กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #61  
เก่า 07-07-2019, 20:04
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ท่านใดที่บูชา Flash Drive ธรรมะ ๖๐ ปีของอาตมาไป ขอแนะนำว่าให้ถ่ายข้อมูลเก็บเอาไว้ในฮาร์ดดิสก์หรือว่าในเครื่อง เพราะว่า Flash Drive ถ้าพกไปพกมาเกิดผ่านอะไรที่เป็นแม่เหล็ก วูบเดียวข้อมูลจะหายเกลี้ยงเลย Copy ทิ้งไว้สัก ๒-๓ ที่ก็ได้ เสร็จแล้วแผ่นข้อมูลนั่นเราก็เอามาเลี่ยมแขวนคอ..! เพราะว่าเป็นวัตถุมงคลที่เป็นรูปพระอาจารย์เล็กชิ้นแรกและชิ้นเดียวเท่านั้น

อาตมาตั้งใจแล้วว่าถ้าจะทำวัตถุมงคลรูปตัวเองก็ขอสักอายุ ๘๐ ปีไปแล้ว ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เขาออกแบบมาสวยก็เลยใจอ่อน ยอมให้เขาทำ ไปนึกถึงหลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน หลวงปู่หมุนท่านบอกว่าถ้าท่านอายุไม่ถึง ๑๐๐ ปี ไม่ต้องมาขอให้ท่านทำวัตถุมงคล หลวงปู่หมุนก็อยู่เสีย ๑๐๐ กว่าปี"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-07-2019 เมื่อ 21:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 168 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #62  
เก่า 07-07-2019, 20:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พ่อแม่พาลูกมาถวายสังฆทาน "จับเขาสวดมนต์ภาวนาแต่เด็ก ๆ นะ ไม่อย่างนั้นรายนี้โตขึ้น ถ้าเอาไม่อยู่นี่รับประกันได้...โลกแตกแน่"

ถาม : ดื้อค่ะ
ตอบ : สมัยนี้เขาไม่เรียกว่าดื้อ เขาเรียกว่ายึดมั่นต่อความคิดของตัวเอง ไอ้เจ้าหนูนี่เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้น..ต้องพยายามลากเข้าวัดแต่เนิ่น ๆ นะ ต้องรีบ ๆ ฝึกไว้ ให้เขามายึดมั่นแนวคิดในการทำความดีไว้ก่อน คราวนี้จะดื้อทำเท่าไรก็ทำไปเถอะ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-07-2019 เมื่อ 21:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 163 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #63  
เก่า 07-07-2019, 20:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ใครจะร่วมบุญธรรมทานใหญ่ คือสร้างวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ไปบูชาเหรียญสมเด็จองค์ปฐมเนื้อเขียวเหล็กไหลที่ตู้วัตถุมงคล แพงหน่อยแต่ว่าตั้งใจเอาไปทำบุญใหญ่จริง ๆ

วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๒ อาตมาจะหนีงานเอาเงินตรงนี้เป็นกองผ้าป่าร่วมสร้างวิทยาลัยสงฆ์ เพราะว่าวันที่ ๖ ตุลาคมนี้ จะเป็นวันวางศิลาฤกษ์วิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี อยู่ตรงพนมทวน ข้าง ๆ โรงเรียนวัดห้วยสะพาน ตอนนี้กำลังทำทางเข้าออกอยู่ ตัวอาคารก็ตีผังแล้ว กว่าจะถึงเดือนตุลาคมก็น่าจะเห็นหน้าเห็นหลังกันมาก

ตั้งแต่รับสังฆทานมานาน ๆ จะมีหนีงานทีหนึ่ง จำได้ว่าเคยหนีไปครั้งหนึ่งไม่ทราบว่างานอะไร เคยหนีไปครึ่งค่อนวันเหมือนกัน งวดนี้ก็น่าจะใกล้เคียงกัน เพราะว่าทอดผ้าป่าฉันเพลเสร็จเรียบร้อย วิ่งมานี่หนึ่งชั่วโมง ก็ราว ๆ บ่ายโมงมารับสังฆทานต่อที่นี่ เพราะฉะนั้น..ใครจะจัดผ้าป่าร่วมสร้างวิทยาลัยสงฆ์ก็เตรียมไว้นะ ถ้าหากว่าไม่มีก็ช่วยกันบูชาวัตถุมงคล อาตมาจะรวมเงินไปเอง

อาคารหลังนี้ต้องบอกว่าแพงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าตอนแรกปี ๒๕๕๙ ราคาอยู่ที่ ๓๘ ล้านบาท ไม่ได้ลงมือทำ มาลงมือตอนนี้ปี ๒๕๖๒ เขาประมาณการไว้ที่ ๕๐ ล้านบาท ถ้าขืนช้าราคาคงจะไปอีกไกล"

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-07-2019 เมื่อ 21:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 165 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #64  
เก่า 07-07-2019, 20:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ใครจะร่วมไถ่ชีวิตสัตว์กับเว็บพลังจิตบ้าง ? อาตมาปล่อยชีวิตสัตว์มาตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๒๙ จนถึงตอนนี้ขึ้นปีที่ ๓๔ แล้วกระมัง ? ไม่รู้เหมือนกันว่าหมดไปกี่สิบล้านบาทแล้ว

อันนี้คุณวีระชัย แก่นภักดี เจ้าของเว็บพลังจิต บอกว่าอยากจะทำถวายตอนหลวงพ่ออายุ ๖๐ ปี ก็เลยเอามาถวายตอนเลย ๖๐ ปีมาหลายวันแล้ว เดี๋ยวนี้เดือนหนึ่งอาตมาปล่อยที ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท

อันนี้ก็น่าจะอยู่ได้หลายเดือน ยอดของทางเว็บพลังจิตมา ๓๖๕,๐๐๐ บาท บวกกับของเราอีกหน่อยหนึ่งตรงนี้ โมทนากัน ถ้าหากว่าปล่อยสัตว์แล้วอายุยืน ตูจะได้ไม่เฮงอยู่คนเดียว ไม่อย่างนั้นประเภทยืนอยู่คนเดียวไม่มีใครช่วยนี่จะยุ่งมากเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-07-2019 เมื่อ 21:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 179 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #65  
เก่า 07-07-2019, 20:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "โยมไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทำบุญ อาตมาใช้เป็น ไม่เคยเหลือหรอก มีแต่ใช้เกิน วันก่อนพระครูเกษมกาญจนสิทธิ์ วัดท่าเสด็จ เจ้าคณะอำเภอด่านมะขามเตี้ย ไปอบรมด้วยกัน จับแขนดึงไปหน้าส้วม “อาจารย์เล็กขอเคล็ดลับหน่อย สั้น ๆ ประโยคเดียวนะ อย่ายาว ความจำผมไม่ดี ทำอย่างไรผมจะทำแล้วประสบความสำเร็จอย่างอาจารย์เล็กบ้าง ?”

“เอาประโยคเดียวใช่ไหม ?” “ใช่” “มีเงินเท่าไรใช้ให้หมด” ถ้าใช้เป็นก็ประสบความสำเร็จเอง เพราะหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านสอนพระเอาไว้ว่า “เงินอย่าใช้ข้ามปี ก่อนสิ้นปีใช้เงินให้หมด เป็นหนี้ได้ยิ่งดี” ท่านอธิบายว่าถ้าเราเป็นหนี้ เงินมาจะไม่คิดว่าเป็นของเราเอง ไม่ก็ถือคติแบบพระครูเทพ วัดสี่แยกเจริญพร ‘ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย หน้าบึ้งใส่ให้ครึ่งเดียว พอทวงเมื่อไรหายกัน’

ในส่วนนี้ทำให้พระมหาเถระมีปัญหาเรื่องการใช้เงิน ที่เขาใช้คำว่าเงินทอน ความจริงไม่ใช่ แต่เป็นการแจ้งข้อกล่าวหาส่งเดชไปเรื่อย ข้อกล่าวหาที่แท้จริงก็คือเอาเงินสงฆ์ไปให้โยม แต่ความจริงโยมที่ว่านั่นคือเจ้าหนี้ เพียงแต่ว่าเจ้าหนี้นั่นเป็นผู้หญิง พอถึงเวลาเงินเข้าบัญชีก็โอนต่อไปให้โยมเพื่อใช้หนี้ เพราะค้างเขามานาน แต่คราวนี้คนจะหาเรื่องก็ไม่ฟังเหตุผล เอาท่านเข้าคุกไปเลย

บ้านเราเมืองเราเรื่องของศาสนาลักลั่นมาก เราบอกว่าเรานับถือศาสนาพุทธมากที่สุดในประเทศ แต่งบประมาณที่สนับสนุนนี่แทบจะไม่มีเลย งบบูรณปฏิสังขรณ์วัดนี่อาตมาเลิกขอไปเลย เพราะว่าเคยขอให้วัดพุทธบริษัท ขอ ๒๐๐,๐๐๐ บาท หลักฐานทุกอย่างทำไปคือ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่เขาจ่ายมาแค่ ๒๐,๐๐๐ บาท อาตมาเลิกขอไปเลย เพราะว่าเท่ากับเราขอเงินให้คนอื่นใช้ ขอไปแล้วก็ต้องเว้นอย่างน้อย ๒ ปีถึงจะขอได้ใหม่"

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-07-2019 เมื่อ 21:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 164 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #66  
เก่า 07-07-2019, 20:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"คราวนี้ศาสนาอื่นเขาไม่ใช่อย่างนั้น ศาสนาอื่นเขาออกเป็นกฎหมายเลยว่าต้องสนับสนุนเขา ส่วนศาสนาพุทธเราที่คิดว่าเป็นศาสนาประจำชาติ ต้องบอกว่าหากันเอาตามมีตามเกิด แล้วแต่ศรัทธาญาติโยม

ดังนั้น...ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่น่าสงสารสุด ๆ พอคนอื่นจะหาเรื่องขึ้นมาก็ อ้าว...พระจับเงินจับทองไม่ได้ เงินสงฆ์ทั้งหมดจะต้องโอนเป็นของกลาง สนับสนุนวัดแม้แต่บาทเดียวยังไม่สนับสนุน แต่ทีเงินวัดนี่จะเอา แล้วพระท่านจะไปบูรณปฏิสังขรณ์วัดอีท่าไหน ? จะทำให้กิจการของศาสนาเป็นไปอีท่าไหน ? เพราะว่าทุกอย่างต้องใช้เงินหมด

ถึงได้ปรารภกับพระวัดท่าขนุนว่า พวกคุณอาจจะโชคดี ได้เป็นพระรุ่นสุดท้ายของศาสนาพุทธในประเทศไทย เพราะว่าเดี๋ยวนี้แม้แต่กฎเกณฑ์กติกาการบวชทุกอย่างก็กลายเป็นทำให้ยากที่สุด เมื่อวันที่ ๒๕ ที่ผ่านมา ไปอบรมสัมมนาพระวินยาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ และผู้เกี่ยวข้อง

อาตมามาถึงได้กล่าวในที่ประชุมว่า พระวินยาธิการหรือตำรวจพระ เกิดขึ้นมาจากความล้มเหลวของเจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์ ที่ไม่สามารถอบรมพระเณรของตัวเองให้ดีได้ ถ้าลำพังเจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์เข้มแข็ง อบรมพระเณรของตัวเองให้ดีได้ พระวินยาธิการไม่จำเป็นต้องมี เพราะว่าพวกที่ทำชั่วแสดงว่าเป็นตัวปลอม...ไม่ใช่พระ ชาวบ้านสามารถแจ้งตำรวจจับได้เลย

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าว่าแรงไปหรือเปล่า ? เจ้าคณะภาคท่านก็อยู่ เจ้าคณะจังหวัดก็อยู่ ก็ในเมื่อเขาถามว่าใครมีปัญหาอะไรก็ว่ามา ก็เลยบอกว่าก่อนที่จะกล่าวถึงปัญหา ขอพูดความในใจก่อน ใส่ไปเต็ม ๆ เลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-07-2019 เมื่อ 02:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 164 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #67  
เก่า 07-07-2019, 20:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ปัญหาของอาตมาก็คือ อันดับแรก ขอบเขตการทำงานของพระวินยาธิการ ถ้าไปเจอพวกดื้อด้าน ไม่ยอมฟัง ต่อให้คุณเป็นตำรวจพระพวกนั้นก็ไม่สนใจ เพราะหน้าด้านเป็นปกติอยู่แล้ว เราจะจัดการอย่างไร ?

ประการที่สอง คุณเอาความปลอดภัยเข้าว่า ก็คือพอได้ข่าวว่าเขาทำอะไรไม่ถูกต้องตรงโน้นตรงนี้ แล้วก็ต้องประสานหน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้จนครบถ้วน...แล้วค่อยไป ซึ่งจากการปฏิบัติจริงไม่เคยทันรับประทาน เพราะกว่าจะประสานงานเสร็จก็คงเป็นชั่วโมง ขณะที่ความเป็นจริงช้าไปแค่ ๕ นาทีเขาก็เปิดแน่บหนีไปแล้ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-07-2019 เมื่อ 21:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 160 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #68  
เก่า 07-07-2019, 20:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"เสร็จแล้วก็จะมีการตั้งหน่วยงานเพิ่มขึ้นมา อย่างเช่นว่า อาจจะรวมศูนย์ให้ดูแลกันเป็นภาค ๆ บอกว่านี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่เลวร้ายที่สุดในหน่วยงานราชการไทย แล้วเราก็จะเอามาเลียนแบบ เพราะว่าแก้ปัญหาแล้วจะกลายเป็นเพิ่มปัญหา เพิ่มงบประมาณโดยที่งานไม่ได้อะไรเลย เพราะชุดใหม่ก็จะไปตรวจสอบชุดเก่า ชุดใหม่กว่าจะมาตรวจสอบชุดปานกลาง ชุดใหม่ล่าสุดก็จะมาตรวจสอบชุดใหม่ แล้วจะทำอะไรได้ ? งบประมาณก็เปลืองไปเปล่า ๆ

เขาถามว่าแก้วิธีไหน ? ก็แค่อบรมพระเณรของเราให้ละอายชั่วกลัวบาป รักศีลตัวเองก็จบแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปมีคณะกรรมการอะไรมากมาย แต่ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วก็ว่ากันไปตามหน้าเสื่อ เพราะอาตมาไปว่าคนอื่นเขาว่าอบรมพระเณรได้ไม่ดี ตัวเองงานนี้ก็ลักษณะเดียวกัน บวชพระไป ๑๐๘ รูปนี่แทบไม่ได้อยู่ให้พระท่านเห็นหน้าเลย ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเหลือกี่รูป เพราะว่ามีงานต่อเนื่องอยู่ทุกวัน วันไหนมีงานเดียววันนั้นถือว่าดวงดีสุด ๆ

บางทีมอบหมายให้พระท่านไปทำนั่นทำนี่ แล้วท่านก็บอกว่าสู้ไม่ไหว บางรายก็บอกว่าถ้าให้ทำอย่างนั้นแล้วจะสึก เลขาฯ ท่านก็ส่งข้อความมา อาตมาตอบกลับไปว่า “ถ้าจะสึกให้แม่..สึกเดี๋ยวนี้แหละ ถ้ากำลังใจจะเสียสละเพื่อพระศาสนาก็ยังไม่มี มึงอยู่ต่อไปก็ไร้ประโยชน์..!” อาตมาเป็นเจ้าอาวาสหรือเป็นพระอุปัชฌาย์ที่ไม่ง้อพระ เพราะว่าปัจจุบันนี้ก็อยู่กันมากเกินไปแล้ว

เราบวชเข้ามา นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ เอตัง กาสาวัง คเหตวา ก็คือเราขอรับผ้ากาสาวพัสตร์นี้มาเพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน การที่จะทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานได้ต้องแลกกันด้วยชีวิต งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มอบหมายให้บอกว่าไม่ไหว ถ้าให้ไปจะสึก "อย่างนั้นมึงสึกไปเลย..!

บางทีของบางอย่างเห็นแล้วก็สะท้อนใจ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วเราไม่ได้อยู่ให้ศาสนาหรือวัดได้พึ่ง แต่กลายเป็นบวชเพื่อไปพึ่งวัดหรือพึ่งพระศาสนา ผิดวัตถุประสงค์ในการบวชตั้งแต่แรก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-07-2019 เมื่อ 21:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 169 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #69  
เก่า 13-07-2019, 18:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : สงสัยค่ะว่าญาติตัวเองโดนไสยศาสตร์หรือเปล่า ควรทำอย่างไรคะ ?
ตอบ : ถ้าจะแก้ไสยศาสตร์ให้พาไปเข้าพิธีเป่ายันต์เกราะเพชร

ถาม : ยากมากเลยค่ะ ?
ตอบ : ถ้ายากมากก็เรื่องของเขา อย่าไปยุ่งกับเขา

ถาม : เขาไม่ค่อยเข้าวัดค่ะ ?
ตอบ : ก็ให้เขารับเวรรับกรรมของเขาต่อไป จะไปยุ่งกับเขาทำไม ?

ถาม : สงสารพ่อแม่เขาค่ะ ?
ตอบ : เขาเองยังไม่สงสารเลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2019 เมื่อ 20:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 151 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #70  
เก่า 13-07-2019, 18:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "หลวงพ่อพระธรรมพุทธิมงคล วัดป่าเลไลยก์ บุคคลที่คุ้นเคยเรียกว่า หลวงพ่อเจ้าคุณสะอิ้ง แต่ว่าคนสุพรรณบุรีหรือพระสุพรรณบุรีมักจะเรียกว่า หลวงพ่อเล็ก เพราะว่าก่อนหน้านั้นท่านเป็นรองเจ้าคณะจังหวัด แล้วหลวงพ่อฉลอง (พระธรรมเสนานุวัตร) ท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัด เขาเรียกหลวงพ่อฉลองว่าหลวงพ่อใหญ่ ก็เลยเรียกหลวงพ่อสะอิ้งว่าหลวงพ่อเล็ก

ท่านเกษียณจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ก็ไปสร้างผลงานก็คือแกะสลักพระพุทธรูปที่หน้าผามังกรบิน ท่านบอกว่าท่านศึกษาพระไตรปิฎกมาแล้ว การจะอยู่ถึง ๑๒๐ ปีไม่ยาก ถ้าหากว่าใจยังมีงานให้ทำอยู่ก็ต้องอยู่ได้ ท่านหมายถึงมโนสัญเจตนาหาร ท่านบอกว่าเดี๋ยวพระองค์นี้เสร็จท่านก็จะทำอีก สร้างไปเรื่อย ๆ ท่านจะอยู่ถึง ๑๒๐ ปีให้เป็นตัวอย่างคนอื่นเขา

ปรากฏว่าหลังงานวันที่ ๑๗ มิถุนายน บรรดาพระผู้ใหญ่กลับกันหมดแล้ว ท่านติดภาระอยู่ก็มาทีหลัง เดินเข้ามาในศาลา คราวนี้ศาลา ๑๐๐ ปีวัดท่าขนุนกว้าง ท่านมาถึงก็นั่งหอบ อาตมาถามว่า “เป็นอย่างไรครับหลวงพ่อ สัก ๑๐๘ ปีนี่ไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ ?” ท่านตอบว่า “ดูท่าจะมีนิดหน่อยว่ะ”
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2019 เมื่อ 20:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 154 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #71  
เก่า 13-07-2019, 19:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"หลวงพ่อพระธรรมพุทธิมงคลท่านบอกว่า ท่านเลื่อมใสหลวงพ่อฤๅษีลิงดำมาก มีโอกาสเจอหลวงพ่อแค่ไม่กี่ครั้ง ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิด ไม่รู้ว่าหลวงพ่อเก่งเท่าไร แต่พวกแก (ท่านชี้นิ้วมา) ลูกศิษย์หลวงพ่อมีฤทธิ์ทุกคน ถ้าหลวงพ่อเอ็งไม่มีฤทธิ์ สอนลูกศิษย์อย่างนี้ไม่ได้หรอก

กราบเรียนถามว่ามีฤทธิ์ที่ไหนครับ? ท่านบอกว่าพวกเอ็งไม่ว่าไปอยู่ที่ไหน ก็สร้างวัดเหมือนกับเนรมิตได้ อย่างนี้เขาเรียกว่ามีฤทธิ์ แล้วท่านก็งอนิ้วไล่ให้ทีละคนเลย เพิ่งจะรู้ว่าลูกศิษย์หลวงพ่อไปอยู่ที่ไหนท่านรู้จักหมดเลย เสร็จแล้วท่านก็สรุปว่า ในส่วนของลูกศิษย์ แสดงถึงความสามารถของครูบาอาจารย์ ถ้าหากว่าลูกศิษย์ถอดแบบครูบาอาจารย์มาเต็มที่ อย่างไรไม่เคยได้ถึง ๑๐๐% ลูกศิษย์เต็มที่ก็มักจะได้แค่ ๘๐-๙๐% เพราะฉะนั้น..ลูกศิษย์ยังได้ขนาดนี้ ครูบาอาจารย์ไม่รู้ว่าจะขนาดไหน แล้วถ้าพวกเอ็งเป็นเปอร์เซ็นต์ท้าย ๆ เกิน ๒๐-๓๐% นี่พวกข้าตาย ไม่ต้องไปเทียบกับหลวงพ่อท่านหรอก

ก็เลยกราบเรียนท่านว่า "หลวงพ่อบอกว่าพวกผมมีฤทธิ์ แต่ผมสร้างพระใหญ่อย่างหลวงพ่อไม่ได้นะครับ" ท่านบอกว่า "แกทำได้ พระใหญ่ของข้าแค่ ๘๐ ล้านบาท หลวงพ่อทองคำของแกตั้ง ๑๐๐ กว่าล้านบาท" อาตมานึกถึงแต่ขนาดของพระ ลืมนึกถึงราคาไป"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2019 เมื่อ 20:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 158 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #72  
เก่า 13-07-2019, 19:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ที่บ้านที่ผ่านมาหลายปีนี้ ทรัพย์สินเงินทองสูญไปนับสิบล้านบาท ตอนนี้ก็สูญไปเรื่อย ๆ ?
ตอบ : ต้องถามหมอดูนะ ไม่ใช่ถามอาตมา อาตมาตอบแต่ปัญหาธรรม ถ้าไปถามหมอดูก็เจอวิธีแก้ไขแพง ๆ ทั้งนั้นแหละ

ทรัพย์สินสิ่งของอะไรที่เป็นของเรา ให้วิเคราะห์ดูว่าจุดรั่วไหลอยู่ตรงไหน จะเกิดจากคนกันเอง จากการไม่มีเวลาบริหาร จากการไว้วางใจผู้อื่น หรืออะไร ค่อย ๆ เจาะไปทีละประเด็นแล้วก็ปิดช่องไปก็หมดแล้ว ของแค่นี้ไม่เห็นต้องไปถามใคร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-07-2019 เมื่อ 20:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 156 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #73  
เก่า 14-07-2019, 14:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : เวลาเจอเรื่องไม่พอใจ บางทีก็ถึงกับเบื่อมาก แต่ก็เบื่อแบบไม่พอใจ ไม่ใช่เห็นทุกข์ เราควรจะนำเหตุที่เบื่อนี้ไปพิจารณาให้เห็นทุกข์หรือไม่ หรือจะกลายเป็นเอาเรื่องในอดีตมาฟุ้งไป ?
ตอบ : ความจริงถ้าพลิกนิดเดียวก็ได้ประโยชน์มหาศาลเลย เพราะว่าความเบื่อ
ทุกอย่างจัดเป็นนิพพิทาญาณ เพียงแต่ว่าเบื่อแบบไหน ? เบื่อลักษณะไหน ? คราวนี้เบื่อของเราไม่ใช่เบื่อเพราะว่าไม่อยากอยู่ หรือเบื่อเพราะว่าเห็นโทษ แต่เบื่อเพราะว่ากระทบสิ่งที่ไม่ชอบ

เราก็เพิ่มไปว่า ถ้าหากว่าเราเกิดมาอีกเมื่อไรก็พบแต่สิ่งที่ไม่ชอบใจอย่างนี้ ความเบื่อทั้งหมดก็จะลงล็อกพอดี แสดงว่าตอนนั้นปัญญายังไม่พอ ไม่สามารถที่จะเพิ่มเนื้อหาเข้าไปได้

ถาม : เคยเอามาคิดเหมือนกัน แต่ใจก็เถียง ส่วนใหญ่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็เกิดจากเราไม่รู้จักอดกลั้น เป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ ค่ะ บางทีก็ตึงตังไปว่าเราถูก ความจริงเรานิ่งก็ไม่เสียอะไรแล้ว ?
ตอบ : ไอ้นั่นมาทีหลัง เหมือนกับหวยออกแล้วเราค่อยรู้ว่าจะต้องเล่นตัวไหน แต่ตอนนั้นสติ สมาธิ ปัญญา ของเราไม่พอ โดยเฉพาะตัวกำลังในการยับยั้งตัวเอง ก็แปลว่าตอนนั้นกิเลสมีแรงมากกว่า สมาธิเอาไม่อยู่ เพราะฉะนั้น..เราก็มาพิจารณาหาประโยชน์ตรงที่ว่า เกิดมาเมื่อไรก็เจออย่างนี้ เกิดมาเมื่อไรก็เป็นอย่างนี้ ควรจะพอกันทีหรือยัง ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 23-07-2019 เมื่อ 22:58
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 143 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #74  
เก่า 14-07-2019, 15:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ อาตมารู้จักคุ้นเคยกับท่านตั้งแต่ยังเป็นเจ้าคุณพระราชปริยัติโมลี ท่านไปหาหลวงพ่อวัดท่าซุง ขอเงินไปทำหนังสือมูลกัจจายน์ ซึ่งเป็นตำราบาลีรุ่นเก่า หลวงพ่อเห็นความตั้งใจจริง ก็ไม่ได้คิดว่าท่านจะเป็นพระใหม่พระหนุ่ม หลวงพ่อให้เงินไปหนึ่งล้านบาทเลย ให้ไปทำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

เวลาไปวัดท่านก็ไปตามเวลา อย่างเช่นว่าถ้าหลวงพ่อออกมารับแขกตอน ๑๐ โมง ๔๕ นาที ท่านก็จะนั่งรอจนกว่าจะพบหลวงพ่อ ก็นั่งคุยกัน คุยกันไปคุยกันมา ท่านก็บอกว่า "ไอ้อย่างคุณ อย่างผมนี่ โบราณเขาเรียกว่าพวกเหลือเดนห่า รุ่นของผมบวช ๓๐ รูป เหลือผมคนเดียว รุ่นของคุณบวช ๓๖ รูป เหลือคุณคนเดียว"

ท่านบอกว่าสมัยโบราณ เวลาห่าหรืออหิวาต์ลง มักจะตายยกหมู่บ้าน คนไหนรอดได้ เรียกว่าเหลือเดนห่า ฉะนั้น...อย่างท่านหรืออย่างอาตมา เรียกว่าเหลือเดนห่า นั่งคุยกันอยู่แทบทุกเดือน"

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2019 เมื่อ 20:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 147 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #75  
เก่า 14-07-2019, 15:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ตอนนั้นหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดพิชัยญาติฯ ท่านชวนอาตมาเรียนหนังสือ ช่วงนั้นต้นปี ๒๕๓๓ มีข่าวว่าอาตมาสอบนักธรรมเอกได้ที่ ๑ ของจังหวัด หลวงพ่อท่านไปชวนให้มาเรียนที่กรุงเทพฯ กราบเรียนท่านว่า การเรียนเขาเรียนกันอย่างไร ? ท่านบอกว่าท่านเปิดเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นบาลีพุทธศาสตร์ ต้องลงทะเบียนเรียนตามเวลาเหมือนมหาวิทยาลัยอื่น

อาตมาบอกว่า ถ้าอย่างนั้นก็ถวายท่านเจ้าคุณไปหาทางด้านอื่นเถอะ ผมไม่มีเวลาขนาดนั้น ท่านก็บอกว่าน่าเสียดายนะ เรียนเก่งขนาดนี้ น่าที่จะไปเรียนต่อ ก็ลืม ๆ กันไป จนกระทั่งหลวงพ่อวัดท่าซุงมรณภาพ อาตมาจัดงานศพถวายท่านครบ ๑๐๐ วัน ส่งท่านขึ้นมณฑปที่วิหาร ๑๐๐ เมตรแล้วก็ไปธุดงค์ เปะปะไปอยู่ทางทองผาภูมิ จนกระทั่งกลายเป็นเจ้าอาวาส กลายเป็นเจ้าคณะตำบล พอเป็นเจ้าคณะตำบล ทางคณะสงฆ์ส่งให้ไปเรียนต่อ บอกว่าจะได้มีความรู้มาบริหารงานคณะสงฆ์

หลักสูตรแรกที่เรียนเลย คือประกาศนียบัตรบริหารกิจการคณะสงฆ์ ก็ปรากฏว่าตอนนั้น หลวงพ่อสมเด็จฯ วัดพิชัยญาติฯ ท่านเลื่อนจากพระราชปริยัติโมลีขึ้นมาเป็นถึงพระธรรมโมลีแล้ว พอเห็นหน้าท่านก็หัวเราะ ท่านบอกว่า "เป็นอย่างไรล่ะ ? ท้ายสุดก็ต้องมาเป็นลูกศิษย์ผมจนได้" อาตมาก็เลยเรียนไปเรื่อยจนจบปริญญาเอก ช่วงระหว่างกลางก็แวะไปกราบท่านเป็นระยะ ไปทีหนึ่งก็ต้องพกพระเครื่องไปถวายท่าน เพราะว่าท่านชอบ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2019 เมื่อ 20:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 143 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #76  
เก่า 14-07-2019, 15:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ท่านดีใจสุด ๆ ก็คือถวายพระผงสุพรรณเนื้อสีดำไป ๑ องค์ กราบเรียนท่านว่า องค์นี้สวยเกินเหตุครับ ก็คือมีหัวหูหน้าตาครบถ้วน ที่ภาษาเซียนเขาบอกว่างามหูตากระพริบ ผมไม่มั่นใจ ถวายพระเดชพระคุณพิจารณาก็แล้วกัน พออาทิตย์ต่อมาเจอหน้ากัน ท่านบอกว่า "เฮ้ย..ใช่ว่ะ" คือพระผงสุพรรณเนื้อสีดำก็หายากอยู่แล้ว แล้วนี่ยังมีหน้ามีตาครบถ้วน ส่งประกวดเมื่อไรได้ที่หนึ่งเมื่อนั้น ก็ได้ถวายท่านไป

บางทีถ้าไปตามงาน เจอท่านนั่งเป็นประธานอยู่ เห็นไม่สะดวกที่จะสนทนาก็ย่องไปข้างหลัง ไปสะกิดท่าน ส่งซองเล็ก ๆ ให้ พอท่านคว้าหมับอาตมาก็ถอยออกมา ท่านก็รู้ ก็ซุกเอาไว้ในอกตรงใต้สังฆาฏิ กลับวัดไป มีเวลาท่านก็ไปนั่งส่อง ท่านชอบของท่านแบบนั้น ท่านได้มาจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม หลวงพ่อสมเด็จ ฯ วัดชนะสงครามก็ชอบพวกนี้ ท่านดูของเก่าเก่งมาก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2019 เมื่อ 20:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 143 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #77  
เก่า 14-07-2019, 15:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อาตมาเคยเอาพระนาคปรกกรุนาดูนสนิมเขียวหน้าตัก ๕ นิ้วไปถวายหลวงพ่อสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม กราบเรียนท่านว่า "พระเดชพระคุณครับ กระผมดูไม่ขาด"

คำว่าดูไม่ขาด ก็คือไม่แน่ใจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านบอกว่า "มา..มานี่ เดี๋ยวผมจะสอนให้ว่าดูอย่างไร" แล้วก็ว่าไปเป็นชั่วโมงเลย หลังจากนั้นเวลาไปกราบหลวงพ่อสมเด็จพระมหาธีราจารย์ น้องเล็กเขาสังเกต เห็นว่าตั้งพระนาคปรกองค์นั้นไว้ข้างองค์เลย ท่านรักมาก ของเก่าขนาดนั้น หายากสุด ๆ เพราะว่าส่วนใหญ่กรุพระบรมธาตุนาดูนเป็นแต่เนื้อดินเผา องค์นี้เป็นเนื้อโลหะ น่าจะเป็นสำริดสนิมเขียว หน้าตัก ๕ นิ้ว ตั้งเอาไว้โชว์ น้องเล็กก็ไปแอบถ่ายรูปมา ภูมิใจแทนประมาณนั้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2019 เมื่อ 20:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 141 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #78  
เก่า 14-07-2019, 15:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"คราวนี้หลวงพ่อสมเด็จฯ วัดพิชัยญาติฯ ท่านเป็นผลผลิตรุ่นแรก ๆ ที่หลวงพ่อสมเด็จฯ วัดชนะสงครามท่านภูมิใจ ฉะนั้น...แม้กระทั่งความชอบก็ชอบคล้าย ๆ กัน ชอบวัตถุมงคลรุ่นเก่า ๆ ท่านมีความสามารถที่จะดูด้วยองค์ท่านเอง

ตอนนี้ที่น่าเสียดายก็คือท่านทำงานจนกระทั่งมรณภาพ สิ่งที่ท่านต้องการยังไม่ปรากฏผล ท่านสามารถเปิดหลักสูตรวิปัสสนาภาวนา ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกได้อย่างที่ต้องการแล้ว ปริญญาเอกเปิดปีนี้ รับรุ่นแรก ๒๕ รูป นี่เขาสมัครเป็นร้อยเลย แต่ว่าสิ่งที่ท่านต้องการไม่ใช่แค่นี้ ท่านต้องการเปิดเป็นกองวิปัสสนาธุระ ก็คือบ้านเรามีแม่กองธรรมควบคุมเกี่ยวกับการเรียนนักธรรมและธรรมศึกษา

แม่กองบาลีควบคุมการเรียนบาลีของคณะสงฆ์ทั้งประเทศ ท่านบอกว่า ท่านอยากได้กองวิปัสสนาธุระที่ควบคุมเกี่ยวกับการปฏิบัติสมถวิปัสสนาทั่วประเทศ ยังทำไม่สำเร็จ อาตมาเป็นผลผลิตของท่าน เป็นพระธรรมทูตสายวิปัสสนารุ่น ๑ จบตอนที่ท่านยังเป็นพระธรรมโมลี"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2019 เมื่อ 20:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 142 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #79  
เก่า 14-07-2019, 15:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ต้องบอกว่าทุกวันนี้ ในเรื่องของกรรมฐาน ในเรื่องของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่มีอยู่ทั่วประเทศ และวัดท่าขนุนเป็นรุ่นแรก ๆ ที่ได้รับรางวัลสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นประจำจังหวัด ก็เป็นการผลักดันของพระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ตั้งแต่สมัยยังเป็นพระธรรมโมลี พระพรหมโมลี จนกระทั่งขึ้นมาเป็นสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ท่านผลักดันเรื่องนี้มาตลอด

ก่อนมรณภาพ ท่านเพิ่งจะไปเปิดการปฏิบัติธรรมของเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมและตัวแทนเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ๒๓ จังหวัดที่พุทธมณฑล ที่อาตมาบอกว่าติดภารกิจแล้วไม่ได้ไป ก็เลยไปล่วงหน้าคืนนั้น ท่านเองไปเปิดเสร็จสรรพเรียบร้อย ไปตรวจเยี่ยมวิทยาลัยสงฆ์บาฬีพุทธโฆส แล้วเข้าโรงพยาบาล ฟอกไต แล้วก็มรณภาพ ท่านทำงานจนวินาทีสุดท้ายจริง ๆ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2019 เมื่อ 20:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 143 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #80  
เก่า 14-07-2019, 15:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,591
ได้ให้อนุโมทนา: 103,195
ได้รับอนุโมทนา 4,194,532 ครั้ง ใน 29,129 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"พระเดชพระคุณพระธรรมโพธิมงคล รักษาการแทนเจ้าคณะภาค ๑๔ ท่านย้ำกับบรรดาเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมและตัวแทนที่ปฏิบัติธรรมอยู่ว่า "อย่าทำให้สมเด็จฯ ผิดหวัง" ก็คือท่านตั้งความหวังกับพวกเราจริง ๆ ว่าจะทำให้พุทธศาสนาด้านปฏิบัติเจริญขึ้นมา เพราะว่าศาสนาพุทธของเราโดนแยกปริยัติกับปฏิบัติออกจากกัน ตั้งแต่สมัยสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส ไม่อย่างนั้นก่อนหน้านี้ปริยัติและปฏิบัติอยู่คู่กันมา

เราจะเห็นว่าพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มักจะมีตำแหน่งหน้าที่เป็นเจ้าคณะปกครอง อย่างหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ท่านเป็นเจ้าคณะมณฑล หรือสมัยนี้คือเจ้าคณะภาค ปัจจุบันนี้ภาคหนึ่งก็ดูแล ๓ - ๔ จังหวัด แล้วแต่จังหวัดใหญ่เล็ก อย่างหลวงปู่เปลี่ยนท่านเป็นพระวิสุทธิรังษีสังฆปาโมกข์ สังฆปาโมกข์นี่ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ฉะนั้น...สมัยโน้นพระปริยัติกับปฏิบัติเขาเรียนคู่กัน แล้วส่วนใหญ่จะสนับสนุนพระปฏิบัติให้ขึ้นมาเป็นเจ้าคณะปกครอง

แต่พอมาสมัยของสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร ท่านทำหลักสูตรนักธรรมขึ้นมา แล้วก็แยกการเรียนออกจากวิปัสสนา กลายเป็นปริยัติส่วนปริยัติ ปฏิบัติส่วนปฏิบัติ แล้วก็สนับสนุนแต่ปริยัติ จนปฏิบัติเสื่อมโทรม"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-07-2019 เมื่อ 20:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 141 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:33



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว