กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เก็บตกจากบ้านเติมบุญ

Notices

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ เก็บข้อธรรมจากบ้านเติมบุญมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #101  
เก่า 25-09-2019, 23:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "พวกเราคงเคยได้ยินชื่อวัดชุมพลนิกายาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดไชยชุมพลชนะสงคราม จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเคยได้ยินชื่อวัดเทพชุมพลไหม ? วัดเทพชุมพลปัจจุบันนี้ไม่มี เพราะว่ากลายเป็นมัสยิด สมัยอยุธยามีบรรดาแขกอิสลามเข้ามาช่วยเหลือราชการในกรุงศรีอยุธยากันมาก อย่างเช่นท่านเฉกอะหมัด ต้นตระกูลบุนนาค เป็นต้น

หลวงพ่อวัดเทพชุมพลท่านออกบิณฑบาต ขากลับมีแขกคนหนึ่งขออาศัยเรือข้ามฟากด้วย หลวงพ่อท่านบอกว่า "เรือเล็กจะล่มเอา เดี๋ยวให้ลูกศิษย์ไปส่งอาตมาที่ท่าน้ำวัดก่อน แล้วจะให้ย้อนกลับมารับ" ปรากฏว่าไปถึงท่าน้ำวัด แขกคนนั้นยืนรออยู่ก่อนแล้ว หลวงพ่อวัดเทพชุมพลท่านรู้ว่าเจอยอดฝีมือเข้าแล้ว ก็เลยอยากจะลองด้วย บอกว่า "พรุ่งนี้มาคุยกันหน่อย" แล้วก็แอบกระซิบบอกลูกศิษย์ บอกว่าพรุ่งนี้ให้รีบไปร้านขายหมู ขอหัวหมูเขามาหน่อย เอาไปแขวนไว้บนต้นไม้หน้ากุฎิ

พอถึงเวลาแขกอิสลามเข้ามา หลวงพ่อท่านก็เชิญเข้าในกุฎิ เขาก็เดินขึ้นมา หลวงพ่อวัดเทพชุมพลก็บอกว่า "อ้าว...ไหนว่าอิสลามรังเกียจหมู แล้วเดินลอดหัวหมูมาได้อย่างไร ?" แขกอิสลามก็ตอบว่า "หัวหมูที่ไหน นั่นหัวแพะ" หลวงพ่อท่านมองไป หัวหมูเมื่อเช้ากลายเป็นหัวแพะไปตอนไหนก็ไม่รู้ มารู้ว่าเจอคอเดียวกันก็อยากลองของ เพราะฉะนั้น..เรามาประลองวิชากัน คราวนี้ลองไปลองมา ถ้าลองอย่างเดียวก็ไม่สนุก เหมือนอย่างกับที่อาตมาโดนมานั่นแหละ ท่านก็เลยบอกว่า "ถ้าใครแพ้..ต้องเปลี่ยนไปนับถือศาสนาของอีกฝ่ายหนึ่ง"

หลวงพ่อวัดเทพชุมพลขอแสดงฝีมือก่อน หายตัววับไปเลย ปรากฏว่าโยคีอิสลามเดินไปที่ท่าน้ำ เรียกว่า “ขึ้นมาเถอะ..ไปนอนอยู่ในฟองน้ำไม่สนุกหรอก” หลวงพ่อวัดเทพชุมพลก็เลยต้องขึ้นมา พอถึงคราวโยคีอิสลาม แกหายวับไป หลวงพ่อวัดเทพชุมพลท่านหาไม่เจอ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-09-2019 เมื่อ 02:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 159 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #102  
เก่า 25-09-2019, 23:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ท้ายสุดก็ต้องยอมแพ้ โยคีท่านก็โผล่ออกมา บอกว่า "ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกครับ เป็นไรเกาะอยู่ที่ขนตาหลวงพ่อ" มองไกลไปหน่อยจึงหาไม่เจอ

หลวงพ่อวัดเทพชุมพลให้ลูกศิษย์เอาไข่มาตะกร้าหนึ่ง จับวางซ้อน ๆ เรียงไว้เป็นเสาเลย โยคีก็หัวเราะ หยิบใบสุดท้ายดึงออกมา เสาไข่ทั้งอันยังลอยอยู่ได้ หลวงพ่อวัดเทพชุมพลก็เลยต้องยอมแพ้ เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม วัดเทพชุมพลจึงกลายเป็นมัสยิดไป

โยคีอิสลามนั่นเข้ารับราชการกรุงศรีอยุธยา ได้รับบรรดาศักดิ์ด้วย แต่จำไม่ได้ ถ้าเรียกกันแบบที่เขาเรียกกันแบบชาวบ้าน ๆ ก็คือเจ้าคุณตะเกี่ย ถ้าเจ้าคุณนี่อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเป็นพระยา ลองไปหาประวัติดู..เผื่อว่าจะมี"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-09-2019 เมื่อ 02:22
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 161 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #103  
เก่า 25-09-2019, 23:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"จะได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าศาสนาไหนก็ตาม ถ้ามีวิสัยที่ทำมา ตั้งใจขยันหมั่นฝึกฝน เรื่องของฤทธิ์เรื่องของอภิญญาเป็นเรื่องปกติ เป็นของแถมจากการปฏิบัติ

ตั้งไข่ซ้อนขึ้นไปนั่นใช้ปฐวีกสิณก็ได้ แต่ประเภทดึงใบล่างออกแล้วที่เหลือลอยได้นี่ต้องเป็นวาโยกสิณ หายตัวนี่ก็คือนีลกสิณ แต่คราวนี้ท่านไม่ได้หายตัวแบบกำบัง แต่ว่าท่านหายไปทั้งตัว เปลี่ยนสภาพตัวเองใหม่ หลวงพ่อวัดเทพชุมพลท่านก็แปลงสภาพเป็นฟองน้ำลอยตุ๊บป่องอยู่ในแม่น้ำ เจ้าคุณตะเกี่ยก็กลายเป็นผงเป็นไรเกาะอยู่ที่ขนตา

สมัยโน้นอิสลามมีอำนาจมาก เพราะว่า
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ในช่วงปลายอยุธยาต่อต้นรัตนโกสินทร์ มีอำนาจมาก คุมกำลังต้องเรียกว่าแทบจะทั้งประเทศเลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-09-2019 เมื่อ 02:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 160 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #104  
เก่า 25-09-2019, 23:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"พระมีข้อจำกัดมาก อย่างเช่นว่าพระพุทธเจ้าสั่งห้ามพระสาวกแสดงฤทธิ์ อันนี้จริง ๆ แล้วท่านหวังไม่ให้คนยึดติดตัวบุคคล เพราะว่าการยึดติดตัวบุคคลจะเข้าถึงมรรคถึงผลไม่ได้ การจะเข้าถึงมรรคถึงผลต้องเข้าถึงคุณพระรัตนตรัยจริง ๆ แล้วคุณพระรัตนตรัยตรงนี้เป็นนามธรรม ไม่ใช่รูปธรรม ก็คือไม่ใช่พระพุทธรูป ไม่ใช่คัมภีร์พระธรรม ไม่ใช่พระภิกษุสงฆ์ แต่เป็นคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จริง ๆ

ถ้าไปแสดงฤทธิ์แล้วคนเห็น ก็จะไปยึดติดเฉพาะตัวบุคคลนั้น ๆ ทำให้เข้าไม่ถึงมรรคผลที่ตนเองต้องการ แต่ศาสนาอื่นของเขาไม่มีข้อจำกัดตรงจุดนี้ แต่ว่าผู้ที่ได้อภิญญาสมาบัติ ส่วนใหญ่ก็จะรู้ว่าตัวเองแสดงได้แค่ไหน อย่างที่ฝรั่งไปเที่ยวอินเดียแล้วก็ถ่ายวิดีโอ อยู่ ๆ โยคีที่อยู่ห่างออกไปไกลลิบ ๆ เหาะวูบหายไปเลย โยคีเขาก็ไม่คิดหรอกว่าจะมีฝรั่งทะลึ่งถ่ายวิดีโออยู่ เขาก็ถ่ายประเภทวัดวาอารามทิวทัศน์ของเขา ไปติดโยคีตอนกำลังเหาะพอดี

ในเมื่อรู้ว่าแสดงแค่ไหนถึงจะพอเหมาะพอดี ก็เลยไม่ค่อยมีใครที่ทำให้คนเขาเห็นกันมากมาย ส่วนใหญ่ปัจจุบันนี้ก็ทำมาในลักษณะที่บอกว่าเล่นกล เป็นมายากล เป็น Magician อ้างออกไปในแนวนั้นก็สบาย พอบอกว่าเล่นกล คนก็คิดว่าเล่นกลก็จบแล้ว คราวนี้พระก็ดันเล่นกลไม่ได้อีก วิชาเล่นกลสมัยพุทธกาลเขาก็มีอยู่"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-09-2019 เมื่อ 02:26
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 162 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #105  
เก่า 26-09-2019, 00:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ช่วงนี้โลกกำลังปรับสมดุลตัวเองอยู่ ถ้าสมดุลคืนมา สิ่งที่เราบอกว่าเป็นภัยธรรมชาติก็จะลดน้อยลง โลกเราเสียสมดุลเพราะว่ามนุษย์มีเยอะเกินไป ล้างผลาญทรัพยากรมาก จนกลายเป็นเสียสมดุลโลกไปเลย

เราลองนึกดูว่าห้องนี้ ถ้าคุณนั่งกันเต็ม ๆ หายใจกันคนละทีอากาศก็จะหมด โลกของเราประชากร ๕-๖ พันล้าน แค่อากาศที่หายใจในแต่ละวันก็ลำบากแล้ว แต่คราวนี้การปรับสมดุลของโลกก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับกินยารักษาโรค ผ่าตัดรักษาโรค ช่วงนี้ ดิน น้ำ ลม ไฟ จึงปรับกันยกใหญ่ ที่ลำบากก็คนอย่างพวกเรานี่แหละ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้สั่งสมมานาน ถึงเวลาอาการออกก็เหมือนกับคนไข้หนัก"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-09-2019 เมื่อ 02:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 165 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #106  
เก่า 26-09-2019, 00:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "วัตถุมงคลบางอย่างที่ลงไว้ในกระทู้ให้ร่วมบุญ พอสิ้นเดือนแล้วอาตมาจะเอากลับ ก็จะมีคนมาจ้องบูชาวันสุดท้ายที่จะเอากลับ ตอนนี้กำลังรอดูว่าผู้โชคดีจะเป็นใคร ก็คือเหรียญหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ปี ๒๕๐๖ เป็นเหรียญเงินใหญ่ ที่เขาเรียกเหรียญจิ๊กโก๋ มีลายมือหลวงพ่อเงินท่านจารให้ด้วย

อาตมาเป็นเด็กนครปฐม แม่พาไปกราบหลวงพ่อเงินตั้งแต่เด็ก ๆ แต่คราวนี้คนที่ไม่ใช่คนนครปฐม ถ้าไม่ได้ศึกษาประวัติจะไม่รู้ว่า คำว่า ‘เทพเจ้าแห่งดอนยายหอม’ ของหลวงพ่อเงินนั้น ท่านยิ่งใหญ่ขนาดไหน

ในสมัยที่หลวงปู่หลวงพ่อเป็นพระครูก็มีชื่อเสียงโด่งดังคับบ้านคับเมืองแล้ว หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ท่านเป็นเจ้าคุณชั้นราชด้วย ก็คือนอกจากทางด้านปฏิบัติของท่านที่ใคร ๆ ก็ยอมรับว่าเยี่ยมวรยุทธ์จริง ๆ แล้ว ในเรื่องของสายการปกครองของท่านก็ไม่แพ้ใคร ขึ้นไปถึงระดับเจ้าคุณชั้นราช

เราต้องนึกว่าหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว ซึ่งถือเป็นอมตเถราจารย์ของนครปฐม หลวงปู่เพิ่มนี่ยุคเดียวกับหลวงพ่อเงิน ท่านเป็นแค่เจ้าคุณชั้นสามัญที่พระพุทธวิถีนายก แต่หลวงพ่อเงินเป็นสูงกว่านั้นอีกชั้นหนึ่ง เป็นเจ้าคุณพระราชธรรมาภรณ์ ก็คือจะให้ท่านสอนเกี่ยวกับการปฏิบัติก็ได้ จะให้บรรยายธรรมก็ได้ จะให้ปาฐกถาก็ได้ จะเอาวิชาการหรือปฏิบัติท่านได้ทั้งนั้น เป็นพระที่ครบเครื่องจริง ๆ

แล้วลูกศิษย์ของท่านคนหนึ่งก็คือหลวงพ่อเวก วัดศาลาหมูสี ที่เพชรบุรี อันนั้นเรียนวิชาจากหลวงพ่อเงินไปแค่มุมเดียวเท่านั้น สรุปว่าไปเป็นครูบาอาจารย์ที่โด่งดังคนนับถือกันทั้งบ้านทั้งเมือง ถ้าบอกว่าพระผงสิบทัศน์ หรือพระผงตั้งตัว หลวงพ่อเวก วัดศาลาหมูสี ใคร ๆ ก็อยากได้ ราคาแพงมาก ต่อให้ลำบากยากจนเวรกรรมซ้ำเติมขนาดไหน ถ้าได้พระหลวงพ่อเวกไป จะตั้งหลักได้ ตั้งตัวได้ มีกิจการมั่นคง มีครอบครัวมั่นคง ท่านเรียนจากหลวงพ่อเงินแค่มุมเดียวเท่านั้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-09-2019 เมื่อ 02:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 160 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #107  
เก่า 26-09-2019, 00:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวกับลูกศิษย์ว่า "ของแห้งอะไรที่เก็บได้ให้เก็บกลับวัดทั้งหมดเลยนะ ช่วงนี้ต้องเตรียมพร้อมรับน้ำท่วม ของวัดเองไม่มีปัญหา อย่างไรก็อยู่ได้ แต่ถ้าชาวบ้านเดือดร้อนเราต้องไปช่วย ตอนนี้คลังวัดว่างเปล่าไม่มีอะไรเหลือ แม่ชีกวาดไปช่วยเขาเรียบ แมลงสาบยังไม่มีกินเลย...! ปกติแมลงสาบต้องหาอาหารกินได้

คราวที่แล้วไปช่วย ญาติโยมที่ไปบอกว่าจะเน้นข้าวสาร อาตมาบอกว่าไม่ต้องเลย น้ำท่วมไม่มีที่จะอยู่ แล้วจะหุงข้าวอย่างไร บอกให้เอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไป ต่อให้ไม่มีไฟไม่มีฟืนก็ยังกินดิบ ๆ ได้ เคี้ยว ๆ แล้วกรอกน้ำตามลงไปก็อิ่มไปเองแหละ แต่ข้าวสารทำอย่างนั้นไม่ได้

คุณูปการของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่ได้ช่วยให้บริษัทสหพัฒน์ฯ รวยขึ้นมาเท่านั้น แต่ทำให้ชีวิตคนง่ายขึ้นอีกเยอะ เล่นหวยจนหมดอย่างน้อยก็ยังพอมีสตางค์ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ เดี๋ยวนี้เขามีซองเล็กซองใหญ่ มีของเด็ก ของเด็กนี่ซองนิดเดียว ไม่ใช่เด็กกินหรอก เขาให้คนเงินน้อยกินกัน"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-09-2019 เมื่อ 02:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 166 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #108  
เก่า 26-09-2019, 22:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ผมเคยได้ยินว่า ดร.อาจอง เขานั่งสมาธิแล้วแนะนำนาซ่าถึงวิธีจอดยานบนดวงจันทร์ ผมสงสัยว่าอย่างนี้เราใช้สมาธิหารักษาโรคมะเร็งไม่ได้หรือครับ ?
ตอบ : ใคร ๆ ก็ทำได้ เพียงแต่ว่าโรคนั้นเกิดจากกรรม ต่อให้คุณรักษาอย่างนี้ได้ ก็จะไปเป็นโรคอีกอย่างหนึ่ง คือ ถ้าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตาย อย่างนั้นก็ต้องตายจนได้สักวิธีหนึ่ง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-09-2019 เมื่อ 02:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 157 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #109  
เก่า 26-09-2019, 22:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ตอนนี้กำลังใจตกมาหน่อย คาถาเงินล้านก็อยากสวด มโนมยิทธิก็อยากฝึก นั่งสมาธิก็อยากทำ ตอนนี้เลยไม่ดีสักอย่าง ?
ตอบ : ก็ทำพร้อมกันได้ แสดงว่าทำไม่เป็น ยกกำลังใจขึ้นไปสวดพระคาถาเงินล้านถวายพระพุทธเจ้าบนพระนิพพาน ทั้งหมดที่เราบอกก็เท่ากับว่าทำไปครบแล้ว

ถาม : ต้อง ๑๐๘ จบไหมคะ ?
ตอบ : จะกี่ร้อยจบก็ว่าไปเถอะ อยากหลายอย่างแต่ดันทำไม่เป็น สมควรโดนประหารชีวิต...!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-09-2019 เมื่อ 02:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 157 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #110  
เก่า 26-09-2019, 22:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : ตอนน้ำท่วมย้ายศาลเจ้าที่ตี่จู้เอี๊ย ทีนี้พอย้ายบ้านใหม่ ต้องหาฤกษ์ย้ายกลับมาที่ใหม่ไหมคะ ?
ตอบ : จุดธูปบอกกล่าวท่านก็พอ บอกว่าย้ายที่ให้อยู่ตรงนี้ อย่างไรก็ขอให้ช่วยดูแลรักษาต่อไปด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-09-2019 เมื่อ 02:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 153 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #111  
เก่า 26-09-2019, 22:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "คุณอรสา ณ ระนอง ตัดข้อความในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ใส่กรอบมาให้ ทำให้เห็นชัดว่า หลวงปู่หลวงพ่อบางท่านไม่ได้มีความยินดียินร้ายกับเรื่องยศเรื่องตำแหน่งอะไร แต่ลูกศิษย์ยังยินดีอย่างเต็มที่ อาตมาเองก็เฉย ๆ กับเรื่องแบบนี้ แต่เขาเห็นว่าสำคัญ ถึงขนาดตัดเอาข้อความใส่กรอบมาถวาย จึงเห็นว่าหลวงปู่หลวงพ่อหลายรูปท่านเองไม่ได้ยินดียินร้ายกับตำแหน่งแห่งหนสมณศักดิ์ใด ๆ แต่พอท่านได้ขึ้นมา ลูกศิษย์ก็ตื่นเต้นฉลองกัน ๗ วัน ๗ คืน

บางทีลูกศิษย์ก็ทำอาจารย์เสีย เพราะว่ายังอยากได้ใคร่ดีอยู่ บางทีก็ไปวิ่งไปเต้นให้ท่านได้ยศได้ตำแหน่งกัน แล้วท้ายที่สุด ถ้ากำลังใจของท่านยังไม่มั่นคง ก็จะไหลตามกระแสไป จนกู่ไม่กลับ ทำเอาพระดี ๆ เสียหายไปเลย เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ต้องบอกว่าเป็นดาบสองคม ถ้ามั่นคงแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ากำลังใจยังหวั่นไหวอยู่ แล้วโดนลูกศิษย์ช่วยกันแห่ ก็จะพังในเวลาอันรวดเร็ว"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 28-10-2019 เมื่อ 23:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 151 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #112  
เก่า 26-09-2019, 22:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"ปีนี้คาดว่าหลังกฐินแล้วก็น่าจะมีกำหนดการในการถวายสมณศักดิ์ ซึ่งอาตมาไปมาหลายงานหลายครั้ง เห็นแล้วบางทีกลัวใจลูกศิษย์ ก็คือลูกศิษย์บางคนจัดรถแห่ครูบาอาจารย์ตัวเองอย่างเต็มที่ หลายท่านก็เอารถตั้งโต๊ะหมู่บูชาสูงหลายเมตร ให้หลวงพ่อตัวเองนั่งถือพัดยศอยู่ข้างบนนั้น แห่จากวัดที่รับพัดยศกลับไปยังวัดของท่านเอง

อาตมาเห็นแล้วกลัวใจ ถ้าหลวงพ่อท่านเวียนหัวแล้วร่วงลงมาจะเกิดอะไรขึ้น ? บางท่านมีลูกศิษย์ตามไป ๔๐ - ๕๐ คันรถบัส วัดที่จัดให้มีการรับสมณศักดิ์บางทีก็รองรับกำลังขนาดนั้นไม่ไหว ก็ทำให้เกิดรถติดแน่นไปหมด อาตมาเองไปคนเดียว บางทีก็มีโยมตามไปคนหนึ่ง กลายเป็นสัตว์ประหลาดในความรู้สึกของคนอื่นเขา ก็คือทำไมไม่มีใครมาด้วยเลย ?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-09-2019 เมื่อ 02:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 152 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #113  
เก่า 26-09-2019, 22:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

โยมถวายผ้าไตรสีเหลืองส้ม "คราวหน้าญาติโยมจะซื้อจีวร ช่วยมองหน้าอาตมาสักนิดหนึ่ง อาตมาใส่ชุดสีนี้ ที่ซื้อมาใช้ไม่ได้สักอย่างเลย ไม่อยากจะบอกให้กำลังใจตก แต่ให้หัดสังเกตดู ไม่อย่างนั้นสิ่งที่เราทำมาก็จะไม่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

ที่อื่นเขาไม่กล้าบอกกันหรอก เขากลัวโยมจะเสียกำลังใจ ให้มาอาตมาก็ไปให้วัดอื่นต่อได้ เพียงแต่บอกโยมให้รู้ว่า ถ้าช่างสังเกตหน่อยก็จะได้ประโยชน์มากกว่านี้ ที่อื่นเขาไม่กล้าบอก เขาปล่อยให้โยมโง่ไปเรื่อย ๆ เพราะว่าเขาเกรงใจ แต่อาตมาเองไม่เกรงใจใครหรอก

พระพุทธศาสนาของเรา คำสอนของพระพุทธเจ้าขึ้นต้นด้วยปัญญา ก็คือสัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ เพราะฉะนั้น..เราต้องใช้ปัญญาในทุกการกระทำและทุกความคิดของเรา ถ้าแค่นี้ยังไม่มีปัญญา สังเกตไม่เป็น พิจารณาไม่เป็น ก็ยังอีกนาน

บางทีพระเราทั้ง ๆ ที่มีหน้าที่สั่งสอนญาติโยมบอกกล่าวในสิ่งที่ถูกที่ควร ดันมัวแต่เกรงใจ ว่าไปแล้วเดี๋ยวโยมโกรธ ไม่มาทำบุญ ไม่กล้าบอก ไม่กล้ากล่าว ปล่อยให้โยมทำผิดไปเรื่อย ๆ อาตมาตั้งใจจะติดป้ายไว้ที่หน้าบ้านเติมบุญว่า "ถ้ากลัวโดนด่าอย่ามาที่นี่...!" ส่วนที่วัดนั่นไม่ต้องติดหรอก เขารู้กันหมดแล้ว..!"

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-09-2019 เมื่อ 02:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 150 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #114  
เก่า 26-09-2019, 22:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"บางคนมาวัด ใส่เสื้อกล้าม นุ่งกางเกงขาสั้นมา ไม่ได้ดูความเหมาะสมเลย จะเอาความสบายก็ไม่เป็นไร แต่ให้อยู่ที่บ้านเรา ไม่ใช่สถานที่อันควรเคารพอย่างในวัดวาอาราม เราก็ไปทำตัวตามสบาย ถ้าอย่างนั้นจิตก็หยาบเกินไป"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-09-2019 เมื่อ 02:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 150 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #115  
เก่า 26-09-2019, 22:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "มีข่าวเล็ก ๆ อยู่ข่าวหนึ่ง แต่อาจจะเป็นข่าวใหญ่สำหรับบางคนก็คือ น้องตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล คุณเธอใช้เวลา ๓ ปี ออกกำลังกายลดน้ำหนัก จาก ๘๗ กิโลกรัมลงมาเหลือ ๕๕ กิโลกรัม อยากจะบอกกับญาติโยมทั้งหลายว่านี่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง อยากลดน้ำหนักต้องออกกำลัง ไม่ใช่ไปกินยา ไม่ใช่ไปผ่าตัดกระเพาะให้เล็กลง ไม่ใช่ไปอดอาหาร โดยเฉพาะการอดอาหารเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ผิด เมื่อถึงเวลาหิวขึ้นมาก็เบรกแตก กินหนักกว่าเดิมอีก

ในส่วนนี้เราจะเห็นว่าน้องตั๊กใช้เวลา ๓ ปี ค่อย ๆ ออกกำลังกายลดน้ำหนักจนประสบความสำเร็จ นี่คือการปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง มีฉันทะ คือความพอใจที่จะทำ แล้วก็วิริยะ พากเพียรทำไป จิตตะ กำลังใจปักมั่นอยู่กับเป้าหมายที่ตัวเองทำ ไม่ท้อถอย วิมังสา ไตร่ตรองทบทวนอยู่เสมอ ๆ ว่าถึงที่ที่ตนเองปรารถนาหรือยัง ? ถึงเป้าหมายหรือยัง ? ในส่วนนี้ทำให้เราเห็นว่า อิทธิบาทธรรมของพระพุทธเจ้านั้น ไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรม ถ้าเราตั้งใจปฏิบัติตามก็จะประสบความสำเร็จ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-09-2019 เมื่อ 02:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 147 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #116  
เก่า 26-09-2019, 22:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"แต่มีบางคนแย้งว่าน้องตั๊กรวยเป็นหมื่นล้าน แกเลยมีเวลาออกกำลัง ส่วนพวกเราทำมาหากินอยู่ จะเอาเวลาที่ไหนไปออกกำลัง ? ก็เวลาทำมาหากินนั่นแหละ ถ้าตั้งใจทำงานจริง ๆ แล้วอย่ากินเยอะ ก็ประสบความสำเร็จแล้ว ไม่ใช่ทำมาหากิน..กินกระจายอย่างเดียว

มีคนรวยเยอะแยะไป ที่ฉันทะคือความพอใจไม่เพียงพอ จึงใช้วิธีทางลัด ก็คือไปผ่าตัดลดน้ำหนักบ้าง ไปดูดไขมันจนตายคาเครื่องบ้าง ก็เพราะว่าขาดอิทธิบาท ๔

ฉะนั้น..อิทธิบาทคือคุณเครื่องนำไปสู่ความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรม ถ้าเราใช้ได้ถูกต้องอย่างแท้จริง ก็จะประสบความสำเร็จเช่นกัน

อย่างพระของเราก็แค่เดินบิณฑบาต แต่ละวันก็แทบจะมากกว่าโยมออกกำลังอยู่แล้ว อาตมาเดินบิณฑบาตวันละ ๕ กิโลเมตร เพื่อนพระหลายรูปที่น้ำหนักเหยียบ ๑๐๐ กิโลกรัมแล้ว มาสอบถามว่า "อาจารย์เล็ก ทำอย่างไรถึงรักษาหุ่นเอาไว้ได้ ?" อาตมาบอกว่า "ทำให้มากกว่าที่กิน" ฟังดูง่ายมากเลย ทำให้มากกว่าที่กิน ในเมื่อทำมากกว่า ก็ไม่มีเหลือเก็บ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-09-2019 เมื่อ 02:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 149 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #117  
เก่า 26-09-2019, 22:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "ญาติโยมบางคนเห็นว่าอาตมาใช้คำพูดแรง หยาบคาย แต่สำหรับคนบางคนแล้ว ถ้าไม่แรงก็ไม่รู้ตัว ถ้าอยากได้แกงจืดหรือขนมหวานให้ไปที่วัดอื่น ถ้าจะเอากะเพราเผ็ดกระโดดก็มาที่นี่

นักปกครองสมัยโบราณบริหารด้วยพระเดชและพระคุณ คนจะทั้งรักทั้งกลัว ฉะนั้น...เวลาเราพูดถึงผู้ใหญ่ ที่เราใช้คำนำหน้าว่า พระเดชพระคุณ เกิดจากตรงนี้ พระเดชก็คืออำนาจที่ท่านมีอยู่ ซึ่งอำนาจนั้นจะมีขึ้น ก็เกิดจากตำแหน่งหน้าที่ของท่าน ที่ให้คุณให้โทษแก่ผู้อื่นได้ ถ้าไม่มีตำแหน่งแห่งที่ทางราชการ หรือตำแหน่งที่ให้คุณให้โทษแก่ผู้อื่นได้ ก็คือการเป็นปู่ย่าตายาย หรือเป็นพ่อเป็นแม่

ส่วนคำว่า พระคุณ คือคุณงามความดีที่ท่านได้กระทำไว้ สงเคราะห์ผู้คนโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ปราศจากอคติ ทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน บาลีเขาใช้คำว่า บุรพการี คือผู้กระทำก่อน ส่วนผู้รับการกระทำแล้วก็กตัญญู คือรู้คุณ กตเวทิตาคือตอบแทนท่าน เพราะฉะนั้น..บางทีเราได้ยินว่าพระเดชพระคุณอย่างนั้น พระเดชพระคุณอย่างนี้ ให้รู้ด้วยว่าที่มานั้นมาอย่างไร ทำไมถึงใช้คำว่าพระเดชพระคุณ ไม่ใช่ฟังดูเหมือนเข้าใจ แต่ให้อธิบายกลับบอกไม่ถูก จบด็อกเตอร์มาแล้วยังโง่อยู่เลย..!"

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 28-10-2019 เมื่อ 23:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 145 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #118  
เก่า 26-09-2019, 22:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์เล่าว่า "ปลายเดือนที่ผ่านมา พระหลายรูปในวัดเรียนหมอดูจบแล้ว ขอไปเรียนอักขระเลขยันต์ต่อ อาตมาก็เลยเอาวันเดือนปีเกิดตัวเองไปให้ บอกว่าถอดดวงมา ของคุณเลข ๗ ตัว ของคุณมหาทักษา ของคุณถอดดวงอีแปะมา ปรากฏว่าพระท่านก็ทำนายดวงให้อาตมา ก็ต้องบอกว่าตามตำราบ้าง มั่วเอาบ้าง ประมาณการเอาจากที่สายตาเห็นบ้าง อาตมาก็เลยปล่อยให้ไปเรียนตามที่ตัวท่านต้องการ แต่ขณะเดียวกัน ก็คิดว่าแล้วจะได้อะไรวะ ?

เหตุที่สงสัยว่าจะได้อะไร ก็เพราะว่าศึกษามาแล้วไม่มีการค้นคว้าหาความชำนาญก่อน อาตมาเองแค่หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกว่า ไปทดลองดูหมอตามตำราพรหมชาติดู ท่านบอกว่าของเขาน่ะของจริง อาตมาก็ไปเปิดตำราศึกษาเอาเอง จนกระทั่งจดจำได้ว่าแต่ละตัวเลขหมายถึงอะไร แล้วก็ซักซ้อมหาความชำนาญ ขอวันเดือนปีเกิดของพระของโยมมาดูเป็นร้อย ๆ คน จนกระทั่งแม่นยำเป็นที่ยอมรับ คนมากวนหัวไม่วางหางไม่เว้น ถึงได้ทิ้งเลิกไป

ลักษณะของการปฏิบัติธรรมกรรมฐานก็เหมือนกัน ถ้าทำกรรมฐานกองใดกองหนึ่งได้แล้ว ต้องซักซ้อมหาความชำนาญ ชนิดที่ต้องการเมื่อไรต้องกำหนดได้เมื่อนั้น เรื่องของเวทมนตร์คาถาก็เหมือนกัน หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านให้คาถาบทไหนมา อาตมาจะทำจนขึ้นใจ ทำจนเกิดผล ซักซ้อมจนมั่นใจว่าต้องการเมื่อไรต้องได้อย่างนั้น แล้วก็ไปกราบเรียนรายงานให้ท่านทราบ ท่านก็จะให้คาถาบทต่อไปมา

พอถึงเวลาไปศึกษาอักขระเลขยันต์ โดยเฉพาะการเขียนผงลบผง เจ้าประคุณเอ๋ย...ต้องเขียนเป็นหมื่นเป็นแสนครั้ง แค่อักขระตัวเดียว ใช้คำว่าตัวเดียวก็ไม่ได้ หัวเดียว อย่างเช่นเราจะลบผงปถมัง ขึ้นหัว "นะ" ตัวเดียว หัวกลม ๆ ปถมัง พินธุกัง ชาตัง ลบไปเหอะ ลบจนกว่าผงจะลอดกระดานได้..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย นายกระรอก : 28-03-2022 เมื่อ 22:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 145 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #119  
เก่า 26-09-2019, 22:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"แต่พระท่านบอกว่าเรียนหมอดูจบแล้ว ก็คือจบตามตำรา ไม่ได้หาความชำนาญอะไรเลย แล้วไปขอเรียนอักขระเลขยันต์ต่อ อาตมาถึงได้คิดว่าแล้วจะได้อะไร ? เรียนแบบนี้ โบราณเรียกว่าเรียนแบบเป็ด รู้หลายเรื่องแต่ไม่เก่งจริงสักเรื่อง เขาบอกว่า

จะให้ขัน........ขันได้ไม่เหมือนไก่
บินก็ได้..........แต่ไม่ทันพันธุ์ปักษา
ว่ายน้ำได้........ก็ไม่ทันเหล่าพันธุ์ปลา
เหมือนวิชา.......เรียนหลายสิ่งไม่จริงจัง


เรียนแบบเป็ด แต่สมัยนี้เขาต้องการเป็ดกันนะ ก็คือรู้ทุกเรื่อง รู้นิดรู้หน่อยให้รู้เข้าไว้ จะเอาตัวรอดได้ เขาว่าอย่างนั้น แต่ในเรื่องของการปฏิบัติธรรม เรื่องของเวทมนตร์คาถา เรื่องของอภิญญาสมาบัติ ไม่ใช่รู้ทุกเรื่อง แต่เขาให้รู้จริงเรื่องเดียว เพราะว่าถ้าทำได้จริง ๆ อย่างเดียว อย่างอื่นต่อไปก็จะง่าย เพราะว่าใช้กำลังใจเท่ากัน ในเมื่อพระท่านคัน อยากจะเรียนอาตมาก็ปล่อยให้ไปเรียน อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าเรียนไปเรื่อยเปื่อยแล้วไม่ยอมซักซ้อมอะไร แล้ว
ใครจะประสบความสำเร็จบ้าง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-09-2019 เมื่อ 02:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 142 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #120  
เก่า 26-09-2019, 23:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,796 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"อาตมาเรียนมโนมยิทธิ ซ้อมกันจนกระทั่งครูไล่ออกจากห้อง ซ้อมกันเป็นปี ๆ ที่ครูเขาต้องไล่ออกจากห้อง เพราะว่าไปพาเขาเสียหมด ที่พาเขาเสียหมดก็เพราะว่าครูแค่เอ่ยปากคำแรก อาตมาจะรู้ว่าทั้งประโยคคืออะไร ก็ชิงตอบก่อน ขณะที่คนอื่นเขายังไม่รู้ ก็พาเขาเสียหมด จึงโดนไล่ออกจากห้องมา

ครูเขาโวยวายว่า "เก่งขนาดนี้แล้วยังจะมาซ้อมอะไรกันอีก จะมาลองดีใช่ไหม ?" เดินหน้าเหี่ยวออกมา หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกว่า "คล่องขนาดนั้นก็ไปเป็นครูสอนเขาได้แล้วลูก" ขนาดนั้นยังไม่มั่นใจตัวเอง ยังไปแอบซ้อมอีก ก็คือซ้อมข้าง ๆ ท่านนั่นแหละ นั่งถวายการรับใช้อยู่ข้าง ๆ ญาติโยมมาทำบุญ หลวงพ่อท่านจะแจกวัตถุมงคลตามราคาที่โยมทำบุญ

อย่างเช่นว่า ๑๐๐ บาท หรือไม่เกิน ๑๐๐ บาท แจกแหนบให้อันหนึ่ง ถ้าหากว่า ๒๐๐ บาท แจกอะไร ๓๐๐ บาทแจกอะไร ๕๐๐ บาทแจกอะไร อาตมาไม่เสียเวลาดู โยมวางซองปั๊บหยิบวัตถุมงคลส่งให้ปุ๊บ ขอยืนยันว่าไม่พลาด ต้องซ้อมให้ได้ขนาดนั้น ก็คือเงินในซองเขามีเท่าไรเราต้องรู้

มีอยู่รายหนึ่งมาวางซองปุ๊บ อาตมาหยิบฉีกไป ๒ ท่อน โยนลงถังขยะแล้วก็หยิบแหนบส่งไปให้อันหนึ่ง ลุงเอี๊ยงสะดุ้งเฮือก ตะปบขยะขึ้นมาดู ไอ้นั่นอยากได้วัตถุมงคลหลวงพ่อวัดท่าซุง แต่ไม่มีเงินทำบุญ ฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์ พับใส่ซองมา ลุงเอี๊ยงเขาถึงได้เชื่ออาตมาจนหมดหัวใจ บอกอะไรเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ เพราะว่าซ้อมให้เห็นอยู่ทุกวัน

บางทีอาตมานั่งอยู่ตรงนี้ก็เซ็ง ๆ คนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้คิดจะทำอะไรเลย นอกจากคิดติชาวบ้าน...! ฉะนั้น..ถึงเวลาทำอะไรต้องทำให้จริง ถ้ารู้จริงอย่างหนึ่ง อย่างอื่นก็จะรู้เหมือนกัน เพราะว่าใช้กำลังเท่ากัน (บอกกับโยมที่มาทำบุญ) จำไว้นะลูก จบหมอมาแล้วต้องเป็นทุกเรื่อง"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-09-2019 เมื่อ 02:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 147 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:41



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว