กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

Notices

พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) รวมธรรมะจากพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 03-01-2010, 21:23
โอรส's Avatar
โอรส โอรส is offline
นายทะเบียน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 897
ได้ให้อนุโมทนา: 37,411
ได้รับอนุโมทนา 206,540 ครั้ง ใน 3,180 โพสต์
โอรส is on a distinguished road
Default ต้นกำเนิดศีล

ถาม : พระพุทธเจ้าสมัยบำเพ็ญปัญญาบารมีระยะแรก ท่านชื่ออะไรคะ ?
ตอบ : มโหสถบัณฑิต นั่นเป็นปรมัตถบารมีนะ ตอนอื่น ๆ ยังมีอีกเยอะ อย่างท่านเป็นโสมทัตมานพ ตอนที่ท่านเป็นโสมทัตมานพ ท่านมีพ่อเป็นพราหมณ์ ที่ตอนหลังไปเกิดเป็นโลลุทายี โลลุทายีเป็นพระที่เหลวไหลมาก เป็นต้นกำเนิดศีลสารพัดข้อนั่นแหละ ว่าอะไรไปก็จำได้พักเดียว ปรากฏว่าพอพระอื่นนินทา พระพุทธเจ้าท่านก็เลยเล่าเรื่องให้ฟังว่า

ท่านเกิดเป็นโสมทัตมานพและเป็นมหาดเล็กใกล้ชิดพระเจ้าแผ่นดิน พ่อก็ทำมาหากินไปตามแบบของตัว ปรากฏว่าวันหนึ่ง วัวตายไปหนึ่งตัวก็ส่งข่าวให้ลูก ลูกมาดู เออ..วัวตายจริง ๆ พ่อบอกว่า เจ้าเป็นมหาดเล็กใกล้ชิด ขอพระราชทานจากพระเจ้าแผ่นดินสิ เราจะได้มีวัวไว้ทำนาต่อ

ท่านก็บอกว่าท่านเป็นคนใกล้ชิด ถ้าขออะไรจากเจ้านาย คนอื่นเห็นแล้วเขาจะเอาเยี่ยงอย่าง ให้พ่อไปขอเอง ท่านอุตส่าห์สอนวิธีให้ เอาหญ้าผูกเป็น ๒ ฟ่อน ฟ่อนนี้เป็นพระราชา ฟ่อนนี้เป็นพ่อนะ ต้องนั่งอยู่ท่านี้ แล้วไปถึงท่านจะตรัสถามว่า เป็นใคร ? มาจากไหน ? ให้บอกว่าข้าพเจ้าชื่อนั้นชื่อนี้ เป็นพ่อของโสมทัตมานพ ข้าพเจ้ามีวัวอยู่ ๒ ตัว บัดนี้ได้ตายไปตัวหนึ่ง ขอพระราชทานอีกตัวหนึ่งพระเจ้าข้า สอนอยู่ ๓ วัน แค่ไม่กี่ประโยคนี้

ปรากฏว่า พอไปถึงจริง ๆ ท่านก็กราบทูลบอกว่า ท่านเป็นพ่อของโสมทัตมานพ มีวัวอยู่ ๒ ตัว บัดนี้ตายไปแล้วตัวหนึ่ง ขอถวายอีกตัวหนึ่งพระเจ้าข้า ก็หมดเกลี้ยงเท่านั้นสิ พระเจ้าแผ่นดินท่านฟังอยู่ว่าแปลก ๆ ก็เลยหัวเราะ ตรัสว่า โสมทัต..ที่บ้านของเธอมีวัวมากหรือ ถึงจะเอามาถวายพระเจ้าแผ่นดิน โสมทัตมานพท่านฉลาด ท่านบอกว่า ถ้าพระองค์พระราชทานให้ ก็จะมีมากพระเจ้าข้า คนฉลาดเสียอย่าง ปากดีเป็นศรีแก่ตัว พระเจ้าแผ่นดินท่านให้ไปฝูงหนึ่งเลย นั่นแหละปัญญาบารมีขั้นต้น ๆ เอง

ท่านโลลุทายีนี่จริง ๆ ปัญญาท่านเยอะนะ เหตุที่ต้องใช้คำว่า ปัญญาท่านเยอะเพราะว่าท่านหัวหมอแบบทนายความ เลี่ยงกฎหมายเก่ง

สมัยก่อนไม่มีศีลข้อห้ามลักขโมย ท่านก็ไปขโมยของคนอื่นเขา ถามว่าขโมยมาจากไหน บอกว่าขโมยมาจากในป่า คนเข้าไปทำงานทำการในป่า มีห่อข้าวห่อของก็วางไว้แล้วไปตัดไม้ ทำไร่ อย่างนั้นนะ ก็ไปขโมยเขามา ไปขโมยเขาเสร็จ พระพุทธเจ้าตรัสว่าต่อไปนี้ห้ามไปขโมยนะ ท่านถือว่าห้ามเฉพาะที่ในป่าก็เลยไปขโมยในบ้าน พระพุทธเจ้าจึงบัญญัติเพิ่มว่า ห้ามขโมยในบ้านด้วย ก็ไปขโมยในลานตากผ้า โรงย้อมผ้าจะมีลานตากผ้าอยู่ ส่วนใหญ่พวกนี้อยู่ลึกหน่อย ให้ห่างจากชุมชนเพราะว่าบางทีพวกไม้ที่เอามาต้มมาย้อม พอเวลาบูดเน่าแล้วกลิ่นแรง อยู่ใกล้ชุมชนไม่ได้ จะอยู่ในป่าก็ลำบากอีก เพราะไม่มีแสงแดด ต้องทำเป็นลานเฉพาะ ตัดต้นไม้ออกทำเป็นที่กว้างมาก เขาถือว่าไม่ได้ขโมยในป่า ไม่ได้ขโมยในบ้าน เพราะขโมยในลานตากผ้าอย่างนี้...

ท่านเอาไปเรื่อยแหละ ฉลาดเป็นบ้าเลย ใครว่าท่านโง่ไม่ได้นะ ...(หัวเราะ)... ฉลาดจริง ๆ เพียงแต่ว่าท่านเลี่ยงบาลี ประเภทจับจดโลเลเอาแน่เอานอนไม่ได้อย่างนี้ เขาเลยเรียกว่า โลลุทายี

ถาม : แล้วพระที่...ต้องอาบัติ ?
ตอบ : พระพุทธเจ้าท่านยกให้ ท่านเรียกว่า อาทิกัมมิกะ แปลว่า บุคคลคนที่เป็นต้นบัญญัติในอาบัตินั้น ถือว่าเป็นตัวอย่างแก่คนอื่นเขา ไม่นับว่าผิดเพราะยังไม่มีข้อห้าม แต่คนที่สองนี่ปรับเลย เพราะถือว่าห้ามแล้วยังทำ

ถาม : สงสัยว่าอย่างท่านอุทายีจะผิดหลายข้อ แล้วอย่างนี้ท่านอธิษฐานมาเพื่อเกิดบัญญัติ... ?
ตอบ : ไม่ทราบว่าท่านอธิษฐานมาหรือเปล่า แต่แหม...ท่านยอดฝีมือทางนี้จริง ๆ โดยเฉพาะอาบัติหนัก ๆ อย่าง สังฆาทิเสส ๑๓ ข้อนี่ ท่านอุทายีทำไปแล้วเกินครึ่ง ท่านไปของท่านได้เรื่อยเลย

ถาม : ถึงตัวท่านเองก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ ?
ตอบ : ไม่ผิด เพราะถือว่าเป็นต้นบัญญัติ ต้นบัญญัติให้เป็นอาทิกัมมิกบุคคล บุคคลที่เป็นต้นบัญญัติ ศีลข้อนั้นยังไม่มีข้อห้ามอยู่ ไม่ถือว่าผิด ถ้าทำหลังจากนั้นแล้วโดนแน่ แต่ท่านเองท่านฉลาด ท่านรอดของท่านไปได้เรื่อย ในเมื่อรู้ว่าห้ามก็ออกไปทางอื่นต่อ

สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ ฯ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-01-2014 เมื่อ 16:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 67 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ โอรส ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ

Tags
ต้นบัญญัติ, โลลุทายี, ศีล, โสมทัต, อาทิกัมมิกะ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:21



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว