|
#1
|
||||
|
||||
|
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๘
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด (-/\-) (-/\-) (-/\-) |
| สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#2
|
||||
|
||||
|
วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ กระผม/อาตมภาพติดงานประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ระดับเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด และเลขานุการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๘ ที่หอประชุมวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ในเวลาบ่าย ๒ โมง
ด้วยความที่เห็นว่ายังมีเวลาเหลืออยู่ ในช่วงเช้าจึงได้ตรงไปยังวัดองสิต หมู่ที่ ๔ ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเยี่ยมหลวงพ่อสุดใจ (พระครูสุนทรกาญจนธรรม) เจ้าอาวาสวัดองสิต เพื่อนร่วมรุ่นพระอุปัชฌาย์ ที่ท่านสอบตกอยู่รูปเดียวของจังหวัดกาญจนบุรี หลังจากนั้นก็เว้นไป ๑ รุ่น แล้วก็ไปสอบได้ในรุ่นที่ ๕๓ จึงกลายเป็นคนมีเพื่อนมาก เนื่องเพราะว่ามีเพื่อนถึง ๒ รุ่น ก็คือทั้งรุ่นที่ ๕๑ และรุ่นที่ ๕๓ หลวงพ่อสุดใจท่านป่วยเป็นเบาหวาน แล้วหมอตัดสินใจในการตัดขาของท่านออก จึงทำให้คณะสงฆ์ต้องขอท่านให้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบล เพื่อแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่แทน งานคณะสงฆ์จะได้ไม่คั่งค้าง กระผม/อาตมภาพมีเวลาก็ไปเยี่ยมยามถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน โดยที่ได้แจ้งกับท่านว่า ให้ติดต่อหมอหาขาปลอม หรือขาเทียม แบบที่สามารถขยับหมุนได้ทุกข้อต่อ จะได้สะดวกในการใช้งาน ราคาเท่าไรก็ยินดีที่จะเป็นเจ้าภาพจ่ายให้ แต่ท่านคงจะเกรงใจ ก็เลยยังไม่ยอมทำเสียที..! กระผม/อาตมภาพเองต้องออกจากวัดแต่เช้า โดยที่ไม่ได้บิณฑบาต เนื่องเพราะว่าจากวัดท่าขนุนไปยังวัดองสิตนั้นเป็นระยะทางเกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่งประมาณ ๓ ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเป็นที่เหลือเชื่อว่าจังหวัดกาญจนบุรีของเรา จะมีพื้นที่ใหญ่โตมโหฬารได้ขนาดนั้น โดยเฉพาะต้องขอเจริญพรขอบคุณพ่อกำนันลา (นายลา พันธุ์พรหมา) อดีตกำนันตำบลนาสวน เนื่องเพราะว่าท่านเป็นเจ้าของแพขนานยนต์ข้ามน้ำ จากฝั่งอำเภอเมืองไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์ แต่ความจริงพื้นที่ก็อยู่ในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ทั้งหมด แต่คนมักจะพูดกันง่าย ๆ ว่า "ข้ามจากฝั่งเมืองไปฝั่งป่า" ก็เลยทำให้คิดไปว่า อยู่กันคนละเขตอำเภอกัน พ่อกำนันลานั้น กระผม/อาตมภาพคุ้นเคยกับท่าน ตั้งแต่สมัยยังเป็นพระหนุ่มออกธุดงค์ในเส้นทางนั้นอยู่ และท่านได้สั่งลูกน้องเอาไว้ว่า ถ้าเป็นรถยนต์ของพระทุกคันให้ข้ามฟรี ไม่ว่าจะดึกดื่นเที่ยงคืนขนาดไหนก็ให้ไปส่งพระด้วย ทำให้พระได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นอย่างมาก จึงต้องขอเจริญพรขอบคุณมาเป็นพิเศษ ณ ที่นี้ ขอให้พ่อกำนันมีอายุมั่นขวัญยืน ได้ทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนายิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยเถิด
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-12-2025 เมื่อ 01:02 |
| สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#3
|
||||
|
||||
|
เมื่อไปถึงวัดองสิตตอน ๙ โมงครึ่ง ปรากฏว่าหลวงพ่อสุดใจกำลังทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์ บวชสามเณรทั้งหมด ๘ รูป แจ้งว่าเป็นสามเณรหน้าไฟ เนื่องเพราะว่าลูกศิษย์เสียชีวิตลง แล้วสั่งญาติทางบ้านให้นำมาเผาที่วัดองสิตแห่งนี้ ท่านจึงต้องบวชเณรหน้าไฟให้กับเขาด้วย เป็นการทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์เป็นอย่างดี
เมื่อสอบถามสารทุกข์สุกดิบ และสนทนากันจนหายคิดถึงแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางย้อนกลับมา แวะฉันภัตตาหารเพลด้วยอาหารกล่องจากร้านสะดวกซื้อ ที่บริเวณร้านก่อนจะถึงปากทางเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วก็วิ่งต่อมาวิ่งทางด่วนพิเศษสายเอ็ม ๘๑ ขนาดนั้นก็ยังมาถึงหอประชุมวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อย่างชนิดหวุดหวิด คือมาถึงก่อนเวลาแค่ ๑๒ นาทีเท่านั้น แต่ก็ยังดีกว่าหลายท่าน ที่มาถึงหลังจากเปิดประชุมไปแล้ว..! ในระหว่างการประชุมวาระต่าง ๆ ก็ว่ากันไปตามที่ได้กำหนดเอาไว้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นในเรื่องของกำหนดการต่าง ๆ ที่คณะสงฆ์ภาค ๑๔ ระดับบนจะต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมบาลีก่อนสอบ การอบรมเจ้าอาวาสใหม่ การอบรมพระวิปัสสนาจารย์ประจำคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ตลอดจนกระทั่งการอบรมพระอุปัชฌาย์ประจำปี ๒๕๖๙ ซึ่งจะต้องกำหนดเวลาไม่ให้ไปชนกับงานหลัก ๆ อย่างเช่นว่า การสอบบาลีสนามหลวงทั้งสองรอบ เป็นต้น ในระหว่างที่กำลังตกลงกันอยู่นั้น กระผม/อาตมภาพเห็นหลวงปู่ป่วน - ท่านเจ้าคุณพระสุพรรณวัชราจารย์ (ป่วน ณฏฺฐโสภโณ) เจ้าอาวาสวัดบรรหารแจ่มใส รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ท่านมาเดินอยู่ทางด้านหลัง เห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะ เนื่องเพราะว่าอยู่ในช่วงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษา ของบรรดารองเจ้าคณะจังหวัดต่าง ๆ จึงนำเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ที่หลวงปู่ท่านขอเอาไว้วันก่อน ในพิธีเปิดการตรวจข้อสอบนักธรรมชั้นตรีสนามหลวง ที่วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร หลวงปู่ท่านบอกว่า "โรงพยาบาลด่านช้างนั้นน่าอนาถมาก เนื่องเพราะว่าไม่มีห้องสำหรับพระสงฆ์อาพาธ เมื่อพระป่วยขึ้นมาก็ต้องพักปะปนอยู่กับญาติโยม แล้วพระป่วยต้องฉันอาหารเย็นเพื่อที่จะได้ฉันยา แต่ญาติโยมที่เห็นไม่เข้าใจว่า เรื่องนี้แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็อนุญาตให้ ก็คือพระสงฆ์ที่เจ็บไข้ได้ป่วย สามารถที่จะฉันอาหารหลังเวลาวิกาลได้ แม้กระทั่งพระที่ดูแลภิกษุไข้ก็อนุญาตให้ฉันได้ด้วย แต่โยมเมื่อไม่เข้าใจ เห็นแล้วก็ตั้งข้อรังเกียจ โดยเฉพาะหลายท่านก็ไม่มีญาติพี่น้องที่เป็นผู้ชายไปคอยดูแล ต้องให้ญาติที่เป็นผู้หญิงไปดูแล ก็ยิ่งโดนเขาตำหนิหนักข้อเข้าไปอีก..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-12-2025 เมื่อ 01:05 |
| สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#4
|
||||
|
||||
|
หลวงปู่จึงแจ้งกับทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลด่านช้างว่า "ทำอย่างไรจะสร้างห้องพิเศษสำหรับพระได้ ?" ทางผู้อำนวยการแจ้งว่า "หลวงปู่ต้องหาเงินมา เพราะว่าผมมีแต่สถานที่ให้..!"
ดังนั้น..ท่านจึงมาบอกกล่าวกับกระผม/อาตมภาพว่า "ขอเงินสัก ๓๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างห้องพิเศษถวายพระสงฆ์อาพาธที่โรงพยาบาลด่านช้าง" กระผม/อาตมภาพจึงนำเงินไปเรียนท่านว่า "รบกวนหลวงปู่ช่วยรับเงินด้วยครับ" ท่านบอกว่า "ไม่ได้ ๆ" เพราะว่าท่านได้เชิญเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมารับด้วยตัวเอง ทำเอากระผม/อาตมภาพแทบจะ "เหวอ" ไปเลยทีเดียว ถ้ารู้อย่างนี้ก็จะมอบให้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่มารอการประชุมผ่านไปเกือบ ๒ ชั่วโมงอย่างนี้ เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่ยังต้องเดินทางกลับอีกไกลมาก..! เมื่อทำการมอบเงินเสร็จเรียบร้อย ก็กลับเข้าห้องประชุมมาประชุมกันต่อ หลวงปู่ป่วนเมื่อถึงวาระที่ท่านพูด แทนที่จะพูดเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ท่านบอกว่า "ขออนุญาตที่ประชุม กล่าวอนุโมทนากับหลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน" แล้วก็แจ้งเรื่องที่ท่านได้ขอเงินกระผม/อาตมภาพเอาไว้ โดยที่ไม่นึกว่าจะได้รวดเร็วทันใจขนาดนี้..! กระผม/อาตมภาพเองได้ยิน ก็อยากจะบอกหลวงปู่ว่า "ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของผม เหลือธนบัตรใบละ ๒๐ บาทใหม่เอี่ยมอยู่ใบเดียว..!" เนื่องเพราะว่าทั้งหมดที่มี นอกจากรวบรวมให้หลวงปู่ครบ ๓๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ยังรวบรวมถวายหลวงพ่อสุดใจเป็นค่ารักษาพยาบาลไปอีก ๕,๐๐๐ บาท ใครจะไปรู้ว่าคนรวยอย่างหลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน มีเงินติดตัวอยู่แค่ ๒๐ บาทเท่านั้น..! แต่ก็ไม่อยากจะขัดคอคนแก่ ปล่อยท่านสรรเสริญเจริญพร แล้วแถมยังท้าวความไปถึงเพื่อนพระสังฆาธิการอีกหลายรูป อย่างเช่นว่าหลวงพ่อสิงห์โต (พระครูโสภณคุณาธาร) รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดสาลี (บางปลาม้า) หรือว่าหลวงพ่อสัมฤทธิ์ (พระครูวิสุทธิ์สิทธิคุณ) รองเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก ว่า จะไปขอท่านเพื่อช่วยสร้างห้องเพิ่มด้วยเช่นกัน กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วก็ยังคิดว่า "นี่กูกำลังทำให้เพื่อนพระสังฆาธิการเดือดร้อนหรือเปล่า ?" แต่ว่าเรื่องแบบนี้ก็ต้องแล้วแต่จิตศรัทธา ถ้าหากว่าท่านได้ยินแล้วอยากจะร่วมบุญด้วย ก็ถือว่าเป็นบุญเป็นกุศลของพระภิกษุสามเณรชาวอำเภอด่านช้าง ซึ่งหลวงปู่ป่วนท่านบอกว่า "ไม่ใช่เฉพาะแค่จังหวัดสุพรรณบุรี พระภิกษุที่เจ็บไข้ได้ป่วยทางอำเภอเลาขวัญ อำเภอห้วยกระเจา ซึ่งอยู่ติดทางด้านจังหวัดสุพรรณบุรีมากกว่าจังหวัดกาญจนบุรี ก็ยังเดินทางมารักษาตัวกันที่อำเภอด่านช้างเป็นจำนวนมากเหมือนกัน" เมื่อทำการปิดประชุมและไหว้พระแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางกลับยังที่พัก ระหว่างเดินทางอยู่บนทางด่วนสายเอ็ม ๘๑ จึงทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ ก่อนที่โรคภัยไข้เจ็บจะพาให้เสียงหายไปมากกว่านี้ สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-12-2025 เมื่อ 01:10 |
| สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
![]() |
| ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน ) | |
| คำสั่งเพิ่มเติม | |
|
|