|