กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 25-02-2026, 18:45
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 651
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 30,318 ครั้ง ใน 1,139 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า เมื่อวานนี้, 00:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,932
ได้ให้อนุโมทนา: 161,282
ได้รับอนุโมทนา 4,533,162 ครั้ง ใน 37,548 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อวานนี้หลังจากส่งกระผม/อาตมภาพเข้าโรงแรมที่พักในสนามบินเรียบร้อยแล้ว ทางคณะก็ออกไปช็อปปิ้งกันอย่างเป็นทางการ เนื่องเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วเราวิ่งอยู่ต่างจังหวัด สถานที่ให้ซื้อหาสิ่งของก็มีเพียงบรรดาลานจอดรถต่าง ๆ เท่านั้น ซึ่งมักจะเป็นแต่สินค้ากระจุกกระจิก

แต่บางคนตั้งใจจะมาซื้อเครื่องฟอกอากาศบ้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า
บ้าง จึงต้องหาเมืองใหญ่ เพื่อที่จะไปซื้อหาสิ่งของที่ตนเองต้องการ เพราะว่าถ้าเป็นเมืองเล็ก ๆ ก็มักจะมีแต่เครื่องที่ใช้ไฟฟ้า ๑๑๐ โวลท์ ซึ่งต่างจากบ้านเราที่ใช้ไฟ ๒๒๐ โวลท์ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น มาถึงเมืองใหญ่ทุกคนจึงแห่กันออกไป เพื่อหาข้าวของที่ต้องการ

กระผม/อาตมภาพหลังจากที่บันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนแล้ว ก็นอนพักผ่อนชั่วคราว รู้สึกว่าเตียงไหววูบวาบไปทั้งหลัง เหมือนอย่างกับแผ่นดินไหว..! เมื่อลุกขึ้นมาปรากฏว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่งไลน์ไปถามบรรดาขาช็อปปิ้ง ทุกคนก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เมื่อตั้งใจกำหนดจิตถาม"ท่านนายพล"และ "ท่านเบ็นโนะสึเกะ" อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า "เจ้าของที่เขากลัวว่าท่านจะเผลอหลับ โดยไม่ได้ภาวนาและอุทิศส่วนกุศล จึงจัดการเขย่าเตียงเพื่อเตือนครับ..!"

ท่านทั้งหลายต้องเข้าใจว่า คำว่าทิพจักขุญาณนั้น ถ้าเราไม่ได้สนใจใคร่รู้ก็จะไม่รู้อะไรเลย แต่ถ้าหากว่าเราต้องการรู้จำเพาะเจาะจงในเรื่องอะไรก็จะรู้ในเรื่องนั้น ยกเว้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีพระสมันตจักษุ สามารถรู้รอบรู้จริงในทุกเรื่องในทุกอย่าง

ดังนั้น..หลายท่านที่ไม่เข้าใจตรงนี้ อาจจะคิดว่าบุคคลที่ได้ทิพจักขุญาณก็เหมือนกับเปิดเรดาร์เอาไว้ ถึงเวลาเกิดอะไรขึ้นก็จะรู้ทันที ขอโทษเถอะ..ท่านกำลังเข้าใจผิดอย่างมหันต์ เนื่องเพราะว่าถ้าเป็นอย่างนั้นก็ปวดหัวตายเลย เพราะว่าสภาพจิตของปุถุชน คือผู้หนาด้วยกิเลสนั้น แต่ละเรื่องที่คิดก็เพื่อต้องการสนองกิเลสตนเองทั้งสิ้น ไปรับรู้มาก ๆ เข้าก็เครียด มะเร็งรับประทานเสียเปล่า ๆ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า เมื่อวานนี้, 00:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,932
ได้ให้อนุโมทนา: 161,282
ได้รับอนุโมทนา 4,533,162 ครั้ง ใน 37,548 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สำหรับเช้าวันนี้ มีฝนตกกระหน่ำตั้งแต่ประมาณตี ๔ ครึ่ง และตกหนักขึ้นมาเรื่อย ๆ อากาศอยู่ที่ ๑๒ องศาเซลเซียส ถ้าหากว่าอากาศเย็นกว่านี้สักหน่อยและฝนไม่ตกหนักมาก ก็จะมีหิมะให้ดูอย่างแน่นอน

พวกเราลงไปที่ห้องอาหาร ยังไม่ทันจะได้เวลา แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า "พร้อมแล้ว เชิญเข้าได้เลย" เราเอาบัตรอาหารไปแลกบัตรจองโต๊ะ ซึ่งถ้าหากว่าวางหันด้านสีน้ำเงินขึ้น ก็เป็นอันว่าเราจองที่นั้นไว้ เมื่อฉันหรือว่ากินอิ่มแล้ว ให้พลิกด้านสีขาวขึ้น เจ้าหน้าที่เขาจะได้รู้ว่าเก็บโต๊ะได้แล้ว

วันนี้เจอปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยได้เจอในญี่ปุ่นมาก่อน ก็คือมีบุคคลถือถาดแล้วไม่ถนัด เนื่องเพราะว่าทางญี่ปุ่นนั้น จะเป็นจาน เป็นถ้วย เป็นอะไรก็ตาม เขาจะต้องใส่ถาด แล้วถือไปตักอาหารต่าง ๆ จนเป็นที่พอใจแล้วก็กลับมาวางที่โต๊ะตนเอง บุคคลที่ไม่ชำนาญจึงเกิดพลาด ทำถ้วยโถโอชามตกแตกเสียงดังเปรื่องปร่างสนั่นหวั่นไหวไปหมด..! เล่นเอาทุกคนหันไปดูเป็นตาเดียว ยังโชคดีว่าไม่ใช่คนในคณะของเรา..!

เมื่อฉันเสร็จแล้ว ต่างคนต่างก็กลับขึ้นห้อง เพื่อสำรวจสิ่งของว่าเก็บเรียบร้อยแล้วหรือยัง ? โดยเฉพาะบางท่าน กระเป๋าเปล่า ๆ ที่พกมา กลายเป็นอัดแน่นไปด้วยสิ่งของ บางท่านก็ต้องขยายซิปกระเป๋าเพิ่มขนาดขึ้นมาอีก แต่ว่าเป็นเรื่องปกติ..!

เมื่อได้เวลา ๘ โมงครึ่ง พวกเราก็เข็นกระเป๋าเข้าไปยังบริเวณจุดเช็คอิน ซึ่งการบินไทยนั้นมีเจ้าหน้าที่อยู่หลายคนก็จริง แต่ว่าทุกคนล้วนแล้วแต่ใช้ภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษทั้งนั้น พวกเราจึงต้องแยกเช็คอินแบบแบ่งชนชั้น เนื่องเพราะว่ามีทั้ง Business Class มีทั้งโกลด์เมมเบอร์ และมีทั้งชั้นประหยัด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,932
ได้ให้อนุโมทนา: 161,282
ได้รับอนุโมทนา 4,533,162 ครั้ง ใน 37,548 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อได้บัตรขึ้นเครื่องมาแล้ว เจ้าหน้าที่ก็พาพวกเราไปเข้าเลาจน์ ซึ่งห้องพิเศษหรือว่าเลาจน์ สำหรับการบินไทยเหล่านี้ กระผม/อาตมภาพเข้าทีไรก็ขาดทุนทุกที..! เนื่องเพราะว่านอกมื้ออาหารแล้วจะไม่ฉันอะไร จึงต้องทำหน้าที่เฝ้ากระเป๋าให้คนอื่นไปเข้าร้านดิวตี้ฟรีกันต่อ ถึงตัวเองอยากจะไปก็คงจะไม่ได้ เพราะว่าธนบัตร ๑,๐๐๐ เยนใบสุดท้าย เมื่อวานนี้ก็หยอดตู้ทำบุญไปเสียแล้ว..!

จนกระทั่งใกล้เวลา พวกเราก็ไปรอที่ประตูหมายเลข ๒๐ เจ้าหน้าที่นิมนต์พระขึ้นเครื่องก่อนตามประสาการบินไทย แต่ว่าตั้งใจบริการพระจนเกินไป จึงลืมผู้ติดตาม ทำเอา "เสี่ยโอ" (นายอุดมศักดิ์ จิระบัณฑิต) ของเรา ต้องเอาตั๋วไปแปะกับเครื่องเองถึงจะผ่านเข้าไปได้..!

เมื่อขึ้นไปแล้ว ด้วยความที่กระผม/อาตมภาพนั่งชั้น Business Class เขาก็ส่งเครื่องดื่ม ส่งผ้าร้อน อะไรมาให้ก่อน พวกเราต้องบอกว่ากินหรูอยู่สบายมากจนเกินไป โดยเฉพาะทริปนี้ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะสูงมาก ถึงกระผม/อาตมภาพไม่ได้จ่ายเองก็ยังเสียดายเงิน แต่ว่ากลุ่มนี้เขาเป็นขาท่องเที่ยวอยู่แล้ว พูดง่าย ๆ ว่าบินต่างประเทศกันแทบทุกเดือน หรือว่าบางเดือนก็บินถึง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง..! เพียงแต่ว่าอยู่ในลักษณะของทัวร์คนแก่ เนื่องเพราะว่ามี "น้องต้นหอม" (นางสาวพิมพ์ภัทรา สันตะพันธุ์) ไปด้วย ดังนั้น..ในคณะจึงมีทั้ง "ลุง" ทั้ง "ป้า" เต็มไปหมด โดยเฉพาะมี "หลวงตา" ด้วย ฟังแล้วรู้สึกว่าแก่ขึ้นมาถนัดใจเลย..!

เครื่องของเราออกตรงเวลา เมื่อตั้งลำได้เรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็มาสอบถามว่าจะรับอาหารอะไรบ้าง ? กระผม/อาตมภาพสั่งชุดอาหารญี่ปุ่นไป แต่ว่าแอพพิไทเซอร์ที่มานั้นดันมีปลาดิบมาด้วย..! จึงต้องยกให้กับ "ตากล้องเอ๋" (นายสุรชาติ บุญเจริญ) เหมาแทน

แต่ว่าเราทั้งสองคนต้องรออาหารนานมาก ๆ พูดง่าย ๆ ว่าตั้งแต่ยังไม่ทัน ๑๑ โมงดี ต้องรอจนกระทั่งเที่ยงครึ่งถึงจะได้อาหารมา รู้อย่างนี้ไม่สั่งอาหารญี่ปุ่นดีกว่า..! เพราะว่าคนอื่นกินอิ่มกันหมดทั้งลำแล้ว และอาหารญี่ปุ่นที่มาก็มีทั้งไข่ปลาคาร์เวียร์ ซึ่งน่าจะเป็นไข่ปลาแซลมอนมากกว่า แล้วก็มีปลาดิบมาอีกต่างหาก "ตากล้องเอ๋" จึงต้องเหมาแทนกระผม/อาตมภาพตามเคย เนื่องเพราะว่าพระห้ามฉันอาหารที่เป็นประเภทเนื้อดิบ แม้แต่เลือดออกตามไรฟัน ถ้ากลืนลงไปยังปรับอาบัติทุกกฎด้วย..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งที่กระผม/อาตมภาพเคร่งครัดได้ก็จะเคร่งครัดสักหน่อย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:22
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,932
ได้ให้อนุโมทนา: 161,282
ได้รับอนุโมทนา 4,533,162 ครั้ง ใน 37,548 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ปรับเก้าอี้นอน ภาวนาส่งกำลังใจอุทิศส่วนกุศลและขอบพระคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือมาโดยตลอดทั้งทริป โดยเฉพาะเจออากาศหนักอากาศเบาขนาดไหน ก็ไม่เจ็บไม่ป่วยกับใครเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะการที่ไปแต่ละแห่ง ก็เท่ากับว่าไปอนุเคราะห์สงเคราะห์ท่านทั้งหลายแถวนั้น เนื่องเพราะว่าบางที่นั้น เจ้าที่ทำตัวผอมกะหร่องมาให้เห็น ประมาณว่าไม่ค่อยมีใครทำบุญทำกุศลให้ ขนาดพูดออกไปแล้ว พวกเรายังหัวเราะกันเฮฮา ประมาณว่าครั้งนี้คงจะได้อ้วนท้วนสมบูรณ์กันเสียที..!

เครื่องบินของเรามาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิก่อนเวลา ๓๐ นาที ขาไปเสียเวลาเพื่อเอาความสะดวกด้านอื่น พูดง่าย ๆ ก็คือให้เกิดอุปสรรค
ตั้งแต่ตอนต้นเสียดีกว่า แล้วมารับความสะดวกสบายในภายหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่พอจะรับกันได้

แต่เจ้าประคุณเถอะ..ได้ยินเขาบอกว่าสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ มีนักท่องเที่ยวมากมายมหาศาล เพิ่งจะมาพบด้วยสายตาตัวเองในวันนี้เอง โดยเฉพาะช่อง Priority สำหรับบุคคลพิเศษ ยังต่อกันเป็นแถวยาวเหยียดหนาแน่นไปหมด ไม่ต้องไปพูดถึงช่องปกติธรรมดาเลย โดยเฉพาะบรรดานักท่องเที่ยวจีน ทำ E-VISA มากันทั้งนั้น ถึงเวลาก็เปิดโทรศัพท์ส่งให้เจ้าหน้าที่ ตม.ไทยดูกันเป็นว่าเล่น

เมื่อผ่านออกมาแล้ว ปรากฏว่ามีปัญหาตรงที่ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) หากระเป๋าตัวเองไม่เจอ..! ท้ายที่สุด..หลังจากวนจนเหงื่อตกอยู่หลายรอบ ปรากฏว่ามีบุคคลเอากระเป๋าไปนั่งกอดเอาไว้ ไม่ทราบว่าเป็นใคร ? อยู่ในลักษณะมั่นอกมั่นใจว่าเป็นกระเป๋าของตัวเอง

กระผม/อาตมภาพอยากจะบอกว่าคนเรา "ตาถั่ว" ขนาดนี้ก็มีด้วย เนื่องเพราะว่ากระเป๋าทุกใบในคณะของเรา จะมีสายคาด Priority ของการบินไทยมาด้วย เมื่อมาถึงเขาก็จะส่งออกมาให้ก่อน แยกหมู่แยกกลุ่มเอาไว้ แต่กลายเป็นเขายืนยันว่าเป็นของตนเอง น้องเล็กต้องชี้ให้ดูว่ากระเป๋าของตนเองมีรอยบุบตรงไหนบ้าง แล้วยังมีสายคาด Priority อยู่ด้วย จึงได้กระเป๋าคืนมา

กระผม/อาตมภาพต้องลงมาเรียกรถแท็กซี่ทางด้านล่าง ซึ่งที่นี่ต่างจากทางด้านท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ก็คือทางดอนเมืองนั้น เมื่อเรารับบัตรรถมาแล้ว ก็ไปยื่นให้คนขับแท็กซี่ซึ่งเข้าคิวรออยู่ แต่ว่าที่นี่เรากดบัตรแล้ว ได้หมายเลขอะไร ก็เดินไปหารถที่ช่องหมายเลขนั้น

เมื่อเดินออกมาก็ให้ดูป้ายหมายเลขนั้น ปรากฏว่าโชเฟอร์วันนี้เป็นผู้หญิงเสียด้วย และพวกเรานอกจากที่จะต้องเสียค่ารถเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ๕๐ บาท ยังต้องจ่ายค่ากระเป๋าเพิ่มขึ้นอีก ๒๐ บาท เนื่องเพราะว่ามีกระเป๋าเกิน ๒ ใบ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,932
ได้ให้อนุโมทนา: 161,282
ได้รับอนุโมทนา 4,533,162 ครั้ง ใน 37,548 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ส่วนที่เกินมาก็คือส่วนที่ "คุณนายปุ๊ก" (นางสาวพิกุลฉัตร พิจารณ์จิตร) สละมาให้ เพื่อที่จะบรรจุหลวงพ่อโตคามากุระ ตลอดจนกระทั่งข้าวของอื่นมาให้กระผม/อาตมภาพ กลายเป็นว่ากระเป๋าที่เพิ่มขึ้นมา ต้องเสียตังค์เพิ่มขึ้นไปอีก โดยเฉพาะรถติดหนักหนาสาหัส ต้องขึ้นทางด่วนแล้วขึ้นทางด่วนอีก กว่าที่จะมาถึงที่พักวัดอุทยาน ก็จ่ายไปทั้งสิ้น ๖๘๕ บาท ยังโชคดีว่า "เถ้าแก่ตี๋" (นายชวาลภพ วิทูรสุนทร) นอกจากจะมาส่งถึงรถแท็กซี่แล้ว ยังควักค่ารถถวายมาอีก ๑,๐๐๐ บาท..!

ในงานนี้นั้น ฝ่ายควบคุมการเดินทางก็คือ "คุณนายปุ๊ก" ส่วนฝ่ายคอยดูแลเรื่องอาหารการกินและที่พักก็คือ "คุณนายโย" (นางสาวทัศน์วรรณ พิพัฒน์รังสรรค์) ส่วนบรรดาสุภาพบุรุษของเราก็ทำหน้าที่โชเฟอร์ขับรถและเนวิเกเตอร์ ซึ่งเนวิเกเตอร์อย่าง "เสี่ยโอ" ของเราก็ทำหน้าที่ได้ดีสุด ๆ ไม่ทราบเหมือนกันว่าไปเอาแอพฯ มาจากไหน สามารถบอกรายละเอียดสถานที่ได้ทุกแห่ง

ยังไม่ทันที่จะกลับถึงประเทศไทย ก็ชวนกระผม/อาตมภาพให้หาเวลาว่าง เพื่อเดินทางไปนิวซีแลนด์ด้วยกันอีกแล้ว โดยที่บอกว่าจะขับรถจากเกาะเหนือทะลุเกาะใต้ไปเลย..! กระผม/อาตมภาพก็แต่ได้กลืนน้ำลายเอื๊อก เนื่องเพราะว่านิวซีแลนด์นั้นเงินใหญ่กว่าเรามาก ปัจจุบันนี้เหรียญหนึ่งก็น่าจะเกือบ ๒๐ บาทของเรา ถ้าราคาแพงมากก็อาจจะปฏิเสธความหวังดีของญาติโยมไปก็ได้..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 2 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
มารวย
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:25



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว