|
#1
|
||||
|
||||
|
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๙
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด (-/\-) (-/\-) (-/\-) |
| สมาชิก 18 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#2
|
||||
|
||||
|
วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ถ้าหากว่ามีเสียงฝนแทรกเข้าไปในการบันทึกเสียง ก็ต้องขออภัยต่อทุกท่านด้วย เนื่องเพราะว่าอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงมาก และไม่นึกว่าฝนจะตกหนักขนาดนี้ เนื่องเพราะว่าปีนี้ความจริงจะเป็นปีที่แล้งจัดมาก..!
วันนี้ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ วันตรุษไทย คำว่า "ตรุษ" มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า "ตัดขาด" หรือ "หมดสิ้นไป" ก็คือสิ้นปีเก่า จะเริ่มก้าวเข้าสู่ปีใหม่ในวันพรุ่งนี้ ก็คือจากปีมะเส็ง (งูเล็ก) พรุ่งนี้พอได้อรุณก็จะเป็นปีมะเมีย (ปีม้าไฟ) ถ้าถือตามแบบโบราณ ลูกใครหลานใครเกิดปีนี้ ต่อให้เป็นตี ๕ ครึ่ง ถ้าไม่ได้อรุณ โบราณก็ยังนับเป็นวันเก่าอยู่ ก็ต้องใช้ปีมะเส็งไปก่อน พอได้อรุณแล้วถึงจะเป็นปีมะเมีย คราวนี้โบราณเขามีคำว่า "ตรุษ ๔ สงกรานต์ ๕ สารท ๑๐ "หมายถึงว่าวันตรุษไทยตรงกับสิ้นเดือน ๔ วันสงกรานต์จะอยู่ช่วงเดือน ๕ และวันสารทไทยจะอยู่สิ้นเดือน ๑๐ แต่ด้วยความที่ว่าสมัยที่ยังอยู่วัดท่าซุง นายสง่า สาโรจน์ อดีตมัคคทายกวัดท่าซุง ตีความคำโบราณผิด จึงได้ขอหลวงพ่อฤๅษีฯ ว่าขอทำบุญวันตรุษไทย ๔ วัน และวันสงกรานต์ ๕ วัน จึงโดนหลวงพ่อท่านด่าไปว่า "ให้โคตรพ่อโคตรแม่มึงไปทำเอง ทำบุญวันตรุษไทยวันเดียว วันสงกรานต์ ๓ วันก็พอแล้ว พระไม่ได้ว่างเหมือนมึง..!" สมัยก่อนนั้น ช่วงวันตรุษไทย วันสงกรานต์ และวันสารทเป็นวันที่สำคัญมาก เพราะว่าประเพณีเก่า ๆ หนุ่มสาวแทบไม่มีโอกาสได้เจอกัน นอกจากช่วงวันตรุษ วันสงกรานต์ และวันสารทเท่านั้น หรือไม่ไปเจอกันอีกทีก็ตอนลงแรงเกี่ยวข้าว ในเมื่อเป็นเช่นนั้น การทำบุญสมัยก่อนจึงมักจะทำกัน ๓ วัน โดยเฉพาะตรุษไทยนั้นจะมีการกวนข้าวเหนียวแดงและกาละแม ซึ่งถ้าบ้านไหนมีลูกสาวสวยก็แทบไม่ต้องออกแรงเลย เพราะว่าหนุ่ม ๆ จะแห่กันมาช่วยชนิดข้ามวันข้ามคืน พูดง่าย ๆ ว่าสาวจะรักใครชอบใครก็ไม่รู้ ? ต้องแสดงความเก่งกล้า ความขยันของตนเองออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เราจะเห็นว่าประเพณีสมัยก่อนนั้น โอกาสที่หนุ่มสาวจะออกนอกลู่นอกทางนั้นยากมาก เนื่องเพราะว่าอยู่ในสายตาพ่อแม่ตลอดเวลา ต่อให้เป็นช่วงตรุษสารทที่เขามาช่วยงานบ้าน ถ้าไม่อยู่บนเรือนก็อยู่ใต้ถุนเรือน..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น โอกาสที่จะเสียหายจึงมีน้อยมาก แล้วความเสียหายที่เกิดขึ้น เขาก็มักจะโทษว่า "ผู้หญิงไม่รักนวลสงวนตัว" สมัยที่กระผม/อาตมภาพเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๒ มีรุ่นพี่คนหนึ่งท้องในระหว่างที่เรียน ถึงขนาดต้องย้ายหนีลงปักษ์ใต้ไปเลย..! เนื่องเพราะว่าอยู่ในจังหวัดไม่ได้ เขาลือกันไปทั้งจังหวัด..! กลายเป็นว่าสภาพสังคมช่วยกันควบคุม ทำให้คนไม่กล้าออกนอกลู่นอกทาง
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:57 |
| สมาชิก 6 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
ฉันชื่อวรัญญา (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
| ||
|
#3
|
||||
|
||||
|
แต่คราวนี้ด้วยความที่ว่า ถ้าสาวสวยมีหนุ่มหมายปองจำนวนมาก ถ้าคนไหนรู้ตัวว่าความรู้ความสามารถหรือหน้าตาตนเองสู้ใครไม่ได้ ก็ต้องใช้ "วิธีมู" ของเด็กสมัยนี้ ที่เขาว่า "ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็ต้องเล่นด้วยคาถา..!"
แบบเดียวกับที่ขุนช้างไปหลอกนางพิมพิลาไลยว่า ขุนแผนออกศึกรบจนตัวตายแล้ว ไม่ทราบว่าไปขุดกระดูกใครมาใส่หม้อส่งให้ นางพิมพิลาไลยก็ร้องห่มร้องไห้เสียใจ เพราะว่าสมัยก่อนไม่ได้มีโทรศัพท์หรือไลน์อย่างทุกวันนี้ ขุนแผนไปรบถึงต่างบ้านต่างเมือง อย่างศึกเชียงใหม่เป็นต้น เดินทางไปกลับบางทีก็ครึ่งค่อนปี ถ้าการรบติดพัน อย่างสมัยท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ไปรบข้างเขมรและญวนต่อเนื่องกัน ไม่ได้กลับบ้านถึง ๑๓ ปี..! ในหลวงรัชกาลที่ ๓ ต้องมีพระราชสาส์นไป บอกว่าให้พักรบยั้งทัพเอาไว้ก่อน กลับมาเยี่ยมบ้านบ้าง ลูกโตแล้วยังไม่ได้เห็นหน้าพ่อเลย ก็คือคลอดตอนที่กำลังจะไปทัพ พ่อกลับมาลูกโตเป็นหนุ่มแล้ว..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทางบ้านก็กลัวว่าจะโดนริบราชบาตร ก็คือทรัพย์สมบัติตลอดจนกระทั่งลูกเมียจะโดนยึดเป็นของหลวง จึงได้บังคับนางพิมพิลาไลยให้แต่งงานกับขุนช้าง แล้วคนสมัยหลังก็ไปด่าว่าเป็น "นางวันทองสองใจ" โดยที่ไม่ได้ดูว่าสภาพสังคมยุคนั้นเป็นอย่างไร มากล่าวถึงในเรื่องเดิมก็คือในเมื่อตนเองไม่สามารถที่จะสู้หนุ่มอื่นได้ บางคนก็เล่นเครื่องรางของขลัง บางคนก็เล่นเวทมนตร์คาถา แล้วแต่ว่าใครมีครูดี สมัยกระผม/อาตมภาพเด็ก ๆ เห็นรุ่นพี่ที่โตเป็นหนุ่ม พยายามที่จะท่องคาถา เสกแป้งผัดหน้าก่อนไปหาสาว ทุกวันนี้ยังจำคาถาได้ ยาวฉิบหายวายป่วงเลย..! ยังคิดว่ากว่าจะท่องจบสาวเขาอาจจะไปถึงต่างตำบลแล้วก็ได้..! ได้ยินเขาท่องว่า "โอมศรีกูงามคือฟ้า หน้ากูงามคือพระแมน แขนกูงามคือพระนารายณ์ ฉายกูงามคือพระอาทิตย์ ฤทธิ์กูงามคือพระจันทร์ ฯลฯ" แล้วก็อีกมากมายเยอะแยะ จำได้..แต่ขี้เกียจท่อง เพียงแต่สงสัยว่าจะไปจีบสาวหรือจะไปตีกับคนอื่น เพราะคาถาไม่ได้ออกแนวมหาเสน่ห์ แต่ดูเหมือนเตรียมจะแผลงฤทธิ์กันแล้ว..! หลายคนก็ใช้วิธีพกวัตถุมงคล ซึ่งถ้าเป็นแถวบ้านสมัยก่อน เขาหาปลัดขิกหลวงพ่อวุ่น วัดบางซอ เพราะว่าแถวใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นสุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม อยุธยา ไปหาท่านกันทั้งนั้น หลวงพ่อวุ่นท่านร้อนวิชา แทนที่จะอยู่วัดเหมือนคนอื่น ก็ต้องลอยเรือพายไปเรื่อย ๆ วนไปวนมา แม้กระทั่งจำพรรษาก็ต้องอธิษฐานอยู่ในเรือ เพราะว่าท่านร้อนวิชา สร้างปลัดขิกแล้วขลังมาก บางท่านก็ไปขอในส่วนของสีผึ้งบ้าง แป้งผัดหน้าบ้าง น้ำมันเจิมหน้าบ้าง บางคนก็ไปให้ครูบาอาจารย์ลงนะหน้าทอง ลงสาลิกาลิ้นทอง ที่หนักกว่านั้นเลยก็โน่น ไปขอให้หมอผีทำน้ำมันพราย เพียงแต่ว่าน้ำมันพรายนั้น ถ้าผู้หญิงโดนเข้าไปแล้วมักจะเสียสติ ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ เพราะว่าโดนผีคุมนานจนเกินไป..! รุ่นของกระผม/อาตมภาพไม่ได้เห็นด้วยตนเอง แต่ว่าหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านได้เห็นด้วยตนเอง เพราะว่าตั้งใจจ้างหมอผีด้วยราคา ๒๕ บาทในสมัยนั้น บอกว่าช่วยทำให้ดูหน่อย จนกระทั่งหมอผีเขาได้ข่าวว่ามีผู้หญิงตายวันเสาร์ และตายทั้งกลม ก็มาแจ้งข่าวแล้วนัดแนะเวลากัน หลวงพ่อท่านเป็นรองเจ้าคณะ ๔ อยู่ที่วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร ก็ต้องเดินข้ามสะพานพุทธไปกับหมอผีนั่น ท่านบอกว่าหมอผีจะวงสายสิญจน์รอบหลุมศพ แล้วก็ให้หลวงพ่อนั่งอยู่ข้างใน บอกว่า "เกิดอะไรขึ้นให้ดูอย่างเดียว ห้ามทัก ห้ามวิ่งเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นถ้าตายจะไม่รับรอง..!"
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:02 |
| สมาชิก 8 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
กฤษฎากร (วันนี้), กานดา (วันนี้), ฉันชื่อวรัญญา (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
| ||
|
#4
|
||||
|
||||
|
หลวงพ่อท่านบอกว่าหมอผีนั่งเสกคาถางึมงำอยู่ แล้วลมก็พัดแรงขึ้น ๆ ผีผู้หญิงดันโลง ดินแตกโผล่ขึ้นมานั่ง แล้วก็ขยายตัวใหญ่ขึ้น..ใหญ่ขึ้น จนสูงเป็นวาทั้ง ๆ ที่อยู่ในท่านั่ง หมอผีก็เสกคาถาไปเรื่อย จนหดลงมาเท่าตัวคนปกติ แล้วก็เอาเทียนลนคาง กระผม/อาตมภาพก็ยังสงสัยว่า "ทำไมต้องลนคางด้วย ?" ถ้าลนพุงมันน่าจะได้น้ำมันเยอะกว่า แต่คาดว่าเพื่อให้ความสะดวกตอนรับน้ำมันที่หยดลงมา
หมอผีเขาลนไปภาวนาไป จนน้ำมันหยดลงในขวดเล็ก ๆ ได้ ๓ หยด ก็ปิดฝาขวด ดับเทียน แล้วว่าคาถา จนกระทั่งผีหดกลับลงไปในโลงตามเดิม กลบเสร็จสรรพแล้วก็ถอนพิธี เก็บไม้เก็บสายสิญจน์กลับ หลวงพ่อท่านก็จ่ายเงิน ๒๕ บาทสมัยนั้นให้ ลองคิดดูก็แล้วกันว่าทองคำราคาเท่าไรก็ไม่แน่ใจ แต่ข้าวน่าจะเกวียนละบาทเดียว..! หมอผีเอาน้ำมันพรายให้ กระผม/อาตมภาพถามหลวงพ่อท่านว่า "ได้ลองใช้หรือเปล่าครับ ?" ท่านบอกว่า "ไอ้ของระยำอย่างนี้จะไปใช้อีท่าไหน เดินข้ามสะพานพุทธก็โยนลงแม่น้ำไปแล้ว..!" เรื่องพวกนี้ถ้าหากว่าเป็นสมัยก่อน ก็อยู่ที่ว่าครูใครดีกว่า แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีกฎเกณฑ์ก็คือ "ถ้าหากว่าได้ใครแล้วต้องรับเลี้ยงเขา ห้ามทิ้งขว้างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นของจะเข้าตัวเอง" เราจะเห็นว่าแม้แต่เรื่องไสยศาสตร์ เขาก็ยังมีข้อห้ามที่เป็นกฎเกณฑ์ของศีลธรรมอยู่ แต่ว่าในสมัยของเรา เด็ก ๆ สมัยนี้เขาบอกว่า "ผู้ชายจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ขอให้นิสัยรวยก็ใช้ได้..!" ฟังดูตอนแรกนึกว่าให้นิสัยเข้ากันได้ก็ใช้ได้ ดันบอกว่าให้นิสัยรวยก็ใช้ได้ ได้ยินแล้วเครียด..! ดังนั้น..ในเรื่องประเพณีตรุษสารทในยุคปัจจุบันที่ได้รับความสำคัญน้อยลงก็เพราะว่าสมัยนี้เด็ก ๆ เขาอิสระมากกว่าที่เราคิด พระภิกษุสามเณรของเราก็ต้องรับเป็นภาระอบรมกันต่อไป ส่วนอบรมแล้วจะรอดมาได้สักกี่คน ไม่สามารถที่จะรับประกันได้..! สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:06 |
![]() |
| ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 8 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 7 คน ) | |
| หยกเขียว |
| คำสั่งเพิ่มเติม | |
|
|