กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๘ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนธันวาคม ๒๕๖๘

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 29-12-2025, 17:17
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,300
ได้ให้อนุโมทนา: 227,003
ได้รับอนุโมทนา 821,715 ครั้ง ใน 40,595 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๘

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๘


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 29-12-2025, 23:58
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,643
ได้ให้อนุโมทนา: 160,357
ได้รับอนุโมทนา 4,524,584 ครั้ง ใน 37,259 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ กระผม/อาตมภาพติดงานประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ระดับเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด และเลขานุการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๘ ที่หอประชุมวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ในเวลาบ่าย ๒ โมง

ด้วยความที่เห็นว่ายังมีเวลาเหลืออยู่ ในช่วงเช้าจึงได้ตรงไปยังวัดองสิต หมู่ที่ ๔ ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเยี่ยมหลวงพ่อสุดใจ (พระครูสุนทรกาญจนธรรม) เจ้าอาวาสวัดองสิต เพื่อนร่วมรุ่นพระอุปัชฌาย์ ที่ท่านสอบตกอยู่รูปเดียวของจังหวัดกาญจนบุรี หลังจากนั้นก็เว้นไป ๑ รุ่น แล้วก็ไปสอบได้ในรุ่นที่ ๕๓ จึงกลายเป็นคนมีเพื่อนมาก เนื่องเพราะว่ามีเพื่อนถึง ๒ รุ่น ก็คือทั้งรุ่นที่ ๕๑ และรุ่นที่ ๕๓

หลวงพ่อสุดใจท่านป่วยเป็นเบาหวาน แล้วหมอตัดสินใจในการตัดขาของท่านออก จึงทำให้คณะสงฆ์ต้องขอท่านให้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบล เพื่อแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่แทน งานคณะสงฆ์จะได้ไม่คั่งค้าง กระผม/อาตมภาพมีเวลาก็ไปเยี่ยมยามถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน โดยที่ได้แจ้งกับท่านว่า ให้ติดต่อหมอหาขาปลอม หรือขาเทียม แบบที่สามารถขยับหมุนได้ทุกข้อต่อ จะได้สะดวกในการใช้งาน ราคาเท่าไรก็ยินดีที่จะเป็นเจ้าภาพจ่ายให้ แต่ท่านคงจะเกรงใจ ก็เลยยังไม่ยอมทำเสียที..!

กระผม/อาตมภาพเองต้องออกจากวัดแต่เช้า โดยที่ไม่ได้บิณฑบาต เนื่องเพราะว่าจากวัดท่าขนุนไปยังวัดองสิตนั้นเป็นระยะทางเกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่งประมาณ ๓ ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเป็นที่เหลือเชื่อว่าจังหวัดกาญจนบุรีของเรา จะมีพื้นที่ใหญ่โตมโหฬารได้ขนาดนั้น โดยเฉพาะต้องขอเจริญพรขอบคุณพ่อกำนันลา (นายลา พันธุ์พรหมา) อดีตกำนันตำบลนาสวน เนื่องเพราะว่าท่านเป็นเจ้าของแพขนานยนต์ข้ามน้ำ จากฝั่งอำเภอเมืองไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์ แต่ความจริงพื้นที่ก็อยู่ในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ทั้งหมด แต่คนมักจะพูดกันง่าย ๆ ว่า "ข้ามจากฝั่งเมืองไปฝั่งป่า" ก็เลยทำให้คิดไปว่า อยู่กันคนละเขตอำเภอกัน

พ่อกำนันลานั้น กระผม/อาตมภาพคุ้นเคยกับท่าน ตั้งแต่สมัยยังเป็นพระหนุ่มออกธุดงค์ในเส้นทางนั้นอยู่ และท่านได้สั่งลูกน้องเอาไว้ว่า ถ้าเป็นรถยนต์ของพระทุกคันให้ข้ามฟรี ไม่ว่าจะดึกดื่นเที่ยงคืนขนาดไหนก็ให้ไปส่งพระด้วย ทำให้พระได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นอย่างมาก จึงต้องขอเจริญพรขอบคุณมาเป็นพิเศษ ณ ที่นี้ ขอให้พ่อกำนันมีอายุมั่นขวัญยืน ได้ทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนายิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยเถิด
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-12-2025 เมื่อ 01:02
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 30-12-2025, 00:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,643
ได้ให้อนุโมทนา: 160,357
ได้รับอนุโมทนา 4,524,584 ครั้ง ใน 37,259 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อไปถึงวัดองสิตตอน ๙ โมงครึ่ง ปรากฏว่าหลวงพ่อสุดใจกำลังทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์ บวชสามเณรทั้งหมด ๘ รูป แจ้งว่าเป็นสามเณรหน้าไฟ เนื่องเพราะว่าลูกศิษย์เสียชีวิตลง แล้วสั่งญาติทางบ้านให้นำมาเผาที่วัดองสิตแห่งนี้ ท่านจึงต้องบวชเณรหน้าไฟให้กับเขาด้วย เป็นการทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์เป็นอย่างดี

เมื่อสอบถามสารทุกข์สุกดิบ และสนทนากันจนหายคิดถึงแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางย้อนกลับมา แวะฉันภัตตาหารเพลด้วยอาหารกล่องจากร้านสะดวกซื้อ ที่บริเวณร้านก่อนจะถึงปากทางเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วก็วิ่งต่อมาวิ่งทางด่วนพิเศษสายเอ็ม ๘๑ ขนาดนั้นก็ยังมาถึงหอประชุมวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อย่างชนิดหวุดหวิด คือมาถึงก่อนเวลาแค่ ๑๒ นาทีเท่านั้น แต่ก็ยังดีกว่าหลายท่าน ที่มาถึงหลังจากเปิดประชุมไปแล้ว..!

ในระหว่างการประชุมวาระต่าง ๆ ก็ว่ากันไปตามที่ได้กำหนดเอาไว้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นในเรื่องของกำหนดการต่าง ๆ ที่คณะสงฆ์ภาค ๑๔ ระดับบนจะต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมบาลีก่อนสอบ การอบรมเจ้าอาวาสใหม่ การอบรมพระวิปัสสนาจารย์ประจำคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ตลอดจนกระทั่งการอบรมพระอุปัชฌาย์ประจำปี ๒๕๖๙ ซึ่งจะต้องกำหนดเวลาไม่ให้ไปชนกับงานหลัก ๆ อย่างเช่นว่า การสอบบาลีสนามหลวงทั้งสองรอบ เป็นต้น

ในระหว่างที่กำลังตกลงกันอยู่นั้น กระผม/อาตมภาพเห็นหลวงปู่ป่วน - ท่านเจ้าคุณพระสุพรรณวัชราจารย์ (ป่วน ณฏฺฐโสภโณ) เจ้าอาวาสวัดบรรหารแจ่มใส รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ท่านมาเดินอยู่ทางด้านหลัง เห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะ เนื่องเพราะว่าอยู่ในช่วงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษา ของบรรดารองเจ้าคณะจังหวัดต่าง ๆ จึงนำเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ที่หลวงปู่ท่านขอเอาไว้วันก่อน ในพิธีเปิดการตรวจข้อสอบนักธรรมชั้นตรีสนามหลวง ที่วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร

หลวงปู่ท่านบอกว่า "โรงพยาบาลด่านช้างนั้นน่าอนาถมาก เนื่องเพราะว่าไม่มีห้องสำหรับพระสงฆ์อาพาธ เมื่อพระป่วยขึ้นมาก็ต้องพักปะปนอยู่กับญาติโยม แล้วพระป่วยต้องฉันอาหารเย็นเพื่อที่จะได้ฉันยา แต่ญาติโยมที่เห็นไม่เข้าใจว่า เรื่องนี้แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็อนุญาตให้ ก็คือพระสงฆ์ที่เจ็บไข้ได้ป่วย สามารถที่จะฉันอาหารหลังเวลาวิกาลได้

แม้กระทั่งพระที่ดูแลภิกษุไข้ก็อนุญาตให้ฉันได้ด้วย แต่โยมเมื่อไม่เข้าใจ เห็นแล้วก็ตั้งข้อรังเกียจ โดยเฉพาะหลายท่านก็ไม่มีญาติพี่น้องที่เป็นผู้ชายไปคอยดูแล ต้องให้ญาติที่เป็นผู้หญิงไปดูแล ก็ยิ่งโดนเขาตำหนิหนักข้อเข้าไปอีก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-12-2025 เมื่อ 01:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 30-12-2025, 00:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,643
ได้ให้อนุโมทนา: 160,357
ได้รับอนุโมทนา 4,524,584 ครั้ง ใน 37,259 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

หลวงปู่จึงแจ้งกับทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลด่านช้างว่า "ทำอย่างไรจะสร้างห้องพิเศษสำหรับพระได้ ?" ทางผู้อำนวยการแจ้งว่า "หลวงปู่ต้องหาเงินมา เพราะว่าผมมีแต่สถานที่ให้..!"

ดังนั้น..ท่านจึงมาบอกกล่าวกับกระผม/อาตมภาพว่า "ขอเงินสัก ๓๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างห้องพิเศษถวายพระสงฆ์อาพาธที่โรงพยาบาลด่านช้าง" กระผม/อาตมภาพจึงนำเงินไปเรียนท่านว่า "รบกวนหลวงปู่ช่วยรับเงินด้วยครับ" ท่านบอกว่า "ไม่ได้ ๆ" เพราะว่าท่านได้เชิญเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมารับด้วยตัวเอง ทำเอากระผม/อาตมภาพแทบจะ "เหวอ" ไปเลยทีเดียว ถ้ารู้อย่างนี้ก็จะมอบให้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่มารอการประชุมผ่านไปเกือบ ๒ ชั่วโมงอย่างนี้ เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่ยังต้องเดินทางกลับอีกไกลมาก..!

เมื่อทำการมอบเงินเสร็จเรียบร้อย ก็กลับเข้าห้องประชุมมาประชุมกันต่อ หลวงปู่ป่วนเมื่อถึงวาระที่ท่านพูด แทนที่จะพูดเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ท่านบอกว่า "ขออนุญาตที่ประชุม กล่าวอนุโมทนากับหลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน" แล้วก็แจ้งเรื่องที่ท่านได้ขอเงินกระผม/อาตมภาพเอาไว้ โดยที่ไม่นึกว่าจะได้รวดเร็วทันใจขนาดนี้..!

กระผม/อาตมภาพเองได้ยิน ก็อยากจะบอกหลวงปู่ว่า "ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของผม เหลือธนบัตรใบละ ๒๐ บาทใหม่เอี่ยมอยู่ใบเดียว..!" เนื่องเพราะว่าทั้งหมดที่มี นอกจากรวบรวมให้หลวงปู่ครบ ๓๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ยังรวบรวมถวายหลวงพ่อสุดใจเป็นค่ารักษาพยาบาลไปอีก ๕,๐๐๐ บาท ใครจะไปรู้ว่าคนรวยอย่างหลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน มีเงินติดตัวอยู่แค่ ๒๐ บาทเท่านั้น..!

แต่ก็ไม่อยากจะขัดคอคนแก่ ปล่อยท่านสรรเสริญเจริญพร แล้วแถมยังท้าวความไปถึงเพื่อนพระสังฆาธิการอีกหลายรูป อย่างเช่นว่าหลวงพ่อสิงห์โต (พระครูโสภณคุณาธาร) รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดสาลี (บางปลาม้า) หรือว่าหลวงพ่อสัมฤทธิ์ (พระครูวิสุทธิ์สิทธิคุณ) รองเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก ว่า จะไปขอท่านเพื่อช่วยสร้างห้องเพิ่มด้วยเช่นกัน

กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วก็ยังคิดว่า "นี่กูกำลังทำให้เพื่อนพระสังฆาธิการเดือดร้อนหรือเปล่า ?" แต่ว่าเรื่องแบบนี้ก็ต้องแล้วแต่จิตศรัทธา ถ้าหากว่าท่านได้ยินแล้วอยากจะร่วมบุญด้วย ก็ถือว่าเป็นบุญเป็นกุศลของพระภิกษุสามเณรชาวอำเภอด่านช้าง ซึ่งหลวงปู่ป่วนท่านบอกว่า "ไม่ใช่เฉพาะแค่จังหวัดสุพรรณบุรี พระภิกษุที่เจ็บไข้ได้ป่วยทางอำเภอเลาขวัญ อำเภอห้วยกระเจา ซึ่งอยู่ติดทางด้านจังหวัดสุพรรณบุรีมากกว่าจังหวัดกาญจนบุรี ก็ยังเดินทางมารักษาตัวกันที่อำเภอด่านช้างเป็นจำนวนมากเหมือนกัน"

เมื่อทำการปิดประชุมและไหว้พระแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางกลับยังที่พัก ระหว่างเดินทางอยู่บนทางด่วนสายเอ็ม ๘๑ จึงทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ ก่อนที่โรคภัยไข้เจ็บจะพาให้เสียงหายไปมากกว่านี้

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-12-2025 เมื่อ 01:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:55



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว