กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๕ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนสิงหาคม ๒๕๖๕

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 09-08-2022, 18:14
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,845
ได้ให้อนุโมทนา: 200,041
ได้รับอนุโมทนา 615,825 ครั้ง ใน 28,648 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๕

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๕


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 09-08-2022, 23:27
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,782
ได้รับอนุโมทนา 4,293,441 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ในช่วงเช้ากระผม/อาตมภาพได้ไปรับตราตั้งพระวิปัสสนาจารย์ประจำสถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีผู้ถามมาว่า อย่างพระอาจารย์ยังต้องมีตราตั้งพระวิปัสสนาจารย์ด้วยหรือ ?

ก็ขอบอกว่า ความจริงแล้วในเรื่องของการสอนธรรมนำปฏิบัติ ซึ่งบางคนก็เรียกสั้น ๆ ว่าสอนวิปัสสนานั้น ถ้าหากว่าท่านมีความสามารถที่แท้จริง ก็สามารถที่จะสอนได้ในทุกที่ เพียงแต่ว่าการมีตราตั้งจากสถาบันที่เป็นมาตรฐานนั้น ก็เปรียบเหมือนอย่างกับญาติโยมที่จะขับรถยนต์ แล้วมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าอยู่ในลักษณะนี้ ก็เป็นที่สบายใจด้วยกันทุกฝ่ายว่า ตัวของ
กระผม/อาตมภาพสามารถที่จะสอนธรรมนำปฏิบัติได้ ในลักษณะที่เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นสากลแล้ว

เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องที่ "กลืนไม่เข้า คายไม่ออก" เช่นกัน เพราะว่าในปัจจุบันนี้คนเราก็มักจะนิยมแค่กระดาษแผ่นเดียว ก็คือเป็นวุฒิบัตร เป็นเกียรติบัตร เป็นประกาศนียบัตร หรือว่าเป็นปริญญาบัตร เพื่อรับรองว่าท่านมีความรู้ความสามารถในด้านนั้น

โดยที่บางทีบรรดาวุฒิบัตร เกียรติบัตร ปริญญาบัตรต่าง ๆ ทั้งหลายเหล่านั้น ก็อาจจะได้มาในลักษณะที่เป็นการให้โดยเห็นแก่หน้ากันก็มี เป็นการให้โดยที่ผ่านการทดสอบแบบ "คาบเส้น" ก็มี ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงไม่สามารถที่จะรับรองการปฏิบัติอย่างแท้จริงของท่านได้

การปฏิบัติอย่างแท้จริงของท่านจะแสดงออกมาชัดเจนก็ต่อเมื่อ อันดับแรก ตนเองพัฒนา กาย วาจา ใจ ให้ปรากฏต่อสาธารณชนได้ในระดับไหน ? อันดับต่อไปก็คือ ท่านสามารถนำไปบอกต่อ สอนต่อให้คนอื่นทำตามได้แค่ไหน ? ถ้าหากว่าท่านมีพร้อมทั้ง ๒ ประการ ก็คือตนเองก็ปฏิบัติได้อย่างชนิดที่เรียกว่าดีงาม สามารถสอนคนอื่นปฏิบัติตามได้อีกด้วย ถ้าอย่างนั้นท่านก็จะสมกับการเป็นพระวิปัสสนาจารย์ที่แท้จริง

หลังจากนั้นแล้ว ในช่วงบ่ายกระผม/อาตมภาพ ในฐานะประธานองค์กรพระอุปัชฌาย์รุ่นที่ ๕๑ ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ก็ได้เดินทางไปยังวัดชินวรารามวรวิหาร ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เพื่อไปเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพของคุณพ่อชะโอด พันธุ์หว้า ซึ่งเป็นโยมพ่อของท่านเจ้าคุณพระมงคลวโรปการ (ชำนาญ อุตฺตมปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า พระอาจารย์ชำนาญบ้าง หลวงพ่อชำนาญบ้าง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-08-2022 เมื่อ 03:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 09-08-2022, 23:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,782
ได้รับอนุโมทนา 4,293,441 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แต่เดิมท่านอยู่ที่วัดบางกุฎีทอง แล้วได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ให้มาเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวงที่วัดชินวรารามวรวิหาร เมื่อท่านมาอยู่แค่ไม่กี่ปี ก็ได้ทำการพัฒนาวัดจนกระทั่งเห็นความต่างอย่างชัดเจน จากวัดวาอารามซึ่งสมัยก่อนค่อนข้างจะรก และขณะเดียวกัน เมื่อถึงหน้าน้ำก็มีน้ำท่วมขึ้นมายังพื้นที่วัดด้วย ปัจจุบันนี้ท่านพัฒนาจนกระทั่งสวยงามสะอาดตา แล้วในขณะเดียวกันก็ได้ปรับพื้นขึ้นมาจนพ้นจากระดับน้ำท่วมแล้ว

ท่านเป็นเพื่อนพระอุปัชฌาย์รุ่นเดียวกัน ซึ่งจากข้อสัญญัติ หรือว่าข้อตกลงในการตั้งองค์กรพระอุปัชฌาย์ก็คือว่า อันดับแรกเลย ถ้าหากว่าเพื่อนพระอุปัชฌาย์มรณภาพลง พวกเราต้องไปช่วยงานกันในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น แล้วขณะเดียวกัน ถ้าหากว่าบิดามารดาของพระอุปัชฌาย์ร่วมรุ่นได้เสียชีวิตลง ก็จะต้องไปเป็นเจ้าภาพด้วยเช่นกัน

ข้อต่อไปก็คือ ต้องช่วยกันทำงานสาธารณะอย่างน้อยปีละ ๑ ชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมอบหมายให้แก่ท่านเจ้าภาพผู้ซึ่งรับประชุมองค์กรพระอุปัชฌาย์ในปีนั้น ๆ นำไปทำงานในส่วนที่ท่านเห็นว่าสมควร เหล่านี้เป็นต้น

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ในฐานะประธานรุ่น
กระผม/อาตมภาพจึงต้องเดินทางไปดำเนินการตามข้อสัญญัติของตน ซึ่งจะว่าไปแล้ว เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ก็ทำให้คนอื่นเห็นตัวตนว่า องค์กรพระอุปัชฌาย์รุ่นที่ ๕๑ นั้น ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเปล่า ๆ หากแต่มีการทำงานจริง ทั้งการช่วยเหลือพรรคพวกเพื่อนฝูง และมีการช่วยเหลือในสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์

เมื่อเสร็จจากงานสวดอภิธรรมและลาท่านเจ้าคุณชำนาญแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางเข้าสู่ที่พัก แล้วมาเข้าระบบ Zoom Meeting Online เพื่อที่จะเข้าร่วมการสัมมนาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ซึ่งจะว่าไปแล้ว บรรดาวิทยากรไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบรรพชิต ซึ่งนำโดยพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณอาจารย์พระพรหมบัณฑิต, ศ.ดร. (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานฝ่ายเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย หรือว่าวิทยากรฝ่ายฆราวาสก็ตาม ได้กล่าวถึงว่ามีการพัฒนาหลักสูตรสำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาขึ้นมา

ในขณะเดียวกัน ก็ได้กล่าวถึงส่วนราชการและพระภิกษุสามเณรของเรา ว่าจะต้องช่วยเหลือกัน อย่างเช่นว่าส่วนราชการจัดหางบประมาณมา แล้วก็กำหนดให้หลักสูตรทั้งหลายเหล่านี้เป็นวิชาบังคับที่จะต้องเรียนในสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาขึ้นไป ในส่วนของพระภิกษุสามเณร ก็จำเป็นที่จะต้องปากเปียกปากแฉะ เทศน์สอนญาติโยมต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตว่ามีโทษอย่างไรบ้าง ? การประกอบสุจริตนั้นมีคุณประโยชน์อย่างไรบ้าง ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-08-2022 เมื่อ 03:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 09-08-2022, 23:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,782
ได้รับอนุโมทนา 4,293,441 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในส่วนนี้ กระผม/อาตมภาพมีความเห็นว่ายังเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ การที่เราจะแก้สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ให้สำเร็จและปรากฏผล อันดับแรกเลย เจ้าภาพใหญ่ก็คือรัฐบาล จะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนว่าเราจะต่อต้านการทุจริตในลักษณะอย่างไรบ้าง แล้วขณะเดียวกัน ก็ต้องเป็นผู้กำหนดให้หลักสูตรทั้งหลายเหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องเรียนทั้งระดับประถม มัธยมและมหาวิทยาลัย

แล้วขณะเดียวกัน ในฐานะที่รัฐบาลได้ควบคุมดูแลองค์กรพระพุทธศาสนาอยู่ โดยมีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ ท่านก็ต้องจัดสรรงบประมาณต่าง ๆ ลงมา เพื่อส่งต่อไปให้พระภิกษุสามเณรของเรา ได้ดำเนินการจัดการฝึกฝน อบรม ไม่ว่าจะเป็นค่ายคุณธรรมจริยธรรม ค่ายพุทธบุตร หรือว่าโครงการต่อต้านทุจริตต่าง ๆ ของส่วนราชการ

ในแต่ละปีอาจจะต้องมีการกำหนดให้ชัดเจนว่า จะมีการจัดค่ายคุณธรรมจริยธรรม และค่ายพุทธบุตรสำหรับเด็ก ๆ ปีละกี่ครั้ง จะต้องจัดโครงการต้านทุจริตให้กับส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกี่ครั้ง ซึ่งตรงจุดนี้ก็ยังไม่ใช่การแก้ไขที่เข้าถึงฐานราก หากแต่ว่ามีเจ้าภาพใหญ่ที่คอยสนับสนุนอย่างชัดเจนเท่านั้น

การจะแก้ไขถึงฐานรากนั้นต้องมาจากในครอบครัว ก็คือพ่อแม่ต้องเห็นประโยชน์ในเรื่องนี้และจ้ำจี้จ้ำไชให้กับเด็ก ๆ ตั้งแต่เริ่มรู้ภาษา สอนให้เขารู้ว่ากายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริตนั้น มีโทษอย่างไร นำเขาทั้งหลายเหล่านั้นเข้าวัดวาอาราม เพื่อฟังคำสอนของหลวงปู่หลวงพ่อ เกี่ยวกับการประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ว่ามีประโยชน์แก่ตนอย่างไร

ตรงนี้ถ้าหากว่าพ่อแม่ไม่นำ ก็เป็นไปได้ยากอย่างยิ่งที่จะทำให้เด็ก ๆ ประสบความสำเร็จ เพราะกว่าที่เด็กจะเข้าไปเรียนหลักสูตรต้านทุจริตในระดับประถมศึกษา อย่างน้อยก็ต้องอายุ ๖ ปี ในช่วง ๖ ปีแรกนั้นเป็นช่วงเวลาของการวางรากฐานที่ดีที่สุด ที่จะให้เด็กทั้งหลายเหล่านั้นมีความละอายชั่วกลัวบาป ซึ่งการละอายชั่วกลัวบาปนั้น มีทั้งมาจากภายในจิตใจ ก็คือต้องปลูกฝังคุณธรรมทั้งหลายเหล่านี้ไว้ในจิตในใจของเด็กตั้งแต่เล็ก ๆ

ขณะเดียวกัน ก็ต้องมาจากสังคมภายนอก ก็คือสรรเสริญผู้ประกอบกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ตำหนิติเตียนไม่ให้ผู้ที่ประกอบกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ได้มีโอกาสเชิดหน้าชูตาในสังคม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-08-2022 เมื่อ 03:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 09-08-2022, 23:41
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,782
ได้รับอนุโมทนา 4,293,441 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถ้าหากว่าครอบครัว สังคม โรงเรียน วัดวาอาราม ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทำทุกสิ่งทุกอย่างไปในทางเดียวกัน ก็ยังไม่สามารถที่จะรับประกันได้ว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะว่ามักจะมีบุคคลอยู่จำนวนหนึ่งที่จะนอกเหตุเหนือผลเสมอ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาทั้งหลายเหล่านั้นประกอบอกุศลกรรมมาจนเคยชินในหลายชาติภพที่ผ่านมา หรือว่าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่อำนวยช่วยก่อให้เกิดความสุจริตในด้านใดด้านหนึ่งขึ้นมา คนทั้งหลายเหล่านี้ก็ยังสามารถที่จะกระทำทุจริตต่อไปได้

แต่ว่าถ้ากระทำทุจริตไปแล้ว ไม่มีที่ยืนอยู่ในสังคม ก็จะทำให้เขาทั้งหลายเหล่านั้นจำเป็นที่จะต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ใช่ทำกันอย่างชนิดโจ่งแจ้ง รับทั้งบนโต๊ะ รับทั้งใต้โต๊ะ เหล่านี้เป็นต้น

ดังนั้น...สถาบันครอบครัวจึงเป็นหลักใหญ่ในการที่จะเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความละอายชั่วกลัวบาปให้แก่บุตรหลานของตนเอง แล้วโรงเรียน ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนกระทั่งวัดวาอาราม ก็เข้ามาเป็นส่วนประกอบเติมเต็มสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ โดยมีรัฐบาลเป็นเจ้าภาพหลัก โอกาสที่การต่อต้านทุจริตจะประสบความสำเร็จ จึงจะมีขึ้นมาได้

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-08-2022 เมื่อ 03:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:28



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว