กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔

Notices

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 22-07-2021, 20:57
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,345
ได้ให้อนุโมทนา: 181,459
ได้รับอนุโมทนา 521,281 ครั้ง ใน 22,608 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 41 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 22-07-2021, 22:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,986
ได้ให้อนุโมทนา: 110,142
ได้รับอนุโมทนา 4,215,639 ครั้ง ใน 29,531 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ บันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนหายไป ๑ วัน เพราะว่าเมื่อวานมีผู้หวังดีปรารถนาดี ฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัด ฟ้องผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ฟ้องนายอำเภอ ฟ้องมาถึงนายกเทศมนตรี ว่าวัดท่าขนุนจัดปฏิบัติธรรม มีคนตั้งสามสี่ร้อย..! จะเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ที่ใหญ่มาก ซึ่งบางทีคนฟ้องก็ไม่ทราบว่าตัวกระผม/อาตมภาพ อยู่กับท่านนายอำเภอและท่านนายกเทศมนตรี และทั้งสองท่านก็เพิ่งจะมาตรวจวัดไปไม่กี่ชั่วโมง

สิ่งที่ท่านเห็นก็คือ รวมทั้งพระ รวมทั้งโยม รวมทั้งหมาอีก ๒๐๐ กว่าตัว ก็ยังไม่ถึง ๓๐๐ อยู่ดี แต่ในส่วนที่เสียเวลาก็คือ ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ซึ่งต้องบอกว่าคอยดูแลวัดต่าง ๆ และผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อของจังหวัดกาญจนบุรี ที่ต้องชี้แจงกันนาน

เรื่องพวกนี้ถ้าหากว่าคนเรากำลังใจดีก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ว่าตัวคนฟ้องนั้นกำลังใจแย่มาก ทนเห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ ความจริงจะว่าไปแล้ว หลวงวิจิตรวาทการท่านก็ว่าเอาไว้ถูก ท่านแต่งกลอนไว้ว่า

"อันที่จริงคนเขาอยากเห็นเราดี.....แต่ถ้าเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้
จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย.......ไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน"

ตรงจุดนี้..เมื่อเกิดการฟ้องร้องและต้องเสียเวลาไปชี้แจง ก็ทำให้ได้เห็นอย่างชัดเจนอยู่ ๒ ด้านด้วยกัน ด้านแรกก็คือตัวเรา กำลังใจมี รัก โลภ โกรธ หลง เหลืออยู่เท่าไร ? อีกด้านหนึ่งก็คือตัวเขา กำลังใจมี รัก โลภ โกรธ หลง เหลืออยู่เท่าไร ? เมื่อพิจารณาแล้วก็เกิดความสงสารขึ้นมาแทน คือ เรื่องของยศ เรื่องของตำแหน่งมาพร้อมกับภาระงานที่หนักมาก แต่เป็นเรื่องแปลกที่ว่า ท่านทั้งหลายเหล่านี้อยากได้ครับ ได้ไปแล้วก็ทำงานไม่เป็น ลำดับความสำคัญของงานไม่เป็น

อย่างเช่นว่าระยะนี้ เชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ระบาด ทำอย่างไรที่จะจัดการให้เรื่องนี้จบลงเร็วที่สุด เราก็กลับไปทำเรื่องเหลวไหลอื่นแทน ทั้ง ๆ ที่ทำงานไม่เป็น แต่อยากได้ยศ อยากได้ตำแหน่ง เมื่อเห็นคนอื่นมีทีท่าว่าจะได้ก็เตะสกัด แทงข้างหลัง ทำทุกวิถีทางที่จะให้อีกฝ่ายมัวหมอง

แต่ขอให้เชื่อกระผม/อาตมภาพเถอะ ต่อให้ตัวกระผม/อาตมภาพมัวหมองไปจริง ๆ อย่างที่เขาทำ ยศและตำแหน่งก็ไปไม่ถึงเขาอยู่ดี กลายเป็นตีงูให้กากิน เพราะความโง่ของตัวเองที่ถูกคนอื่นหลอกใช้..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-07-2021 เมื่อ 02:22
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 22-07-2021, 22:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,986
ได้ให้อนุโมทนา: 110,142
ได้รับอนุโมทนา 4,215,639 ครั้ง ใน 29,531 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในส่วนที่น่าสงสารมากก็คือ รัก โลภ โกรธ หลง ที่ท่วมหัวอยู่ ทำให้ต้องเสียเวลาไปคิดแผนการต่าง ๆ ขึ้นมา แล้วก็ไม่อาจจะทำให้อาตมภาพกระทบกระเทือนอะไรได้เลย เหมือนกับท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช กล่าวเอาไว้ว่า หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง ภูเขาทองจะไปรู้สึกสะเทือนอะไร มีแต่คนเห็นว่าหมาไม่รู้กาลเทศะ ไม่เจียมตัวเท่านั้น

ท่านทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าศึกษาหลักธรรมของพระพุทธเจ้า จะมีอยู่จุดหนึ่งที่พระองค์ท่านตรัสว่า บุคคลที่ประทุษร้ายบุคคลผู้ไม่ประทุษร้ายตอบ จะพบกับความวิบัติต่าง ๆ ๑๐ ประการด้วยกัน

เห็นแล้วน่าสงสาร เอาแค่ช่วงประมาณ ๓๐ ปีที่อาตมภาพอยู่ทองผาภูมิมา หลายท่านที่เคยคิดไม่ดี ทำไม่ดี พูดไม่ดีกับกระผม/อาตมภาพ ประสบความวิบัติไปมากแล้ว บางรายก็ถึงกับเสียชีวิต แล้วช่วงที่เสียชีวิตติดกันหลายศพ คนก็ไปลือกันว่า "อย่าไปทำให้อาจารย์เล็กโกรธ เดี๋ยวแกเล่นไสยศาสตร์ถึงตาย..!" ก็ดี...เขาไปลือกันในแนวนั้น ก็ทำให้กระผม/อาตมภาพ สบายไปในระยะหนึ่ง คือไม่มีใครกล้ามายุ่งด้วย

แต่ระยะนี้ยศและตำแหน่งที่จะตกลงมา ต้องบอกว่าหอมหวานเกินกว่าที่เขาจะห้ามใจ ก็เลยลืมนึกถึงเรื่องที่เขาลือกันว่า ถ้าอาจารย์เล็กเล่นไสยศาสตร์ คู่แข่งอาจจะถึงตาย

ความจริงเรื่องพวกนี้ผมก็อยากทำเป็น เผื่อว่าหมั่นไส้ใครจะได้เล่นงานได้..! แต่เสียดายครูบาอาจารย์ท่านไม่เคยสอนไว้ ท่านสอนแต่ให้คิดดี พูดดี ทำดี ท่านบอกว่าเมื่อสั่งสมไปนาน ๆ จากบุญก็กลายเป็นบารมี จากบารมีก็จะเป็นบุญฤทธิ์ ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรหรอก แค่คนอื่นเขาคิดร้ายก็ฉิบหายไปเอง..!

ดังนั้น...เรื่องไม่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น เกิดจากกำลังใจที่ต่ำมากของบุคคล ซึ่งเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ต่อให้วัดเราจัดปฏิบัติธรรมแล้วมีคน ๓๐๐ คนจริง ๆ เราก็มีระบบจัดการที่ชัดเจน เพราะระบุเอาไว้แล้วว่า ผู้ที่จะมาอย่างน้อยก็ต้องฉีดวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ มาแล้ว ๑ เข็ม หรือมีหนังสือรับรองว่าผ่านการ "สวอป" มาไม่เกิน ๓ วัน

เมื่อเข้ามาแล้วก็ยังมีการตรวจคัดกรองต่าง ๆ อีก แล้วของเราเองก็ไม่ได้จัดแล้วมีคนมามากมายขนาดนั้น พูดง่าย ๆ ว่าคณะโมทนาบุญสัญจร ถ้าหากว่าจัดรถพาคนมาปฏิบัติธรรมที่วัดท่าขนุนช่วงนี้ จะได้เต็มรถตู้สักคันก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ? เพราะว่าทุกคนก็กลัวกันหมด ไม่ใช่แต่เขากลัว เราเองก็กลัวเหมือนกัน ก็คือกลัวว่าคนอื่นจะเอาเชื้อมาระบาดใส่พระเณร ตลอดจนกระทั่งญาติโยมที่อยู่ในวัด

แต่ถ้าหากว่ามีการปฏิบัติธรรมถึง ๓๐๐ คน แล้วการฟ้องร้องของท่านสำเร็จขึ้นมา การขัดขวางการทำความดีของคน ๓๐๐ คนนี่ โทษสาหัสขนาดไหนยังนึกไม่ออก !? แทนที่จะโกรธจึงกลายเป็นสงสารเขาแทน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 23-07-2021 เมื่อ 16:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 22-07-2021, 22:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,986
ได้ให้อนุโมทนา: 110,142
ได้รับอนุโมทนา 4,215,639 ครั้ง ใน 29,531 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถ้าหากว่าประทุษร้ายผู้ที่ไม่ประทุษร้ายตอบ จะบังเกิดความวิบัติ ๑๐ ประการ ชาตินี้คุณก็ไม่ต้องหวังความเจริญก้าวหน้าใด ๆ แล้ว และก็ยังไม่รู้ว่าโทษนี้จะติดตัวไปอีกกี่ชาติ แล้วการที่จะติดตัวไปอีกหลายชาตินั้น ก่อนที่โทษนี้จะไปถึงชาติอื่น ชาตินี้ตายไปแล้วจะต้องรับอะไรบ้าง ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่คิดไม่ถึงว่าจะเกิด แต่ก็เกิดขึ้น จึงนำมาเล่าสู่กันฟัง ว่าทำไมเมื่อวานถึงได้ขาดบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนไป

สำหรับวันนี้อีกสักครู่เราจะมีการเทศน์สอนนาค ซึ่งมีผู้กล้าหาญสมัครบวชเพื่อจำพรรษา ๖ ท่านด้วยกัน ต้องบอกว่ากล้าหาญมาก..! ทำไมถึงพูดเช่นนั้น ? เพราะว่าตัวกระผม/อาตมภาพเอง ฝึกกรรมฐานมาอย่างเต็มที่ ๑๑ ปีเต็ม ๆ อะไรที่ควรทำ อะไรที่ควรมี อะไรที่ควรฝึกในเรื่องของกรรมฐาน ๔๐ กองและมหาสติปัฎฐานสูตร..ทำหมด แต่ยังมีความกล้าบวชแค่ ๗ วันเท่านั้น เพราะว่าเมื่อหลวงพ่อวัดท่าซุงขอให้บวชให้ท่าน คำถามแรกเลยก็คือ "ต้องการกี่วันครับ ?" ถ้าเยอะก็คือไม่เอา แต่ว่าพวกท่านทั้ง ๖ กล้าเริ่มต้นทีหนึ่ง ๓ เดือน แล้วจะรู้ว่านรกมีจริง..! ๓ เดือนนี่นานพอที่จะอกแตกตายเลย..!

โบราณเขาถึงได้บอกว่า ให้บวชก่อนเบียด เพราะว่าเมื่อบวชเข้ามาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยทำได้ตอนเป็นฆราวาส พอมาเป็นพระ ส่วนใหญ่แล้วจะทำไม่ได้อีก เพราะว่าโดนจำกัดด้วยศีลและอภิสมาจาร ซึ่งกระผม/อาตมภาพเคยเปรียบเอาไว้ว่า ชีวิตฆราวาส เหมือนกับเอาเรากับเสือตัวหนึ่งไปปล่อยไว้ในป่าด้วยกัน บางทีเดินทั้งปีไม่เจอเสือตัวนั้นเลย แต่ชีวิตความเป็นพระ เขาเอาเรากับเสือไปยัดไว้ในกรงแคบ ๆ จึงโดนเสือฟัดอยู่ทุกวัน สิ่งที่เคยทำได้ก็ทำไม่ได้ โดนตีกรอบด้วยศีลและอภิสมาจาร กลายเป็นแรงกดดันอย่างมหาศาล

ที่โบราณเขานิยมให้บวชก่อน ก็เพราะว่าถ้าเราสามารถอดทนอดกลั้น จนกระทั่งผ่านพ้นพรรษาไปได้ เขาถือว่ามีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะเป็นผู้นำครอบครัวได้ ถึงได้บอกว่า ต้องบวชก่อนแล้วค่อยไปเบียด เพื่อที่จะฝึกฝนกำลังใจของตนเองให้อดทนอดกลั้่นต่อสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในการดำเนินชีวิต

จึงขออนุโมทนาต่อนาคทั้ง ๖
ท่าน ที่กล้าหาญเข้ามาบวชและบวชเป็นพรรษาด้วย ขณะเดียวกันญาติโยมที่อยากจะร่วมเป็นเจ้าภาพบวชพระ ก็ดูเลขบัญชีใต้คลิปนี้ และก็โอนเข้าบัญชีวัดท่าขนุนร่วมเป็นเจ้าภาพได้

การบวชก็จะมีขึ้นพรุ่งนี้ เวลาประมาณบ่ายโมง เพราะว่าช่วงเช้า หน่วยราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ จะทยอยกันมาเพื่อถวายเทียนพรรษา จึงขอแจ้งกำหนดการคร่าว ๆ ให้กับพระภิกษุสามเณร ตลอดจนกระทั่งญาติโยมทั้งหลายได้ทราบแต่เพียงเท่านี้


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 23-07-2021 เมื่อ 23:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 46 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 02:00



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว