กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๕ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนสิงหาคม ๒๕๖๕

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 15-08-2022, 18:04
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,811
ได้ให้อนุโมทนา: 199,850
ได้รับอนุโมทนา 614,626 ครั้ง ใน 28,557 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๕

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๕


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 41 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 15-08-2022, 23:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,711
ได้ให้อนุโมทนา: 131,622
ได้รับอนุโมทนา 4,292,808 ครั้ง ใน 31,285 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตั้งแต่ช่วงเช้ากระผม/อาตมภาพก็ได้ทำการบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย และปลุกเสกวัตถุมงคลให้กับพระครูวิโรจน์กาญจนเขต, ดร. เจ้าอาวาสวัดอุทยาน

คราวนี้ในการปลุกเสกนั้น ท่านขอให้ช่วยจารแผ่นชนวนเพื่อที่จะหล่อพระพุทธรูปด้วย ทำให้กระผม/อาตมภาพนึกขึ้นมาได้ว่า สมัยที่อยู่กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ที่วัดท่าซุงนั้น เรื่องพวกนี้แทบจะไม่มีใครเอาเลย จะมีเป็นหลักอยู่ก็คือหลวงพี่ไพบูลย์ คุณวิปุโล ซึ่งเป็นพระระดับครูบาอาจารย์ของกระผม/อาตมภาพเอง อีกท่านหนึ่งก็คือหลวงพี่สามารถ ฐานิสฺสโร หรือว่าภายหลังสึกหาลาเพศออกไป กลายเป็นนายสามารถ สุขสาธุไปแล้ว

กระผม/อาตมภาพเองเพียรพยายามในการเขียนอักขระเลขยันต์ต่าง ๆ แล้วนำไปให้หลวงพี่ไพบูลย์ท่านช่วยตรวจดู ว่ามีอะไรผิดเพี้ยนผิดพลาดบ้าง จะได้แก้ไขให้ถูกต้อง ดังนั้น..ในระยะแรกของการเขียนอักขระเลขยันต์เป็นภาษาขอมนั้น ถ้ามีอะไรผิดพลาด กระผม/อาตมภาพขอยกให้เป็นผลงานของหลวงพี่ไพบูลย์ จั่นแจ่ม หรือว่าหลวงพี่ไพบูลย์ คุณวิปุโล ซึ่งท่านได้เมตตาช่วยตรวจช่วยทานแล้ว ตัวเราที่เป็นนักเรียนย่อมไม่รู้ว่าผิดหรือถูก ก็ต้องเชื่อตามครูบาอาจารย์อย่างเดียว

ภายหลังเมื่อได้ร่วมงานในการสร้างพระวิสุทธิเทพ (พิมพ์หนา) กับทางด้านหลวงพี่สามารถ ฐานิสฺสโร เจ้าคุณหลวงตาพระราชภาวนาพัชรญาณ วิ. หรือว่าหลวงตาวัชรชัย ตลอดจนกระทั่งหลวงพี่สมปอง (พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ สมปอง สุธมฺมสนฺตจิตฺโต) และพระน้องอีกหลายรูป ก็ได้ศึกษาเรื่องของเลขยันต์และการทำผงวิเศษต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาอีกหลายอย่าง

จนกระทั่งภายหลังได้ไปเฝ้าไข้หลวงปู่มหาอำพัน หรือท่านเจ้าคุณพระภาวนาปัญญาวิสุทธิ์ (อำพัน อาภรโณ บุญ-หลง) แห่งวัดเทพศิรินทราวาส ก็โดนท่านบังคับให้เรียนอักขระขอมหลักสูตรเร่งรัด โดยที่ท่านเพียรพยายามถ่ายทอดวิชาการหลายอย่างให้ เพราะเกรงว่าท่านจะมรณภาพเสียก่อนที่กระผม/อาตมภาพจะเรียนสำเร็จ

แต่กระผม/อาตมภาพก็เกรงเช่นกันว่า ถ้าท่านถ่ายทอดหมดแล้วก็จะไปเลย จึงพยายาม "กั๊ก" บางวิชาเอาไว้ ยังไม่ขอศึกษา อย่างเช่นวิชาการสับกระดานรักษาโรค เป็นต้น แต่ปรากฏว่าสังขารร่างกายของหลวงปู่มหาอำพันท่านไม่อำนวย ในที่สุดแม้ว่าท่านยังถ่ายทอดวิชาให้ไม่ครบถ้วน ก็มรณภาพอยู่ดี..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-08-2022 เมื่อ 02:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 15-08-2022, 23:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,711
ได้ให้อนุโมทนา: 131,622
ได้รับอนุโมทนา 4,292,808 ครั้ง ใน 31,285 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

คราวนี้บรรดาพระพี่พระน้องต่าง ๆ นั้น ส่วนใหญ่แล้วท่านเอาแต่ภาวนา หรือเอาแต่ทำงานในหน้าที่รับผิดชอบของตน ไม่ได้สนใจในเรื่องของคาถาอาคม อักขระเลขยันต์ต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ผู้เป็นครูบาอาจารย์นั้น ท่านศึกษาเอาไว้ชนิดท่วมหัว แต่ว่าบุคคลที่รับได้มากจริง ๆ ก็มีหลวงพี่ไพบูลย์ กับกระผม/อาตมภาพนี้เท่านั้น เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมรณภาพ ได้มีผู้มีขอยืมตำราที่กระผม/อาตมภาพจดจารความรู้บางอย่างเอาไว้ แล้วสมุดบันทึกเล่มนั้นก็หายไปกับสายลม..! ไม่ได้คืนมาจนทุกวันนี้

เมื่อต้องมาจารแผ่นชนวนก็ดี จารสิ่งต่าง ๆ ก็ตาม ก็ล้วนแล้วแต่เป็นความรู้ที่ครูบาอาจารย์เมตตาสั่งสอนมา จากท่านโน้นบ้าง ท่านนี้บ้าง นับเป็นสิบ ๆ อาจารย์ด้วยกัน ไม่ได้ปักมั่นอยู่กับครูบาอาจารย์รูปใดรูปหนึ่ง โดยถือเอาตามที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า "ศิษย์มีครูเหมือนกับงูมีพิษ ถ้าเป็นศิษย์สารพัดครู ก็จะเป็นงูสารพัดพิษ" ในเมื่อเป็นเช่นนั้น กระผม/อาตมภาพจึงพยายามศึกษาวิชาการต่าง ๆ ให้มากที่สุดตามที่โอกาสจะอำนวยให้

จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ มั่นใจว่าถ้าในสายหลวงพ่อวัดท่าซุงด้วยกันแล้ว ในเรื่องของเวทมนตร์คาถา อักขระเลขยันต์ กระผม/อาตมภาพมีแต่มากกว่าคนอื่นเขา ไม่มีน้อยกว่า บางอย่างเช่นฤกษ์พรหมประสิทธิ์ แต่ละท่านก็ยินดีและพอใจตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเมตตาบอกให้ แต่ท่านบอกมาไม่ครบ กระผม/อาตมภาพก็ไปค้นคว้า กว่าที่จะได้มาครบก็กินเวลานานมาก แถมในระยะแรกยังโดนต่อต้านอีกต่างหากว่าไม่ใช่สิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงสอนไว้

ภายหลังเมื่อเห็นกระผม/อาตมภาพนำไปใช้แล้วได้ผลดีจริง ๆ ถึงได้ค่อย ๆ ยอมรับ แล้วภายหลังก็ใช้วิธีลัด ก็คือพอทางวัดท่าขนุนออกฤกษ์พรหมประสิทธิ์ก็มีการ "ก็อปปี้" เอาไปใช้ต่อเลย โดยไม่ต้องเสียเวลาหาเอง เป็นต้น

เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ก่อนหน้านั้นอาจจะจริงอย่างที่บรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องเขากล่าวไว้ ก็คือพอเป็นแล้วเหนื่อย แต่ว่าในเมื่อเราศึกษาเรียนรู้มาแล้ว บางอย่างก็สามาถใช้งานจริง คือแก้ไขอุปสรรคต่าง ๆ ในหน้าที่การงาน ในชีวิตประจำวันของเราเองได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-08-2022 เมื่อ 02:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 15-08-2022, 23:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,711
ได้ให้อนุโมทนา: 131,622
ได้รับอนุโมทนา 4,292,808 ครั้ง ใน 31,285 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

บางสิ่งบางอย่างก็ช่วยทำให้งานคณะสงฆ์ง่ายขึ้น อย่างเช่นว่าต้องการจะจัดหาทุนสร้างวิทยาลัยสงฆ์สักแห่งหนึ่ง ก็ออกวัตถุมงคลมา ๑ ชุด เป็นต้น ถ้าเป็นสมัยก่อนก็คงต้องดิ้นรนไปเที่ยวไล่ถามหาญาติโยมว่าท่านใดจะเต็มใจเป็นเจ้าภาพบ้าง แต่ว่ามาระยะหลังนี้ ไม่ต้องเสียเวลาไปถามใคร เพราะว่าสามารถที่จะออกวัตถุมงคล ระบุวัตถุประสงค์ไปเลยว่าเราจะทำอะไร

คราวนี้ในการบวงสรวงพุทธาภิเษกครั้งนี้ ก็มีส่วนหนึ่งที่อยากจะกล่าวถึงคือว่า ครูบาอาจารย์ที่ท่านมาสงเคราะห์ตามลำดับนั้น ยังมีอดีตเจ้าอาวาส คือหลวงปู่เพิ่ม เรือทองเศรษฐีมาด้วย ซึ่งหลวงปู่เพิ่ม อดีตเจ้าอาวาสวัดอุทยานนั้น ท่านเป็นครูบาอาจารย์รุ่นราวคราวเดียวกับหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค

หลวงปู่เพิ่มท่านพายเรือออกบิณฑบาตเป็นประจำ บุคคลใดอยากจะมีโชคดี ก็ขออนุญาตปิดทองที่หัวเรือของหลวงปู่ แล้วอธิษฐานขอโชคขอลาภ ขอให้ค้าขายดี ปรากฏว่าทุกคนประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงมีผู้นิยมปิดทองมากขึ้น ๆ จนกระทั่งหลวงปู่เพิ่มท่านได้ฉายาโดยอัตโนมัติว่า "เรือทองเศรษฐี" ขอยืนยันว่าฉายาของหลวงปู่เพิ่ม วัดอุทยาน คือ เรือทองเศรษฐี

ส่วนที่พรรคพวกเพื่อนฝูงของกระผม/อาตมภาพ คือท่านเจ้าคุณทินน์ (พระโสภณพัฒนคุณ) เจ้าอาวาสวัดพุน้อย เจ้าคณะอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรีนั้น ท่านไปได้ตอตะเคียนสำคัญมา ซึ่งนางไม้ประจำตอตะเคียนหรือท่อนตะเคียนนั้น ต้องการที่จะสร้างบารมี เพื่อความสุขในภพภูมิของตอนให้มั่นคงยิ่งขึ้น จึงบอกให้เจ้าคุณทินน์ท่านนำเอาชิ้นส่วนของตอตะเคียน หรือท่อนตะเคียนมาทำเป็นเรือเล็ก ๆ แล้วท่านก็มาเสกให้ ผู้ใดบูชาไปก็ทำมาหากินคล่องตัว จนท่านได้รับฉายาว่า "เศรษฐีเรือทอง"

ดังนั้น..ในเรื่องของ "เรือทองเศรษฐี" และ "เศรษฐีเรือทอง" จึงเป็นเรื่องของพระเกจิอาจารย์ ๒ ยุคสมัย เรือทองเศรษฐีคือของหลวงปู่เพิ่ม วัดอุทยาน ซึ่งท่านจะมีคาถาประจำตัวว่า "นะสีเล สีเลนะ นะสำเร็จ" ถ้าใครนำไปภาวนา ก็จะทำมาหากินคล่องตัวได้อย่างใจนึก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-08-2022 เมื่อ 02:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 16-08-2022, 00:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,711
ได้ให้อนุโมทนา: 131,622
ได้รับอนุโมทนา 4,292,808 ครั้ง ใน 31,285 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ส่วนของท่านเจ้าคุณทินน์นั้นคือเศรษฐีเรือทอง ในแต่ละปีจะต้องไปไหว้ครู เพื่อนำเอาเรือลำเล็ก ๆ ที่บูชาไว้นั้นไปเพิ่มพลัง ในลักษณะที่เรียกว่า "อัพเกรดกันใหม่" ถ้าหากว่าเด็กสมัยใหม่ได้ยินก็คงจะหัวเราะ แต่ความจริงแล้ว เป็นแค่อุบายที่จะนำคนเข้าวัดของท่านเจ้าคุณทินน์เท่านั้นเอง

นอกจากหลวงปู่เพิ่ม เศรษฐีเรือทองซึ่งมาอนุเคราะห์สงเคราะห์ในงานแล้ว หลวงปู่ศรี หรือพระครูนนทมงคลวิศิษฐ์ (ศรี โอภาโส) อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อนก็โผล่มาแวบหนึ่ง ท่านบอกว่า "หลวงปู่เพิ่มอยู่แล้ว ผมไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่" กราบกรานทักทายกันเสร็จท่านก็ไปเลย ซึ่งกระผม/อาตมภาพถือว่า ถ้ามาในลักษณะนี้แล้ว ก็นับเป็นอดีตเจ้าอาวาสที่อู้งานชัด ๆ แต่ถ้าหากว่าไป "แซว" กันก็ได้แต่หัวเราะเฮฮากันเท่านั้น เพราะว่าโดยมารยาทแล้ว ถ้าหากว่าครูบาอาจารย์ที่เหนือกว่ามาถึง เราก็จำเป็นที่จะต้องหลบ

อย่างเช่น ถ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมา พระอรหันต์ที่อยู่ในพิธีกรรมต่าง ๆ ก็จะมอบสถานที่ถวายให้แก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วท่านทั้งหลายก็ถอยออกจากพิธีกรรมไป หรือว่าพระอรหันต์องค์ใดองค์หนึ่งมาถึงในพิธีกรรม บรรดาพรหมเทวดาต่าง ๆ ก็มอบสถานที่ให้ แล้วตนก็ถอยออกไป เหล่านี้เป็นต้น ต้องเรียกว่าเป็นมารยาทในการประพฤติปฏิบัติของอีกโลกหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ใกล้เคียงกับโลกของเรา

เนื่องเพราะว่าบางทีเราก็จะเห็นว่าบางท่านที่มานั้นไม่ใช่พระอรหันต์ แต่ว่าพระอรหันต์กลับออกจากพิธีกรรม มอบให้ท่านนั้นทำหน้าที่แทน ปรากฏว่าท่านที่มานั้น เป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่ บารมีมาก ใกล้จะสำเร็จเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ซึ่งพระอรหันต์ทั้งหลายเคารพในความเป็นอนาคตพระพุทธเจ้าของท่าน ก็ต้องมอบเวรประเคนสถานที่ ถวายภาระให้แก่ท่านไปดำเนินการแทน เป็นต้น เรื่องพวกนี้โดยปกติแล้วก็ไม่มีใครมาพูด มาบอก มากล่าวกัน

อีกส่วนหนึ่งก็คือ ตอนที่กระผม/อาตมภาพทำการบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย ก็จะมีการขึ้นบทที่เรียกว่า "ชุมนุมเทวดา" ปรากฏว่าหลายท่านที่ได้ทิพจักขุญาณก็เล็งดูว่าเทวดาองค์ไหนที่มาบ้าง ? แต่เนื่องจากว่าตั้งกำลังใจต่ำเกินไป จึงทำให้เห็นไม่ชัดเจน แล้วขาดความมั่นใจ เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าแค่ท้าวจาตุมหาราชทั้ง ๔ ท่านก็เป็นพระอริยเจ้ากันหมดแล้ว สิ่งที่ท่านเคารพที่สุดก็คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคุณพระรัตนตรัย

ดังนั้น...ถ้าหากว่าต้องการที่จะดูท่านให้ชัดเจน ก็ควรที่จะยกองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมาก่อน แล้วค่อยกำหนดจิตดูลงมาตามลำดับ ถ้าอย่างนั้น ก็จะได้เห็นชัดตามที่ท่านต้องการ


วิธีการทั้งหลายเหล่านี้ ต้องบอกว่าผู้ที่ประสบด้วยตนเองและมีประสบการณ์ถึงจะบอกจะกล่าวกันได้ ท่านที่ยังไม่มีประสบการณ์ ถ้าไม่ได้ฟังบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนวันนี้ ก็อาจจะต้อง "งมโข่ง" ของตนเองต่อไป

ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๑๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-08-2022 เมื่อ 02:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 40 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:18



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว