กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมิถุนายน ๒๕๖๔

Notices

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมิถุนายน ๒๕๖๔

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 10-06-2021, 20:23
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 9,287
ได้ให้อนุโมทนา: 174,068
ได้รับอนุโมทนา 494,399 ครั้ง ใน 21,162 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 10-06-2021, 22:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,579
ได้ให้อนุโมทนา: 103,044
ได้รับอนุโมทนา 4,193,856 ครั้ง ใน 29,117 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ ระยะนี้ทางคณะสงฆ์ของเรา ก็เร่งในเรื่องของการฉีดวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ของวัดท่าขนุนเราก็น่าจะอีกหลายวัน กว่าที่จะฉีดวัคซีนกันได้ครบถ้วน

เรื่องของการฉีดวัคซีนนั้น ต้องบอกว่าสำคัญอย่างยิ่ง ใครจะกลัวตาย หรือกลัวด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ถ้าหากว่าคนอื่นฉีดวัคซีนไปแล้วสัก ๖๐ - ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะกลายเป็นบุคคลที่โลกรังเกียจ เพราะว่าขึ้นรถเมล์ก็ไม่ได้ เข้าห้างร้านต่าง ๆ ก็ไม่ได้ จะไปดูหนังฟังเพลงอะไรก็ไม่ได้ เพราะว่าต้องแสดงหลักฐานว่าได้รับวัคซีนมาแล้วหรือยัง ?

ดังนั้น..ถ้าหากว่าใครยังไม่ฉีดวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ต่อไปจะดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบากมาก พูดง่าย ๆ ว่า ถึงออกจากบ้านก็กลายเป็นบุคคลที่คนอื่นเขารังเกียจโดยปริยาย อันนี้พูดเรื่องเกินตายไปหน่อย ก็คือยังไม่ใช่เรื่องของวันนี้พรุ่งนี้ แต่ชี้ให้ดูว่าอนาคตข้างหน้าไม่นาน..จะเป็นแบบนี้

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดก็คือว่า ช่วงนี้มีญาติโยมหลายท่านย้ายมาอยู่ทองผาภูมิ ซึ่งถ้าหากว่าย้ายมาเพราะว่าเห็นช่องทางทำมาหากินก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าย้ายมาด้วยเหตุผลว่า "จะได้อยู่ใกล้หลวงพ่อ จะได้อยู่ใกล้พระอาจารย์" ถ้าเป็นแบบนั้น ท่านเอาตัวไม่รอดแน่นอน..! เพราะว่าบุญของท่านคงจะไม่เหมือนกับหลวงพ่อวักกลิ

หลวงพ่อวักกลิมีวิสัยจะได้มรรคได้ผล องค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงยอมให้อยู่เปล่า ๆ ในสำนัก ๓ ปี พูดง่าย ๆ ก็คือ มานั่งมองพระพุทธเจ้าเปล่า ๆ อยู่ ๓ ปี โดยไม่ได้ปฏิบัติธรรมอะไรเลย เพราะว่ายึดติดในองค์ท่าน ไม่ได้ยึดในเรื่องของธรรมะ จนกระทั่งพระพุทธเจ้าเห็นว่าจริตนิสัยแก่กล้าเพียงพอที่จะบรรลุมรรคผลแล้ว จึงได้ขับไล่ว่า "อัปเปหิ..วักกลิ" พูดง่าย ๆ ก็คือ "เธอจงไปเสียจากที่นี่"

พระวักกลิยึดพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึกเพียงหนึ่งเดียว ยึดแบบหลงงมงาย เกิดความเสียใจน้อยใจขึ้นมา จึงไปกระโดดเหวตาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแผ่ฉันพรรณรังสีไปปรากฏเฉพาะหน้า ตรัสว่า "โย ธัมมัง ปัสสะติ โส มัง ปัสสะติ ดูก่อน..วักกลิ บุคคลใดเห็นธรรม บุคคลนั้นจักเห็นเรา" พระวักกลิกระโดดลงเหวไปแล้ว เห็นและได้ยินเช่นนั้น เกิดปีติจนลอยทั้งตัว สามารถก้าวผ่านอากาศลงสู่พื้นดินได้ เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศน์โปรด ก็บรรลุอรหัตผล

แต่คราวนี้ท่านทั้งหลายที่ย้ายมาอยู่ทองผาภูมิ ถ้าด้วยเหตุผลว่าจะได้อยู่ใกล้พระอาจารย์ กระผม/อาตมภาพเชื่อมั่นว่า บารมีไม่ถึงแบบหลวงพ่อวักกลิอย่างแน่นอน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-06-2021 เมื่อ 02:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 44 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 10-06-2021, 23:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,579
ได้ให้อนุโมทนา: 103,044
ได้รับอนุโมทนา 4,193,856 ครั้ง ใน 29,117 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องแบบนี้เคยเกิดมาแล้วครั้งหนึ่ง สมัยที่อาตมายังอยู่ที่วัดท่าซุง ตอนช่วงนั้นหลวงพ่อวัดท่าซุงกำลังมีชื่อเสียงสูงสุด จัดงานวัดแต่ละครั้งญาติโยมไปอย่างน้อยสองแสนคน..! ที่ญาติโยมทางทองผาภูมิบอกว่าพระอาจารย์เล็กจัดงานแล้วญาติโยมมาเยอะ ญาติโยมมาเยอะแบบไม่ได้ติดฝุ่นของวัดท่าซุงหรอก เพราะว่าวัดของเราอยู่ในระดับแค่ ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ คน มีตอนหล่อพระทองคำที่ขึ้นเป็นหมื่นคน แต่ก็ไม่ใช่หลักแสน

ท่านที่ไม่ได้จองห้องพักที่วัดท่าซุงในนามของตัวเองเอาไว้ ก็คือไม่ได้เป็นเจ้าของห้อง ก็พยายามหาที่หาทางเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้วัด ได้อยู่ใกล้หลวงพ่อวัดท่าซุง พอดีมีบุคคลเปิดบ้านจัดสรรขึ้นมาหมู่บ้านหนึ่ง ยอดจองหมดในพริบตา..! เพราะว่าส่วนใหญ่ญาติโยมจากในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่อยากอยู่ใกล้หลวงพ่อวัดท่าซุง รีบเข้าไปจองเป็นเจ้าของ หลังจากนั้นไม่กี่เดือนหลวงพ่อมรณภาพ..! ญาติโยมที่จองบ้านไว้ทิ้งจองกันหมด เจ้าของโครงการที่เห็นกำไรเต็ม ๆ น่าจะยังเป็นหนี้ธนาคารมาจนทุกวันนี้ ๓๐ ปีเข้าไปแล้ว..!

ดังนั้น...ท่านที่มา ถ้าหากว่าด้วยเหตุผลว่าจะได้อยู่ใกล้พระอาจารย์ จะได้มาวัดปฏิบัติธรรมทุกวัน ถ้าเหตุผลนี้พอรับได้ แต่แสดงว่ากำลังใจยังอ่อนเกินไป เพราะว่าต้องอาศัยอยู่ใกล้ครูบาอาจารย์ จึงสามารถที่จะปฏิบัติใน ศีล สมาธิ ปัญญา ได้ บุคคลที่กำลังใจเข้มแข็ง พอได้หลักปฏิบัติ ก็จะนำไปทำเองที่บ้าน

ถ้าดูตัวอย่างสมัยพุทธกาล เมื่อพระภิกษุฟังธรรมจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็เข้าสู่ป่า ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติ ตัดละกิเลสไปตามวิสัยของตน บางท่านก็บรรลุภายในไม่กี่วัน บางท่านระดับมหาสาวกอย่างพระอนุรุทธเถระ ยังเสียเวลาไป ๗ ปี แต่ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง แม้ว่าไม่ได้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่มีหลักธรรมเป็นเครื่องยึดถือที่มั่นคงแล้ว ก็สามารถฝ่าฟันจนกระทั่งหลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้

ที่กล่าวมานี้เพื่อที่จะเตือนว่า ท่านทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นข้าราชการที่ขอโยกย้ายมาก็ดี หรือว่าท่านที่ทำธุรกิจส่วนตัวย้ายมาเช่าบ้าน เพื่อเปิดร้านทำมาหากินของตนเอง หรือว่าซื้อที่ดินเพื่อทำไร่ทำสวนก็ตาม ถ้าหากว่าเพื่อให้ได้อยู่ใกล้พระอาจารย์ ให้ได้อยู่ใกล้หลวงพ่ออย่างเดียว ชาตินี้น่าจะไปได้ไม่ไกล..! แต่ถ้าได้อยู่ใกล้แล้วพยายามกอบโกยให้เต็มที่ ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติธรรมให้เต็มที่ ถ้าอย่างนั้นก็พอมีหวัง

ส่วนท่านที่ตั้งท่าจะย้ายมา หรือว่าจะมาหาซื้อที่ทางแถวนี้ก็โปรดทราบ ทองผาภูมิใหญ่แต่บ้านเมือง สถานที่เป็นป่าและเขาเสียส่วนมาก ตำแหน่งหน้าที่ราชการก็มีน้อย โอกาสที่จะหาที่ลงได้เหมาะสมก็เป็นไปได้ยาก เพราะว่าที่ทางก็แพง ตำแหน่งหน้าที่ก็น้อย

เรื่องของการปฏิบัติธรรม ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ต้องปฏิบัติได้ ถ้าหากว่ายังต้องอาศัยครูบาอาจารย์อยู่ตลอดเวลา ถ้าหากว่าสิ้นท่านไป เราจะเอาตัวไม่รอด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-06-2021 เมื่อ 03:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 42 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 10-06-2021, 23:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,579
ได้ให้อนุโมทนา: 103,044
ได้รับอนุโมทนา 4,193,856 ครั้ง ใน 29,117 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..ในเรื่องที่กล่าวในวันนี้ ก็ขอให้ทุกท่านนำไปตรองดูว่า สิ่งที่ท่านทำไปแล้ว หรือว่าคิดจะทำ เกิดขึ้นด้วยเหตุผลใด ? ดังที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น ถ้าหากว่าเป็นเหตุผลเพื่อที่เราจะเร่งรัดการปฏิบัติของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น แล้วไม่ได้ทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนมาก ก็ทำตามใจของตนเองไป แต่ถ้าเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ เพื่อที่จะได้เกาะครูบาอาจารย์อย่างเดียว โดยไม่คิดที่จะทำมาหากินอย่างอื่น ขอให้คิดเสียใหม่ เพราะว่าพวกเราไม่ใช่หลวงพ่อวักกลิ โอกาสที่จะได้ดีแบบท่านนั้นเป็นไปได้ยาก

การที่เราโยกย้ายมาก็ดี มาซื้อหาที่ทาง หรือว่ามาทำมาหากินก็ตาม การเป็นคนใหม่ ต้องทำความคุ้นเคยใหม่ ๆ กว่าที่จะเข้ากับที่ทำงาน หรือว่ากว่าที่จะหางานที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ก็อาจจะต้องลำบากเลือดตากระเด็นอยู่พักหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้จะเกิดกับทุกคน แล้วการมาอยู่ใกล้อาตมาไม่ใช่ว่าจะดี เพราะว่าอาตมาเป็นครูบาอาจารย์ที่ค่อนข้างจะเข้มงวด ต้องตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติเพื่อเอาตัวเองให้รอด ก็เลยไม่สนใจลูกศิษย์ มาผิดท่าผิดทางก็โดนด่าอีกต่างหาก..!

จึงขอแจ้งให้กับพระภิกษุสามเณรได้ทราบเอาไว้ แล้วก็แจ้งให้กับญาติโยมทั้งหลาย ทั้งที่ทำไปแล้วและกำลังจะทำว่า เรื่องแบบนี้ต้องตัดสินใจให้ดี เพราะว่าโยงกับอนาคตของเราในภายภาคหน้าไปอีกยาวนาน ก็ขอเจริญพรไว้แต่เพียงเท่านี้


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-06-2021 เมื่อ 03:03
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 39 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:15



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว