กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมีนาคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 27-03-2026, 19:37
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,859
ได้ให้อนุโมทนา: 230,295
ได้รับอนุโมทนา 838,608 ครั้ง ใน 41,427 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 28-03-2026, 00:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,053
ได้ให้อนุโมทนา: 162,633
ได้รับอนุโมทนา 4,537,785 ครั้ง ใน 37,672 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ต้องบอกว่าเป็นวันที่วุ่นวายในชีวิตค่อนข้างมาก ตั้งแต่ตี ๓ ครึ่งกระผม/อาตมภาพกับ "เลขาฯ จุก" (พระมหาอินทรปกรณ์ ฐิตสุโภ ป.ธ. ๔) เลขานุการเจ้าคณะตำบลลิ่นถิ่นเขต ๒ ไปร่วมเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้า กับคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา ที่ศาลาการเปรียญวัดใหม่ดงสัก ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากนั้นแล้ว ญาติโยมก็ทยอยกันมาถวายภัตตาหารเช้าแก่พระธุดงค์ของเรา

วัดใหม่ดงสักนั้นอยู่ที่บ้านท่าเตียน แต่ว่าชาวบ้านทั้งวังพระ ทั้งไทรโยคก็แห่กันมา แต่กระผม/อาตมภาพไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมได้ เพราะว่าติดนัดกับ "ผอ.เกศ" (นางเกศฤทัย คำษร) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจันเดย์ ที่จะไปร่วมโครงการ "การเรียนรู้ที่มีความหมาย จากห้องเรียนสู่ชุมชน" ของโรงเรียนบ้านจันเดย์ในเวลา ๗ โมงครึ่ง จึงต้องขอภัตตาหารเขามาฉันก่อน แล้วสองรูปกับ "พระครูบ่าว" (พระครูกาญจนปริยัติคุณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทธบริษัท ที่ดูแลโรงเรียนบ้านจันเดย์มาตั้งแต่ต้น และได้รับฎีกานิมนต์ให้เข้าร่วมการสัมมนาด้วย ก็ออกเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านจันเดย์

เมื่อเดินทางไปถึงโรงเรียนบ้านจันเดย์ สิ่งที่เห็นก็คือความก้าวหน้าอย่างน่าทึ่ง ที่ "ผอ.เกศ" ปฏิบัติกับนักเรียนทั้งหลาย ก็คือไม่มีการตีระฆัง เด็ก ๆ รู้ว่าถึงเวลาแล้ว ก็จะเข้าไปเข้าแถว เคารพธง ร้องเพลงชาติ และกล่าวคำปฏิญาณตนเอง หลังจากนั้นก็มีการแบ่งกลุ่มเรียนรู้ตามฐานต่าง ๆ ซึ่งเขาปฏิบัติการเป็นปกติ ไม่ได้มีการเขียน อ่าน ท่อง เหมือนอย่างที่เราคุ้นเคยกัน อาจจะมีการเปิดวิดีโอสั้น ๆ ให้เด็กดู แล้วสอบถามความคิดเห็นของเด็ก เกี่ยวกับเนื้อหานั้น ๆ ให้แต่ละคนบอกกล่าวในสิ่งที่ตัวเองคิด หรือว่าตัวเองได้ออกมา

หรือแม้กระทั่งการทำการเกษตร ก็แฝงวิชาคณิตศาสตร์เอาไว้ อย่างเช่นว่าเลี้ยงไก่กี่ตัว ? ต้องใช้อาหารเท่าไรต่อวัน ? คิดเป็นจำนวนเงินเท่าไร ? เดือนหนึ่งต้องใช้เท่าไร ? ไก่ไข่วันหนึ่งเฉลี่ยกี่ฟอง ? ส่งขายได้ฟองละเท่าไร ? หักกลบลบล้างแล้ว สิ้นเดือนกำไรขาดทุนเท่าไร ? ฯลฯ แล้วยังมีการเรียนรู้อื่น ๆ อีกมาก

สำหรับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย อาจจะคิดว่า "ผอ.เกศ" และคณะครูโรงเรียนบ้านจันเดย์สอนให้เด็กขี้เกียจ..! แต่ความจริงแล้ว นั่นก็คือสิ่งที่เขาต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงเลย โดยเฉพาะช่วงพักก็จะมีการส่งน้ำ ส่งนมต่อ ๆ กัน เด็กเขาก็จะรู้จักการปฏิสันถาร รู้จักการขอบคุณเพื่อนที่ส่งของมาให้ ถึงเวลาดื่มหมดแล้ว จะต้องเก็บขวดเก็บกล่องอย่างไร ? เพื่อที่จะเอาไปใช้ประโยชน์ต่อได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 28-03-2026 เมื่อ 00:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 28-03-2026, 00:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,053
ได้ให้อนุโมทนา: 162,633
ได้รับอนุโมทนา 4,537,785 ครั้ง ใน 37,672 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พอดีหลวงพ่อพระครูวรกาญโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิเดินทางไปถึง กระผม/อาตมภาพจึงฝากท่านไว้ว่า ท่านต้องขึ้นสัมมนาด้วย ขอฝากให้พูดถึงบุคคลส่วนมากที่มักจะอาศัยอยู่แต่ "เซฟโซน" ของตนเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่กล้ารับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งบุคคลพวกนี้มีแต่จะล้าหลัง ตกยุค เป็นไดโนเสาร์เต่าพันปี..!

บุคคลที่กล้าก้าวออกจากเขตปลอดภัยของตนเอง ย่อมประสบความสำเร็จก่อน เมื่อบุคคลอื่นเห็น จะทำตามก็ไม่ทันเสียแล้ว เนื่องเพราะว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จ ก็ไขว่คว้าเอาสิ่งที่ควรจะได้ไปก่อน คนอื่นกลายเป็นเลียนแบบทำตาม ดีไม่ดี ถ้าหากว่าเลียนแบบทำตามมาก ๆ ไม่ว่าจะสินค้าหรือวิธีการที่มากจนเฟ้อ ก็จะทำให้มูลค่าตกลงอย่างแรง..! บุคคลที่ก้าวตามเพราะอยากรวย อยาก ดี เด่น ดัง ก็ประสบความล้มเหลว ส่วนบุคคลที่กล้าก้าวออกไป เขาก็ไปทางอื่นอีกแล้ว..!


หลังจากนั้นกระผม/อาตมภาพก็ได้ลาทั้งครูบาอาจารย์และผู้ร่วมงาน ขอโทษที่ไม่สามารถร่วมงานได้ตลอด วิ่งย้อนกลับไปทางวัดใหม่ดงสัก ปรากฏว่าพระธุดงค์ของเราชุดสุดท้ายเดินออกจากวัดมาแล้ว จึงต้องไปดักชุดแรก ๆ ที่เดินทางเกือบจะถึงวัดพุถ่องเจริญธรรม หมู่ที่ ๑ บ้านพุถ่อง ตำบลลิ่น ซึ่งขอใช้สถานที่ในการพักฉันเพล

ทางด้านพระอาจารย์แสน ธมฺมทีโป รักษาการเจ้าอาวาส ได้ขอให้ญาติโยมมาช่วยกันทำภัตตาหารถวายพระ วัดท่าขนุนของเราก็ขนไปเองด้วย กลายเป็นกินไม่ไหวใช้ไม่หมดขึ้นมาอีก แต่ก็เป็นเรื่องดีที่เห็นว่า ทุกอย่างซึ่งทางคณะธุดงค์ของเราทำไป สร้างศรัทธาให้กับชาวบ้านได้มาก และทำให้ทุกคนตื่นตัว อยากจะทำบุญกันมาก

เพียงแต่ว่าอยากจะให้ทุกคนทำบุญด้วยปัญญาเสียหน่อย เพราะว่าวันนี้ช่วงที่เดินผ่านตลาด พระธุดงค์ของเรารับแตงโมทั้งลูกมาเกิน ๑๐ ลูก..! และญาติโยมจำนวนมากที่โอนปัจจัยเข้ามา ในบัญชีของพระครูวิลาศกาญจนธรรม ไม่ว่าจะได้แจ้งมาหรือไม่แจ้งมาก็ตาม
ขอเจริญพรอนุโมทนา และให้ท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลทั้งหมด ที่คณะธุดงค์ได้ทำมาตั้งแต่ต้นด้วยกัน

เมื่อฉันเพลที่วัดพุถ่องเจริญธรรมเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพก็บอกทางเดินให้กับคณะธุดงค์ จากนั้นก็วิ่งมาประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๖๙ ที่วัดปรังกาสี จะอ้างว่ามีงานแล้วไม่เข้าประชุมไม่ได้

เรื่องของการประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม เคารพบุคคลผู้อาวุโสในที่ประชุม ซึ่งเป็นประธาน เป็นหลักธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานเอาไว้ ก็คือ อปริหานิยธรรม หลักธรรมที่ใครปฏิบัติได้ ย่อมไม่พบกับความเสื่อม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : 28-03-2026 เมื่อ 05:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 28-03-2026, 00:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,053
ได้ให้อนุโมทนา: 162,633
ได้รับอนุโมทนา 4,537,785 ครั้ง ใน 37,672 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อประชุมกันเสร็จสิ้นแล้ว กระผม/อาตมภาพยังต้องเป็นประธาน ในการสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ซึ่งวันนี้ท่านอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้ท่านนรภัทร รัตนวรายุทธ ปลัดอำเภออาวุโสมาทำหน้าที่แทน เสร็จจากพิธีแล้วยังต้องยืนเป็น "พร็อพ" ให้บรรดาหน่วยงานต่าง ๆ ถ่ายรูป เพื่อไปลงเป็นผลงานของส่วนราชการตนเอง สงสารแต่ท่านปลัดผู้เป็นประธาน เนื่องเพราะว่าห่างพัดลมแล้วเหงื่อตกเป็นน้ำเลย..!

เสร็จจากตรงนั้น กระผม/อาตมภาพก็ต้องวิ่งกลับไปที่วัดธารน้ำร้อน ซึ่ง พระครูสิริวรรณโสภิต, ดร. เจ้าอาวาสวัดธารน้ำร้อน เจ้าคณะตำบลท่าขนุน เขต ๒ รับอุปถัมภ์ที่พักและอาหารเช้า ไปถึงก็ได้มอบเกียรติบัตรของกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ให้ท่านในฐานะผู้อุปถัมภ์โครงการ แล้วก็ยังมีปัจจัยสนับสนุนท่านด้วย

แต่สิ่งที่เห็นก็คือว่า ทั้ง ๆ ที่ขอร้องบอกกล่าวกันโดยดีแล้ว แต่บรรดาพระธุดงค์ของเราก็ดื้อใช้ได้..! เนื่องเพราะว่าเข้าไปปักกลดในสวนปาล์มของชาวบ้านข้างวัด ถ้าว่ากันตามทางโลกก็คือ "คุณกำลังบุกรุกสถานที่ของเขา..!" ทั้ง ๆ ที่พระครูสิริวรรณโสภิต, ดร. แจ้งอย่างชัดเจนแล้ว และที่แจ้งมากกว่านั้นก็คือ ในสวนปาล์มมีงูกะปะมากมาย ก็ได้แต่หวังว่ากุศลผลบุญจะช่วย ให้ท่านทั้งหลายแคล้วคลาดจากคืนนี้ไปได้ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องมีตัดแขนตัดขากันบ้าง เนื่องเพราะว่าพิษงูกะปะเป็นพิษทำลายเนื้อเยื่อ กัดใครเข้าก็มักจะเน่าลามไปเรื่อย ๆ ถ้าต้องการจะหยุดมีทางเดียว คือต้องตัดส่วนนั้นทิ้งไป เห็นแล้วอยากจะให้กัดหัวมันสักที..!

เรื่องที่เขากล่าวกันว่า "เวลาประชุม พระกับครูจะดื้อที่สุด" เพราะว่าเคยแต่สอน เคยแต่บอกคนอื่น ไม่ชินกับการให้คนอื่นมาบอกมาสอน วันนี้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ..! โดยเฉพาะถ้าไม่มีพระเถระที่ท่านทั้งหลายเหล่านี้เกรงใจไปบอกไปกล่าว ก็มักจะทำตามใจตัวเองทั้งนั้น..!

ทุกท่านอาจจะคิดว่า "ทำไมกระผม/อาตมภาพต้องไปตรากตรำกับคณะเขาเช้ายันค่ำทุกวัน ?" ก็เพราะว่าห่างออกมาสามก้าวก็แตกแถวแล้ว..! แต่ถ้าไปตีหน้ายักษ์อยู่ใกล้ ๆ ก็ยังพอจะเดินตามแถวบ้าง ทำให้ไปนึกถึงเรื่องของภาษิตว่า "นามของคน เงาของไม้" ก็คือพอที่จะขู่เขาได้อยู่เหมือนกัน..!

แต่ถ้าขืนทำตัวแบบนี้ ท่านทั้งหลายจะขาดการฝึกฝนตนเอง เพราะว่าดื้อรั้นไม่ฟังใคร เอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่ ก็น่าจะประมาณสญชัยปริพาชก ก็คือหลักธรรมของพระพุทธเจ้าดีแค่ไหน แต่กูจะเอาอย่างนี้..! ถ้าอย่างนั้น ท่านก็คงต้องเกิดและทนทุกข์ไปอีกนานแสนนาน..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : 30-03-2026 เมื่อ 21:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:11



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว