กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๕ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนตุลาคม ๒๕๖๕

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 24-10-2022, 18:05
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,905
ได้ให้อนุโมทนา: 203,459
ได้รับอนุโมทนา 651,141 ครั้ง ใน 30,874 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๕

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๕


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 38 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 25-10-2022, 00:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 28,373
ได้ให้อนุโมทนา: 136,319
ได้รับอนุโมทนา 4,320,945 ครั้ง ใน 31,955 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตั้งแต่ตี ๓ ครึ่ง กระผม/อาตมภาพก็นำผู้บวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติรุ่นที่ ๗/๒๕๖๕ ปฏิบัติธรรม ต่อด้วยการทำวัตรเช้า หลังจากนั้นก็ออกบิณฑบาตตามปกติ คือโดยคติส่วนตัวแล้ว ไม่ว่าจะฝนตกแดดออกขนาดไหนก็ตาม กระผม/อาตมภาพจะนำพระออกบิณฑบาตเสมอ

เนื่องจากว่าสมัยที่อยู่วัดท่าซุงนั้น กระผม/อาตมภาพบิณฑบาตประจำที่สายใต้ แล้วต้องเดินไปจนกระทั่งถึงประมาณหัวสะพาน ซึ่งในปัจจุบันนี้ไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่จุดเด่นก็คือตรงนั้นจะเป็นสามแยก ซึ่งเป็นทางเก่าที่วิ่งตรงไปยังท่าเรือมโนรมย์ และเป็นทางใหม่ที่วิ่งข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรัง ตรงมโนรมย์เช่นกัน เมื่อเดินถึงตรงจุดนั้นแล้ว ถึงจะวกเข้าหมู่บ้าน เดินเลาะชายแม่น้ำสะแกกรังกลับมายังวัดท่าซุง

วันนั้นปรากฏว่าฝนตกหนัก พระภิกษุสายใต้ซึ่งปกติเคยเดินบิณฑบาตด้วยกัน ๑๐ กว่ารูปก็หายกันหมด เหลือแต่กระผม/อาตมภาพกับพระอาจารย์สมปอง หรือท่านพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ สุธมฺมสนฺตจิตฺโต ๒ รูปเท่านั้น

เมื่อเดินไปจนถึงสุดทางแล้วก็สะท้อนใจมาก เพราะว่ามีคุณยายอายุ ๘๐ กว่า ซึ่งเป็นขาประจำในการใส่บาตร เดินถือใบกล้วยบังหัวอยู่ พร้อมขันข้าว คือคุณยายคงคิดว่าฝนตกแบบนี้ลูกพระอาจจะอด เพราะว่าบ้านอื่นไม่ใส่บาตรกัน จึงอุตส่าห์มายืนรอ

ดังนั้น..เมื่อกระผม/อาตมภาพกับท่านอาจารย์สมปองไปถึง ยายจึงดีใจมาก วางใบกล้วย ยอมเปียกฝนมาใส่บาตร ตั้งแต่วินาทีนั้น กระผม/อาตมภาพก็รู้สึกว่า "ถ้าวันนี้กูไม่มานี่เสียหมาแน่นอน เพราะว่าคุณยายกลัวว่าลูกพระจะอด แต่ลูกพระกลัวเปียกฝน ไม่ยอมออกบิณฑบาต..!"

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ถ้าหากว่ากระผม/อาตมภาพอยู่วัด และไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยจนลุกไม่ขึ้นจริง ๆ หรือว่าติดงานคณะสงฆ์ที่สำคัญจริง ๆ อยากจะบอกด้วยความภาคภูมิใจว่า เคยขาดบิณฑบาตแค่ ๔ ครั้งเท่านั้น ถ้าหากว่าพระภิกษุรูปหนึ่งรูปใดอยู่วัดตลอดระยะเวลาการบวช ๓๗ พรรษา แล้วขาดบิณฑบาตแค่เพียง ๔ ครั้ง โปรดบอกกระผม/อาตมภาพด้วย จะไปกราบคาราวะจนถึงที่..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-10-2022 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 25-10-2022, 00:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 28,373
ได้ให้อนุโมทนา: 136,319
ได้รับอนุโมทนา 4,320,945 ครั้ง ใน 31,955 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้น บิณฑบาตจนวันสุดท้ายของพระชนม์ชีพ ก็คือรับบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทกัมมารบุตร หลังจากที่เสวยพระกระยาหารแล้วก็เกิดปักขันธิกาพาธ ซึ่งถ้าเป็นสมัยนี้ก็น่าจะประมาณกระเพาะทะลุ ถ่ายเป็นเลือด พระองค์ท่านจึงต้องเสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองกุสินารา สถานที่ซึ่งตั้งพระทัยไว้ว่าจะปรินิพพาน

เมื่อเป็นพุทธประเพณีอย่างหนึ่งว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกบิณฑบาตจนวันสุดท้ายของพระชนม์ชีพ ตลอดจนกระทั่งพระเถระ ครูบาอาจารย์ที่เน้นในเรื่องของการ สวดมนต์ทำวัตร เจริญพระกรรมฐาน บิณฑบาตเลี้ยงชีพ แล้วสั่งสอนตาม ๆ กันมา กระผม/อาตมภาพจึงค่อนข้างจะเคร่งครัดกับเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ซึ่งพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนจะรู้ดี ถ้าหากว่าฝนตกวันนี้ ก็ทำใจไว้เลยว่าเป็น "วันซักผ้า" เมื่อกลับมาก็รีบฉัน
ฉันอาหาร เสร็จเรียบร้อยก็ฉันยาแก้ไข้ แล้วซักผ้าเพื่อตากแห้งต่อไป

หลังจากนั้นแล้วก็ได้นำญาติโยมทั้งหมดภาวนาพระคาถาเงินล้าน ๑๐๘ จบ แต่กระผม/อาตมภาพอยู่ไม่ครบ เมื่อตั้งใจอาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตเจ้า พรหม เทวดาและครูบาอาจารย์ทั้งหมด ปลุกเสกวัตถุมงคล ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๕ ก็คือพระพุทธรูป สำหรับท่านที่อยากจะได้พระพุทธรูปไว้บูชาประจำบ้าน

เมื่อพระองค์ท่านบอกว่า "เต็มแล้ว" แสดงให้เห็นภาพพระพุทธรูปทุกองค์เปล่งแสงสว่างเจิดจ้าประหนึ่งพระอาทิตย์ยามเที่ยง
กระผม/อาตมภาพคลายสมาธิออกมา ก็ต้องรีบเดินทางไปยังวัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อเข้ารับรางวัลสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่มีผลงานดีเด่นต่อเนื่อง ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ประจำปี ๒๕๖๕

เมื่อไปถึงแล้วก็เป็นเรื่องที่อัศจรรย์มาก เพราะว่าบุคคลที่มารับรางวัลทั้ง ๕๐ กว่าสำนักในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ซึ่งประกอบไปด้วย ภาค ๑, ภาค ๒, ภาค ๓, ภาค ๑๓, ภาค ๑๔ และภาค ๑๕ นั้น ตัดภาค ๑ ออกไป เพราะว่าจัดงานเองต่างหากไปแล้ว อีก ๕ ภาคที่เหลือนั้น ส่วนใหญ่แล้วรู้จักมักคุ้นกับเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นในการเรียน เพื่อนร่วมรุ่นพระอุปัชฌาย์
หรือว่าเพื่อนร่วมรุ่นพระนักเทศน์ เหล่านี้เป็นต้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-10-2022 เมื่อ 02:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 25-10-2022, 00:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 28,373
ได้ให้อนุโมทนา: 136,319
ได้รับอนุโมทนา 4,320,945 ครั้ง ใน 31,955 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ยกตัวอย่างก็คือ อย่างของจังหวัดสมุทรสงคราม ก็คือหลวงพ่อพระสมุทรวชิรโสภณ, ดร. หรือหลวงพ่อเจ้าคุณโสภณ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือที่เรียกันตามภาษาชาวบ้านว่าวัดบ้านแหลม ท่านเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเรียนปริญญาเอก

ถ้าหากว่าของจังหวัดราชบุรีก็คือ พระมหาสมคิด อตฺถสิทฺโธ, ป.ธ. ๗ เจ้าอาวาสวัดหนองโพ รองเจ้าคณะอำเภอโพธาราม ท่านเป็นเพื่อนร่วมรุ่นพระอุปัชฌาย์

ทางด้านของจังหวัดเพชรบุรีก็มีหลวงพ่อพระครูวัชรสุวรรณาธร, ดร. เจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดใหญ่สุวรรณาราม

หลวงพ่อพระครูวัชรชลธรรม เจ้าคณะอำเภอท่ายาง เจ้าอาวาสวัดชลธราราม หรือว่าวัดท่าซิก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

พระครูวาทีวรวัฒน์, ดร. รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร

ซึ่งทั้งหลวงพ่อพระครูวัชรสุวรรณาธร, ดร.ก็ดี พระครูวาทีวรวัฒน์, ดร.ก็ดี เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเรียนปริญญาเอกมาด้วยกัน ส่วนหลวงพ่อพระครูวัชรชลธรรมนั้น ท่านเป็นที่ปรึกษาขององค์กรพระอุปัชฌาย์รุ่นที่ ๕๑ ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลางที่กระผม/อาตมภาพเป็นประธานรุ่นอยู่

ทางด้านจังหวัดสมุทรสาครก็มีพระครูสาครคุณาภรณ์ วัดหนองนกไข่ หรือที่เรียกกันตามความเคยชินว่าพระครูสมชาย ท่านเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเรียนปริญญาโทมาด้วยกัน เหล่านี้เป็นต้น มองไปทางไหนก็เจอแต่พรรคพวกเพื่อนฝูง รับไหว้รับทักทายกันอย่างชนิดที่มือไม่ว่าง จนกระทั่งมาปรารภกันว่า พวกเราเองก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเอารางวัลแบบนี้ แต่ว่าพวกเราทำเพราะว่าใจรักในการปฏิบัติธรรม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-10-2022 เมื่อ 02:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 25-10-2022, 00:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 28,373
ได้ให้อนุโมทนา: 136,319
ได้รับอนุโมทนา 4,320,945 ครั้ง ใน 31,955 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อทำไปด้วยใจรัก ก็เลยทำให้สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ออกมาดี ประสบความสำเร็จตามหลักอิทธิบาท ๔ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็คือมีฉันทะ ใจรักในการปฏิบัติธรรม จึงเกิดวิริยะ พากเพียรในการจัดการปฏิบัติธรรม เพื่อสงเคราะห์แก่ญาติโยมทั้งหลาย มีจิตตะ กำลังใจปักมั่น จดจ่ออยู่กับงานของตนเอง ไม่คลอนแคลนไปไหน ถ้าอย่างกระผม/อาตมภาพก็เพิ่งจะจัดงานปฏิบัติธรรม รุ่นที่ ๗/๒๕๖๕ ยังไม่ทันจะสำเร็จเสร็จสิ้นดี ก็ต้องวิ่งมางานนี้

และข้อสุดท้าย วิมังสา หมั่นไตร่ตรองทบทวนอยู่เสมอว่า มีอะไรที่ดีกว่านี้ให้เราเองสามารถพัฒนาต่อไปได้ เพื่อให้ญาติโยมทั้งหลายเข้าวัดเข้าวามาแล้วเกิดความประทับใจ และปฏิบัติธรรมได้อย่างต่อเนื่อง พวกเราก็จะทำ

เมื่อปรารภกันเช่นนี้แล้ว พอดีพระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง มาถึงในงาน ก็เริ่มเข้าสู่พิธีการ ประทานประกาศเกียรติคุณสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่มีผลงานดีเด่นต่อเนื่องในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง พัดรอง และผ้าไตร ตลอดจนกระทั่งกัปปิยภัณฑ์ รางวัลสำหรับสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นทั้งหลายเหล่านั้น

เมื่อเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีก็ได้ให้โอวาทว่า ในเรื่องของปริยัติ คือการศึกษา จะต้องนำมาสู่การปฏิบัติ คือทำให้เกิดผล จะได้เป็นปฏิเวธ คือผลที่แสดงออกต่อพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย

ขอให้สำนักปฏิบัติธรรมทั้งหลายรักษาความดีอันเป็นแบบอย่างแก่ที่อื่นเขาเอาไว้ให้มั่นคง และขอให้ญาติโยมทั้งหลายได้ร่วมกันสนับสนุนให้งานของสำนักปฏิบัติธรรมเป็นไปด้วยดีต่อไป และขอให้ขยายออกไปสู่สำนักปฏิบัติธรรมอื่น ๆ เพื่อที่เขาทั้งหลายเหล่านั้นจะได้พัฒนาตนเองขึ้นมา เพื่อรับรางวัลดีเด่นบ้าง ไม่เช่นนั้นแล้วท่านที่ได้รับรางวัลดีเด่น ก็ต้องรับซ้ำแล้วซ้ำอีกในปีต่อ ๆ ไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-10-2022 เมื่อ 02:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 25-10-2022, 01:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 28,373
ได้ให้อนุโมทนา: 136,319
ได้รับอนุโมทนา 4,320,945 ครั้ง ใน 31,955 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

กระผม/อาตมภาพรับโอวาทใส่เกล้าแล้วก็ได้ถ่ายรูปร่วมกับผู้บังคับบัญชา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด ตลอดจนกระทั่งเพื่อนฝูงทั้งหลาย จากนั้นก็ขอตัวเดินทางเข้าสู่ที่พัก เพื่อไปหาหมอตามที่ได้นัดเอาไว้ในวันพรุ่งนี้

โดยที่ไม่ได้บอกกล่าวให้กับท่านทั้งหลายที่มาแสดงความยินดี ในการรับรางวัลสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่มีผลงานดีเด่นต่อเนื่องว่า ตัวกระผม/อาตมภาพนั้น จบปริญญาเอกมาด้วยวิทยานิพนธ์ หัวข้อ "รูปแบบการจัดการสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่ได้รับรางวัลดีเด่นในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔"

ถ้าหากว่าท่านใดอยากจะทำวัดของตนเองให้เป็น และได้รางวัลดีเด่นแล้วไซร้ ก็ให้เข้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยไปโหลดเอาวิทยานิพนธ์ของพระครูวิลาศกาญจนธรรมมาดูเป็นแนวทาง ท่านทั้งหลายถ้าทำตามนั้น รับประกันได้ว่าท่านจะได้รับรางวัลสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่มีผลงานดีเด่นต่อเนื่องอย่างแน่นอน

สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-10-2022 เมื่อ 02:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:21



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว