กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๕ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมิถุนายน ๒๕๖๕

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 24-06-2022, 19:33
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,706
ได้ให้อนุโมทนา: 195,701
ได้รับอนุโมทนา 598,531 ครั้ง ใน 27,581 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๕

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๕


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 24-06-2022, 23:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,487
ได้ให้อนุโมทนา: 127,202
ได้รับอนุโมทนา 4,283,422 ครั้ง ใน 31,057 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ ทางวัดท่าขนุนได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพระสังฆาธิการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ในระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เจ้าสำนักสงฆ์ ประธานที่พักสงฆ์ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ ซึ่งได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาว่า "มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกันดีมาก"

เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าเรามีการติดต่อแจ้งให้บรรดาเจ้าคณะตำบลต่าง ๆ ประสานงานกับเจ้าอาวาส เจ้าสำนักสงฆ์ และประธานที่พักสงฆ์ ล่วงหน้าเป็นเวลาถึง ๑ เดือน ในเมื่อมีการแจ้งล่วงหน้าแล้ว ท่านทั้งหลายเหล่านั้นก็ย่อมเว้นเอาไว้ว่า วันนี้ต้องไม่รับงานหรือว่ารับกิจนิมนต์ใด ๆ จึงเป็นเหตุให้ทุกคนสามารถที่จะมาประชุมกันโดยพร้อมเพรียงกันได้

และถึงแม้ว่าราชกิจจานุเบกษาจะประกาศเลิกบังคับการสวมหน้ากากอนามัยแล้วก็ตาม แต่ว่าพวกเราทั้งหมดก็ยังคงสวมหน้ากากอนามัยกันด้วยความสมัครใจ เนื่องเพราะว่าเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ นั้น ยังแพร่ระบาดอยู่ในเขตอำเภอทองผาภูมิไม่น้อยเลย ผู้ที่ติดเชื้อโดยเฉพาะพระภิกษุสามเณรยังมีอยู่มาก เพราะว่าต้องคลุกคลีใกล้ชิดกับญาติโยมทั้งหลายเป็นปกติ

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น การดำเนินการประชุมจึงเป็นไปโดยพร้อมเพรียงและสมานฉันท์ ถ้าหากว่าภาษาพระเขาเรียกว่า กายสามัคคี คือมีความพร้อมเพรียงกันทางกายภาพดีมาก

ในวันนี้อีกงานหนึ่งของทางวัดท่าขนุน ก็คืออนุญาตให้ทางเทศบาลตำบลท่าขนุน ใช้พื้นที่หน้าวัดในการเปิดตลาดจำหน่ายผลไม้ในงาน "เทศกาลผลไม้สดจากสวน" ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทางเทศบาลตำบลท่าขนุนได้จัดงานนี้ขึ้นมา โดยนายจิตรกร ว่องประเสริฐ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าขนุน และนายสมเกียรติ นาคศรีโภชน์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าขนุน เป็นผู้ประสานงานมา

เนื่องจากว่าในระยะหลังนี้ บรรดาผักผลไม้ต่าง ๆ ของอำเภอทองผาภูมิซึ่งมีชื่อเสียงมาก
โดยเฉพาะทุเรียนทองผาภูมิและเงาะทองผาภูมิ จึงทำให้มีพ่อค้าคนกลางไปดำเนินการในลักษณะ "ตกเขียว" ก็คือทำการไปซื้อเหมาสวนเอาไว้เสียเกือบทั้งหมด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-06-2022 เมื่อ 02:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 25-06-2022, 00:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,487
ได้ให้อนุโมทนา: 127,202
ได้รับอนุโมทนา 4,283,422 ครั้ง ใน 31,057 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น...ในปีนี้ทางที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเขื่อนวชิราลงกรณ จึงไม่ได้จัด "งานเทศกาลผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ"เหมือนกับทุกปี โดยท่านนายอำเภอนภเดช เกลียวศิริกุล เปลี่ยนจากการจัดงานเทศกาลผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ ไปเป็นการโฆษณาให้บรรดาสวนต่าง ๆ ซึ่งมีผลไม้ออกสู่ท้องตลาดเป็นประจำ ให้บรรดาท่านทั้งหลายได้รู้จักกันทางสื่อโซเชียลแทน เผื่อว่าท่านทั้งหลายที่ต้องการมาท่องเที่ยวในเชิงการเกษตร ก็จะได้เข้าไปถึงที่ในแต่ละไร่ได้เลย และอาจจะได้รับส่วนแบ่งผลไม้จากทางด้านเจ้าของสวนมาบ้างก็เป็นได้

แต่คราวนี้ทางเทศบาลตำบลท่าขนุนนั้น เนื่องจากว่าเป็นเจ้าของพื้นที่ เมื่อเข้าไปสืบความตามไร่ต่าง ๆ จนทั่วถึงแล้ว ก็ทราบว่า ด้วยความที่อากาศไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผลผลิตของบรรดาพืชผักผลไม้อำเภอทองผาภูมินั้น แบ่งออกเป็นหลายรุ่น บางสวนก็แก่พอที่จะขายได้ จนกระทั่งหมดไปแล้ว บางสวนก็ยังอยู่ในลักษณะที่กำลังจะออกสู่ท้องตลาด บางสวนก็ยังเป็นลูกอ่อนอยู่เลย

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทางด้านเทศบาลตำบลท่าขนุนจึงเล็งเห็นว่า การที่ผลไม้ออกไม่ตรงตามฤดูกาล หรือว่าออกเป็นหลายรุ่น ทำให้การจำหน่ายพร้อมเพรียงกันนั้นเป็นไปโดยยาก พ่อค้าคนกลางก็คงจะไม่เสียเวลามารอสวนที่ผลผลิตออกทีหลัง เพราะว่าถ้าหากว่าช้า ก็จะทำให้ขายได้ราคาไม่ดี จึงมีการทอดทิ้งหลายสวนที่ไม่สามารถจะออกจำหน่ายในฤดูกาลได้

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทางเทศบาลตำบลท่าขนุนจึงได้คิดที่จะเปิดสถานที่
จัดจำหน่ายเอง โดยติดต่อประสานงานมาทางวัดท่าขนุน ขอใช้พื้นที่ลานธรรมสองฝั่งข้างสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก ๒๑ ศอก หน้าวัดท่าขนุน ในการจัดร้านจำหน่ายในครั้งนี้ และประสานไปยังสวนต่าง ๆ ที่มีพืชผักผลไม้

โดยเฉพาะในส่วนของทุเรียนทองผาภูมิ ซึ่งชนะเลิศที่ ๑ ในงานประกวดทุเรียนโลก และล่าสุดนี้ก็ชนะการประกวด ๑ ใน "งานสุขสยาม อะเมซซิ่ง ฟรุตพาราไดส์ ๒๕๖๕" ที่ไอคอนสยามมา ตลอดจนกระทั่งเงาะทองผาภูมิ ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในความหวานกรอบและอร่อย ให้พยายามนำเอาพืชผลการเกษตรซึ่งเป็นผลผลิตของสวนตนเองนั้น มาวางจำหน่ายที่ลานธรรมหน้าวัดท่าขนุน ในช่วงวันที่ ๒๔-๒๕-๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ นี้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-06-2022 เมื่อ 02:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 25-06-2022, 00:05
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,487
ได้ให้อนุโมทนา: 127,202
ได้รับอนุโมทนา 4,283,422 ครั้ง ใน 31,057 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

กระผม/อาตมภาพได้บอกกับทางด้านเทศบาลตำบลวัดท่าขนุนไปว่า ถ้าหากสวนต่าง ๆ ที่พืชผลออกช้ากว่า และสามารถที่จะออกมาจำหน่ายต่อจากทั้ง ๓ วันนี้ ก็ให้ยืดระยะเวลาในการเปิดตลาดให้ยาวนานออกไปได้ โดยที่ทางวัดไม่มีกำหนดเวลา เพื่อที่จะได้ทำให้บรรดาเจ้าของสวน หรือว่าเกษตรกรต่าง ๆ ได้มีสถานที่ตั้งจำหน่ายพืชผลทางเกษตร โดยไม่ต้องเสียค่าที่

เท่าที่เห็นในวันนี้ก็คือ สินค้าต่าง ๆ จำหน่ายได้ดีมาก เพราะว่าอยู่ข้างถนนใหญ่ รถกี่คันที่วิ่งผ่านมา เมื่อเห็นว่าทางสวนนำผลไม้ต่าง ๆ มาจำหน่ายด้วยตนเอง ก็รีบแวะเข้าไปทันที โดยเฉพาะในส่วนของทุเรียนนั้น จำหน่ายในราคาที่ไม่แพง เนื่องเพราะว่าต้นฤดูกาลนั้นจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท จนกระทั่งลงมาต่ำสุดที่ ๑๖๐ บาท แต่ว่าที่มาวางจำหน่ายที่หน้าวัดท่าขนุนนั้น อยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท

กระผม/อาตมภาพเองขอแนะนำให้ซื้อทุเรียนที่เขาแกะใส่กล่องไว้ เพราะว่าราคาใกล้เคียงกัน โดยที่ไม่ต้องเสียน้ำหนักของเปลือกทุเรียนไปด้วย เหตุที่กล้ายืนยันเช่นนี้ เพราะว่าทดสอบด้วยการซื้อมาด้วยตัวเอง ทั้งแบบแกะใส่กล่องและแบบทั้งลูกมาแล้ว ขอยืนยันว่าแบบแกะใส่กล่องคุ้มค่ากว่าหลายเท่า..!

เหตุที่วัดจำเป็นที่จะต้องเปิดเป็นตลาดชุมชนขึ้นมานั้นก็เพราะว่า "บ้านพึ่งวัด วัดพึ่งบ้าน" เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องอาศัยกัน โดยเฉพาะถ้าหากว่าญาติโยมสามารถที่จะจำหน่ายพืชผลการเกษตรได้ ถึงเวลามีเงินมีทองใช้คล่องตัว เขาทั้งหลายเหล่านั้นก็จะเข้าวัดมาทำบุญเอง

เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ต้องบอกว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ค่อนข้างจะต้องรู้จักมองการณ์ไกล เหมือนอย่างที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเอาไว้ว่า บุคคลที่จักค้าขายหรือว่าจะประกอบกิจการงานใดก็ตามให้สำเร็จนั้น ต้องประกอบไปด้วยหลักธรรมทั้ง ๓ ข้อก็คือ

ข้อที่ ๑ จักขุมา แปลว่าเป็นผู้มีสายตายาวไกล ซึ่งสมัยนี้เราใช้คำว่า "วิสัยทัศน์" หรือถ้าหากว่าภาษาอังกฤษก็คือ Vision หมายความว่าท่านสามารถอ่านเกมได้ขาดว่า ตลาดในระยะนี้ต้องการสินค้าประเภทใด ในระยะหน้าต้องการสินค้าประเภทใด แล้วสามารถหาสินค้าไปป้อนให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในช่วงนั้น ก็จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จได้

แต่เท่าที่พบเห็นมานั้น ตั้งแต่โบราณจนปัจจุบันก็คือ พอเห็นใครทำอะไรประสบความสำเร็จ คนก็ฮือตามกัน ในเมื่อไปทำสิ่งที่เหมือน ๆ กัน ท้ายที่สุดก็พากันล่มจมไปตาม ๆ กันเช่นกัน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-06-2022 เมื่อ 02:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 25-06-2022, 00:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,487
ได้ให้อนุโมทนา: 127,202
ได้รับอนุโมทนา 4,283,422 ครั้ง ใน 31,057 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

หลักธรรมข้อที่ ๒ ก็คือ วิธุโร แปลว่าผู้ที่สามารถจัดการธุระได้อย่างวิเศษยิ่ง ในที่นี้ก็คือเป็นผู้ที่สามารถติดต่อประสานงานได้เก่ง เป็นผู้ที่เข้าถึงตลาด เป็นผู้ที่เข้าถึงแหล่งการผลิต ทำให้สามารถที่จะประสานงาน เพื่อนำสิ่งทั้งหลายเหล่านี้มาเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อกิจการของตนเอง และต่อผู้ที่ต้องการผลผลิตต่าง ๆ นั้น สามารถที่จะซื้อหาผลผลิตตามที่ตนเองปรารถนา ทำให้การจัดการงานต่าง ๆ นั้นจะเป็นไปโดยง่าย

โดยเฉพาะหลักการประสานงานตามทฤษฎี "บ - ว - ร" ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ก็คือเอาบ้าน วัด โรงเรียนและส่วนราชการต่าง ๆ มาประสานความร่วมมือกัน ทำให้เกิดความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ไม่ว่าจะทำสิ่งหนึ่งประการใด ก็ประสบความสำเร็จโดยง่าย

ข้อสุดท้ายของหลักธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวเอาไว้ก็คือ นิสสยสัมปันโน แปลว่าเป็นบุคคลที่ถึงพร้อมด้วยที่พึ่ง คำว่าที่พึ่งในที่นี้ ถ้าพูดกันแบบหยาบ ๆ ก็คือมีเส้นมีสาย แต่ถ้าหากว่าใช้ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่ามี Connection คือสามารถที่จะต่อสายถึงได้ทั้งเบื้องสูงเบื้องต่ำ

เช่นเดียวกับเทศบาลตำบลท่าขนุน ที่สามารถบุกเข้าไปจนกระทั่งถึงสวนทุกสวน ติดต่อประสานงานทั้งบนและล่าง คือ จัดให้ทางสวนมีสถานที่วางจำหน่ายผลผลิตได้ จึงประสบความสำเร็จในการที่จัด "งานเทศกาลผลไม้สดจากสวน" ของตนเองในครั้งนี้ขึ้นมา

เราจะเห็นได้ว่าหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธนั้น พระองค์ท่านสอนทั้งในส่วนที่เป็นทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ คือประโยชน์ที่เห็นทันตาในปัจจุบันนี้ อย่างเช่นว่า การทำมาหากินก็ดี การครองตนอยู่ในศีลในธรรม ทำให้ไม่ต้องลำบากเดือดร้อนก็ตาม

ในส่วนของสัมปรายิกัตถประโยชน์ คือประโยชน์ในโลกหน้า ถ้าท่านทั้งหลายประกอบไปด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ที่มั่นคง ท่านก็จะมีสุคติเป็นที่ไป

และในส่วนของปรมัตถประโยชน์ ประโยชน์สูงสุด คือสามารถปฏิบัติจนกระทั่งหลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้

หลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ถึงได้กล่าวอย่างเต็มปากเต็มคำว่า เป็น อกาลิโก ไม่ประกอบไปด้วยกาลสมัย ก็คือจะยุคไหนสมัยไหนก็สามารถที่จะใช้งานได้อย่างเต็มที่เช่นกัน และเอหิปัสสิโก คือสามารถที่จะท้าพิสูจน์ได้ ใครก็ตาม ถ้าหากว่าตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติตาม โดยถูกต้องแล้วไซร้ ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ทั้ง ๓ สถานดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสงฆ์สามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมที่รับฟังอยู่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศแต่เพียงเท่านี้


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-06-2022 เมื่อ 02:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:43



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว