กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมีนาคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 21-03-2026, 16:53
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 663
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 30,712 ครั้ง ใน 1,151 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๙


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 22-03-2026, 01:14
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,018
ได้ให้อนุโมทนา: 162,477
ได้รับอนุโมทนา 4,536,459 ครั้ง ใน 37,637 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพเดินทางออกจากวัดท่าขนุนตั้งแต่ประมาณตี ๓ ครึ่ง ตรงไปยังวัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เหตุที่ต้องวิ่งลงมาก็เพราะว่า บรรดาญาติโยมทั้งหลายที่จะต้องติดต่อประสานงาน ตลอดจนกระทั่งรับข้าวของจากวัดท่าขนุนนั้น ส่วนใหญ่แล้วหาสถานที่เติมน้ำมันไม่ได้ หรือว่าเติมน้ำมันได้ยาก..!

เรื่องนี้จะว่าไปแล้วก็เป็นที่น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าปั๊มน้ำมันส่วนหนึ่งนั้นเขาจะมีลูกค้าประจำรายใหญ่ ที่มีการผูกซื้อน้ำมันรายเดือน หรือว่ารายวันอยู่แล้ว ในเมื่อน้ำมันมาลงให้ สมมติว่า ๑ แสนลิตร ก็ต้องกันเอาไว้ให้ลูกค้ารายใหญ่เหล่านี้ไปแล้วประมาณ ๖ หมื่นลิตร แล้วยังต้องเตรียมเอาไว้สำหรับหน่วยงานสำคัญ อย่างเช่น รถพยาบาล รถกู้ภัย รถดับเพลิง เหล่านี้เป็นต้น ก็น่าจะหมดไปอีกประมาณ ๑ หมื่นลิตร

ส่วนที่เหลือจะจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป ก็จะเหลืออยู่แค่ประมาณ ๓ หมื่นลิตรเท่านั้น แล้วถ้าหากว่าสถานีบริการน้ำมันแห่งไหน ได้รับน้ำมันน้อยกว่านี้ ก็ยิ่งต้องลดน้อยลงไปตามส่วน โดยเฉพาะบ้านเรานั้นนิยมรถกระบะเป็นอย่างมาก เนื่องเพราะว่านำมาใช้งานสารพัดประโยชน์ และรถกระบะก็มักจะเติมน้ำมันดีเซลทั้งสิ้น ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงต้องไปต่อคิวกันยาวเหยียด โดยที่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้รับน้ำมันมาสักเท่าไร ?!

เรื่องพวกนี้นั้น ในช่วงที่กระผม/อาตมภาพยังวัยรุ่นอยู่ พบทั้งเรื่องของการปันส่วนน้ำมัน ปันส่วนอาหารมาแล้ว โดยเฉพาะการปันส่วนอาหารนั้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนซาบซึ้งใจมาก เนื่องเพราะว่าข้าวปลาในสมัยนั้นค่อนข้างจะหายากและแพง รัฐบาลจึงคิดเรื่องของ "ข้าวโอชา" ขึ้นมา โดยปนข้าวเหนียวลงไปในข้าวจ้าว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ละบ้านมีกี่คน ต้องนำทะเบียนบ้านไปแสดงและรับบัตรปันส่วน ว่าบ้านนี้สามารถซื้อข้าวได้วันละกี่ลิตร ? เป็นต้น ท่านที่ไม่เคยผจญในลักษณะนี้มาก็จะทุลักทุเลอยู่สักหน่อย

ส่วนกระผม/อาตมภาพเองนั้น รถยนต์ที่ใช้อยู่ ตั้งใจซื้อรถเครื่องเบนซินตั้งแต่แรก ทั้ง ๆ ที่เป็นรถตรวจการณ์ ก็เพราะว่าจะเอามาเปลี่ยนเป็นใช้แก๊ส ในเมื่อแก๊สและน้ำมันเบนซินไม่ขาด กระผม/อาตมภาพจึงต้องเป็นผู้เสียสละ วิ่งลงมานำสิ่งของให้เขา และรับสิ่งของขึ้นไป

โดยเฉพาะวัตถุมงคลราคาแพงทั้งหลาย ซึ่งปกติไอ้ตัวเล็กต้องหาวันหยุด หรือว่าวันที่ตนเองว่างจากงานประจำ มีเวลาแล้วก็ต้องวิ่งขึ้นไปรับถึงวัดท่าขนุน แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่อำนวยเสียแล้ว เนื่องเพราะว่าตั้งแต่กาญจนบุรียันทองผาภูมิ สถานีบริการน้ำมันทุกแห่งมีแต่รถเข้าคิวยาวเป็นกิโลเมตรทั้งสิ้น..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น การวิ่งลงมาของกระผม/อาตมภาพจึงสะดวกที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-03-2026 เมื่อ 01:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 22-03-2026, 01:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,018
ได้ให้อนุโมทนา: 162,477
ได้รับอนุโมทนา 4,536,459 ครั้ง ใน 37,637 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ครั้นจัดสรรปันส่วนข้าวของ จัดการงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ฉันเพล จากนั้นก็วิ่งย้อนกลับไปยังวัดราษฎร์ประชุมชนาราม (วัดท่ามะขาม) เพื่อที่จะเข้าร่วมการปฏิบัติธรรมของคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา

แต่ด้วยความที่ว่ามาถึงเวลาเที่ยงครึ่ง เป็นเวลาที่เขาพักพอดี จึงต้องรอจนได้เวลาแล้วลงไปร่วมกิจกรรมกับท่านทั้งหลาย ซึ่งวันนี้เป็นการเปิดใจสำหรับสถานที่พักแห่งแรกของคณะ ก็คือกล่าวถึงวัดราษฎร์ประชุมชนาราม แต่ว่าหลวงพ่อณรงค์ศักดิ์ (พระครูกิตติธรรมนิวิฐ) รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร ประธานคณะพระวิปัสสนาจารย์ประจำกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ รุ่นที่ ๑ (ปี ๒๕๖๔) ได้ขอให้กระผม/อาตมภาพเปิดใจเกี่ยวกับการเป็นประธานอุปถัมภ์งานครั้งนี้

กระผม/อาตมภาพได้เรียนต่อทุกท่านว่า ในเรื่องของพระพุทธศาสนา ในเรื่องของการคณะสงฆ์นั้น ไม่ใช่เรื่องของบุคคลเดียวหรือว่าวัดเดียว ถ้าหากเราคิดว่าเราดีแล้ว เราเก่งแล้ว วัดเรารอดได้แน่นอน แล้วตั้งหน้าตั้งตามุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว เมื่อมองกลับมาข้างหลัง ท่านอาจจะไม่เห็นใครเลยก็เป็นได้..! แล้วถ้าทุกคนอยู่ในลักษณะเอาแต่ตนเองเป็นใหญ่ พระพุทธศาสนาก็จะไปไม่รอด..!

ในเมื่อมองเห็นในจุดนี้ กระผม/อาตมภาพจึงได้ตั้งใจรับงานในพระพุทธศาสนา หรือว่าภาระงานคณะสงฆ์ทุกอย่าง ที่ตนเองสามารถทำได้ และตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อความเป็นปึกแผ่นแน่นหนาของคณะสงฆ์ไทย ดังที่ตนเองทุกวันนี้ ด้วยความที่ช่วยเหลือคนอื่นไว้มาก ไม่ว่าจะไปที่ไหน หรือว่ากล่าวคำขอร้องต่อผู้ใด ก็มีแต่คนเขายินดีช่วยเหลือทั้งสิ้น

เพียงแต่ว่าถ้าท่านทั้งหลายรับภาระงานมากมายหลายตำแหน่งอย่างกระผม/อาตมภาพแล้ว ส่วนที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการปฏิบัติธรรม ทุกท่านจะต้องตั้งหน้าตั้งตาภาวนาจนสติเจริญมั่นคง เมื่อสติมั่นคง ปัญญาก็จะเกิด เราจะสามารถแยกแยะ
ความสำคัญมากน้อย ความก่อนหลังเร็วช้าของงานได้

เมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็หยิบยกเอางานนั้นขึ้นมาทำเฉพาะหน้า เราก็จะมีงานเดียวอยู่ตลอดเวลา
ไม่เหมือนกับบุคคลที่ขาดสติ มักจะเอาหลาย ๆ งานมาหมกรวมกันเป็นงานเดียว แล้วก็เครียด เพราะว่าหนักเกินกำลังที่ตนเองจะกระทำได้..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-03-2026 เมื่อ 01:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 22-03-2026, 01:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,018
ได้ให้อนุโมทนา: 162,477
ได้รับอนุโมทนา 4,536,459 ครั้ง ใน 37,637 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จึงขอเรียนถวายบรรดาท่านทั้งหลายซึ่งเป็นวิปัสสนาจารย์ส่วนใหญ่ว่า ความที่ท่านเป็นพระวิปัสสนาจารย์นั้น สร้างความเลื่อมใสให้กับบุคคลได้ง่าย แต่ถ้าหากว่าท่านมาสายปกครองหรือว่าสายการศึกษา ท่านจะสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ญาติโยมได้ยากกว่ามาก

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ก็อาจจะประสบความยากลำบากในการทำงานต่าง ๆ แต่ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า
ญาติโยมที่อยากทำบุญนั้นยังมีมาก เพียงแต่ว่าเขาทั้งหลายเหล่านั้นต้องการบุคคลที่ตรงไปตรงมา บอกเขาว่าทำอะไรก็ทำอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าเป็นเช่นนั้น ญาติโยมทั้งหลายก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกท่าน

ไม่ใช่ประกาศว่าจะสร้างศาลาการเปรียญ บอกบุญไป ๑๐ ปีก็มีแต่เสา..! ถ้าแบบนั้น ญาติโยมก็ย่อมเสื่อมศรัทธา พวกเราทั้งหลายจึงควรตระหนักว่า
พระพุทธศาสนาของเราจะเจริญหรือว่าไม่เจริญ ก็ขึ้นอยู่กับการประพฤติวัตรปฏิบัติธรรมของพวกเรานั่นเอง

เมื่อได้กล่าวเปิดใจกับทุกท่านแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ขอตัววิ่งตรงไปยังวัดถ้ำเสือดาว ซึ่งท่านพระครูสุธรรมกาญจนาภรณ์นั้นก็เป็นเพื่อนกัน เคยอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่สมัยที่อยู่วัดราษฎร์ประชุมชนาราม หรือว่าวัดท่ามะขามแห่งนี้เอง แม้กระทั่งรับสัญญาบัตรครั้งแรก ก็รับพร้อมกัน และสัญญาบัตรก็สลับกันเสียด้วย เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพนั้น ฉายา "สุธมฺมปญฺโญ" พระราชทินนามที่แท้จริงก็คือ "พระครูสุธรรมกาญจนาภรณ์" ส่วนของท่านอาจารย์บูรพา ท่านฉายา "กาญจนธโร" พระราชทินนามของท่านก็คือ "พระครูวิลาศกาญจนธรรม"

แต่ด้วยความที่พวกเราเป็นรุ่นยากเข็ญ บางคนเขาเรียกกันว่า "พระครูรุ่นน้ำท่วม" เนื่องเพราะว่ารับสัญญาบัตรกันในปี ๒๕๕๔ ในเมื่อมีการโยกย้ายข้อมูลกันอุตลุด จากพุทธมณฑลหนีน้ำไปยังอาคารบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า จึงทำให้เอกสารหลายอย่างกระจัดกระจาย เมื่อนำมารวมกันแล้วจึงมีการสลับกันในเรื่องของการทำประวัติ

กระผม/อาตมภาพที่ฉายา "สุธมฺมปญฺโญ" จึงกลายเป็น "พระครูวิลาศกาญจนธรรม" ส่วนหลวงพ่อพระครูบูรพา ฉายา "กาญจนธโร" แต่กลายเป็น "พระครูสุธรรมกาญจนาภรณ์" ด้วยประการฉะนี้..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-03-2026 เมื่อ 01:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 22-03-2026, 01:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,018
ได้ให้อนุโมทนา: 162,477
ได้รับอนุโมทนา 4,536,459 ครั้ง ใน 37,637 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อเจอหน้าท่านก็ดีอกดีใจ รีบทักทายถามไถ่ว่า "มีธุระปะปังอะไรถึงมาเหยียบถ้ำเสือ ?" เนื่องเพราะว่าวัดของท่านคือ "วัดถ้ำเสือดาว" จึงได้บอกกับท่านว่าจะมารบกวน ขอให้คณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ได้แวะพักกลางทาง ในระหว่างเดินจากวัดหนองสามพรานไปยังวัดไตรรัตนาราม ขออนุญาตใช้พื้นที่ในการแวะฉันเพลและเข้าห้องน้ำ ซึ่งท่านเองก็รีบรับคำด้วยความยินดี บอกว่า "ได้ทุกอย่าง"

แต่กระผม/อาตมภาพบอกว่า มีเจ้าภาพภัตตาหารเพลแล้ว ขอรบกวนแค่สถานที่เพื่อเข้ามาฉัน และห้องน้ำห้องท่าเท่านั้น ยังปรารภถึงคนเก่า ๆ สมัยที่อยู่รวมกันในวัดท่ามะขามด้วยกันมา ไม่ว่าจะเป็น "พระใบฏีกาสุชาติ" "พระครูสมุห์อภิสิทธิ์" "พระสุมนะ" ตลอดจนกระทั่ง "พระมหาทองดี" ซึ่งล้มหายตายจากไปก็มี สึกหาลาเพศไปก็มี เหลือ "สองเกลอหัวเห็ด" อยู่กันแค่นี้เอง

โดยเฉพาะท่านปรารภว่า "ก็มีแต่วัดท่าขนุนนี่แหละ..ที่รักษาชื่อเสียงเอาไว้ได้ไม่ด่างพร้อย" ขณะที่คนอื่นสึกหาเพศไปบ้าง ตายไปบ้าง ด้วยชื่อเสียงที่ค่อนข้างจะฉาวโฉ่ แม้แต่ตัวท่านเองก็มีปัญหาในเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ เช่นกัน เนื่องเพราะว่าตั้งโครงการทำโน่นทำนี่ไว้มากมาย แต่ว่าเงินไม่ได้เข้ามามากอย่างใจนึก โครงการก็เลยกลายเป็นค้างคาอยู่ กลายเป็นที่เพ่งเล็งของญาติโยมและส่วนมากเสื่อมศรัทธาไปเสียแล้ว..!

ครั้นเมื่อได้พูดคุยกันจนกระทั่งหายคิดถึงแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ส่งข่าวกลับมายังเจ้าหน้าที่ของคณะธุดงค์ธรรมยาตรา แจ้งว่าการพักครึ่งในวันที่สองของการเดินธุดงค์นั้น เราได้สถานที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องหนักใจ จากนั้นกระผม/อาตมภาพก็ได้กลับมายังที่พัก ทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนอยู่ในขณะนี้

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-03-2026 เมื่อ 01:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:31



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว