กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๖ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 15-02-2023, 20:07
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 300
ได้ให้อนุโมทนา: 3,306
ได้รับอนุโมทนา 16,941 ครั้ง ใน 772 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 16-02-2023, 00:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,265
ได้ให้อนุโมทนา: 149,627
ได้รับอนุโมทนา 4,392,223 ครั้ง ใน 33,854 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ถ้าทุกคนได้ยินเสียงแปลกไปก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะว่ากระผม/อาตมภาพโดนฝนมา ตั้งแต่เช้ากระผม/อาตมภาพก็ต้องวิ่งไปประชุมโครงการพัฒนาพลังบวรด้านมิติศาสนา ที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี บอกเขาว่าอยู่ให้ได้แค่ไม่เกิน ๑๐ โมง เพราะว่า ๑๐ โมงต้องไปร่วมพิธีถวายภัตตาหารพระราชทานแก่ผู้เข้าสอบบาลีสนามหลวงปี ๒๕๖๖ ที่อุโบสถวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง)

แต่ขนาดออกก่อนเวลาจนพรรคพวกเพื่อนฝูงโวยวายกัน ก็ยังไปไม่ทันงาน ยังดีที่ว่าทางวัดไชยชุมพลชนะสงครามเอาพระวัดท่าขนุนเข้าไปแทน
กระผม/อาตมภาพจึงต้องรอจนกระทั่งเขาเสร็จพิธี ออกมารับประเคนภัตตาหารพระราชทานทางด้านนอก แล้วก็ไปเดินตลาด ได้มีดหมอหลวงพ่อกวยมา ๑ เล่ม ดีใจมาก..ถามว่าทำไมถึงดีใจมาก ? ก็เพราะว่ามีดหมอหลวงพ่อกวยนั้น ผ่านมือกระผม/อาตมภาพมาเกิน ๒๕๐ เล่มแล้ว แต่ว่าตอนนี้เหลือไม่ถึง ๑๐ เล่ม ที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่ก็คือที่คัดเอาไว้ใช้เอง แต่ละเล่มจึงต้องเป็นที่สุดในด้านใดด้านหนึ่ง

บางทีเวลาถ่ายรูปก็ยังบ่นกับไอ้ตัวเล็กว่า ญาติโยมเขาบุญดี เพราะว่ากว่าที่กระผม/อาตมภาพเองจะได้วัตถุมงคลที่สวยถูกใจแต่ละชิ้น บางทีใช้เวลา ๒๐ กว่าปี ๓๐ กว่าปี แต่โยมเหล่านี้เข้ามาถึงก็จองไปเลย โดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นของที่คัดเก็บเพื่อที่จะเอาเข้าพิพิธภัณฑ์ ถ้าส่งประกวดมีสิทธิ์ติดรางวัลทุกชิ้น..!

แต่คราวนี้อากาศช่วงนี้เปลี่ยนแปลงมาก ถึงเวลาฉันเพล
กระผม/อาตมภาพก็เลยเจอฝนเข้าเต็ม ๆ โดนฝนเข้าไปจึงกลายเป็นเสียงเปลี่ยนอย่างที่เห็น

เมื่อเสร็จจากการเปิดสอบบาลีสนามหลวงวันแรก พอเห็นข้อสอบแล้ว
กระผม/อาตมภาพก็ดีใจว่าตัวเองเก็งถูก คำว่า "เก็งถูก" ในที่นี้ก็คือ ไม่ได้ตั้งใจให้พวกเราแปลแล้วสอบผ่าน ตั้งใจแค่ว่าให้สอบติดไวยากรณ์แล้วมีเวลาไปซ้อมแปลเพิ่มอีก ๒ เดือน เพราะว่าข้อสอบออกมายากมาก แล้วทางกองบาลีพอเห็นนักเรียนไม่รอดเป็นจำนวนมาก การออกข้อสอบในการสอบรอบสองก็มักจะง่ายขึ้น

เมื่อเสร็จพิธีกรรมเรียบร้อย
กระผม/อาตมภาพก็ขออนุญาตวิ่งกลับทองผาภูมิ เพื่อไปรดน้ำศพหลวงพ่อฉลอม - พระครูกาญจนฐิติญาณ (ฉลอม ฐิติญาโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดจันทร์หงาย เมื่อไปถึง พระครูวรกาญจนโชติ เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ เห็นสภาพของกระผม/อาตมภาพแล้ว จากที่ตั้งใจจะให้เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมร่วมกันตอนทุ่มครึ่ง ก็เลยร่วมกันเป็นเจ้าภาพตอน "สวดปิดหีบ" ตอนทุ่มครึ่งมอบให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าภาพแทนไป ไม่อย่างนั้นแล้วกระผม/อาตมภาพก็อาจจะถึงสิ้นชีวิต..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-02-2023 เมื่อ 02:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 16-02-2023, 00:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,265
ได้ให้อนุโมทนา: 149,627
ได้รับอนุโมทนา 4,392,223 ครั้ง ใน 33,854 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในเรื่องของงานการต่าง ๆ ของกระผม/อาตมภาพนั้น ท่านทั้งหลายจะเห็นว่ามีแต่เพิ่มขึ้น ไม่ได้มีลดลง สำคัญตรงกำลังใจของเรา ใครที่มีงานน้อยจงดีใจเถอะว่า ท่านยังมีเวลาเคี่ยวกรำตนเองจนกำลังใจเข้มแข็งขึ้น เพื่อที่จะได้สู้งานไหวเมื่อถึงเวลาที่งานทับลงมา หลายคนมีการศึกษาสูง เคยทำหน้าที่การงานต่าง ๆ มามาก พอมานั่งภาวนาเฉย ๆ รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า อยากจะให้หลวงพ่อเรียกใช้ ไอ้พวกนี้หาที่ตาย..!

เนื่องเพราะว่าถ้ากำลังใจของเรายังไม่ไหว แต่แส่ไปทำงานก็หาเรื่อง เพราะว่ามีแต่จะฟุ้งซ่านหนักขึ้น พอคุม รัก โลภ โกรธ หลง ไม่อยู่ ก็สึกหาลาเพศกันหมด ดังนั้น..ถ้าหากว่าใครคิดที่จะบวชอยู่ต่อไป กรุณาเร่งกำลังใจตนเองให้มากเข้าไว้ ก่อนที่งานจะไหลมาเทมา ไม่เช่นนั้นแล้วถึงเวลาเรารับไม่ไหว สึกหาลาเพศไป ก็ไปลำบากในชีวิตฆราวาสอีก

เรื่องของการทำงาน ถ้าหากว่าอย่างนิสัยของกระผม/อาตมภาพก็คือ ทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด แต่คราวนี้คำว่าดีที่สุดก็ลักษณะเดียวกับกำลังใจในมัชฌิมาปฏิปทา ก็คือไม่มีมาตรฐาน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับกำลังกาย กำลังใจ และกำลังบุญที่สั่งสมมา ใครกำลังกาย กำลังใจ กำลังบุญมีมาก ก็ทำงานได้มากกว่าคนอื่นเขา กำลังน้อย ถึงเวลาก็ไปต่อไม่ไหว ถ้าหากว่าไม่เลิกทำ ก็อาจจะถึงขนาดสึกหาลาเพศไปเลย..!


อีกประการหนึ่งก็คือบางท่านที่ตั้งกำลังใจผิด ประเภทตั้งใจว่าจะบวชไม่สึก ไอ้นั่นก็หาที่ตาย..! คุณรู้ไหมว่ากิเลสชอบคนที่ตั้งใจแบบนี้มากเลย มักจะถูกรุมตีชนิดไม่เลี้ยง เพราะฉะนั้น..ถ้าหากว่าใครโง่ไปปิดทางตัวเองแบบนั้น ก็ไม่มีที่ให้หนี ถ้าหากว่าเราตั้งใจแบบนั้นก็ต้องสู้กันตายไปข้างหนึ่ง โอกาสแก้ตัวไม่มี เพราะว่ากำลังของเรายังน้อย โอกาสที่จะชนะกิเลสแทบจะเป็นศูนย์..!

กระผม/อาตมภาพโชคดีที่ว่าปฏิบัติธรรมมาอย่างหนักตั้งแต่สมัยฆราวาส สิ่งที่จะต้องเจอในชีวิตของความเป็นพระก็ไปเจอตอนเป็นฆราวาสเสียมาก จึงทำให้ผ่านพ้นมาได้ เพราะว่ากฎเกณฑ์กติกาของฆราวาสมีน้อยกว่าพระหลายเท่า ดังนั้น..ตอนที่บวชเข้ามาจึงเปิดกำลังใจกว้าง ๓๖๐ องศา ประมาณว่า "ถ้าอยู่ไม่ได้กูพร้อมที่จะไปทันที" ถ้าลักษณะอย่างนี้กิเลสไม่เสียเวลามาตีหรอก เพราะว่าเราพร้อมที่จะไป เหมือนอย่างกับว่ามีคนมาท้าชกกันแล้วเราเอาแต่วิ่งหนี ใครจะไปอยากจะชกด้วย แต่กว่าที่จะรู้ว่านี่คือวิธีการหนึ่งที่เราใช้สู้กิเลสในช่วงที่กำลังยังน้อย
กระผม/อาตมภาพก็โดนมาหนักแล้วไม่รู้ว่าเท่าไรต่อเท่าไร..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-02-2023 เมื่อ 02:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 16-02-2023, 00:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,265
ได้ให้อนุโมทนา: 149,627
ได้รับอนุโมทนา 4,392,223 ครั้ง ใน 33,854 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..ในส่วนที่ท่านทั้งหลายจะต้องระมัดระวังก็คือ ตั้งใจรักษากำลังใจของเราให้ดี ได้มากก็พอใจแค่นั้น ได้น้อยก็พอใจแค่นั้น เพราะว่าจะได้มากหรือได้น้อยก็ได้เหมือนกัน อย่าไปคิดว่าวันนี้เราได้มากขนาดนี้ พรุ่งนี้เราต้องได้แบบนี้อีก นั่นเป็นไปไม่ได้ เพราะว่ากำลังใจของเราแต่ละคนยังไม่ทรงตัว ถึงเวลามีขึ้น ๆ ลง ๆ ถ้าช่วงไหนที่ขึ้น เราก็กอบโกยเอาไว้ให้มากหน่อย ช่วงไหนที่ลง ภาวนาอะไรไม่ได้ แค่กราบพระงาม ๆ ครบ ๓ ครั้งก็ถือว่าเป็นบุญเป็นกุศลแล้ว..!

เรื่องของการปฏิบัติธรรมเราต้องรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาสู้ไปตะพึด กระผม/อาตมภาพเองเคยฉลาดแบบนี้มาก่อน เพราะว่าอยู่กับครูบาอาจารย์สายวัดป่ามามาก ท่านบอกว่า "ไปภาวนาเอาลูก สู้แค่ตายนะลูก..!" ลองสู้ดูแล้ว ตายจริง ๆ ตายฟรีทุกครั้ง..! จนกระทั่งท้ายสุดก็ต้องคิดหาวิธีการพลิกแพลง ว่าทำอย่างไรที่เราจะอยู่ได้

ดังนั้น..ในเรื่องของข้อธรรมคำสอนของครูบาอาจารย์เป็นเหมือนกับแผนที่เดินทางเท่านั้น พอเราปฏิบัติไปจริง ๆ สิ่งที่เราพบ สิ่งที่เราเห็น บางทีไม่ได้เหมือนกับในแผนที่เลย เพราะว่าแผนที่เป็นแค่เส้นขีดไปเฉย ๆ แต่ของจริงของเรามีทั้งหลุม มีทั้งบ่อ มีทั้งหุบ มีทั้งเหว พลาดเมื่อไรก็ถึงตาย จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ปัญญา แต่ก็อย่างที่บอกทุกคนไปแล้วว่าไม่มีมาตรฐาน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นเรื่องที่แต่ละคนต้องหาจุดพอเหมาะพอดีของตนเอง

เพียงแต่ว่าต้องตั้งหน้าตั้งตาทำแบบสม่ำเสมอ อย่าให้ขาดช่วง เพราะว่าถ้ากำลังขาดช่วงเมื่อไร รัก โลภ โกรธ หลง ตีกลับขึ้นมา จะรู้สึกทุกข์ทรมานเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น เพราะว่า รัก โลภ โกรธ หลง ก็คือไฟ ไฟกิเลสที่เผาเราอยู่ตลอดเวลา คนที่โดนไฟเผาอยู่ตลอดเวลา จะหาความสุขมาจากที่ไหน ? ก็เหลืออยู่อย่างเดียว คือทำอย่างไรจะให้ไฟดับลงได้

ถ้าหากว่าเราไปดูในอาทิตตปริยายสูตร ท่านบอกว่า โสตัง อาทิตตัง หูเป็นของร้อน สัททา อาทิตตา เสียงก็เป็นของร้อน ไล่ไปเรื่อยจนกระทั่งถึงกายและใจ ทำอย่างไรถึงจะดับไฟเหล่านี้ลงได้ ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 16-02-2023 เมื่อ 10:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 16-02-2023, 00:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,265
ได้ให้อนุโมทนา: 149,627
ได้รับอนุโมทนา 4,392,223 ครั้ง ใน 33,854 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อันดับแรกเลย ต้องพยายามทรงฌานสมาบัติให้ได้ จะเอาอย่างปลอดภัยก็ฌาน ๔ คล่องตัวไปเลย หรือเอาอย่างที่พอจะไต่ขอบเหวไปได้ ก็ต้องได้สักปฐมฌานละเอียด

ข้อที่สองก็คือ ทบทวนศีลทุกข้อของเราให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ ไม่ละเมิดศีลด้วยตนเอง ไม่ยุยงให้คนอื่นละเมิดศีล ไม่ยินดีเมื่อเห็นคนอื่นละเมิดศีล

ท้ายที่สุด ใช้ปัญญาว่าเราจะต้องตายแน่นอน ดังนั้น..ถ้าหากว่าตายแล้ว เราขอไปพระนิพพานที่เดียว

กำลังใจของเราแต่ละวันให้อยู่กับการภาวนา อยู่กับลมหายใจเข้าออก ก็คืออยู่กับปัจจุบันตรงหน้า อยู่กับตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น อดีตก็ไม่มี อนาคตก็ไม่มี ความฟุ้งซ่านทั้งหลายก็จะโดนระงับดับลงไปได้ ถ้าสามารถระงับดับลงได้ชั่วคราว ก็มีความสุขชั่วคราว ถ้าสามารถระงับดับลงได้ถาวร ก็มีความสุขถาวร ก็ขึ้นอยู่กับท่านทั้งหลายว่าจะพยายามและประสบความสำเร็จกันสักเท่าไร

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๖
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-02-2023 เมื่อ 02:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:40



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว