กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 12-04-2023, 23:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,762 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default ปกิณกธรรมช่วงบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมมาฆบูชา วันที่ ๔ - ๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖

ก่อนปฏิบัติธรรมช่วงบ่าย วันเสาร์ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๖

อีกสักครู่ ถัดจากตรงนี้อาตมาก็จะออกไปดูการเตรียมขบวนแห่เทิดเกียรติอดีตเจ้าเมืองหน้าด่าน ๗ หัวเมือง ซึ่งได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับบ้านเราเมืองเราเป็นอเนกประการ แต่สมัยนี้คนมักจะลืมท่านไปเลย

มีเจ้าเมืองทองผาภูมิ เจ้าเมืองท่าขนุน เจ้าเมืองไทรโยค เจ้าเมืองท่าตะกั่ว เจ้าเมืองลุ่มสุ่ม เจ้าเมืองสิงห์ และเจ้าเมืองท่ากระดาน ทั้งหมดที่ว่ามา ๖ หัวเมืองแรกเป็นชาวมอญทั้งหมด มีเจ้าเมืองท่ากระดานที่เป็นกะเหรี่ยง

แล้วก็ ๖ หัวเมืองแรกจะอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำแควน้อยทั้งหมด หัวเมืองสุดท้ายคือเมืองท่ากระดานอยู่ทางฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ทำหน้าที่เป็นเมืองหน้าด่านหรือว่ารัฐกันชน ให้กับประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ธนบุรี มาจนถึงรัตนโกสินทร์

แต่หลังจากที่พม่าแพ้สงคราม ๙ ทัพ แล้วมาแพ้สงครามท่าดินแดง พม่าก็ไม่มาวอแวกับไทยเราอีกเลย บรรดาเจ้าเมืองต่าง ๆ จึงค่อย ๆ ถูกลืมไป นอกจากลูกหลานญาติโยมตัวเองแล้ว คนอื่นแทบจะไม่ทราบถึงเกียรติประวัติเหล่านี้เลย

ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดจริง ๆ ให้ไปที่วัดคงคาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ชาวมอญโพธารามเหล่านั้นก็คือลูกหลานของบรรดาเจ้าเมืองหน้าด่านนี้ ก็คือตั้งบ้านตั้งเมืองกันอยู่ตรงนั้น แต่ว่าที่ทำงานก็คือเมืองหน้าด่าน ๗ หัวเมือง

ในเมื่อไม่มีใครคิดถึง ทางวัดท่าขนุนจึงคิดถึงเอง จัดงานเทิดเกียรติให้ท่านมาได้ ๒ ปีติดกัน แล้วก็โดนโควิด-๑๙ เล่นงานจนเงียบไป ๓ ปี ปีนี้ได้กลับมาจัดใหม่ ประมาณ ๑๕.๓๐ น. จะมีขบวนแห่เทิดเกียรติเดินจากสำนักงานเทศบาลตำบลทองผาภูมิ มายังหน้าวัดท่าขนุน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-04-2023 เมื่อ 02:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 12-04-2023, 23:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,762 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พวกเรารอไว้ ช่วงประมาณ ๕ โมงเย็น แล้วค่อยออกไปดูก็ยังทัน เพียงแต่ว่า ๖ โมงเย็นให้กลับมาทำวัตรที่นี่ให้ทัน แล้วก็ออกไปดูการแสดงใหม่ พิธีเปิดจะเริ่มตอน ๑๙.๐๐ น. ไม่ต้องห่วง..ไม่รีบ เพราะวันนี้มีการแสดงตั้ง ๑๐ ชุดหลังพิธีเปิด ไม่รู้ว่า ๒๑.๐๐ น. จะจบหรือเปล่า ?

พรุ่งนี้ก็มีการแสดงอีกหลายชุด เพียงแต่ว่าวันจันทร์ไม่มีการแสดง เพราะว่าของเรามีการตามประทีปและเวียนเทียน ถ้ามัวแต่มีการแสดงอยู่ ก็จะทำอะไรไม่ทัน

ในส่วนของพวกเราที่ปฏิบัติธรรมกันอยู่ตรงนี้ เราต้องเข้าใจว่า การปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องของบุคคลที่เป็นปรมัตถบารมี คือกำลังใจเข้มข้นสูงสุด ถ้าหากว่าไม่ถึงระดับปรมัตถบารมี เราจะปฏิบัติธรรมไม่ได้ เพราะว่า

บารมีต้นจะได้แค่ให้ทาน
บารมีกลางให้ทานได้ รักษาศีลได้ มากกว่านั้นก็ไปไม่เป็น
มีแต่ปรมัตถบารมี ซึ่งคือบารมีระดับสุดยอด ที่ให้ทานได้ รักษาศีลได้ เจริญภาวนาได้


แต่ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเราอยู่ในระดับนี้แล้ว จะสามารถเข้าถึงมรรคถึงผลได้ทุกคน สำคัญตรงที่ว่าทำดี ทำถูกหรือเปล่า ?

คำว่า ทำดี ในที่นี้คือ พอเหมาะพอดีแก่ตน
คำว่า ทำถูก ก็คือ ถูกต้องตามสิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนมา

ส่วนใหญ่แล้วพวกเราในปัจจุบันนี้ไม่ทำขาดก็ทำเกิน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-04-2023 เมื่อ 03:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 15 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 12-04-2023, 23:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,762 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เท่าที่สังเกตมาตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติธรรม ถ้านับตัวกระผม/อาตมาภาพ ก็เริ่มต้นที่ปี ๒๕๑๘ พอเริ่มทำก็ทุ่มเทอย่างชนิดคนรอบข้างว่า "บ้า..!"

พวกเราส่วนใหญ่มักจะทนปากคนอื่นไม่ได้ ถ้าทนปากคนอื่นไม่ได้ โอกาสประสบความสำเร็จก็ยากมาก

แล้วถามว่ากระผม/อาตภาพตอนนั้นเพิ่งอายุ ๑๖ ปี ทำไมแทนที่จะไปกินไปเที่ยวเหมือนคนอื่น ถึงมาตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรม แล้วยังทนปากคนอื่นได้ ? ก็เพราะว่ามีตัวอย่างก็คือ หลวงปู่ หลวงพ่อรอบด้านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ที่มีความสามารถแท้จริงสูงมาก

โดยเฉพาะบ้านเกิดของกระผม/อาตมภาพก็คือนครปฐม ตอนนั้นอันดับ ๑ เลยคือหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม รองลงไปก็คือ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว, หลวงปู่เต๋ วัดสามง่าม, หลวงปู่น้อย วัดธรรมศาลา ถ้าพวกเราสังเกตจะเห็นว่า หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ, หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม, หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม, หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม ยังไม่ปรากฏชื่อเลย

นครปฐมนี่บ้านพ่อ บ้านแม่คือสุพรรณบุรี ตอนนั้นหลวงปู่มุ่ย วัดดอนไร่ ดังสุด ๆ รองลงมาก็เป็นหลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว, หลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-04-2023 เมื่อ 03:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 15 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 12-04-2023, 23:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,762 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..ในเมื่ออยู่ท่ามกลางบรรดาพระที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วท่านรักเด็ก ถึงเวลาก็ทำอะไรสนุก ๆ ให้ดูอยู่เรื่อย ก็ทำให้มั่นใจว่าถ้าปฏิบัติแบบนี้แล้วมีผลแน่นอน ดังนั้น..ใครจะว่าบ้าก็ช่าง..เราจะทำ..!

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ต้องเข้าใจว่าถ้ากำลังใจของเราไม่ใช่คนฝืนโลก ทวนกระแสโลกจริง ๆ จะรับไม่ได้ เพราะว่าในครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้อง ก็ว่าเราบ้า ไปโรงเรียน ครูบาอาจารย์ เพื่อนฝูงทุกคน ก็ว่าเราบ้า

ถ้าหากว่ายกตัวอย่างก็คือพระครูธรรมธรแสงชัย กนฺตสีโล พระน้องชาย ตอนนั้นอาตมภาพฝึกกสิณ ส่วนน้องชายเขาฝึกเพาะกาย มีตำราเพาะกายเต็มไปหมด อาตมภาพรู้จักชื่อ เซอจิโอ โอลิวาร์ ก็ตอนนั้น รู้จักชื่อ อาร์โนลด์ ชวาร์ซเซเน็กเกอร์ ก็ตอนนั้น นั่นก็คือบรรดาชายงามที่ชนะประกวดเพาะกาย

อาตมภาพก็นั่งกรรมฐานไป นอนอยู่ห้องเดียวกันกับน้องชาย ซ้าย ขวา หน้า หลัง มีแต่ดวงกสิณ แม้แต่หลังมุ้งก็มี ก็คือไม่ว่าจะอยู่อิริยาบถใดต้องเห็นดวงกสิณ น้องชายเขาก็ว่าบ้า ตอนนั้นเขาดื่มนมทีละ ๒ ลิตร กินไข่ทีละ ๑๒ ฟอง เพาะกายของเขาไป แล้วพอมาตอนนี้ก็มาบ่นว่า โ€œถ้าตอนนั้นผมทำตามหลวงพี่ ผมก็สบายไปแล้วโ€ อ้าว..แล้วตอนนั้นมึงว่ากูบ้า ขืนทำตามก็จะบ้าไปด้วยกัน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-04-2023 เมื่อ 03:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 15 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 12-04-2023, 23:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,762 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องพวกนี้ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหนก็ตาม สิ่งที่เราทำ บุคคลทั่วไปซึ่งหนาด้วยกิเลส เห็นเราทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับเขา ก็จะว่าเราบ้า..!

สมัยที่อยู่บ้านสายลมประมาณปี ๒๕๒๖ มีคุณยายคนหนึ่งมาจากชายแดนจังหวัดสุรินทร์ คุณยายแต่งชุดขาวกระมอมกระแมม มาถึงบ้านสายลมถามหาหลวงพ่อฤๅษีฯ กระผม/อาตมภาพที่ตอนนั้นเป็นเด็กวิ่งรับใช้ผู้ใหญ่อยู่ในบ้านสายลม ก็ถามยายว่า "มาจากไหน ?" ยายก็เล่าให้ฟัง กระผม/อาตมภาพก็บอกว่า "ถ้าอย่างนั้นยายก็พักก่อน เดี๋ยวจะหาข้าวให้กิน ตอนนี้หลวงพ่อท่านฉันเช้าแล้วขึ้นไปพัก ประมาณ ๘ โมงครึ่งถึงจะลงมา เดี๋ยวยายมีปัญหาอะไรค่อยไปถามตอนนั้น"

เมื่อถึงเวลายายแกพูดอีสาน ปนส่วย ปนเขมร หลวงพ่อท่านก็หัวเราะ ถามว่า "เฮ้ย..ใครฟังรู้เรื่องช่วยแปลให้หน่อย" อาตมภาพก็ยกมือบอก "พอได้ครับ" หลวงพ่อก็บอก "เออ..แปลมาที" ยายถามว่า "ตัวเองนุ่งขาวห่มขาว รักษาศีล อยู่คนเดียว ทั้งหมู่บ้านว่าฉันบ้า หลวงพ่อเห็นว่าฉันบ้าหรือเปล่า ?" หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกว่า "แกดีอยู่คนเดียว ไอ้พวกนั้นบ้าทั้งหมู่บ้าน..!"

เห็นหรือยังว่าคุณยายนั่นอาการสาหัสกว่าอาตมภาพอีก ของอาตมภาพไม่ถึงขนาดโดนทั้งหมู่บ้าน แต่ของยายโดนทั้งหมู่บ้านเลย แต่ยายก็ดื้อทำต่อมา เพราะรู้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดี

เป็นปุพเพกตปุญญตา เป็นบุญที่สั่งสมมาตั้งแต่ชาติก่อน ๆ โน้น มักจับจิตจับใจข้ามชาติข้ามภพมา ถึงเวลาเกิดใหม่ก็รู้ว่าอะไรเป็นศีล อะไรเป็นธรรม จึงตั้งหน้าตั้งตารักษาศีล คราวนี้รักษาศีลแต่งผ้าลายเหมือนชาวบ้านเขา ตนเองก็รู้สึกว่าไม่ตรงกำลังใจ จึงหาผ้าขาวมานุ่ง คนทั้งหมู่บ้านก็เลยว่าคุณยายแกบ้า..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-04-2023 เมื่อ 03:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 15 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 12-04-2023, 23:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,762 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

คุณยายแกถามปัญหาอีกเยอะนะ เพียงแต่ยกตัวอย่างให้ฟังว่า คำว่า "บ้า" นี่ถ้าใครยังไม่โดน ถือว่าปฏิบัติยังไม่ได้ระดับ ยังห่างไกลความดีมาก ส่วนใครที่โดนว่าบ้าแล้วกำลังใจตก ก็ยังใช้ไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะว่าผู้ปฏิบัติธรรมต้องบ้ากว่าคนอื่นหลายเท่า เนื่องเพราะว่าสิ่งที่คนอื่นเขาว่าดี เราไม่ได้เห็นดีด้วยกับเขาเลย..!

ช่วงนี้เป็นวันหยุดยาว เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ เขาไปเที่ยวกัน ไปกินลมชมวิว ไปอำเภอปาย แม่ฮ่องสอน ไปภูทับเบิก เพชรบูรณ์ มาทองผาภูมิ กาญจนบุรี เขาไปโต้ลมหนาวกัน ส่วนเราก็มานั่งหนาวปฏิบัติธรรม มาไม่ทันโดนด่าอีกต่างหาก..! ตีก็ไม่ไป ไล่ก็ไม่หนี หน้าด้านสุด ๆ..!

ในส่วนที่เราทำ เป็นการทวนกระแสโลก ต้องใช้กำลังใจที่สูงมาก ทนมาได้จนถึงทุกวันนี้ถือว่าใช้ได้แล้ว ขอให้หน้าด้านต่อไป เรื่องของการปฏิบัติความดี ถ้าหน้าไม่ด้านไม่ทนพอ มักจะไปไม่รอด

จนกว่าเราเองจะปล่อยได้วางได้ ถ้าปฏิบัติธรรมไปจนถึงระดับหนึ่ง จะเหมือนกับโลกพลิกกลับ สิ่งที่คนอื่นเขาว่าไม่ดีเราเห็นว่าดี คำที่เขานินทาว่าร้ายเรา ก็กลายเป็นสิ่งที่ดีทั้งหมด เพราะว่าถ้าไม่มีเขาทั้งหลายเหล่านั้นเป็นตัวผลักดัน เราก็ก้าวมาไม่ถึงจุดนี้ แทนที่จะรู้สึกโกรธ รู้สึกเกลียดเขาเหมือนกับสมัยก่อน กลายเป็นรู้สึกสงสารเขาว่า ถ้าเขาไม่เสียเวลา ที่จะมาว่าเรา ที่จะมาขัดขวางเรา ที่จะมากีดกันเรา เขาก็น่าที่จะได้รับสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เช่นกัน

ดังนั้น..นักปฏิบัติธรรมในสายตาคนอื่นที่ว่าบ้านั้น..ถูกต้องแล้ว เพราะว่าถ้าไม่บ้าจะมาไม่ถึง จึงเป็นเรื่องที่พวกเราต้องรักษากำลังใจในลักษณะอย่างนี้เอาไว้ พยายามต่อสู้ฟันฝ่าไปเรื่อย อย่าทำตัวเป็นคนฝ่อง่าย กระทบนิดก็ถอย กระทบหน่อยก็ถอย ถ้าลักษณะอย่างนั้นยังอีกห่างไกล ไปไม่รอดหรอก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-04-2023 เมื่อ 03:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 14-04-2023, 00:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,762 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ก่อนทำวัตรเย็น วันอาทิตย์ที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๖

พวกเราช่วงนี้ถือว่าปฏิบัติธรรมกันอย่างกะพร่องกะแพร่ง เพราะว่ามีงานแทรกเข้ามาเยอะมาก เดี๋ยวคืนนี้ก็มีเทศน์สอนนาคอีก พรุ่งนี้เช้าจะได้น้ำได้เนื้อหน่อยก็น่าจะเป็นช่วงเช้ามืด เพราะว่าหลังจากนั้นแล้วก็เป็นการทำบุญวันมาฆบูชา

(โยมถวายโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตหลายเครื่อง) อาตมภาพเป็นคนตายด้านต่อเทคโนโลยี สมมติว่าในขณะที่ไอโฟนรุ่นนี้มาถึงบ้านเราตอนนี้ เขามีอีก ๔ รุ่นคอยอยู่แล้ว แล้วถามว่ทำไมไม่เอารุ่นล่าสุดมาขาย ? ก็ถ้าเอารุ่นล่าสุดมาขาย รุ่นนี้ก็ขายไม่ได้ เขาก็จะขาย ๔-๓-๒-๑ กว่าจะถึง ๑ เขาก็มีอีก ๔ รุ่นแล้ว จะเป็นอย่างนี้ตลอด เพราะฉะนั้น..พวกนี้ก็จะทันสมัยอยู่ประมาณ ๒ เดือน หลังจากนั้นแล้ว ราคาก็จะหดหายไปเกินครึ่ง ถ้าใจเย็น ๆ ทิ้งไว้สัก ๓ - ๖ เดือน แล้วค่อยไปซื้อ ก็ไม่ต้องจ่ายแพง

ความทันสมัยก็มีราคา ตอนนั้นอาตมภาพเริ่มเรียนปริญญาตรี มีแฟล็ชไดรฟ์เข้ามาเป็นครั้งแรก ขนาด ๒ กิกะไบต์ เดี๋ยวนี้ให้ยังไม่มีคนเอาเลย แต่ตอนนั้นราคา ๑,๗๒๐ บาท..! ปรากฏว่าหลังจากซื้อไป ๖ เดือน ความจุเพิ่มเป็น ๑๖ กิกะไบต์ ตัวความจุ ๒ กิกะไบต์ให้ใครก็ไม่เอา แล้วราคาก็ลดลงเหลือแค่ ๒๐๐ บาท..!

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-04-2023 เมื่อ 01:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 14-04-2023, 00:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,762 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ไปบ่นกับท่านอาจารย์ ดร.พิเชฐ ทั่งโต ตอนนี้ท่านเป็นรองศาสตราจารย์แล้ว "อาจารย์ครับ ตอนนั้นผมเห็นประโยชน์ว่า ความจุ ๒ กิกะไบต์นี่บรรจุข้อมูลได้เกือบ ๆ หนึ่งห้องสมุด ผมก็เลยซื้อไว้ที่ราคา ๑,๗๒๐ บาท ตอนนี้ราคาลงมาเหลือแค่ ๒๐๐ บาทเท่านั้น"

อาจารย์ท่านบอกว่า "ผมโดนหนักกว่านี้อีก ผมก็เห็นประโยชน์เหมือนกันว่า ถ้าหากว่าข้อมูลของผมอยุ่ในนี้ ถึงเวลาผมไปบรรยาย ก็ไม่ต้องแบกเครื่องตัวเองไป ไปยืมเครื่องใครเสียบ ผมก็บรรยายได้เลย ผมซื้อมาจากอเมริกาตอนนั้น ๕๑๒ เมกะไบต์ ผมโดนไป ๗,๐๐๐ บาท..!" เราก็ เออ..โล่งใจ กูไม่ได้โดนคนเดียว..!

ก็เลยให้คำแนะนำกับท่านอาจารย์ไปว่า "ท่านอาจารย์เลี่ยมทองแขวนคอไปเลยครับ..! ๕๑๒ เมกะไบต์ ราคา ๗,๐๐๐ บาท" เพราะฉะนั้น..ใครอยากทันสมัย แล้วไปไล่ตามเทคโนโลยี..ไม่มีทางทันได้ เพราะว่าเขาจะนำหน้าเราไปหลายรุ่นอยู่เสมอ แต่ว่าเขาทยอยออกมาขายไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะได้มี "ของใหม่" มาแหกตาเราอยู่ตลอดเวลา

เหมือนกับรถยนต์ รถยนต์ประมาณหกเดือนจะมีการเปลี่ยนแปลง อย่างเช่นว่า เปลี่ยนหน้ากระจังนิดหนึ่ง เปลี่ยนไฟท้าย ไฟหน้านิดหนึ่ง กลายเป็นรุ่นใหม่อีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างส่วนอื่นเป็นของเก่าหมด แล้วก็จะเปลี่ยนไปประมาณ ๔ - ๕ ครั้ง แล้วค่อยออกรุ่นใหม่ แล้วรุ่นใหม่ที่ออกมานั่นจริง ๆ แล้วก็ตกยุคไปแล้ว เพราะเขามีอีกหลายรุ่นรออยู่ อาตมาเลยค่อนข้างจะตายด้านกับเทคโนโลยี ไม่ค่อยไปไหนกับใครหรอก

อาตมาใช้คอมพิวเตอร์ครั้งแรกก็ใช้เวิร์ดจุฬา พวกเราทันกันไหม ? ที่หน้าจอเป็นตัวหนังสือเขียว ๆ เรือง ๆ เหมือนฟอสฟอรัส เวลาจะใช้ก็ต้องเสียบแผ่นดิสก์สี่เหลี่ยมเข้าไป ให้เครื่องโหลดโปรแกรมก่อน พอโหลดโปรแกรมเสร็จสรรพเรียบร้อย ถึงจะเรียกโปรแกรมขึ้นมาใช้งานได้ ยุ่งยากมากเลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-04-2023 เมื่อ 01:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 14-04-2023, 00:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 30,447
ได้ให้อนุโมทนา: 151,085
ได้รับอนุโมทนา 4,399,762 ครั้ง ใน 34,036 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ตอนแรกไม่ได้คิดจะเรียน แต่ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเห็นประโยชน์ ท่านบอกว่า "ถ้าพวกแกจะศึกษาไว้ก็ดี เพราะเทคโนโลยีก้าวหน้าไปทุกวัน ถ้าพวกแกจะศึกษา ข้าจะจ้างคนในกรุงเทพ ฯ มาสอนให้" แล้วท่านก็จ่ายไปสองหมื่นบาท ให้โปรแกรมเมอร์คนหนึ่งมาสอนวิธีใช้ให้

อาตมภาพไม่มีสิทธิ์เรียน เพราะว่าเฝ้าหน้าห้องหลวงพ่อท่านอยู่ ทิ้งงานไปเรียนไม่ได้ แต่ท่านอาจารย์สมปอง บ้านสบายใจ ที่เป็นรุ่นน้อง บวชทีหลัง ๒ พรรษา ท่านไปเรียนมา ก็ถามท่านว่า "ท่านปอง..ไปเรียนมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ?" ท่านก็จัดการสอนให้ "หลวงพี่มานี่" แล้วท่านก็ชี้ เปิดเครื่องตรงนี้นะ เอาแผ่นดิสก์ยัดเข้าไปตรงนี้ เรียกโปรแกรมอย่างนี้ บอกประมาณสิบนาทีแล้วก็ไปเลย..! "นี่มึงเรียนมาหนึ่งเดือนนะ มึงบอกกูแค่นี้เองหรือ !?"

แต่หลวงพ่อมีความบ้าอยู่อย่างที่ไม่เหมือนใครก็คือ "ของไม่ใช่ของพ่อของแม่กู มึงไม่กลัวพังก็เรื่องของมึงสิ กูก็ถลุงเลย..!" ตั้งแต่สมัยที่เรียนทหารแล้ว อาวุธหลายอย่างเป็นของที่เพิ่งเข้าสู่กองทัพบกเป็นครั้งแรก ด้วยความที่หลวงพ่อทำคะแนนเต็มร้อยได้เกือบทุกวิชา ยกเว้นว่าอาจารย์หมั่นไส้ก็จะไม่ให้เต็ม เขาก็เลยเอาตัวไปศึกษาอาวุธใหม่ เพื่อที่จะมาบอกต่อกับเพื่อน

นายทหารผู้เป็นอาจารย์ก็ "กูอ่านตำรา ส่วนมึงจัดการตามที่กูบอกนะ" คือเขาเองก็ไม่เคยเรียน ส่วนอาตมาก็ถอดกระจายไปเรื่อย เขาก็กังวล "มึงอย่าทำพังนะโว้ย มึงต้องใส่คืนไปให้ได้นะ ไม่งั้นกู "ซ่อม" ตายห่าเลย..!" อาตมาก็ได้แต่นึกในใจว่า "ไม่ใช่ของพ่อของแม่กู มึงให้กูทำ
ถ้ามันพัง ก็ต้องยอมรับแหละ " ก็คืออาตมาเป็นคนไม่กลัวของใหม่

พวกเราส่วนใหญ่กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวสิ่งใหม่ ๆ สิ่งนี้ก็เลยทำให้การปฏิบัติธรรมของเราช้า เพราะว่าไปยึดติด ไม่กล้าเปลี่ยนตัวเอง ไม่กล้าหัดทำสิ่งใหม่ ๆ

อาตมาเองเป็นคนขี้เกียจ อะไรยากกูไม่ทำ ต้องหาช่องทางที่ง่ายที่สุดที่จะทำได้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อบอกว่า "เดินไปบิณฑบาตให้อธิษฐานท่องคาถาไปนะ อิติปิ โสฯ สวากขาโตฯ สุปฏิปันโนฯ ถึงเวลาโยมใส่บาตรก็ให้อธิษฐานว่า ขอบารมีคุณพระศรีรัตนตรัย อนุเคราะห์สงเคราะห์ให้ญาติโยม ไม่ว่าจะปรารถนาสิ่งใด ก็มีความสำเร็จสมดังความปรารถนาด้วย" ไม่ทันใจ..วัยรุ่นทำอะไรเร็ว ถึงเวลาเดินบิณฑบาตก็อธิษฐานจับภาพพระไป พอโยมใส่บาตร ก็เอาภาพพระครอบโยมไปเลย แล้วแต่พระสงเคราะห์เถอะ..เราก็ไปแล้ว..!

ก็คืออาตมาเป็นคนขี้เกียจ แต่ว่าทำให้ดัดแปลงสารพัดวิธี ให้ได้วิธีที่ง่ายที่สุด อย่างที่นำโยมกรรมฐานตอนเช้ามืดนั่น กรรมฐานทั้ง ๔๐ กองอยู่ในนั้น รวมกันหมดเกลี้ยงอยู่ในนั้นแล้ว เพียงแต่ว่าสองวันที่ผ่านมา ยังบอกไม่ครบ พรุ่งนี้อาจจะมีครบทุกกอง..!

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
ปกิณกธรรมช่วงบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม มาฆบูชา ๒๕๖๖ ณ วัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ - วันจันทร์ที่ ๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทะเล)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-04-2023 เมื่อ 02:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 18 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 02:56



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว