กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมีนาคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 25-03-2026, 19:54
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,860
ได้ให้อนุโมทนา: 230,295
ได้รับอนุโมทนา 838,616 ครั้ง ใน 41,428 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 38 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 26-03-2026, 00:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,053
ได้ให้อนุโมทนา: 162,633
ได้รับอนุโมทนา 4,537,792 ครั้ง ใน 37,672 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตั้งแต่ตี ๒ ครึ่ง กระผม/อาตมภาพพร้อมด้วย "เลขาฯ จุก" หรือที่ทางคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิเรียกกันว่า "มหาโจ๊ก" (พระมหาอินทรปกรณ์ ฐิตสุโภ ป.ธ.๔) เลขานุการเจ้าคณะตำบลลิ่นถิ่นเขต ๒ เดินทางไปร่วมทำวัตรเช้ากับคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา ที่ศาลาการเปรียญวัดพุตะเคียน ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

ในระหว่างที่ทำวัตรอยู่ คณะญาติโยมชาวพุตะเคียนก็ทำการผลิตข้าวต้มหมูสับ ซึ่งตั้งใจทำกันมาเป็นอย่างดีและตักใส่ถ้วยรอเอาไว้ แถมยังตั้งโต๊ะในลักษณะโต๊ะจีนอีกด้วย เมื่อวางเครื่องปรุงและของหวาน ทั้งของเขาของเราลงไปแล้ว ก็เต็มโต๊ะอยู่เหมือนกัน

กระผม/อาตมภาพจึงแจ้งแก่คณะธุดงค์ว่า มื้อนี้ให้งดฉันในบาตร จะได้ไม่ต้องเสียเวลาล้างบาตรด้วย ครั้นได้เวลาก็ลงโต๊ะฉัน อวยชัยให้พรแก่ญาติโยม ฉันเสร็จแล้วก็ได้ขนของขึ้นรถที่เช่าหามากันทุกเช้า เพื่อที่ขนบริขารหนัก ๆ ของบรรดาพระธุดงค์ไปยังจุดหมายปลายทางก่อน ซึ่งวันนี้ปรากฏว่า แทบทุกรูปขนเอาของตนเองขึ้นรถจนแทบไม่มีที่ให้วาง..! แปลว่าหลังจากที่เดินมาหลายวัน ก็เริ่มฉลาดขึ้น รู้ว่าไปตัวเปล่า ไร้ภาระ จะสบายที่สุด

แบบที่กระผม/อาตมภาพเคยเล่าให้ทุกคนฟังว่า ช่วงท้าย ๆ ของการธุดงค์นั้น จะเหลือแต่ย่ามใบเล็กใบเดียวกับบาตรเท่านั้น ในย่ามก็มีข้าวของจำเป็นกระจุกกระจิก โดยเฉพาะยารักษาโรค และน้ำขวดเล็กขนาด ๖๐๐ มิลลิลิตร ขวดเดียวเท่านั้น ส่วนผ้าผ่อนท่อนสไบก็ใส่อยู่ในบาตรของตนเอง

เมื่อเดินเข้าป่าไปเจอพระธุดงค์ หลายท่านก็ถามว่า "ท่านมาทำอะไร ?" เพราะว่าดูอย่างไรก็ไม่เหมือนพระธุดงค์ พระธุดงค์ในสายตาของเขาจะต้องห่มดอง พาดสังฆาฏิ แบกกลด สะพายบาตร มือถือกาน้ำ ไอ้เจ้าพวกฉลาดเกิน..! เพราะว่ารูปลักษณ์ที่เขาเห็นอยู่ ก็คือช่วงที่ครูบาอาจารย์ท่านเข้าถึงที่พักแล้ว สรงน้ำสรงท่า แต่งตัวรัดกุมแล้ว ก็แบกกลด สะพายบาตร ถือกาน้ำ ให้ลูกศิษย์ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก อยู่ในป่าถ้าขืนไปห่มคลุมหรือห่มดอง มีหวังหนามเกี่ยวจีวรขาดบรรลัยหมด..!

ถ้าใครอ่านในพระไตรปิฎกก็จะพบอยู่เสมอว่า ถึงเวลาพระออกบิณฑบาตก็คือ "มีมืออันถือบาตรและจีวร เมื่อเดินถึงโคจรคามแล้ว ก็ห่มคลุม ซ่อนบาตรไว้ในจีวร ออกภิกขาจารในหมู่มนุษย์" ก็แปลว่าพระโบราณก็ไม่มีใครเขาห่มจีวรในป่า เนื่องเพราะว่าเผลอเมื่อไรก็โดนหนามเกี่ยวขาด ต้องเสียเวลามาเย็บมาปะกันอีก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-03-2026 เมื่อ 01:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 26-03-2026, 00:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,053
ได้ให้อนุโมทนา: 162,633
ได้รับอนุโมทนา 4,537,792 ครั้ง ใน 37,672 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อถึงเวลาส่งทางคณะออกเดินทางแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ไปดักรอที่ช่องเขาขาด เนื่องเพราะว่ารูปที่ฉันเสร็จแล้วออกเดินทางเลยก็มี ไปถึงได้ไม่นานก็ทยอยกันมา ทางเจ้าหน้าเตรียมการต้อนรับเป็นอย่างดี ถึงเวลาก็เปิดด่านให้เข้าไปทางด้านใน กระผม/อาตมภาพชี้ให้แต่ละท่านได้ทราบว่า ต้องไปพักที่โคนจามจุรีใหญ่ ส่วนห้องน้ำอยู่ด้านหลังโรงรถ ท่านที่ไปถึงก่อนก็ได้เปรียบ บางท่านก็ฉวยโอกาสสรงน้ำก่อนอีกด้วย..!

เมื่อรออยู่ปรากฏว่า ทางคณะทยอยกันมา แต่กระผม/อาตมภาพมาลาเรียกำเริบ..! โดยเริ่มจากลงกระเพาะ ถ่ายเสียจนเกือบจะเป็นลม หลังจากนั้นอีกไม่นานก็เริ่มขึ้นหัว เพราะว่าความดันขึ้น เนื่องจากตัวเองนั้นเป็นมาลาเรียทั้งสองเชื้อ ก็คือลงกระเพาะและขึ้นสมอง ต้องรีบฉันยากันเอาไว้ก่อน แล้วก็มาอำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน โดยเฉพาะคณะที่ขนอาหารไปจากวัดท่าขนุน และกำลังพลจากกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา ที่ทยอยกันมาถวายข้าวปลาอาหาร ซึ่งจากเป็นถุงก็เริ่มเป็นถาด แล้วก็มากขึ้นเรื่อย ๆ ญาติโยมทั้งหลายก็มาร่วมทำบุญด้วย

เห็นโยมคนหนึ่งยืนห้อยโหนท้ายรถมา กระผม/อาตมภาพยังคิดว่าเป็นเด็ก เนื่องเพราะว่าตัวเล็กนิดเดียวและผมขาวทั้งหัว คิดว่า "ไอ้หนูนี่ไฮไลท์ผมมาขนาดนี้เลย..!" แต่พอเดินลงจากรถมากลายเป็นคุณยาย..! จึงสอบถามด้วยความทึ่งว่า "คุณยายอายุเท่าไร ?" อีกฝ่ายบอกว่า ๘๐ แกชื่อคุณยายสมส่วน ภูตระกูล มาจากบ้านพุเตยที่ห่างออกไปประมาณ ๕ กิโลเมตร มาร่วมในการทำบุญวันนี้ด้วย

พอพวกเราจัดสถานที่ โดยเฉพาะโต๊ะเก้าอี้เพื่อที่จะตั้งอาหาร ก็มีลังน้ำแข็งของทางกำลังพลด้านนี้ที่เอามาถวาย บรรจุน้ำแข็งมา ๔๐ ลิตร คุณยายแกลากพรวดเดียวไปไกลลิบเลย..! ถ้าหากว่าลักษณะแข็งแรงขนาดนี้และตัวเล็กแบบนี้ อายุถึง ๑๐๐ เป็นเรื่องเล็ก บุคคลที่ทำปาณาติบาตน้อย มีอายุยืนก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

ครั้นพวกเรามาครบถ้วนแล้ว ก็ได้ให้ทางท่านผู้อำนวยการกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนาและรองผู้อำนวยการ ก็คือพันเอก (พิเศษ) สุพัฒน์ กลิ่นชาติ และพันเอกสมยศ หมื่นสุนทร นำกำลังพลสมาทานศีล กล่าวถวายทาน เมื่อเสร็จเรียบร้อย พระสงฆ์ก็เริ่มบิณฑบาตในลักษณะ "บุฟเฟ่ต์" คือตักเอาตามที่ตนเองต้องการ แล้วมานั่งเข้าที่ ให้พรเพื่อให้ญาติโยมทั้งหลายกรวดน้ำรับพรกันก่อน

กระผม/อาตมภาพเองนอกจากตั้งใจอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าที่เจ้าทางและรุกขเทวดาทั้งหลายแล้ว ยังตั้งใจระลึกถึงบรรดาเชลยศึก ที่โดนกวาดต้อนมาสร้างทางรถไฟสายมรณะ เนื่องเพราะว่าบริเวณนั้นก็คือ "ช่องเขาไฟนรก" (Hellfire Pass) ของทางฝรั่งเขา ซึ่งกำลังพลที่โดนกวาดต้อนมาตายซับตายซ้อนกันจนนับไม่ถ้วน..!

แต่ปรากฏว่าไม่มีใครมารับส่วนกุศลเลย นอกจากเจ้าที่และรุกขเทวดา สอบถามเจ้าที่แล้ว ท่านบอกว่าตั้งแต่สมัยโน้นจนถึงสมัยนี้ มีคนทำบุญให้ทั้งแบบไทยแบบฝรั่งนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ก็แปลว่าอนุโมทนาแล้วไปเกิดกันใหม่บ้าง มีความสุขความสบายจนกระทั่งไม่อยากจะไปไหนบ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ไม่เช่นนั้นท่านทั้งหลายเหล่านี้ถ้าอยู่ที่ใดมาก ๆ บรรยากาศตรงนั้นมักจะกดดัน จนหลายคนอยู่กันไม่ได้..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-03-2026 เมื่อ 01:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 26-03-2026, 00:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,053
ได้ให้อนุโมทนา: 162,633
ได้รับอนุโมทนา 4,537,792 ครั้ง ใน 37,672 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อฉันภัตตารหารเสร็จเรียบร้อย ทางท่านผู้อำนวยการแจ้งว่า ได้บอกกับทางกำลังพล ให้เตรียมสถานที่พิพิธภัณฑ์แสงสีเสียง ของทางพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ตลอดจนกระทั่งบุคคลที่จะอำนวยการนำพระเณรทั้งหลาย ไปชมช่องเขาขาด เมื่อกระผม/อาตมภาพแจ้งแก่ทุกท่านแล้ว ปรากฏว่าส่วนใหญ่อาสาสมัครนอนหงายแผ่ภาวนามากกว่า หลายท่านก็เริ่มออกเดินเลยก็มี..!

กระผม/อาตมภาพกล่าวคำขอบคุณทางด้านท่านผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการและกำลังพล ตลอดจนกระทั่งอวยชัยให้พรแก่ญาติโยมแล้ว ก็ขอตัวไปทำภารกิจ ก็คือหาซื้อรองเท้าและถุงเท้ามาเพิ่มเติม เนื่องเพราะว่าบรรดาพระธุดงค์ของเรา เดินจนถุงเท้ารองเท้าขาดป่นปี้หมด..! ถุงเท้าที่เอาไปจากวัดท่าขนุนเป็นลัง ๆ ไม่เหลือซาก เนื่องเพราะว่าแต่ละท่านใส่ซ้อนกันสองคู่ แล้วก็เดินเท้าเปล่า ไม่ใส่รองเท้า..!

ส่วนท่านที่ใส่รองเท้าก็รองเท้าหูขาดบ้าง พื้นทะลุบ้าง แล้วสิ่งที่อยากจะบอกให้พวกท่านทราบก็คือว่า เวลาเราหาอะไรมักจะไม่ได้ พอไม่ต้องการ มารดามันกลับมีเต็มไปหมด..! กว่าจะหาได้ก็วิ่งวนเสียแทบจะทั่วทั้งไทรโยค ได้รองเท้ามา ๔ คู่กับถุงเท้า ๑๐ กว่าคู่ แวะลงจุดแรกก็หมดเกลี้ยงเลย จึงต้องวิ่งย้อนกลับไปใหม่ เหมารองเท้าเขามาหมดร้าน เหลือให้เจ้าของร้านไว้ดูต่างหน้าคู่เดียว เพราะเป็นเบอร์ ๔๕ ใหญ่จนเกินไป..!

เมื่อเอามามอบให้กับทุกท่านแล้ว ก็วิ่งวนไปดูว่าท่านใดต้องการน้ำต้องการผ้าเย็นบ้าง แล้วก็เห็นสิ่งที่ตักเตือนไปก็คือ มีคนทิ้งผ้าเย็นไว้ตามรายทางอีกแล้ว..! ก็ต้องมาเป็นเทศบาลตามเก็บขยะ ต้องบอกว่าแม้จะเป็นคณะธุดงค์ แต่สภาพจิตก็หยาบละเอียดต่างกัน ขนาดขอร้องกันแล้วว่าอย่าทำอะไรให้เสียหาย เนื่องเพราะว่าเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ ก็ยังมีอีกจนได้..!

แต่ปรากฏว่าวนไปแล้ววนไปอีก ๒ รอบ ๓ รอบ ไม่มีใครต้องการอะไร เนื่องเพราะว่าประการแรก มีคณะญาติโยมมาตั้งแผงดักถวายน้ำแก่พระธุดงค์ แล้วทางรถพยาบาลยังขอน้ำและผ้าเย็นติดรถไปด้วย ซึ่งวันนี้เขาเปลี่ยนแพทย์พยาบาลชุดใหม่ อยู่ในลักษณะป้องปรามมากกว่าแก้ไข ก็คือไล่แจกผ้าเย็น ไล่แจกน้ำแก่คณะธุดงค์ไปเลย ไม่ต้องรอให้ท่านเป็นลมเสียก่อนแล้วค่อยไปแก้ไข ซึ่งยากลำบากกว่ากัน
มาก

เมื่อกระผม/อาตมภาพเห็นว่าไม่มีปัญหาแล้ว ก็ได้ฝากเกียรติบัตรผู้อุปถัมภ์โครงการของพระอธิการสรรชัย ชยธมฺโม เจ้าอาวาสวัดทุ่งก้างย่าง ที่เราไปอาศัยคืนนี้ และปัจจัยสนับสนุนทางวัด ๑๐,๐๐๐ บาท ในนามคณะธุดงค์ ให้กับ "พระครูบ่าว" (พระครูกาญจนปริยัติคุณ) เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประชุมชนาราม (วัดท่ามะขาม) ที่เดินตาม นั่งรถตาม บริการคณะธุดงค์จนไม่ทราบว่าติดใจหรืออย่างไร ? แทนที่หยุดแค่ที่ตั้งใจไว้กลับตามมาอีก จึงให้ท่านทำหน้าที่แทน แล้วกระผม/อาตมภาพก็กลับมานอนหมดสภาพที่วัดท่าขนุน สรงน้ำ ฉันยาแล้ว ถึงได้ออกมาทำวัตรและบันทึกเสียงธรรมอยู่กับพวกท่านตอนนี้

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-03-2026 เมื่อ 01:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 38 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:12



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว