กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

Notices

พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) รวมธรรมะจากพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 20-01-2010, 00:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,465
ได้ให้อนุโมทนา: 101,778
ได้รับอนุโมทนา 4,186,007 ครั้ง ใน 29,003 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default อารมณ์กำหนัด

ถาม : บางคนเขาบอกว่าขณะที่กำลังเสพกาม สามารถควบอานาปานสติไปด้วยครับ ?
ตอบ : เรื่องปกติ..ถ้าคล่องตัวจริง ๆ ก็ทำได้

ถาม : เวลาที่ตั้งใจจะรักษาศีลแปดทุกครั้ง มักจะโดนกิเลสตีหนักมาก ๆ โดนตัวกำหนัดเล่นงาน พอเราหลงตามไป สำเร็จแล้ว ก็ทรงฌานทันทีเลยครับ ทำไมเป็นแบบนั้นครับ ทั้ง ๆ ที่เราก็เพิ่งหลงคล้อยตามกิเลส แต่พอสมใจอยาก กลับลงฌาน นิ่งปุ๊บเลย ?
ตอบ : อย่างนี้เขาจึงได้เรียกว่า โลกียะ ยังข้องอยู่ด้วยโลก แต่ให้สังเกตไว้ว่า จะได้แค่ตอนนั้น หลังจากนั้นพอเลิกแล้ว ลองเข้าสมาธิครั้งใหม่ จะเข้ายากมาก เพราะในช่วงนั้นเหมือนคุณกำลังทุ่มเทกำลัง เอาเป็นเอาตายกับใครสักคน กำลังทั้งหมดจะรวมตัวอยู่ เมื่อทำอะไรต่อเนื่องไปก็จะได้ง่าย

ถาม : บางทีก็มาคิดว่า ทำไมทำให้เป็นฌานได้ ?
ตอบ : จะทำให้หลงด้วย หลงคิดว่าทำอย่างนี้แล้วเข้าท่า ในส่วนของความดีก็มีส่วนของความดี ในส่วนของความไม่ดีก็มีส่วนของความไม่ดี จะปนกันไม่ได้ เราต้องแยกแยะให้ออก ถ้าเราสามารถทรงฌานได้ ก็เป็นอานิสงส์ในส่วนของสมาธิ แต่ในขณะเดียวกัน เวลาที่เราเกลือกกลั้วกับกามฉันทะ ก็เป็นนิวรณ์เต็ม ๆ คุณเอาไปปนกันไม่ได้ คนละประเด็นกัน เพียงแต่ว่ามาไล่ ๆ กัน

ถาม : อ้าว..แล้วถ้าเกิดคนทำติดใจ เขาก็เลือกทำอย่างนี้เพื่อทรงฌานตลอด ?
ตอบ : ก็บอกแล้ว ถึงเวลาอาจจะหลงติดด้วย ด้วยการเข้าใจผิด คิดว่าทำอย่างนั้นแล้วจะดี คราวนี้ก็เป็นมิจฉาสมาธิเต็ม ๆ ตายเมื่อไรก็เป็นมหิทธิกาเปรตหรือกาลกัญจิกอสุรกาย

ถาม : อ้าว..แล้วการทรงสมาธิ ไม่ส่งให้เขาเป็นพรหมหรือครับ ?
ตอบ : นั่นเป็นมิจฉาสมาธิ

ถาม : นึกไปนึกมา บางทีตอนทำ ๆ อยู่ เราก็ทรงฌานอยู่ ?
ตอบ : ไม่ได้บอกว่าทรงฌานไม่ได้นี่

ถาม : พยายามต้านเต็มที่ครับ ควบทุกลมฌานเลย แต่ก็ยังทำต่ออยู่ ?
ตอบ : แสดงว่ารู้ตัว แต่อยาก..

ถาม : กะจะให้มันหยุด แต่ก็ไม่พาเรากลับ สุดท้ายพาเราตกเหว ก็เลยมาสงสัยไปว่า เอ..ถ้าอย่างนี้เราอุปาทานไปเองหรือเปล่าว่าเราเข้าฌาน ?
ตอบ : ถ้ากำลังมีมากพอ จะต้องหยุดได้

ถาม : อีกรูปแบบหนึ่งของมาร ?
ตอบ : อ๋อ...ไม่ใช่อีกรูปแบบหนึ่ง แต่เป็นรูปแบบปกติเลย เพราะเขามาในข้อสอบ ๔ แนว รัก โลภ โกรธ หลง เพียงแต่ว่าแตกแขนงออกไปเป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน ก็แล้วแต่เขา

ถาม : อารมณ์อย่างนี้ ถ้าทรงฌานจนชิน เผลอหลุดไปนี่ คนละเรื่องกันเลย ?
ตอบ : ไม่ต้องเสียเวลามานึกหรอก ตอนนั้นฟุ้งจนเอาไม่อยู่..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-04-2014 เมื่อ 19:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 115 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 20-01-2010, 00:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,465
ได้ให้อนุโมทนา: 101,778
ได้รับอนุโมทนา 4,186,007 ครั้ง ใน 29,003 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : แล้วอารมณ์กำหนัดที่ปะทุได้ เป็นเพราะอะไรครับ ?
ตอบ : ใจยังปรุงอยู่

ถาม : ก็แสดงว่าอุปาทานต้องแล่นก่อน
ตอบ : เป็นเรื่องปกติ ถ้าใจเลิกปรุง ก็เฉาสนิท

ถาม : ถ้าอย่างนั้นจะระงับกำหนัด ก็ต้องไประงับอุปาทานให้ได้ก่อน ?
ตอบ : เกินขั้น ถ้าถึงขั้นระงับอุปาทานได้ ไปเกินขั้นเยอะ

ถาม : ตามปกติคนที่ทรงฌานสมาบัติ อุปาทานจะไม่ค่อยแล่น ใช่ไหมครับ ?
ตอบ : เป็นการปรุงอุปาทานไปอีกด้านหนึ่ง แต่ปรุงไปในทางดี

ถาม : ก็เหมือนลากไปอีกทาง ?
ตอบ : คืออุปาทานนั้น ปรุงไปในเรื่องของสมาธิ..สมาบัติแทน ถ้าเรารู้ไม่เท่าทัน ก็จะไปติดตรงนั้นแทน

ถาม : ก็กลายเป็นรูปฌานราคะไป
ตอบ : อย่าลืม...แม้แต่ฌานสมาบัติก็เป็นการปรุงแต่งของใจ เพียงแต่การปรุงแต่งนี้สร้างคุณให้แก่เรา เพื่อใช้ในการตัดกิเลส แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเรากลับใช้ผิด ก็คือ พอปรุงแต่งจนกระทั่งสมาธิทรงตัว เราคลายออกมาแล้ว ไม่ได้พิจารณาวิปัสสนาญาณ พอกำลังคลายออกมาแล้ว เราไปฟุ้งซ่านในรัก โลภ โกรธ หลง ก็เลยฟุ้งซ่านอย่างเป็นหลักเป็นฐาน เป็นการเป็นงานกว่าเดิมอีก เพราะได้กำลังของสมาธิไป จนกระทั่งบางคนเขาบอกว่า อยากรู้ว่าตนเองมีกิเลสมากเท่าไรให้ไปฝึกสมาธิ

พวกทำ ๆ ทิ้ง ๆ มักจะเจออย่างนี้แหละ พอเริ่มฝึกสมาธิ กิเลสจะเริ่มโผล่มากวนเรา ก็เลยจะรู้ว่ากิเลสหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ถ้าหากว่าเราทำอย่างต่อเนื่อง กิเลสก็เกิดได้ยาก ความผ่องใสของจิตจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จิตใจผ่องใสมากเท่าไร ตัวปัญญาก็เกิดมากขึ้นเท่านั้น ก็จะเห็นช่องทาง เห็นวิธีการที่จะจัดการกับกิเลสของตัวเอง ท้ายสุด คือรู้ทุกอย่าง แต่ไปไม่ยุ่งด้วย หมดเรื่องกันไปเลย

ไม่ได้ไปฆ่ากิเลสให้ตาย ไม่ได้ไปขายให้ขาดหรอก กิเลสเป็นสมบัติของร่างกาย ตราบใดที่มีร่างกาย ก็ยังมีรัก โลภ โกรธ หลงเป็นธรรมดา เพียงแต่ว่าเขาเลิกยุ่งกับกิเลสเท่านั้นเอง กิเลสบอกว่าสวย..เราก็ไม่สน บอกว่าไม่สวย..เราก็ไม่สน รับข้อมูลไว้เฉย ๆ ในเมื่อได้ข้อมูลมา เราไม่ save ถึงเวลาปิดเครื่องก็ทิ้งไปเปล่า ๆ my document ก็เลยโล่ง

ถาม : ไม่ต้องไป delete ?
ตอบ : ไม่ต้องเสียเวลาไป delete เพราะเราไม่ได้ save

ถาม : แล้วตอนเวลาที่เราบังคับจิตทำกรรมฐาน ?
ตอบ : นั่นเป็นการปรุงเหมือนกัน เราใช้สัญญาสร้างปัญญาให้เกิด ตอนแรกก็ต้องจำ แล้วเอามาทวนเรื่อย ๆ พอเกิดความแตกฉานแล้ว ใจยอมรับขึ้นมาก็จะเป็นปัญญา ถ้าตราบใดยังไม่เข้าใจ ยังไม่ยอมรับ ก็ยังไม่ใช่ปัญญาที่แท้จริง จะเป็นได้แค่สุตมยปัญญาหรือจินตมยปัญญาเท่านั้น


พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ถาม-ตอบ ช่วงเย็น ณ บ้านอนุสาวรีย์
วันเสาร์ที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๓
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-04-2014 เมื่อ 19:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 118 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ

Tags
กาม, การปรุงแต่ง, กำหนัด, อารมณ์


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:32



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว