|
#1
|
||||
|
||||
|
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๙
|
| สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#2
|
||||
|
||||
|
วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ลูกกิฟท์ (นางสาวอันตรา ลักษณะ) เจ้าของบริษัทเติมเต็มทราเวล ส่งรถแท็กซี่ไปรับกระผม/อาตมภาพ หลวงพ่อนิล (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร และน้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) จากที่พักวัดอุทยาน ตรงไปยังท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ความจริงเรานัดกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเวลาตีสี่ครึ่ง แต่ด้วยเหตุที่ว่าเป็นเช้ามืดวันอาทิตย์ รถจึงไปถึงก่อนเวลาค่อนข้างจะนาน
มาถึงทางนี้ ปรากฏว่าเจอท่านพันแสน (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส (ปิงโค้ง) รักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง ครูบาไอซ์ (พระนิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ) วัดเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และท่านอาร์ต (พระอัครพงศ์ ปญฺญวณฺโต) อดีตพระวัดท่าขนุนที่ขออนุญาตออกไปท่องโลกกว้าง ตลอดจนกระทั่งคณะญาติโยมหลายท่านที่มาถึงแล้ว กระผม/อาตมภาพโดนทดสอบกำลังใจตั้งแต่เช้ามืด ก็คือก่อนออกจากที่พัก ได้ทำการตรวจรายงานการประชุมคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ ซึ่งเลขาฯ มุก (นางดารฤชา ภาณุเบญจสิทธิ์) เลขานุการสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ ส่งมาให้ตรวจแก้ไขและลงนาม ทำเสร็จสรรพเรียบร้อย ยังไม่ทันจะเซฟ อยู่ ๆ ก็เครื่องเออเร่อร์ ดับวูบไปเฉย ๆ ครั้นเปิดขึ้นมาใหม่ ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิมทุกประการ เหมือนไม่ได้ตรวจแก้อะไรเลย..! แล้วข้อมูลก็เป็น ๑๐ หน้า กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่หัวเราะหึหึ ถ้าหากว่าจะทดสอบกำลังใจกันแบบนี้ ไม่ได้รับประทานหรอก..! ทางด้านเติมเต็มทราเวลพาพวกเราไปเช็คอิน กระผม/อาตมภาพที่ถือกระเป๋าไปแค่ใบเดียว น้ำหนัก ๔.๒ กิโลกรัม จึงต้องแบกกระเป๋าของทางเติมเต็มทราเวล ๑ ใบ น้ำหนัก ๑๙.๗ กิโลกรัมไปด้วย ครั้นได้ตั๋วเครื่องบินมาแล้ว ออกมานั่งรอด้านนอก ท่านปิง (พระกวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ถามว่า "กระบอกน้ำของหลวงพ่ออยู่ไหนครับ ?" กระผม/อาตมภาพเองต้องถือติดมือมาแล้วแน่นอน แต่ปรากฏว่าไม่ได้อยู่ใกล้ตัว ครั้นน้องเล็กเดินกลับไปดูยังที่นั่งเดิมก็ไม่เห็น กระผม/อาตมภาพเดินกลับไปดูเองอีกรอบหนึ่งก็ไม่เห็น จนกระทั่งลูกกิฟท์ที่ไม่ยอมย่อท้อ เดินกลับไปดูอีกรอบหนึ่ง ผลปรากฏว่าตั้งอยู่ตรงนั้นเอง..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:09 |
| สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#3
|
||||
|
||||
|
เรื่องพวกนี้ การทดสอบกำลังใจเขาต้องการแค่ดูว่าเราจะขุ่นมัวหรือไม่ ? ปล่อยวางได้หรือไม่ ? กระผม/อาตมภาพที่ทำใจแล้วว่า "ไม่มีกระบอกน้ำก็ไม่เป็นไร เบาดีเสียอีก" จึงทำให้สอบผ่าน เพียงแต่ว่าถ้าท่านทั้งหลายโดนทดสอบกำลังใจในลักษณะแบบนี้ โปรดระมัดระวังเอาไว้ให้มาก เนื่องเพราะว่าเวลาที่เราหิว เวลาที่เราง่วง เวลาที่เราเหนื่อย จะเป็นเวลาที่กำลังใจของเราจะเสียความมั่นคงได้ง่ายที่สุด..!
เมื่อพวกเราพร้อมกันแล้ว ก็ถ่ายรูปหมู่บริเวณรูปปั้นพญาไมยราพณ์ แล้วก็เข้าไปช่อง Fast Track เพื่อทำการเช็คอิน ซึ่งก็เหมือนเดิม คือพวกเราผ่าน ตม.ไปช้ากว่าพวกที่เข้าทางช่องธรรมดามาก ครั้นผ่านมาจนครบแล้ว ก็เดินไปรอที่ประตูขึ้นเครื่อง F3 กระผม/อาตมภาพเดินหาตู้ เพื่อที่จะเติมน้ำร้อนใส่กระบอก เนื่องเพราะรู้ดีว่าถ้ามีน้ำติดกระบอกมาด้วยก็คงจะสูญเปล่า จึงได้ฉันหมดตั้งแต่ด้านนอกไปแล้ว..! พวกเรานั่งรอจนได้เวลา เจ้าหน้าที่ก็มานิมนต์ให้ขึ้นเครื่อง ครั้นขึ้นไปถึงเรียบร้อยแล้ว ก็เห็นหลวงปู่ไห่ทง ซึ่งเคยรู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่หลายทริปก่อนของเมืองจีน หลวงปู่แจ้งว่า "มารับ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย" จึงได้น้อมกราบหลวงปู่ด้วยความขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่บนเครื่องบินไม่มีพูดภาษาไทยเลย นอกจากภาษาจีนกับภาษาอังกฤษ เมื่อเครื่องขึ้นได้พักหนึ่ง เขาก็ทำการแจกอาหารเช้า ตามมาด้วยชาร้อนอีก ๑ แก้ว กระผม/อาตมภาพกวาดเรียบ ยกเว้นโยเกิร์ตที่ฉันไม่เป็น จึงถวายให้กับท่านปิงไป แล้วก็นั่งภาวนาส่งกำลังใจอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าที่เจ้าทางตลอดเส้นทาง และท่านที่รักษาอากาศยานลำนี้ ขอให้ท่านทั้งหลายอนุโมทนา และอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับพวกเราทุกคนด้วยเถิด จากที่ได้ยินว่าเครื่องจะไปถึงในเวลา ๓ ชั่วโมง ๕๐ นาทีโดยประมาณ ปรากฏว่าพวกเราไปถึงก่อนเวลานานมาก แต่ว่าไปช้าตรงขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง เนื่องเพราะว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองนั้น ดันไปอยู่ในช่องที่เครื่องไม่ค่อยจะทำงาน น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ต้องปั๊มนิ้วมือแล้ว ปั๊มนิ้วมืออีก ท้ายที่สุดก็ผ่านไปได้คนเดียว ที่เหลือต้องย้ายไปใช้ช่องใหม่ เพื่อใช้เครื่องใหม่กันทั้งแถว กว่าจะหลุดออกมาได้ก็ถือว่าช้ามาก..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:13 |
| สมาชิก 14 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#4
|
||||
|
||||
|
แต่ปรากฏว่าพอโผล่ออกมาแล้ว ก็เจอแม่หญิงเปิ้ลซึ่งเคยไปต้อนรับคณะของพวกเรา ตอนไปหล่อสมเด็จองค์ปฐมเนื้อเงิน ที่วัดโพธิ์ศรีสว่าง บ้านท่าช้าง เมืองปากงึม ประเทศลาว แม่หญิงเปิ้ลอุตส่าห์นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเมืองลาวข้ามมาเมืองจีน เพื่อที่จะบริการพวกเราทางด้านนี้ แล้วยังแจ้งกับทุกคนว่าพวกเราผ่าน ตม.ได้เร็วมาก ๆ ปกติแล้วทั้งคณะจะติดอยู่ประมาณ ๒ ชั่วโมง แต่นี่พวกเราถือว่าผ่านมาแบบคล่องตัว เพราะว่าใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงดี..!
ครั้นออกมาข้างนอก สัมผัสอุณหภูมิก็มีอาการสะดุ้งไปตาม ๆ กัน เพราะว่าอยู่ที่ ๕ องศาเซลเซียสเท่านั้น..! หลายท่านจึงต้องหยิบข้าวของจำเป็นออกจากกระเป๋าใบใหญ่ เนื่องเพราะว่ากระเป๋าใบใหญ่จะไปกับรถตู้ ส่งถึงเมืองสิบสองปันนาเลย แต่ว่ากระเป๋าใบเล็กและตัวพวกเราจะขึ้นรถบัสปรับอากาศ เพื่อที่จะวิ่งไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงที่คุนหมิงใต้ พวกเราขึ้นรถมาครบแล้ว ทางเติมเต็มทราเวลก็แจกข้าวกล่องให้ ซึ่งกับข้าวนั้นก็มีหลายอย่าง มีทั้งไข่ดาว หมูผัดหน่อไม้ ซึ่งถือว่าอร่อยสุด ๆ มีปีกไก่ทอด และถั่วฝักยาวผัดหมู แถมยังน่าจะเป็นผักกวางตุ้งผัดหมูอีกอย่างหนึ่ง สามารถที่จะยัดรวมกันมาได้ภายในกล่องเดียว ถือว่าเก่งมาก กระผม/อาตมภาพกวาดเข้าปากเรียบร้อย ไม่เหลือข้าวแม้แต่เม็ดเดียว ทั้ง ๆ ที่ใช้ตะเกียบ ทำเอาคุณน้ำทิพย์ซึ่งเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น พูดไทยไม่ชัด ถามว่า "อร่อยมากไหม ?" กระผม/อาตมภาพชูกล่องเปล่า ๆ ให้ดู ยืนยันว่าอร่อยมาก..! อีกฝ่ายถึงได้ยิ้มชอบใจ แต่พอเห็นของคนอื่น หน้าบาน ๆ ก็ต้องหุบทันที เนื่องเพราะว่าทุกคนเหลือกลับมาเกินครึ่งกันทั้งนั้น..! เมื่อพวกเรามาถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงนอกเมืองคุนหมิงทางทิศใต้ ก็เป็นอันว่าเราวิ่งจากสนามบินคุนหมิงที่อยู่ทิศตะวันออก ผ่าเมืองมาทางทิศใต้เลย เข้าไปทางด้านในแล้วก็ต้องไปสแกนพาสปอร์ต ผ่านเข้าไปข้างในก็ต้องสแกนกระเป๋า แล้วก็สแกนตัวอีกรอบ จากนั้นถึงเข้าไปนั่งอยู่ทางด้านใน กระผม/อาตมภาพที่เตรียมพาวเวอร์แบงค์มาอย่างดี ปรากฏว่าโดนกลั่นแกล้งอีกตามเคย ก็คือไม่รู้ว่าหายไปที่ไหน ? จึงเข้าไปในร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ ปรากฏว่ามีพาวเวอร์แบงค์ที่ตรงตามความต้องการของทางราชการจีนจำหน่ายอยู่ ๒๐,๐๐๐ mAh อยู่ในราคาแค่ ๑๐๐ หยวนถ้วน ท่านปิงรีบควักกระเป๋าจ่ายให้โดยพลัน ต้องขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ จากนั้นพวกเราก็นั่งรอรถไฟที่ได้ยินว่าเป็นเที่ยวบ่าย ๓ โมงกว่า ลูกกิฟท์มาสอบถามว่า จะเปลี่ยนตั๋วมาเป็นเที่ยวบ่ายโมงครึ่งดีไหม ? แต่ว่าต้องเพิ่มค่าตั๋วคนละ ๔๐ หยวน กระผม/อาตมภาพบอกว่าไม่มีปัญหา แต่พอลูกกิฟท์ไปติดต่อพักหนึ่งก็กลับมา บอกว่าไม่ทัน เนื่องเพราะว่าเราต้องเช็คอินเข้าไปก่อนเวลา ๒๐ นาที ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าแล้ว ถ้าหากว่ารอรถไฟเที่ยวบ่ายโมงครึ่งมา เราจะกลายเป็นตกรถแทน ส่วนเที่ยวบ่าย ๒ โมงก็ไม่มีที่นั่งเหลือเสียอีก จึงต้องมาทนรอที่จะนั่งในเที่ยวเดิมของเรา ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ กระผม/อาตมภาพจึงฉวยโอกาสนี้เข้าห้องน้ำห้องท่า แล้วก็นั่งบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนบนโถส้วม โดยมีคนเขย่าประตูประท้วงด้วย ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร ?! สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:17 |
| สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
![]() |
| ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 4 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 3 คน ) | |
| แพรไหม |
|
|