กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔

Notices

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 22-05-2021, 20:23
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,436
ได้ให้อนุโมทนา: 178,403
ได้รับอนุโมทนา 505,124 ครั้ง ใน 21,752 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 22-05-2021, 21:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,766
ได้ให้อนุโมทนา: 107,120
ได้รับอนุโมทนา 4,203,526 ครั้ง ใน 29,310 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ทางด้านบริษัทวันเพ็ญสตูดิโอกับบริษัท SEUMWORKS มาดูสถานที่จริงเพื่อตีราคาการสร้างพิพิธภัณฑ์วัดท่าขนุน

พิพิธภัณฑ์วัดท่าขนุนนั้น ต้องบอกว่าเกิดจากแนวคิดที่ผมเห็นพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ สักแต่ว่าวางของทิ้งไว้ อย่างดีก็มีคนคอยแนะนำว่าของแต่ละชิ้นเป็นอะไร ไปหลายต่อหลายที่ก็เหมือนกันหมด ก็เลยเกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าหากว่าเราสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เป็นประเภทแสงสีเสียงขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องมีคนนำ ไม่จำเป็นต้องมีคนบอก เราก็สามารถให้ข้อมูลที่ครบถ้วนได้

ผมก็เลยให้แนวคิดกับทางบริษัทวันเพ็ญสตูดิโอไปออกแบบมาให้ ตอนแรกที่เขาตีราคาค่าแบบมา ๓ ล้านกว่าบาท ผมก็ยังสงสัยว่าแพงอะไรขนาดนั้น ? แต่เมื่อเขาใช้เวลาถึง ๒ ปีกว่าในการออกแบบ ก็ต้องยอมรับว่าสมกับราคา เพราะว่าแต่ละห้องแต่ละส่วน เขาต้องนำมาเสนอจนกว่าผมจะพอใจ แล้วถึงจะสรุปเป็นแบบขึ้นมา

แต่คราวนี้การที่จะให้บริษัทหลาย ๆ บริษัทมารับช่วงในการสร้างพิพิธภัณฑ์ให้สำเร็จ นอกจากควบคุมได้ยากแล้ว ก็อาจจะไม่มีความชำนาญในด้านนี้โดยตรง ก็พอดีได้พบกับทาง SEUMWORKS ที่ทำพิพิธภัณฑ์ไปหลายแห่งแล้ว บางแห่งมีแนวคิดใกล้เคียงกับที่ทางเราออกแบบไว้ ก็เลยให้เขามาดูสถานที่จริง แล้วให้ไปถอดราคาประเมินออกมา แต่แรกเริ่มของพิพิธภัณฑ์ที่ประมาณเอาไว้ที่ ๔๐ ล้านบาท มาถึงตอนนี้ผมว่าคูณ ๓ น่าจะน้อยไป..! เพราะว่าผู้ออกแบบเดินทางไปดูพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ต้องบอกว่าเกือบทั่วโลก เทคนิคอะไรที่เราสามารถนำมาใช้งานได้ โดยที่ราคาไม่สูงเกินงบประมาณไปมาก ผมให้เอามาทั้งหมด..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-05-2021 เมื่อ 02:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 34 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 22-05-2021, 21:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,766
ได้ให้อนุโมทนา: 107,120
ได้รับอนุโมทนา 4,203,526 ครั้ง ใน 29,310 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พิพิธภัณฑ์นี้เริ่มขึ้นมาจากเรื่องของเครื่องรางของขลัง คือส่วนใหญ่แล้วผมเจอแต่พิพิธภัณฑ์พระเครื่อง พิพิธภัณฑ์พระบูชา ถ้าเราทำอีกก็ซ้ำกับของเขา และไม่มีทางดีเท่าเขาได้ อย่างพิพิธภัณฑ์ของบริษัทวิริยะประกันภัยที่ทำเอาไว้ ก็คือพิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียร ขึ้นไปดูพระพุทธรูปแต่ละองค์ของเขา ต้องบอกว่าเป็นสุดยอดในสุดยอด คือคนมีเงินแล้วรู้จักของจะได้เปรียบ เพราะว่าบางทีต้องซื้อมาเป็นร้อย ๆ ชิ้นถึงจะได้ของที่ถูกใจสักชิ้นหนึ่ง

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็ต้องฉีกแนวไม่ให้เหมือนเขา ก็ว่าจะทำพิพิธภัณฑ์เครื่องรางของขลัง แต่ปรากฏว่าความคิดหนึ่งก็คือว่า ถ้าหากว่าคนมาวัดแล้ว ควรจะมีความเข้าใจในพระพุทธศาสนา อยากปฏิบัติตามหลัก ศีล สมาธิ ปัญญา ผมก็เลยให้เขาเอา ๓๑ ภพภูมิกับพระนิพพานใส่เข้าไปด้วย ถ้าหากว่าคุณละเมิดศีลละเมิดธรรมแล้ว มีอะไรเป็นที่ไปบ้าง แล้วถ้าตั้งใจให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาแล้ว มีอะไรเป็นที่ไปบ้าง ถ้าสามารละกิเลสได้หมดสิ้น มีอะไรเป็นที่ไปบ้าง

อีกส่วนหนึ่ง ตั้งใจให้เป็นหอประวัติส่วนตัวของหลวงปู่สาย อดีตเจ้าอาวาส เพื่อเป็นการเทิดเกียรติคุณของท่านที่ทำประโยชน์เอาไว้กับชาวทองผาภูมิมากเป็นอย่างยิ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เป็นพระราชประวัติและผลงานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ก่อประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างเอนกอนันต์ สรุปว่าจากที่ตั้งใจว่าจะทำพิพิธภัณฑ์เครื่องรางของขลัง ถ้าจาก ๑๐ ส่วน ก็น่าจะเหลือประมาณแค่ส่วนเดียว ก็คือเหลือแค่มุมเดียวเท่านั้น

ในส่วนนี้ ทางบริษัท SEUMWORKS ขอเวลาอีก ๒ เดือนในการประเมินราคา เพราะว่ายิ่งในระยะนี้ค่าวัสดุก่อสร้างแพงเป็นพิเศษ ผมไปเข้าใจผิดว่า ในเมื่อคนอื่นก่อสร้างไม่ได้ ค่าวัสดุก่อสร้างน่าจะถูกลง

จะเห็นว่าที่ผมทำทางเดินสำหรับนักท่องเที่ยวรอบทางรถไฟสายมรณะ ต้องใช้โครงเหล็กจำนวนมาก ตอนนี้เหล็กขึ้นราคารายวันเลย วันนี้ซื้อราคานี้ พรุ่งนี้จะแพงกว่านี้ มะรืนก็จะแพงขึ้นไปอีก สอบถามดูแล้วถึงได้รู้ว่าโรงงานผลิตไม่ได้ เพราะว่าเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ อาละวาด สายส่งไม่สามารถที่จะส่งให้ถึงมือผู้ค้ารายย่อยได้ คราวนี้ก็อยู่ที่ว่าผู้ค้ารายย่อยแต่ละราย ใครจะมีเหล็กอยู่ในมือเท่าไร ก็สามารถที่จะขึ้นราคาได้ตามใจชอบของตนเอง สรุปว่าผมเป็นคนดวงดีครับ ทำอะไรก็แพงกว่าคนอื่นเขา..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-05-2021 เมื่อ 02:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 22-05-2021, 21:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,766
ได้ให้อนุโมทนา: 107,120
ได้รับอนุโมทนา 4,203,526 ครั้ง ใน 29,310 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในส่วนของพิพิธภัณฑ์วัดท่าขนุน แม้ว่าจะเริ่มขึ้นมาจากเครื่องรางของขลัง แต่นั่นเป็นส่วนน้อย ส่วนที่ตั้งใจจริง ๆ ก็คือ ถ้าคุณไปทางโลก จะมีแนวทางทำมาหากินที่ดีที่สุด ซึ่งองค์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงสรุปมาให้แล้ว ก็คือเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

แต่ถ้าคุณจะไปทางธรรม เราก็มีให้ ไล่ตั้งแต่ต่ำสุดไปจนสูงสุด คือเข้าถึงพระนิพพาน โดยที่จะมีหลวงปู่สายเป็นบุคคลตัวอย่าง พูดง่าย ๆ ว่าใครมาพิพิธภัณฑ์วัดท่าขนุน ต้องการทำมาหากินทางโลก จะได้แนวคิดกลับไปทำ ต้องการปฏิบัติธรรม จะได้กำลังใจในการปฏิบัติ คือต้องการอะไรก็จะได้อย่างนั้นกลับไป ไม่ใช่มามือเปล่า แล้วก็กลับมือเปล่า

ฉะนั้น..ในส่วนนี้ถ้าหากว่าทางบริษัทเขาเสนอราคามาอยู่ในระดับที่ผมรับได้ ก็จะลงมือทำเลย เชื่อว่าถ้าทำเสร็จแล้ว ก็จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจไม่แพ้ที่อื่น คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างไรในการที่จะเป็นค่าเข้าชม ซึ่งถ้าแพงไป คนไทยเราก็ไม่ให้ความสนใจ

แบบเดียวกับที่ผมไปปราสาทสัจธรรมประมาณ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นก็ยังทำได้ไม่ถึงครึ่ง ขอซื้อตั๋ว ๕ ใบ เจ้าหน้าที่ถามว่า "ขออภัยเจ้าค่ะ พระอาจารย์รู้ไหมว่าราคาค่าเข้าชมเท่าไร ?" ก็เลยส่งแบงค์ห้าร้อยให้เขา ๕ ใบ บอกว่าศึกษามาแล้ว สมัยนั้นคนไทยเข้าดูคนละ ๕๐๐ บาท..! พอไปพิพิธภัณฑ์ร้อยเผ่าพันธุ์มังกร ค่าตั๋ว ๒๙๙ บาทต่อคน เท่ากับ ๓๐๐ บาท มีคนเข้าน้อยมาก แต่ผมเข้าไป เพราะว่าสิ่งที่เขาตั้งใจทำให้เราดู ไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นได้ทั่วไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-05-2021 เมื่อ 02:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 22-05-2021, 21:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,766
ได้ให้อนุโมทนา: 107,120
ได้รับอนุโมทนา 4,203,526 ครั้ง ใน 29,310 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในต่างประเทศเขาสอนให้เด็กเข้าพิพิธภัณฑ์ เพื่อที่จะได้รู้จักรากเหง้าของตัวเอง สอนให้เด็กเข้าห้องสมุด ทั้ง ๆ ที่ค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้ เพื่อไม่ให้เด็กมักง่าย ดังนั้น...ต่างประเทศเวลาจะเข้าห้องสมุด จะเห็นเด็ก ๆ ต่อคิวยาวเป็นกิโลเมตร เพื่อที่จะได้ใช้บริการ ไปพิพิธภัณฑ์ก็จะเห็นว่าต้องซื้อตั๋วตามรอบ ถ้าคุณไม่ซื้อตั๋วตามรอบ ก็ต้องไปเสี่ยงดวงว่าจะได้เข้าพร้อมกับใคร ซึ่งน่าจะไม่รู้จักกันเลย

แต่บ้านเราไม่มีจุดนี้ ก็เลยทำให้เด็กรุ่นหลัง ๆ เป็นคนหลักลอย ไม่มีความภูมิใจในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่มีความภูมิใจในบรรพบุรุษของเราที่เอาเลือดเนื้อและชีวิตทับถม เพื่อให้ได้มาซึ่งแผ่นดินที่อาศัยอยู่ ไม่มีความภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมที่ต่างประเทศเขาชื่นชมเรา

เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้ว อาจจะเกี่ยวข้องกับพวกเราน้อย แต่ก็ไม่ใช่..เพราะถ้าหากว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าเขาให้ความสนใจขึ้นมาเมื่อไร เราสามารถที่จะดึงเขาเข้าหาทางธรรมได้ง่ายมาก คุณเห็นความดีของ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว เห็นแล้วว่าทำชั่วไปไหน ทำดีไปไหน คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตนเอง

แต่มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าวิสัยเดิมมีอยู่ เมื่อมาพบสิ่งทั้งหลายเหล่านี้แล้ว จะจุดประกายเหมือนอย่างกับเพาะเมล็ดพันธุ์ความดีเอาไว้ในใจของเขา ซึ่งจะต้องเกิดดอกออกผล ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ผมอาจจะไม่ได้อยู่ดู แต่มั่นใจว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าเกิดดอกออกผลเมื่อไร จะทำให้ประเทศชาติของเราเจริญมั่นคง เพราะว่าเด็ก ๆ มีพื้นฐานทั้งความรู้ทางโลก และการปฏิบัติทางใจที่สำคัญยิ่งกว่าความรู้ทางโลกอีก ถ้าได้เห็นก็คงเป็นความปลื้มใจส่วนตัว ถ้าไม่ทันเห็น..ก็จะไปรอเชียร์ในวันที่สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เกิดดอกออกผลต่อไป ขอเรียนถวายทุกท่านไว้แต่เพียงเท่านี้


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-05-2021 เมื่อ 02:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 45 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:32



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว