ส่วน "เจ้าตาหวาน" หรือว่า "เสือหลวงปู่ปาน วัดบางเหี้ย" นั้น เป็นสิ่งที่ติดอยู่ในเข็มขัด หรือเรียกภาษาพระว่า "ประคดเอว" เป็นประจำอยู่แล้ว เป็นองค์จิ๋ว ๆ ซึ่งถ้าไม่มีใครสนใจค้นหาจริงจัง ก็จะมองผ่านไปเลย แต่ขอโทษเถอะ..อานุภาพเวลาแสดงออกนี้ ยิ่งกว่าพญาเสือโคร่ง ๑๒ ศอกเสียอีก..! ไปไหนถ้าหากว่าตั้งใจขอให้พี่ท่านช่วย แค่มองหน้าเท่านั้น เจ้าหน้าที่ ตม. ก็มือเท้าอ่อนหมดแล้ว..! เป็นเรื่องตลกดีเหมือนกัน
จนกระทั่งใกล้เวลาแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินไปรอที่ประตูขึ้นเครื่องหมายเลข C2 เห็นเพื่อนพระอุปัชฌาย์หลายท่านมาถึงแล้ว คือ "หลวงพ่อเจ้าคุณเชาวลิตร" - พระวชิรปัญญากร (เชาวลิตร ชิตงฺกุโร) เจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ (พระอารามหลวง)
"ท่านเจ้าคุณกล้า" - พระวชิรวาที, ผศ.ดร. (กล้า วีรรตโน) รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร
"หลวงพ่อสำเนียง" (พระครูสุขุมปัญญากร) เจ้าอาวาสวัดทุ่งกฐิน เหล่านี้เป็นต้น และพระติดตามอีกจำนวนหนึ่ง
สักครู่หนึ่ง ท่านอาจารย์พระมหาสมคิด อตฺถสิทฺโธ ป.ธ. ๗ รองเจ้าคณะอำเภอโพธาราม เจ้าอาวาสวัดหนองโพ จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นหัวหน้าทัวร์ในครั้งนี้ก็ตามมา
และมีพระมหาเจริญ จิรวุฑฺโฒ ป.ธ. ๘ เจ้าคณะอำเภอบ้านบึง เจ้าอาวาสบ้านถ้ำ จังหวัดชลบุรี ตามมาอีกราย และมีพระติดตามอีกหลายคน รวมแล้วครั้งนี้เรามีคณะทั้งพระและญาติโยมรวมแล้ว ๓๙ รูป/คนด้วยกัน
ด้วยความที่ถือตั๋วชั้น business class กระผม/อาตมภาพจึงได้รับนิมนต์ให้ขึ้นเครื่องไปก่อน จนต้องส่งไลน์ลงมาบอกพรรคพวกว่า "ไม่ต้องห่วง อยู่ที่ชั้น business class ข้างหน้าทุกคนนี่เอง" เจ้าหน้าที่ถวายผ้าร้อน ถวายน้ำร้อนน้ำเย็น ตลอดจนกระทั่งถามว่า "จะฉันอะไรเป็นอาหารเพล ?" เมื่อทราบว่ามีแกงคั่วไก่ จึงบอกว่า "เอาแกงคั่วไก่มาชุดหนึ่งก็แล้วกัน"
แต่พอส่งมา ปรากฏว่าเป็นของว่างก่อนอาหาร ที่เรียกว่า "แอพพิไทเซอร์" รสชาติดี และเรียกน้ำย่อยได้สุดยอดมาก จากนั้นอาหารก็ตามมา นอกจากแกงคั่วไก่แล้ว ยังมีไข่เจียวฝรั่ง ที่เรียกว่า "ออมเล็ต" มาด้วย จากนั้นก็เป็นของหวาน ขนมปัง ตลอดจนกระทั่งน้ำร้อนน้ำชาอีกชุดใหญ่ เจ้าหน้าที่ยังถามว่า "ขาดเหลืออะไรบอกได้นะเจ้าคะ" แต่กระผม/อาตมภาพเองเห็นว่าไม่น่าจะขาดเหลืออะไรแล้ว จึงโบกมือบอกขอบใจทุกคนไป
จากนั้นปรับเก้าอี้เป็นเอนนอน ส่งกำลังใจไปกราบพระ ภาวนาเพิ่มให้อีกชุดหนึ่ง เห็น "หลวงปู่ไห่ทง" ยืนยิ้มอยู่แต่ไกล ถามว่า "งานนี้หลวงปู่มาด้วยหรือครับ ?" ท่านบอกว่า "ต้องมาเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าหน้าที่ในการดูแลรักษา คาดว่าท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณและท่านพี่อสุรินทราหูน่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า" จึงน้อมจิตกราบขอบพระคุณหลวงปู่ท่าน
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:02
|