กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๔ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนธันวาคม ๒๕๖๔

Notices

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนธันวาคม ๒๕๖๔ เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนธันวาคม ๒๕๖๔

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 06-12-2021, 20:22
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,814
ได้ให้อนุโมทนา: 200,150
ได้รับอนุโมทนา 617,847 ครั้ง ใน 28,801 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๔

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๔


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 06-12-2021, 23:27
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,744
ได้ให้อนุโมทนา: 132,076
ได้รับอนุโมทนา 4,294,853 ครั้ง ใน 31,320 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ได้ทำการปิดโครงการบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติรุ่นที่ ๕ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งโดยปกติแล้วต้องจัดอย่างน้อยปีละ ๖ ครั้ง แต่เนื่องจากว่าอยู่ในช่วงระยะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ทำให้ต้องงดลงไปหลายครั้ง ดังนั้น...ครั้งที่ ๕ นี้ ก็น่าจะเป็นครั้งสิ้นสุดของการบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ปี ๒๕๖๔ ต่อไปก็จะเป็นครั้งที่ ๑ ของปี ๒๕๖๕ ก็คือช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

จากครั้งที่ ๔ และครั้งที่ ๕ นี้ ทางวัดท่าขนุนของเราให้ผู้ปฏิบัติธรรมเข้าไปโหลดวุฒิบัตร
ได้ในระบบออนไลน์ ซึ่งสะดวกด้วยประการทั้งปวง ไม่เช่นนั้นแล้วถ้ามอบให้เป็นกระดาษไป ขนาดของกระผม/อาตมภาพก็คงพอมุงหลังคาบ้านได้หลายหลัง...! เพราะว่าแค่ช่วงระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมา กระผม/อาตมภาพต้องเข้าอบรมและทำแบบทดสอบ ได้วุฒิบัตรมา ๔๐๐ กว่าใบ..! ดังนั้น...ในเมื่อเป็นระบบออนไลน์ เราเก็บเอาไว้เป็นไฟล์จะสะดวกกว่า ไม่ต้องรักษากระดาษกองใหญ่ ซึ่งจะชำรุดเสียหายเมื่อไรก็ไม่รู้

ระบบพวกนี้ ถ้าหากว่าเราเริ่มต้นแล้วก็จะทำให้ญาติโยมคุ้นชิน และท้ายที่สุดก็จะได้รับความสะดวกไปเอง จากจุดนี้ก็ต้องถือว่าทางวัดท่าขนุนเป็นวัดแรก ๆ ที่ออกวุฒิบัตรในการปฏิบัติธรรมผ่านระบบออนไลน์ ดังที่เคยได้กล่าวเอาไว้แล้วว่า ถ้าหากเรานำหน้าเขาก็ไม่เหนื่อย แต่ถ้าเราต้องวิ่งไล่ตามเขาแล้ว จะเหนื่อยมาก

หลังจากปิดการปฏิบัติธรรมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ไปตรวจการสร้างหอพักนักเรียนบ้านไกล ซึ่งมีไว้ให้สำหรับนักเรียนในระดับ ปวช.ของโรงเรียนทองผาภูมิวิทยาจะได้พักกัน แล้วทางโรงเรียนก็ได้ขอข้าวสารอาหารแห้งสำหรับเด็ก ซึ่งมอบหมายให้เลขาฯ พัฒน์ (พระพัฒน์ ฐิตาจาโร) ตรงนี้เลยว่า ช่วยโทรแจ้งไปทางโรงเรียนด้วยว่า พรุ่งนี้ประมาณ ๑๐ โมงเช้า ให้เอารถมาขนข้าวสารไปได้ จะมอบให้ ๑ ตัน ไม่พอกินแล้วค่อยมาว่ากันใหม่

หลังจากนั้นก็ไปตรวจเยี่ยมการทำงานของคณะกรรมการชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งช่วง ๓ วันที่ผ่านมา คณะกรรมการทุกคนบอกว่า สินค้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ก็คือขายได้ระดับวันหนึ่งเป็นหมื่นบาท แต่ว่าเมื่อเราหักค่าวางของแล้ว คืนค่าสินค้าไป ก็ได้เงินเข้าส่วนกลางแค่ประมาณ ๔๐๐ กว่าบาทเท่านั้น..! เพราะว่าเจตนาแต่ดั้งเดิมของกระผม/อาตมภาพก็คือ การที่เราสนับสนุนให้ญาติโยมผลิตสินค้า ก็ต้องหาตลาดให้เขาด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วผลิตมาขายไม่ได้ ก็ไม่มีใครมีอารมณ์ผลิตให้คุณหรอก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-12-2021 เมื่อ 02:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 34 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 06-12-2021, 23:30
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,744
ได้ให้อนุโมทนา: 132,076
ได้รับอนุโมทนา 4,294,853 ครั้ง ใน 31,320 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ช่วงก่อนหน้านี้ก็มีการเปิดตลาดชุมชนเวลาวัดมีงาน ก็คือขายกันในวัดเลย ในเมื่อตอนนี้เรามีร้านค้าชุมชนอย่างเป็นทางการแล้ว จึงเอาไปรวมกันที่ร้านค้า เดี๋ยวว่าจะไปปรึกษาเถ้าแก่ยุง (นายพยุง เพ็งเลา) เจ้าของร้านทองผาภูมิอิงค์เจ็ท ว่าจะทำป้ายให้ลักษณะไหนที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเห็นชัด ๆ

เพราะว่าทุกวันนี้ส่วนใหญ่เกิน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้ว่ามีร้านค้าชุมชน เนื่องเพราะว่าอยู่ในจุดที่หักมุม หลบสายตาพอดี นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะขับรถเลี้ยวขวาออกถนนสายหลักเพื่อกลับกรุงเทพฯ ไปเลย แต่ถ้าหากว่าเราติดป้ายใหญ่ ๆ สะดุดตาหน่อย ก็น่าจะช่วยได้มาก และสามารถที่จะประชาสัมพันธ์ได้ ๒ งานด้วยกันเลย ก็คืองานโครงการ "หิ้วตะกร้า นุ่งผ้าซิ่น นั่งแคร่ไม้ ใส่บาตรพระทุกวันอาทิตย์" พร้อมกับร้านค้าชุมชนของเรา

พอดีว่าท่านนายอำเภอนภเดช เกลียวศิริกุล พาครอบครัวแวะมาร้านค้าชุมชน จึงมีการปรึกษากัน ท่านนายอำเภอและท่านผู้กำกับคนใหม่ ก็คือ พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ที่ย้ายมาแทน พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ซึ่งย้ายไปอยู่ สภ.แสมดำ ทั้งสองท่านมีแนวคิดตรงกันว่า ควรที่จะประดับไฟที่สะพานแขวนหลวงปู่สาย เพื่อได้เป็นจุดถ่ายรูปสำหรับนักท่องเที่ยวในเวลากลางคืน

กระผม/อาตมภาพแจ้งทั้งสองท่านไปว่าบอกช้าไป ทางวัดเตรียมงานไว้หมดแล้ว ก็คือเคยประดับไฟในลักษณะไฟราวดวงเล็ก ๆ ที่ระยิบระยับเหมือนกับดวงดาว แต่ว่าลงทุนไปหลายหมื่นบาทแล้วก็ไปไม่รอด เพราะว่าหลอดไฟเสีย คือดับเร็วมาก ถ้าหากว่าดับทีเปลี่ยนทีก็ไม่คุ้ม จึงต้องยกเลิกโครงการไป

คราวนี้พอเห็นท่านตี้ (พระวสุพล อภิปุญฺโญ) กับคณะ ช่วยกันประดับโคมไฟทางด้านถนนหน้าลานธรรมในช่วงที่ผ่านมา
กระผม/อาตมภาพเห็นว่าดูดี ก็เลยให้เบิกงบประมาณไปเพื่อจัดทำโคมไฟราว เพื่อประดับสะพานแขวนของเราให้อยู่ในลักษณะเดียวกัน

แล้วท่านนายอำเภอนภเดชก็ปรารภว่า อยากให้มีแหล่งเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของทองผาภูมิ แต่ไม่ใช่ที่มั่วสุมอบายมุข ได้คุยกันไปถึงการสร้างในลักษณะตลาดริมฝั่งแควน้อย จะอยู่ในลักษณะของการเป็นตลาดจำหน่ายสินค้า อาจจะมีการละเล่นอะไรทางวัฒนธรรม
นิดหน่อย มีอาหารง่าย ๆ ที่ไม่สร้างขยะ อย่างเช่นว่าเช้า ๆ ขึ้นมาก็มี ขนมปัง กาแฟ ไข่คน อะไรระดับนั้น ไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 07-12-2021 เมื่อ 07:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 34 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 06-12-2021, 23:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,744
ได้ให้อนุโมทนา: 132,076
ได้รับอนุโมทนา 4,294,853 ครั้ง ใน 31,320 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จากการที่ปรึกษากัน ก็ตรงกับแนวคิดที่กระผม/อาตมภาพที่จะทำงานใหญ่กว่านั้นอีก ก็คือจะทำสกายวอล์ค แต่ว่ามีประโยชน์น้อย เพราะว่ามีไว้ให้คนไปเดินเล่นอย่างเดียว ในเมื่อท่านนายอำเภอนภเดชกับท่านผู้กำกับสันติออกความเห็นเรื่องนี้มา ก็เลยกลายเป็นความเห็นตรงกัน คาดว่าภายในอาทิตย์นี้ กระผม/อาตมภาพจะติดต่อผู้รับเหมามาสำรวจสถานที่ในเบื้องต้นก่อน

ระดับแรกเลยก็คือจะสร้างยาวประมาณ ๒๐๐ เมตรริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ด้านหลังบ้านพักผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมินั่นเอง จะอยู่ในระดับที่ ถ้าหากมีการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณตอนล่างแล้ว ต้องพ้นจากระดับน้ำท่วมขัง ความกว้างก็น่าจะอยู่ที่ ๖ หรือ ๘ เมตร ก็คือเมื่อพ่อค้าแม่ขายวางสินค้าแล้ว จะต้องมีที่ให้ญาติโยมเดินดูเพื่อซื้อหาสินค้าได้สะดวก แล้วก็อาจจะมีลานสักสามสี่แห่ง อยู่ในลักษณะสำหรับ
ตั้งโต๊ะ ตั้งเก้าอี้ สำหรับรับประทานอาหารหรือนั่งชมวิวแบบสบาย ๆ ของนักท่องเที่ยว และอาจจะเป็นลานแสดงทางวัฒนธรรมด้วย

อันดับแรกเลยตั้งใจไว้ว่าทำไว้สองหรือสามร้อยเมตร ก็คงราคาอยู่ในระดับเลขแปดหลัก (สิบล้าน) ขึ้นไป หลังจากนั้นถ้าหากว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จ จะขยายต่อไปจนถึงท่าน้ำเทศบาล ซึ่งก็คงจะยาวเป็นกิโลเมตร..!

โครงการพวกนี้ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไร ชาวบ้านเราได้ประโยชน์ก่อน สินค้าทุกอย่างที่ผลิตขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นพืชผลการเกษตร เครื่องจักสาน ผ้าทอ สินค้าทำมืออื่น ๆ ตลอดจนกระทั่งอาหารจะขายได้ ถ้าหากว่านักท่องเที่ยวมา เรื่องของที่พัก ที่อยู่ ที่กินอะไร สารพัดทุกอย่างก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด

ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายคิดว่าเราเป็นพระ ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการทำมาหากินของชาวบ้านด้วยหรือ ? ก็ขอบอกว่า พระเราถ้าหากว่าภาระทางใจมีน้อยแล้ว ควรที่จะช่วยเหลือชาวบ้านที่เป็นผู้มีอุปการคุณต่อพวกเรา ก็คือทำบุญใส่บาตรให้พวกเราได้กินได้ใช้กัน ช่วยได้มากเท่าไรก็เอาเท่านั้น

อันดับแรกก็คือ ชุมชนรอบวัดตนเองก่อน หลังจากนั้นถ้ามีกำลังมากขึ้นแล้ว ค่อยขยายกว้างออกไปเรื่อย งานพวกนี้เมื่อเราทำแล้ว จะเกิดแรงบันดาลใจให้คนอื่นทำตามอีกด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 07-12-2021 เมื่อ 19:11
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 35 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 06-12-2021, 23:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,744
ได้ให้อนุโมทนา: 132,076
ได้รับอนุโมทนา 4,294,853 ครั้ง ใน 31,320 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อย่างเช่นว่าโครงการ "หิ้วตะกร้า นุ่งผ้าซิ่น นั่งแคร่ไม้ ใส่บาตรพระทุกวันอาทิตย์" ที่ชุมชุนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุนได้ทำขึ้นนั้น ตอนนี้ออกอีสานไปแล้ว ที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนนำเลย ของเขาจะทำกันทุกวันจันทร์ พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าหากว่านักท่องเที่ยวใส่บาตรเช้าวันอาทิตย์ที่วัดท่าขนุนเสร็จ ถ้าขับรถยาวไปเลย ก็ไปใส่บาตรเช้าวันจันทร์ที่ศรีสะเกษได้ทัน ประมาณนั้น อันนี้พูดเล่นนะ..! ก็คือท่านก็คงต้องการให้นักท่องเที่ยวมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ศรีสะเกษบ้าง

ของเราเองนั้นก็ไม่ใช่ต้นแบบ ต้นแบบจริง ๆ ก็คือถนนสู้ศึกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของเขาเองมีพระเณรรวมแล้วแค่ ๑๐ รูป ยังสามารถจัดโครงการให้นักท่องเที่ยวใส่บาตรได้ทุกวัน แล้วพระเณรของเราจะท่วมวัดตาย..! ตั้งสี่ห้าสิบรูป..ทำไมเราจะจัดไม่ได้ ? เมื่อเห็นปุ๊บผมก็สั่งจัดตามปั๊บเลย กลายเป็นว่ากำลังติดตลาด เชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ก็ระเบิดขึ้นมาพอดี ก็อาจจะทำให้โครงการเงียบเหงาลงไปหน่อยหนึ่ง

ช่วงนี้ก็เริ่มฟื้นตัวกลับคืนมา ท่านจะเห็นว่านอกจากวันอาทิตย์แล้ว เมื่อเช้าเขาก็ยังมาดักใส่บาตรกัน เพราะรู้ว่าพระต้องเดินผ่านตรงจุดนั้น ในเมื่อนักท่องเที่ยวมาใส่บาตร สินค้าของเราก็ขายได้ เพราะว่าร้านค้าชุมชนก็อยู่บริเวณเดียวกัน

เรื่องของการช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ญาติโยมเขา ก็คือการพึ่งพาอาศัยกันขององค์กรพุทธบริษัท ๔ ของพระพุทธเจ้า ถ้าพวกท่านสังเกต จะเห็นว่าพุทธบริษัท ๔ นั้นแบ่งเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายอนาคาริกะ คือผู้ไม่มีบ้านเรือนแล้ว ได้แก่ พระภิกษุ สามเณร แม่ชี เป็นต้น ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรมให้ได้ผล คนที่ทำได้ผลแล้วไปบอกกล่าวผู้อื่น จะบอกแบบง่ายและทำได้จริง ไม่ต้องเสียเวลาไปคิดว่า คาดว่า แล้วก็ลองผิดลองถูก

เมื่อนำไปบอกแก่ฝ่ายอาคาริกะ คือผู้ครองเรือน ได้แก่ อุบาสก อุบาสิกา ซึ่งต้องวุ่นวายกับการมีครอบครัว ต้องทำมาหากิน แต่ก็สนับสนุนฝ่ายอนาคาริกะด้วยการถวายปัจจัย ๔ ให้ดำรงชีวิตได้ เมื่อได้หลักการปฏิบัติแบบง่ายไป ก็สามารถที่จะปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเองได้เช่นกัน

ดังนั้น...ในองค์กรพุทธบริษัท ๔ จึงเป็นไปแบบ "น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย" การที่เราอนุเคราะห์สงเคราะห์แก่ญาติโยม ไม่ว่าจะรอบวัดหรือสถานที่อื่น ก็คือการประคับประคององค์กรทางพุทธศาสนาของเรา ให้ขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ไม่ใช่ว่าเป็นพระเป็นเณรแล้ว ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับการทำมาหากินของญาติโยมเขา แต่เป็นหน้าที่ซึ่งเราต้องทำเลย..!

แต่ก่อนที่เราจะทำหน้าที่เหล่านั้น เราต้องทำการชำระใจของตนเองให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เสริมสร้าง ศีล สมาธิ ปัญญา ให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปผจญกับงาน ซึ่งก็คือการผจญกับคนที่มีสารพัดกิเลส เราจะได้มีกำลังเพียงพอที่จะสู้กับงานทั้งหลายเหล่านั้นได้

วันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา ตลอดจนกระทั่งบอกกล่าวแก่ญาติโยมทั้งหลายแต่เพียงเท่านี้


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-12-2021 เมื่อ 02:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 40 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:00



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว