กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๕ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 30-05-2022, 19:27
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,829
ได้ให้อนุโมทนา: 199,998
ได้รับอนุโมทนา 615,427 ครั้ง ใน 28,609 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 38 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 30-05-2022, 23:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,762
ได้รับอนุโมทนา 4,293,321 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เป็นวันพระ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ความเชื่อโบราณก็คือเขาจะปล่อยผีกัน แต่ความจริงเขาไม่ได้ปล่อยผีกลางคืน คือปกติบรรดาผีที่ว่า ส่วนหนึ่งก็เป็นสัมภเวสี คือพวกที่ตายก่อนหมดอายุ ตนเองก็ไม่ได้ทำความดีเอาไว้มากพอที่จะไปเสวยความดีได้ทีเดียว แล้วก็ทำชั่วไว้ไม่มากพอที่จะลงข้างล่างไปทีเดียว แถมญาติโยมก็ไม่รู้จักทำบุญให้อีก ก็เลยต้องเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ จนกว่าที่จะหมดอายุขัยของความเป็นมนุษย์ หวังว่าจะได้บุญได้กุศลจากผู้คนทั่วไป เพื่อที่จะส่งเสริมสถานภาพของตนเองให้สบายขึ้น แต่ก็น้อยมากที่จะมีคนตั้งใจทำบุญให้เขาเหล่านี้

ด้วยความที่โลกหลังความตายมีกฎเกณฑ์มากมาย ถ้าปล่อยให้เร่ร่อนไปเรื่อยก็อาจจะมีการไปรบกวนพวกเด็กเล็ก ซึ่งสภาพจิตยังผ่องใสอยู่ สามารถรู้เห็นเรื่องพวกนี้ได้ หรือไม่ก็คนป่วย คนที่สภาพจิตอ่อนแอ อาจจะไปทำให้เขาตกอกตกใจ เสียผู้เสียคนได้ ก็เลยมีการจำกัดเขตให้อยู่โดยเฉพาะ

ถ้าเป็นสมัยก่อนก็คืออยู่ในป่าช้า แล้วก็จะมีหัวหน้าสถานที่ที่เรียกว่า นายป่าช้า ส่วนใหญ่ก็เป็นมหิทธิกาเปรตหรือกาลกัญจิกอสุรกาย ซึ่งพวกนี้ก่อนตายมักจะเป็นพวกหมอผี พอจะมีอำนาจสมาธิจิตอยู่บ้าง เมื่อตายแล้วก็เลยมีกำลังสูงกว่าผีทั่ว ๆ ไป ก็รับหน้าที่เป็นหัวหน้าคอยควบคุมที่นั้น ๆ ดังนั้น..พวกที่เรียนไสยศาสตร์โบราณ จะทำพิธีอะไรในป่าช้า ต้องตั้งเครื่องเซ่นขออนุญาตนายป่าช้าก่อน

คราวนี้พอถึงวันโกนวันพระ ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีการทำบุญกันเป็นปกติ นายป่าช้าก็จะปล่อยพวกสัมภเวสีเร่ร่อนพวกนี้แหละออกไปหาบุญ ไปโมทนาบุญเอา แต่ก็น้อยรายที่จะได้ เพราะว่าส่วนใหญ่ญาติพี่น้องก็นึกถึงเฉพาะตอนที่ตายจากกันใหม่ ๆ พอนานไปก็เริ่มจืดจางไปเรื่อย ยิ่งในปัจจุบันนี้ ความสำคัญของวันโกนวันพระก็ยิ่งลดน้อยถอยลง เพราะว่าไม่สามารถที่จะเข้ากับระบบชีวิตของคนยุคนี้ ที่ไปหยุดงานวันเสาร์วันอาทิตย์แทน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-05-2022 เมื่อ 02:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 34 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 30-05-2022, 23:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,762
ได้รับอนุโมทนา 4,293,321 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องพวกนี้ท่านที่เกิดไม่ทันก็อาจจะงง ๆ อยู่ แต่กระผม/อาตมภาพเกิดทัน ก็คือสมัยที่เรียนชั้นประถมปีที่ ๑ จนถึงเทอมกลางของชั้นประถมปีที่ ๒ โรงเรียนยังหยุดวันโกนวันพระอยู่ แล้วกระผม/อาตมภาพก็เคยชินกับการขึ้นแรมทางจันทรคติ

เมื่อทางโรงเรียนประกาศหยุดวันเสาร์วันอาทิตย์ตามหลักสากลก็เลยไปไม่เป็น เพราะว่าไม่เคยชิน พี่มุกดาต้องเป็นคนสอนให้ พาไปที่ปฏิทิน ซึ่งสมัยก่อนปฏิทินจะเป็นปึกหนา ๆ ๓๖๕ แผ่น หรือ ๓๖๖ แผ่น วันอาทิตย์จะเป็นสีแดงอยู่แผ่นเดียว พี่เขาก็เปิดให้ดู "นี่จำไว้..ก่อนจะถึงไอ้แผ่นสีแดงคือวันเสาร์ มาถึงแผ่นสีแดงนี่คือวันอาทิตย์" ไม่ทราบเหมือนกันว่าสมัยนี้ยังมีปฏิทินประเภทนี้อยู่หรือเปล่า ?

แต่ปฏิทินสมัยก่อนเป็นที่นิยมของผู้เฒ่าผู้แก่มาก บางทีไม่ทันจะหมดวันโดนฉีกไปแล้ว เพราะว่าขนาดเหมาะที่จะมวนบุหรี่มากที่สุด ถึงเวลาก็จะโดนฉีกไปมวนยาสูบ พวกที่ขี้เกียจหาใบจาก ขี้เกียจหาใบตอง สมัยโน้นเขาไม่ได้มาคิดหรอกว่า สูบเข้าไปแล้วจะเป็นอันตรายอะไรหรือเปล่า ? จะมีสารตะกั่วจากหมึกพิมพ์อะไรไม่ต้องคิด เอาความสะดวกเข้าว่า

เมื่อกระผม/อาตมภาพมาทองผาภูมิใหม่ ๆ ปี ๒๕๓๒ พวกพี่น้องมอญ พม่า ทวาย ยังหยุดวันโกนวันพระอยู่ โดยเฉพาะท่านทั้งหลายที่ทำงานอยู่กับหน่วยป่าไม้ ที่กระผม/อาตมภาพอาศัยเขาอยู่ พอวันโกนก็ลางานกันหมดแล้ว กลับบ้านไปเตรียมข้าวปลาอาหาร เตรียมทำขนม วันพระก็หิ้วปิ่นโตมาใส่บาตรทำบุญกัน

คราวนี้ในเมื่อวันโกนวันพระไม่เหมาะสมกับบริบทสังคมในปัจจุบัน เปลี่ยนเป็นวันเสาร์อาทิตย์ มีความสำคัญน้อยลง บรรดาผีเร่ร่อนก็ยิ่งลำบากขึ้น เพราะว่าแม้สมัยนี้จะมีวัดวาอารามที่เป็นลูกศิษย์สายหลวงพ่อวัดท่าซุงเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาสร้างบุญสร้างกุศล แล้วก็ "อุทิศให้แก่ผู้ที่เป็นญาติและมิใช่ญาติ" แต่ก็ไม่ใช่จะมีทั่วไป โดยเฉพาะบรรดาผีเร่ร่อนเหล่านี้ เขาก็มีเขตอยู่ว่าไปได้ไกลแค่ไหน

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เลยกลายเป็นความลำบากอย่างยิ่ง ที่เราท่านทั้งหลายต้องสังวรเอาไว้เลยว่า ควรที่จะทำบุญด้วยตนเอง ไม่ใช่รอให้คนอื่นทำให้ ถ้ารอคนอื่นทำให้ ถ้าเขาไม่ทำ ก็จะเดือดร้อนแบบบรรดาผีเร่ร่อนเหล่านี้ แล้วนายป่าช้า ถึงเวลาปล่อยผีออกไปโมทนาบุญ ก็มีเวลาจำกัดอีกว่าจะต้องกลับก่อนที่จะได้อรุณ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-05-2022 เมื่อ 02:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 30-05-2022, 23:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,762
ได้รับอนุโมทนา 4,293,321 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

คราวนี้ก่อนได้อรุณของเราก็คือก่อนที่แสงเงินแสงทองจะขึ้น แต่ของเขาไม่เอาอย่างนั้น เขานับไก่ขันเป็นอรุณ ถ้าเจอไก่วัดท่าขนุนก็เครียดเลย บางทีเที่ยงคืนก็ขันแล้ว ได้ยินเสียงต้องกลับนะ ถ้าไม่กลับโดนลงโทษจะซาบซึ้งมากว่ารสชาติเป็นอย่างไร

ถ้าคนตีผีก็จะลำบากหน่อย ถ้าหากว่ากำลังใจไม่อยู่ในระดับเดียวกันก็ทำอะไรเขาไม่ได้ แต่ไอ้ผีตีผีนี่สาหัส..! เพราะว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกาย แต่เป็นการทำร้ายจิตวิญญาณ อธิบายยากครับ เอาไว้เจอเองแล้วจะรู้ ดังนั้น..ไอ้ที่กล้าแหกคอกจริง ๆ จึงหายากมาก เพราะว่ากฎเกณฑ์ต่าง ๆ มีอยู่ ถ้าคุณแหกคอกเมื่อไรก็โดนลงโทษ หรือถ้าหากไม่โดนลงโทษหนัก โอกาสที่จะไปรับบุญรับกุศลก็อาจจะน้อยลง

โบราณเขาก็เลยกลัวกันมาก ถ้าหากว่าเป็นวันพระสิ้นเดือน ก็จะสวดมนต์ ไหว้พระ ภาวนากันยกใหญ่ กลางค่ำกลางคืนหมาหอนเมื่อไรก็ตีโปง ยิ่งถ้าพระเคาะระฆังด้วย เจ้าประคุณรุนช่องเถอะ...หมาแย่งกันหอนทั้งหมู่บ้าน ก็ยิ่งทำความวังเวงให้กับบรรยากาศมากขึ้น

แต่ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ กระผม/อาตมภาพมารู้ทีหลังว่าเป็นการปรุงแต่งของใจของเราเอง คือใจเราคิดหลอกตัวเองไปเรื่อย ถ้าเราหยุดการปรุงแต่งเมื่อไรก็จบเลย

สมัยบวชใหม่ ๆ
กระผม/อาตมภาพไปปฏิบัติธรรมอยู่ในป่าช้า พอดึก ๆ งูออกหากิน เสียงเลื้อยมาบนใบไม้แห้ง ได้ยินชัดเลย เวลาดึก ๆ เงียบสนิทมาก หูจะดีเป็นพิเศษ เพราะว่าระแวงอยู่แล้วด้วย ก็เกิดความรู้สึก เฮ้ย..ตัวไม่ใหญ่เท่าไรหรอก อย่างเก่งก็แค่นิ้วมือเราเอง

อีกสักพักหนึ่ง สภาพจิตเราก็ปรุงแต่งต่อ "เฮ้ย..ถึงจะตัวแค่นิ้วมือ ถ้ามีพิษ กัดเราก็ตายนะ" ความรู้สึกเหมือนกับว่างูตัวนั้นมันใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง แล้วก็จะปรุงเพิ่มไปเรื่อย ปรุงแต่งไปเรื่อย ท้ายสุดไอ้งูตัวนั้น ในความรู้สึกของเราน่าจะโตประมาณเสาเรือน..! ใจเราปรุงแต่งหลอกเราได้ขนาดนั้น

แต่คราวนี้
กระผม/อาตมภาพค่อนข้างจะบ้าครับ ไม่ค่อยกลัวอะไรง่าย ๆ จะตัวใหญ่สักขนาดไหนเชียว ว่าแล้วก็เปิดกลดออกไปส่องไฟดูเลย ปรากฏว่าเป็นงูปล้องฉนวนตัวประมาณนิ้วก้อย ยาวสักศอกเดียว แต่ในความรู้สึกตอนนั้นก็คือใหญ่ประมาณอนาคอนดาแล้ว..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-05-2022 เมื่อ 02:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 35 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 31-05-2022, 00:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,762
ได้รับอนุโมทนา 4,293,321 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เราจะเห็นว่าในเรื่องของการปรุงแต่งสร้างทุกข์สร้างโทษกับเรามากเป็นพิเศษ เพราะว่าส่วนใหญ่เราคิดเป็น แต่หยุดคิดไม่เป็น ไอ้พวกคิดเป็น แล้วหยุดคิดไม่เป็น พยายามหัดไปดูความคิดตัวเองบ้าง

กระผม/อาตมภาพตามดูอยู่เป็นปี ๆ โดยเฉพาะตอนที่คิดจะสึก "ถ้าหากว่าเราสึกไปนะ เราจะไปหางานทำ หาบ้านสักหลัง หารถสักคัน แต่งงาน มีลูกสัก ๒ คน ส่งลูกเรียนจบปริญญาแล้วเราค่อยมาบวชใหม่" แล้วเดี๋ยวก็เอาอีกแล้ว "ถ้าเราสึกไปนะ ฯลฯ" ๑-๒-๓-๔-๕-๖-๗-๘-๙-๑๐ แล้วไม่จบครับ มาขึ้น ๑ ใหม่ แล้วกระผม/อาตมภาพเป็นคนรู้ตัวเร็วมากครับ พวกนี้รู้นิสัยของกระผม/อาตมภาพว่าถ้าพาไปไกลวัดแล้วไม่ไปด้วย ก็เลยให้โอกาส เดี๋ยวส่งลูกเรียนจบปริญญาแล้วกลับมาบวชใหม่

พอย้อนมาตรงนี้ปุ๊บ
กระผม/อาตมภาพรู้สึกตัวทันที "ไอ้ห่...แล้วนี่มึงบวชอยู่ไม่ใช่หรือ ? แล้วจะออกไปเหี้..ทำอะไร ? ให้ลำบากอยู่เป็นสิบ ๆ ปี" ต้องด่าตัวเองให้หนัก ๆ เลยครับ ไอ้พวกนี้ขี้อายครับ พอเรารู้ทันก็หายไปเลย

ถ้าหากว่าเราคอยสังเกตดูความคิดของเรา จะเห็นว่าวนไปเรื่อยครับ ๑-๒-๓-๔-๕-๖-๗-๘-๙-๑๐ เสร็จแล้ว เอ้า ๑ ใหม่อีกแล้ว บางที ๕ ทุ่ม เที่ยงคืน ตี ๑ ตี ๒ ไม่ได้หลับหรอกครับ คิดอยู่นั่นแหละ โดยเฉพาะไอ้ตอนที่คิดจะสึก ออกไปทำอะไรกินก็รวยหมดแหละครับ ขายซาลาเปาก็รวย ปลูกผักบุ้งก็รวย ออกไปจริง ๆ แล้วจะรู้ครับว่ารสชาติชีวิตเป็นอย่างไร ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะครับ

โดยเฉพาะหลายท่านที่คิดน้อยใจตัวเอง พอคิดมาก ๆ เข้า รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า กลายเป็นโรคซึมเศร้าไปเลย แล้วพอตอกย้ำมากเข้า ๆ ไม่เห็นคุณค่าตัวเอง ท้ายสุดบางคนก็ฆ่าตัวตายไปเลย เพราะหยุดคิดไม่เป็น

วิธีหยุดคิดที่ง่ายที่สุดก็คือ ดึงความรู้สึกทั้งหมดกลับมาอยู่กับลมหายใจเข้าออก ถ้าหากว่าหายใจเข้า...จมูก...อก...ท้อง หายใจออก...ท้อง...อก...จมูก ดูอยู่แค่นี้ ความคิดอื่นหายหมด เพราะว่าเรามาอยู่กับปัจจุบัน ไม่ได้ไปหวนหาอาลัยอดีต ไม่ได้ไปฟุ้งซ่านกับอนาคต
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-05-2022 เมื่อ 02:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 31-05-2022, 00:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,762
ได้รับอนุโมทนา 4,293,321 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถ้าจิตเราหยุดการปรุงแต่ง ทุกอย่างก็หยุดหมด ดับหมด เพียงแต่ว่าเราหยุดเป็นไหม ? ขั้นแรกเริ่มก็คือกลับมาอยู่กับการภาวนา แต่พวกเราก็มักจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะว่าบางทีภาวนาไป ๆ เหมือนกับแบตเตอรี่เต็ม ไปต่อไม่ได้ หม้อแบตฯ จะระเบิด..!
ให้หางานทำ
ไม่ได้หลอกให้ท่านทั้งหลายทำงานนะครับ แต่ที่กระผม/อาตมภาพยืนยันว่า ที่รอดมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะว่าหางานทำ จะถูศาลา จะกวาดใบไม้ จะขุดดิน ฟันหญ้า ทำความสะอาดวัดอะไรทำไปเลยครับ

ถ้าไม่มีอะไรทำก็อ่านหนังสือ แต่อ่านหนังสือนี่อย่าปรุงมากนะครับ ถ้าไปใส่อารมณ์ตาม เดี๋ยวก็เจ๊งอีกเหมือนกัน ต้องคอยระมัดระวังให้ดี ประคองกำลังใจของเราให้อยู่ด้านดีมากกว่าด้านที่ไม่ดี

ไปได้อย่างไรก็ไม่รู้ ? จากวันพระออกไปยังผีเร่ร่อน ย้อนกลับมาที่ความฟุ้งซ่าน จนกระทั่งรักษาโรคซึมเศร้าได้
กระผม/อาตมภาพก็แปลกใจเหมือนกัน เตรียมจะพูดเรื่องอะไร ไม่เคยได้พูดหรอกครับ ต้องว่าไปเรื่อยเปื่อยตามอารมณ์

รบกวนเวลาพวกเรามากแล้ว วันนี้ก็เรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 31-05-2022 เมื่อ 02:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:17



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว