กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๕ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนสิงหาคม ๒๕๖๕

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 13-08-2022, 19:22
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,842
ได้ให้อนุโมทนา: 200,034
ได้รับอนุโมทนา 615,789 ครั้ง ใน 28,632 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๕

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๕


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 13-08-2022, 21:49
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,784
ได้รับอนุโมทนา 4,293,439 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ช่วงเช้ากระผม/อาตมภาพเดินทางไปร่วมงานอบรมพระนวกะ ของคณะสงฆ์อำเภอห้วยกระเจา ซึ่งจัดร่วมกับคณะสงฆ์ของอำเภอพนมทวน โดยที่ทั้ง ๒ อำเภอนี้ผลัดกันเป็นเจ้าภาพคนละปี

โดยปกติแล้วถ้าหากว่ามีจำนวนพระนวกะมากพอ แต่ละอำเภอก็แยกสนามอบรมจัดกันเอง แต่ว่าปีที่แล้วทางด้านอำเภอพนมทวนและอำเภอห้วยกระเจา มีผู้บวชค่อนข้างน้อย จึงรวมกันจัดงาน โดยคณะสงฆ์อำเภอพนมทวนเป็นเจ้าภาพที่วัดดอนงิ้ว ปีนี้ทางด้านอำเภอห้วยกระเจาจึงต้องเป็นเจ้าภาพใช้หนี้ ไปจัดที่วัดเขารักษ์

ปรากฏว่าในงานอบรมนั้น กระผม/อาตมภาพไปเจอของดีที่คิดไม่ถึง ก็คือท่านนายอำเภอหญิง นางสาวเบญจวรรณ ฟักแก้ว นายอำเภอห้วยกระเจา กับท่านสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรีเขตห้วยกระเจา คือนายชัยวัฒน์ ธนวัฒน์สุวรรณ

ทั้ง ๒ ท่านได้รับคำเชิญจากเจ้าภาพ ในฐานะผู้ปกครองฝ่ายบ้านเมืองในพื้นที่และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ ให้มาบอกกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นนโยบายของฝ่ายปกครอง เพื่อให้พระนวกะได้รู้ว่าทางฝ่ายปกครองมีนโยบายด้านการศาสนาอย่างไร แต่ปรากฏว่าท่านนายอำเภอเบญจวรรณ ขออนุญาตพระเถระและพระนวกะ บรรยายแนวทางในการปฏิบัติธรรม บรรยายแบบคนทำจริงด้วย และย้ำให้ด้วยว่าเป็นพระนวกะควรที่จะเน้นการปฏิบัติตรงจุดไหน..!

โดยที่ท่านนายอำเภอบอกว่าท่านปฏิบัติอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก แล้วส่วนของการปฏิบัติธรรมที่ช่วยได้อย่างชัดเจนที่สุด ก็คือทำให้เรียนเก่งมาก ตั้งแต่เรียนชั้น ป.๑ จนจบปริญญาตรี ไม่เคยมีใครแย่งที่ ๑ ไปจากคุณเธอได้เลย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-08-2022 เมื่อ 01:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 13-08-2022, 21:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,784
ได้รับอนุโมทนา 4,293,439 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ตรงจุดนี้ก็มาตรงกับที่กระผม/อาตมภาพเองเป็นอยู่เหมือนกัน ก็คือถึงแม้ว่าจะปฏิบัติธรรมแบบไม่ได้เจตนา เพราะว่าโดนพ่อบังคับสวดมนต์ทุกวัน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ เมื่อเราสวดมนต์ สร้างสมาธิ ก็ทำให้เรียนเก่ง เพียงแต่ว่าของกระผม/อาตมภาพมีมากกว่าท่านนายอำเภออยู่หน่อยหนึ่ง ก็คือตั้งแต่ชั้น ป.๑ ยันปริญญาเอก ยังไม่มีใครแย่งที่ ๑ ไปได้เหมือนกัน..!

พอมาท่าน สจ.ชัยวัฒน์ ท่านมีเวลาแค่ ๕ นาที เนื่องจากว่าพระจะต้องฉันเพล ท่านบอกว่าท่านเคยบวชมาก่อน แล้วก็ศึกษาเล่าเรียนนักธรรมบาลี โดยเฉพาะในส่วนของคิหิปฏิบัติ ก็คือหลักธรรมสำหรับคฤหัสถ์ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ท่านก็เน้นในส่วนสำคัญ ก็คือทิศทั้ง ๖ โดยเฉพาะในส่วนของสามีภรรยาจะต้องปฏิบัติต่อกัน โดยที่ท่านเน้นย้ำว่า พระใหม่ ถ้าสึกหาลาเพศไป ไม่ต้องถึงขนาดกล่าวธรรมให้คนอื่นฟังได้ เอาแค่ว่าสามารถเป็นศาสนพิธีกร อาราธนาศีล อาราธนาธรรม อาราธนาพระปริตรได้ก็เป็นที่พอใจมากแล้ว

พอไปเจอข้าราชการฝ่ายปกครองกับตัวแทนประชาชน ที่ศึกษาธรรมและนำไปใช้งานจริงในชีวิตได้ กระผม/อาตมภาพที่เคยไปบรรยายหลายแห่งว่าองค์กรพุทธบริษัท ๔ ของเราค่อนข้างจะพิกลพิการ

องค์กรภิกษุก็ไม่สามารถที่จะคัดคุณภาพได้ ถ้าหากว่าเป็นวัตถุดิบที่เข้าสู่กระบวนการผลิต ก็มักจะเป็นวัตถุดิบเกรด C เกรด D ไปโน่น หาวัตถุดิบเกรด A ได้ยากมาก

ส่วนของภิกษุณีก็ไม่เป็นที่ยอมรับ เนื่องจากว่าภิกษุณีของเถรวาทถือว่าขาดช่วงไปแล้ว ถ้าเป็นรถยนต์ องค์กรพุทธบริษัท ๔ ก็เหลือแค่ ๓ ล้อ..!

ปรากฏว่าอีก ๒ ล้อ ก็คืออุบาสกกับอุบาสิกาก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเอง ก็คือปฏิบัติธรรมให้เกิดผลแล้วนำไปเผยแผ่ต่อ หรือว่าทำให้คนอื่นเห็นเป็นตัวอย่าง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-08-2022 เมื่อ 01:34
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 13-08-2022, 21:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,784
ได้รับอนุโมทนา 4,293,439 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

หลังจากที่กระผม/อาตมภาพบรรยายไปหลายแห่งในลักษณะอย่างนี้ พอมาเจองานอบรมพระนวกะในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอห้วยกระเจากับอำเภอพนมทวน แล้วเจอท่านนายอำเภอเบญจวรรณกับท่าน สจ.ชัยวัฒน์ กระผม/อาตมภาพอยากจะถอนคำพูดที่เคยบอกกล่าวไว้ทั้งหมด เพราะถือว่าทั้ง ๒ ทำหน้าที่อุบาสกอุบาสิกาได้เป็นอย่างดีมาก

ท่านนายอำเภอเบญจวรรณถึงขนาดฝากพระใหม่ว่าให้พยายามศึกษาในส่วนของปฏิจจสมุปบาทกับอริยสัจ ๔ ให้มากไว้ จะสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างในการดำเนินชีวิตทั้งในความเป็นนักบวชและฆราวาสได้

กระผม/อาตมภาพได้ยินก็เกือบจะกลืนน้ำลายไม่ลง..! เพราะว่าจากการที่ทุ่มเทในการปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่อายุ ๑๖ จนถึงปีนี้ ๖๓ เต็ม ขึ้น ๖๔ มาแล้ว ยังอธิบายปฏิจจสมุปบาทให้ชัดเจนจริง ๆ ไม่ได้เลย แต่ท่านนายอำเภอหญิงของเราฝากให้พระใหม่ไปดูตรงนี้..!

ปฏิจจสมุปบาทนั้น กล่าวถึงความสืบเนื่องของทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเหตุเป็นผลต่อกัน ถ้าสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้ก็จะเกิด ถ้าสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้ก็จะดับ ส่วนในเรื่องของอริยสัจ ๔ ก็เช่นกัน ต้องมีสาเหตุ ทุกข์ถึงเกิด ถ้าเราไม่ไปสร้างเหตุ ทุกข์ก็ไม่เกิด

ต้องบอกว่านี่คือหลักธรรมในลักษณะของเพชรยอดมงกุฎในพระพุทธศาสนาของเรา แต่กล่าวออกมาจากปากของอุบาสิกาท่านหนึ่ง ที่เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองเสียด้วย น่าเสียดายที่ท่าน สจ.ชัยวัฒน์มีเวลาน้อยมาก ไม่อย่างนั้นแล้ว
กระผม/อาตมภาพอยากจะฟังสิ่งที่ท่านบอกกล่าวแก่พระใหม่บ้างว่าท่านเองไปได้ไกลแค่ไหน..!

แต่ว่าแค่นี้ก็เป็นสิ่งที่น่าดีใจแทนคนห้วยกระเจาเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ดีใจแทนพระใหม่จากพนมทวนด้วย ที่ได้เข้าไปฟังทัศนคติของข้าราชการฝ่ายปกครองและตัวแทนประชาชนทั้ง ๒ ท่าน น่าจะได้รับแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างไป เช่นว่า ในฐานะข้าราชการฝ่ายปกครองที่ต้องดูแลคนทั้งอำเภอ เป็นผู้หญิงด้วย ยังมีเวลาปฏิบัติธรรมเพื่อตัวเองขนาดนั้น แล้วเราที่บวชอยู่ หน้าที่การงานมีน้อย ย่อมมีเวลาที่จะปฏิบัติได้มากกว่า
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-08-2022 เมื่อ 01:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 13-08-2022, 21:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,719
ได้ให้อนุโมทนา: 131,784
ได้รับอนุโมทนา 4,293,439 ครั้ง ใน 31,293 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เพียงแต่ว่าส่วนนี้ช่วยเสริมกำลังใจของกระผม/อาตมภาพมากว่า ความจริงแล้วผู้ปฏิบัติธรรมชั้นดี หรือว่าผู้ที่ศึกษาธรรมแล้วสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้นั้นมีอยู่ เพียงแต่เรามีโอกาสได้พบหรือไม่เท่านั้นเอง แล้วก็ไม่ใช่แค่ราคาคุย คนที่จำมาพูด ไม่มีทางที่จะพูดได้อย่างท่านนายอำเภอเบญจวรรณ และท่าน สจ.ชัยวัฒน์ ทั้ง ๒ ท่านพูดแบบคนที่ทำได้จริง ๆ

คนที่ทำได้ พูดแล้วจะฟังง่าย เข้าใจง่าย ปฏิบัติต่อได้ง่ายด้วย ส่วนคนที่จำคนอื่นมาพูด ขาดความเข้าใจที่แท้จริง คนที่เคยปฏิบัติธรรมมาก่อน แค่ฟังก็รู้แล้วว่านี่ของแท้หรือของเทียม

คราวนี้ก็มากล่าวถึงญาติโยมทั้งหลายที่ฟังบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนอยู่ ว่าสิ่งที่ท่านนายอำเภอเบญจวรรณกับท่าน สจ.ชัยวัฒน์ทำได้ ถ้าเป็นอย่างหลวงพ่อฤๅษีฯ ครูบาอาจารย์ของกระผม/อาตมภาพ ท่านจะใช้คำว่า "คนอื่นมีสิบนิ้วเท่ากัน เขาทำได้ เรามีสิบนิ้วเท่าเขา เราก็ต้องทำได้ด้วย แล้วถ้าหากว่าเราทำได้ ก็ต้องทำให้ดีกว่าเขาด้วย..!"

นี่จึงเป็นสิ่งที่อยากจะฝากไปถึงญาติโยมทั้งหลายที่ฟังอยู่ว่า บุคคลอื่นสามารถนำเอาหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปใช้งานจริงได้ เหมือนกับมีโอกาสดื่มรสพระธรรมที่แท้จริง แล้วพวกเราทั้งหลายที่ปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ เราทำอะไรได้อย่างเขาบ้างหรือยัง ?


วันนี้จึงขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๑๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 14-08-2022 เมื่อ 01:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:30



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว