กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔

Notices

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 05-05-2021, 21:11
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,293
ได้ให้อนุโมทนา: 174,084
ได้รับอนุโมทนา 494,631 ครั้ง ใน 21,168 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 35 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 05-05-2021, 23:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,583
ได้ให้อนุโมทนา: 103,098
ได้รับอนุโมทนา 4,194,173 ครั้ง ใน 29,121 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้เป็นวันพุธที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ คาดว่าพวกท่านส่วนใหญ่ ก็คงเห็นรูปของทิดเก่งหรืออดีตพระวินัยธรฉัตรฐิภัค อริโยไปแล้ว ขอบอกว่าอย่าไปอิจฉาเขา ผมส่งรูปไปให้พระครูศรีกาญจนวิสุทธิ์ เลขานุการหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี บอกว่าจะขอเปลี่ยนตัวผู้ถือพัดฐานานุกรมนี้ แล้วส่งรูปไปให้ท่านดู ท่านบอกว่า "ถ้าผมมีอย่างนี้ ผมก็สึกเหมือนกันแหละ..!"

แต่ผมขอบอกให้นะครับ ถ้าท่านใดคิดแบบนี้ คิดผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย..! ชีวิตคู่เป็นเรื่องยากที่สุด พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ถึงสมชีวิธรรม ๔ ประการ มีไม่ครบ ไปไม่รอดครับ

ประการที่ ๑ เรียกว่า สมสีลา มีศีลเสมอกัน ถ้าประเภทภรรยาถือศีล ๘ ทุกวันพระ แต่สามีเมาหัวทิ่มอยู่ทุกวัน รับรองได้ว่าไปไม่รอด ระยะหลัง ๆ นี้ ท่านอาจจะได้คลิปที่จะมีคนกล่าวปิดท้ายว่า "ศีลเสมอแล้วเจอกัน" ผมอยากจะบอกว่า ถ้าแค่ศีลเสมอ ไม่ได้เจอกันครับ เพราะว่าต้องเสมอกันถึง ๔ ประการ

ข้อที่ ๒ เรียกว่า สมสัทธา มีศรัทธาเสมอกัน ไม่ใช่คนหนึ่งปฏิบัติธรรมเข้าวัด มีหลวงปู่หลวงพ่อที่ตนเองเคารพนับถือ อีกคนหนึ่งเข้าแต่ผับทองหล่อ แบบนี้ก็ไปไม่รอดแน่นอนครับ

ประการที่ ๓ สมจาคา มีการสละออกที่เสมอกัน ไม่ต้องไปพูดถึงข้าวของเงินทองในการทำบุญ แค่สละประโยชน์สุขส่วนตัวเพื่อเขา เราทำได้ไหม ? มีผู้รู้บอกว่า ถ้าอยากรู้ว่าเขารักเราจริงหรือเปล่า ให้เรียกมาอยู่ตรงหน้า แล้วเอาถ่านร้อน ๆ แดง ๆ หย่อนใส่หัวพร้อมกัน ดูสิว่าเขาจะปัดของใครก่อน ? ถ้าปัดให้อีกฝ่ายก่อน แสดงว่ารักเขาจริง แต่เชื่อเถอะว่าร้อยละ ๙๙.๙๙ ปัดให้ตัวเองก่อนแน่นอน..! เพราะท้ายสุดทุกคนก็รักตัวเองมากกว่า

ข้อสุดท้าย ยิ่งสำคัญที่สุด สมปัญญา ต้องมีปัญญาเสมอกัน เห็นว่าอะไรดี อะไรควร อะไรถูก อะไรผิด อะไรก่อให้เกิดประโยชน์ อะไรไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะปัญญาในการรู้เห็นและเข้าถึงธรรม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-05-2021 เมื่อ 02:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 05-05-2021, 23:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,583
ได้ให้อนุโมทนา: 103,098
ได้รับอนุโมทนา 4,194,173 ครั้ง ใน 29,121 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ฉะนั้น..เรื่องของการครองชีวิตคู่นี่ยากสุด ๆ ถ้าหากว่าใครเคยศึกษาตำราพรหมชาติมาเกี่ยวกับสมพงศ์คู่มา เขาบอกว่าคู่ที่มีความสุขก็คือคู่มนุษย์กับมนุษย์ ยักษ์กับยักษ์ เทวดากับนางฟ้า ข้ามคู่เมื่อไรก็ยุ่งเมื่อนั้น ประมาณว่านางฟ้าไปเจอกับยักษาอย่างนี้ หรือไม่ก็มนุษย์เจอกับยักษี เจริญ...! มีหวัง โดนแม่แหกอกอยู่ทุกวัน..!

เคยได้ยินเรื่องของภริยา ๗ ประเภทกันบ้างไหม ? จริง ๆ แล้วต้องสามีด้วย แต่คราวนี้โบราณเขาถือผู้ชายเป็นใหญ่ เรื่องนี้อย่าเรียกร้องสิทธิสตรี เพราะว่าการสร้างบารมีมา กว่าจะบรรลุมรรคผล เราต้องเกิดเป็นผู้หญิงก่อน จนกระทั่งบารมีมากขึ้น ๆ ถึงอุปบารมีขั้นปลายก็จะค่อย ๆ เกิดเป็นผู้ชาย แต่พอกลายเป็นผู้ชายมา นิสัยความเป็นผู้หญิงยังติดมา เราก็ไปเรียกแบบดูถูกดูแคลนว่า "อีตุ๊ด"

ขณะเดียวกัน พอบารมีใกล้ถึงอุปบารมีขั้นปลาย ยังไม่ได้เกิดเป็นผู้ชาย นิสัยความเป็นผู้ชายเกิดขึ้นในคราบผู้หญิง เราก็ไปดูถูกดูแคลนเขาว่า "อีทอม" ซึ่งความจริงแล้วเป็นเรื่องปกติของการสร้างบารมี จะต้องเป็นอย่างนี้ทุกคน เพราะฉะนั้น..เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าผู้ชายพูด แล้วยกผู้ชายเป็นใหญ่

ถ้าว่ากันในเรื่องของวัฏสงสาร ในเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิด ผู้ชายสร้างบารมีมามากกว่า แต่มีผู้หญิงประเภทหนึ่งที่สร้างบารมีมามากเท่าไร ก็ยังต้องเป็นผู้หญิง ก็คือบุคคลที่อธิษฐานมาเป็นเนื้อคู่ของพระโพธิสัตว์ หรือบุคคลที่อธิษฐานมาเพื่อเป็นพุทธมารดา เราจะเห็นว่าเมื่อพรรษาที่ ๗ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อเทศน์โปรดพุทธมารดา พระอินทร์ต้องไปเชิญเทพบุตรที่สวรรค์ชั้นดุสิตมา นั่นแหละคือพุทธมารดา ก็คือพอไม่จำเป็นต้องเกิดเป็นมนุษย์ ท่านก็อยู่เต็มบุญเต็มบารมีของตน ก็ต้องเป็นเทพบุตร
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-05-2021 เมื่อ 02:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 38 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 05-05-2021, 23:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,583
ได้ให้อนุโมทนา: 103,098
ได้รับอนุโมทนา 4,194,173 ครั้ง ใน 29,121 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วธกาภริยา มีเมียเหมือนเพชฌฆาต ทุบตีทำร้ายร่างกายสามีอยู่ตลอด

อัยยาภริยา มีเมียเหมือนมีเจ้านาย ชี้นิ้วใส่ตลอดเวลา ไปหุงข้าว ไปซักผ้า ไปล้างจาน ไปถูบ้าน...!

มาตาภริยา มีเมียเหมือนมีแม่ เลี้ยงดูปูเสื่อ ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม

สขีภริยา มีเมียเหมือนเพื่อน ร่วมทุกข์ร่วมสุข หัวหกก้นขวิด อดด้วยกัน อิ่มด้วยกัน สุขด้วยกัน ทุกข์ด้วยกัน

ภคินิภริยา มีเมียเหมือนน้องสาว อ้อนตลอด ถ้ามีประเภทนี้นี่ต้องระวัง กระเป๋ากลวงเอาง่าย ๆ

ทาสีภริยา ประเภทสุดท้าย มีเมียเหมือนทาส ยอมทำทุกอย่างให้ผัวตัวเอง ต่อให้เลวร้ายขนาดที่คนอื่นเห็นว่า ไอ้นี่ไม่สมควรที่จะเกิดเป็นมนุษย์ ก็ยังมอบกายถวายชีวิตให้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทิดเก่งจะเจอประเภทไหน ? เพราะฉะนั้น...อย่าไปอิจฉาเขา

การเกิดมา ได้พบกัน ได้เจอกัน ได้แต่งงานกัน ในบาลีกล่าวเอาไว้ว่า ปุพเพวะ สันนิวาเสนะ หรือที่เราเรียกในภาษาไทยว่า บุพเพสันนิวาส คือเคยอยู่ร่วมกันมาแต่ปางก่อน ชาติก่อน ๆ เคยเป็นคู่กันมา ประเภทนี้ถ้าเจอหน้านี่ เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ อย่างไรท้ายสุดก็ตะเกียกตะกายไปหากันจนได้
ภูเขาจะกั้นขวางหน้า แดดกล้าจะร้อนเพียงใด พี่จะไปหาเธอจนได้ เป็นตายก็จะไปหานาง...!

ปัจจุปันนะ หิเตนะวา เกื้อกูลกันในชาติปัจจุบัน ช่วยเหลือเกื้อกูลอีกฝ่ายหนึ่ง จนกระทั่งเกิดเห็นอกเห็นใจ ก็รักใคร่ชอบพอ แต่งงานกัน เพราะฉะนั้น..ใครที่ไปหาหมอดูแล้วถามว่า ชาตินี้มีเนื้อคู่หรือไม่ ? เสียเวลาถาม ถึงไม่มีบุพเพสันนิวาส ก็ต้องมีเกื้อกูลกันในปัจจุบัน

เอวันตัง ชายะเต เปมัง ถ้าหากว่าสองสาเหตุนี้ก็ย่อมก่อเกิดความรักขึ้นมา

อุปะลัง วะ ยะโถทะเกฯ เหมือนน้ำกับอุบลชาติคือดอกบัว ฉันนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-05-2021 เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 35 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 06-05-2021, 00:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,583
ได้ให้อนุโมทนา: 103,098
ได้รับอนุโมทนา 4,194,173 ครั้ง ใน 29,121 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ยะโถ ทะเก บาลีคำนี้ขั้นสูงมากนะมหาไบท์

ยะถา + อุทกะ แปลง อากับอุ เป็นโอ สำเร็จรูปเป็นยะโถ พวกไม่ได้เรียนบาลีก็จงมองต่อไป...(หัวเราะ)... ยะถา ฉันนั้น

อุปะลัง วะ ยะโถทะเก ดุจอุบลชาติกับน้ำ ฉันนั้น

เรื่องพวกนี้คิดได้ เวลาจะสึกเราจะเห็นช่องทางไปหมดครับ ที่ผมใช้คำว่า "คิดจะปลูกผักบุ้งขายก็ยังรวย" แต่ของจริงแล้วใช่ไหม ? ผมถึงได้บอกว่า โบราณเขาว่า ตื่นแต่ดึก สึกแต่หนุ่ม ถ้ารอหลาย ๆ พรรษาแล้วไปไม่รอดครับ เพราะว่าประสบการณ์ของเราจะหยุดอยู่แค่ก่อนบวช โลกปัจจุบันไปไกลเกินแล้ว จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมท่านแป๊กถึงต้องกลับมาบวชใหม่ เพราะว่าไปไม่ได้จริง ๆ ครับ

พวกเราก็ประเภทยินดีอวยพรให้เพื่อนไป ส่วนเพื่อนจะได้ดังคำพรหรือเปล่า ก็ต้องแล้วแต่เวรแต่กรรมที่เขาสร้างมา กลัวอย่างเดียว..งานแต่งจะเป็นคลัสเตอร์หรือเปล่า ? ระเบิดโควิดตูมลงกลางงานนี่บรรลัยเลยนะ..! วันนี้เอาแต่เพียงแต่นี้ พูดมากเดี๋ยวจะอิจฉาเพื่อนกันไปใหญ่


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-05-2021 เมื่อ 02:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:57



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว