กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๕ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 12-07-2022, 17:48
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 10,617
ได้ให้อนุโมทนา: 216,321
ได้รับอนุโมทนา 741,346 ครั้ง ใน 36,109 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 13-07-2022, 00:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,488
ได้ให้อนุโมทนา: 151,147
ได้รับอนุโมทนา 4,405,349 ครั้ง ใน 34,077 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ คนรอบข้างช่วงนี้ ไม่ว่าจะใกล้หรือว่าไกล ก็มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ หลายราย อย่างเช่นว่าลูกอ้อย (ศัลยา จันทร์อุ่ย) ลูกเจนนี่ (เมธาวี เหลืองถาวรกุล) เป็นต้น ตลอดจนกระทั่งญาติโยมที่รู้จักคุ้นเคยอีกหลายราย ก็แจ้งมาว่าติดเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ แล้ว ทั้ง ๆ ที่ ๕ ระลอกแรกนั้น ไม่ปรากฏว่าติดเชื้อเลย แต่มาระลอกนี้กลับติดเชื้อเข้าไปได้

ตรงจุดนี้อยากจะให้ทุกท่านระมัดระวังกำลังใจของเราเอาไว้ด้วย เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยนั้น เมื่อร่างกายไม่ดี ถ้ากำลังใจไม่เข้มแข็งจริง ๆ ก็มักจะฟุ้งซ่าน แล้วก็อาจจะทำให้เรากลายเป็นมิจฉาทิฎฐิไปได้..!

เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะไปคิดว่า ทำไมพระถึงไม่คุ้มครองป้องกันเรา ? โดยที่ลืมไปว่า แต่ละท่านแต่ละคนนั้น มีวาระกรรมของตนเองที่ทำเอาไว้แต่ปางก่อน เมื่อถึงเวลาวาระกรรมนั้นมาสนอง ก็ทำให้เราจะต้องประสบพบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ ไม่ว่าจะเป็นการตกต่ำ การเจ็บไข้ได้ป่วย หรือว่าการที่สูญเสียทรัพย์สินสิ่งของ เป็นต้น

แล้วกิเลสก็มักจะชักนำให้เราคิดไปในแต่ด้านที่แย่ ๆ ทำให้กำลังใจของเราห่างไกลความดีออกไปมาก ยิ่งห่างไกลออกไปเท่าไร ก็ยิ่งจะโดน กิเลส ตัณหา อุปาทาน และอกุศกรรมต่าง ๆ ชักนำให้ห่างไกลจากพระรัตนตรัย และห่างไกลจากความดีออกไปทุกที


เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าบรรดามารทั้งหลายนั้น โดยเฉพาะกิเลสมารเขารอเราอยู่ ถึงเวลามีโอกาสเมื่อไร เขาก็จะลงมือแบบไม่ยั้ง เมื่อเราเองถ้าหากว่าประมาท ขาดสติแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจจะสูญเสียกำลังใจที่ยึดมั่นในคุณพระรัตนตรัยไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง

จะยกตัวอย่างก็คือว่า มีญาติโยมหลายท่าน สมัยที่เป็นฆราวาสกินเหล้าเมาหัวราน้ำ นอนตากน้ำค้างทั้งคืนก็ไม่เป็นอะไร แต่พอบวชเข้ามาเป็นพระแล้ว ถึงเวลาตั้งหน้าตั้งตารักษาศีล ปฏิบัติธรรม ก็เจ็บโน่นป่วยนี่อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งฟุ้งซ่านคิดไปว่า เพราะมาทำความดีเช่นนี้ถึงทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย ก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย แล้วก็สึกหาลาเพศไปเมาหัวราน้ำเหมือนเดิม

น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านทั้งหลายเลี้ยวเข้ามาในทางที่ถูกแล้ว แต่ว่าสู้มายาของกิเลสไม่ได้ เพราะว่าขาดสมาธิ ขาดปัญญาที่จะมาสนับสนุนช่วยเหลือในระดับที่พอเพียง จึงทำให้กำลังใจตก แล้วกิเลสก็พาฟุ้งซ่านจนกระทั่งเสียหายใหญ่โต บางท่านที่กระผม/อาตมภาพรู้จักมา ห่างวัดไปเป็นเวลา ๑๐ กว่า ๒๐ ปีแล้วก็ยังเลี้ยวกลับมาไม่ได้เลย เพราะว่ามีความเข้าใจผิดตรงนี้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2022 เมื่อ 01:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 13-07-2022, 00:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,488
ได้ให้อนุโมทนา: 151,147
ได้รับอนุโมทนา 4,405,349 ครั้ง ใน 34,077 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ส่วนบางท่านนั้นก็ใช้วิธีภาวนาพระคาถาเงินล้าน แล้วก็ไปลงทุนในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทำกิจการก็ดี ลงทุนในส่วนของทรัพย์สินสิ่งของอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสังหาริมทรัพย์หรือว่าอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนกระทั่งกองทุนของธนาคารต่าง ๆ แม้กระทั่งลงทุนในตลาดหุ้น

ที่น่ากลัวที่สุดก็คือลงทุนในจำพวกคริปโตเคอเรนซี ซึ่งเป็นสิ่งมายา จับต้องไม่ได้เลย โดยที่พยายามภาวนาให้มากเข้าไว้ ถึงระดับเป็นล้าน ๆ จบ เมื่อสั่งสมได้แล้วก็ไปทุ่มเทลงทุน

พอได้กำไร ก็ไปบอกกล่าวให้พรรคพวกเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องของท่านให้มาลงทุนร่วมกัน ระยะแรกพอทุกคนทำไปได้ผลดี ก็ทุ่มเทลงทุนหนักเข้าไปอีก แล้วอยู่ ๆ หุ้นก็ตก กองทุนก็ล้ม เหรียญคริปโตที่ราคาดี ๆ ก็ตกลงมา จนกระทั่งบางเหรียญถึงขนาดติดลบก็มี..!

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านทั้งหลายก็ไม่ได้คำนึงว่า ตัวเราเองนั้นสร้างความดีความชั่วมาสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ไม่ได้ทำความดีด้วยความต่อเนื่อง จึงทำให้กระแสบุญขาดช่วงลง แล้วกระแสกรรมเข้ามาสนองแทน ท่านทั้งหลายเหล่านั้นก็ไปคิดฟุ้งซ่าน ตลอดจนกระทั่งบ่นว่าโวยวายกันในกลุ่มของตนเองว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าพระไม่ช่วยเรา ทั้ง ๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตาภาวนาสะสมกันมาเป็นแสนเป็นล้านจบ

โดยที่ท่านทั้งหลายไม่ได้คำนึงว่า การภาวนาของท่านนั้นวางกำลังใจผิด...นี่เป็นประการแรก ก็คือภาวนาเพราะอยากมี อยากได้ อยากเป็น โดยเฉพาะอยากรวย อยากเจริญรุ่งเรือง ไม่ได้วางกำลังใจให้อยู่ในระดับที่ว่า เรามีหน้าที่ภาวนา ผลจะเกิดอย่างไรก็ช่าง ในเมื่ออันดับแรก เราวางกำลังใจผิดในการภาวนา ผลก็ย่อมไม่สามารถที่จะเกิดได้อย่างเต็มที่

ประการที่สองก็คือ ท่านทั้งหลายเหล่านั้นลืมไปว่าตนเองสร้างความดีความชั่วมา อย่างชนิดที่ "ดีก็ดีไม่ทั่ว ชั่วก็ชั่วไม่หมด" สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอยู่ในลักษณะ "ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน"

เมื่อถึงเวลาความชั่วหรือว่ากรรมชั่วเข้ามาสนอง แทนที่เราจะมีปัญญาสำนึกในจุดนี้ แล้วพยายามที่จะพากเพียรสร้างความดีต่อไป แบบอนาถปิณฑิกเศรษฐี ที่สูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดไป จนกลายเป็นคนยากจน แต่ท่านก็ยังตั้งหน้าตั้งตาสร้างสมความดีอยู่ตลอดโดยที่ไม่ได้ละเว้น แม้กระทั่งคนในครอบครัวกล่าวตักเตือนท่านก็ไม่ฟัง เทวดาที่รักษาฉัตรเศรษฐีอยู่ตำหนิ ท่านก็ไม่ฟัง ซ้ำยังขับไล่เทวดาไปด้วยว่า เทวดาที่มีกำลังใจเป็นมิจฉาทิฏฐิเช่นนี้ท่านไม่คบด้วย

ในเมื่อท่านสร้างความดีอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งวาระบุญกุศลย้อนกลับมาสนอง รวมกับบุญปัจจุบันที่ท่านทำอยู่แบบไม่ขาดสาย ก็ทำให้ทรัพย์สินสิ่งของทั้งหลายของท่านนั้นกลับคืนมา ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีดังเดิม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2022 เมื่อ 01:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 13-07-2022, 00:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,488
ได้ให้อนุโมทนา: 151,147
ได้รับอนุโมทนา 4,405,349 ครั้ง ใน 34,077 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในเมื่อตัวเราไม่ได้สร้างความดีมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ภาวนาพระคาถาเงินล้านด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ โดยเฉพาะไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาสร้างความดีต่อไปโดยที่ไม่หวั่นไหว ก็ทำให้กำลังใจของท่านทั้งหลายเหล่านั้นตกลง แล้วก็พาตัวห่างไกลจากวัด ห่างไกลจากความดีไปอย่างน่าเสียดาย

ตอนกำลังใจของเราตกนั้น ต่อให้เทวดา หรือพระอินทร์มาองค์เขียว ๆ อยู่ตรงหน้า บอกกล่าวอะไรมาเราก็ไม่ฟัง เพราะว่าเรามัวแต่ไปหลงเสียดายอยู่กับตัวเลขที่เป็นอากาศธาตุ ก็คือกองทุนต่าง ๆ ซึ่งตัวเลขทั้งหลายเหล่านั้นมีขึ้นมีตกเป็นปกติ จนกว่าท่านทั้งหลายจะถอนเอากองทุน หรือว่าถอนผลกำไรของเราออกมาเป็นตัวเงินในบัญชี หรือว่าเป็นเงินสด จึงจะนับได้ว่าเป็นของเราอย่างแท้จริง

ในเมื่อท่านทั้งหลายกระทำความดีแบบไม่บริสุทธิ์ มีความชั่วในกาลก่อนมาร่วมสนอง มี กิเลส ตัณหา อุปาทาน อกุศลกรรมต่าง ๆ มาซ้ำเติม ก็ทำให้ท่านห่างไกลจากความดี แล้วยังไม่ได้กระทำความดีอย่างต่อเนื่องอีกด้วย


เมื่อตัวท่านทั้งหลายหลุดห่างจากความดีไป ถ้าไม่มีกำลังใจในการที่จะว่ายทวนกระแสโลกอย่างพากเพียรจริงจัง ชนิดที่ทุ่มเทแบบเอาชีวิตเข้าแลก ท่านทั้งหลายอาจจะห่างไกลความดีออกไปหลายปี หรือหลายสิบปี อย่างที่พรรคพวกเพื่อนฝูง และญาติโยมหลายคนที่กระผม/อาตมภาพรู้จักดี ที่ห่างไกลความดีออกไปอย่างน่าเสียดาย ซ้ำยังไปคิดปรามาสพระรัตนตรัยให้เป็นโทษหนักแก่ตัวเองเข้าไปอีก ว่าทำไมพระรัตนตรัยถึงไม่ช่วย ทั้ง ๆ ที่ท่านทั้งหลายทุ่มเทอย่างจริงจังแล้วในการภาวนา

แต่ลืมไปว่าการภาวนาของเรานั้นวางกำลังใจผิด เป็นไปโดยหาความบริสุทธิ์อย่างแท้จริงไม่ได้ เป็นการนำเอาความโลภขึ้นหน้า ตัณหานำทาง เมื่อถึงเวลาเกิดความผิดความพลาดขึ้นมา เรายังไปโยนให้เป็นความผิดของพระรัตนตรัยอีกด้วย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2022 เมื่อ 01:11
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 13-07-2022, 00:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,488
ได้ให้อนุโมทนา: 151,147
ได้รับอนุโมทนา 4,405,349 ครั้ง ใน 34,077 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่แผ่เมตตาให้ วางอุเบกขาที่ประกอบไปด้วยความเมตตา กรุณา หวังว่าท่านทั้งหลายเหล่านั้นจะรู้ตัว และพากเพียรพยายามที่จะทวนกระแสโลกทั้งหลายกลับมาอีกวาระหนึ่ง

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ที่เกิดขึ้น เมื่อกิเลส ตัณหา อุปาทาน อกุศลกรรมได้โอกาสแล้ว ก็จะรุมกระทืบซ้ำเราอย่างไม่ปรานี ถ้าไม่ใช่บุคคลที่อดทน อดกลั้น มีสัจจะความจริงจัง ทำสิ่งที่เป็นความดีชนิดที่เอาชีวิตเข้าแลก ก็มักจะเอาตัวไม่รอด โดนกิเลสลากจูงจมูกไปไกลจากความดี อาจจะหลายเดือน หลายปี หลายชาติ และหลายกัปหลายกัลป์ก็เป็นได้ จึงได้แต่คอยเอาใจช่วยอยู่ห่าง ๆ

เพราะว่าพระพุทธศาสนาของเรานั้น ต้องยอมรับกฎของกรรม เราถึงจะเข้าถึงความดีต่าง ๆ ได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ศาสนาที่สนับสนุนให้บุคคลที่ขอร้องแล้วได้รับผลดีต่าง ๆ ไปเหมือนอย่างที่ศาสนาอื่นเข้าใจผิด และไปร้องขอ แต่ว่าศาสนาของเรานั้น ต้องประกอบเหตุให้สมบูรณ์ ผลถึงจะเกิดแก่เราท่านทั้งหลายได้

จึงได้แต่หวังว่าท่านทั้งหลายจะประกอบเหตุให้สมควรแก่กาล แล้วผลดีทั้งหลายกลับมาสนองท่านทั้งหลายอีกวาระหนึ่ง ทำให้ท่านหายจากการเป็นมิจฉาทิฎฐิ หันกลับเข้ามายึดคุณพระรัตนตรัยโดยสมบูรณ์อีกวาระหนึ่ง

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวต่อญาติโยมทั้งหลายแต่เพียงเท่านี้


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2022 เมื่อ 01:13
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:04



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว