กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมีนาคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า เมื่อวานนี้, 17:10
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,738
ได้ให้อนุโมทนา: 229,411
ได้รับอนุโมทนา 835,232 ครั้ง ใน 41,246 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 00:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,986
ได้ให้อนุโมทนา: 162,365
ได้รับอนุโมทนา 4,535,284 ครั้ง ใน 37,604 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพเดินทางขึ้นเหนือตั้งแต่ตี ๓ เพื่อไปร่วมงานฉลองพระจุฬามณีเจดียสถาน ที่วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งพระเดชพระคุณตุ๊พ่อสิงห์ (พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ) ซึ่งเป็นรุ่นพี่บวชจากอุโบสถวัดท่าซุงมาด้วยกัน เพียงแต่ว่าท่านเป็นรุ่นพี่ที่ห่างกัน ๙ พรรษา

ช่วงที่กระผม/อาตมภาพเข้าไปบวชที่วัดท่าซุงนั้น ตุ๊พ่ออยู่ที่วัดพระธาตุจอมแจ้ง อยู่ในลักษณะที่ว่ากลับมาทางบ้านก็คือภาคเหนือของตนเอง แต่ยังหาที่ลงไม่ได้ พูดง่าย ๆ ว่ามาตามนิมิต แต่ยังหาสถานที่ตามนิมิตของตนไม่เจอ..!

จนกระทั่งมาพบพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่แห่งนี้ และได้รับการยืนยันจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงว่า ให้อยู่ที่นี่เป็นที่ตาย ท่านจึงได้ทำการพัฒนาวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ และเผชิญหน้ากับอิทธิพลต่าง ๆ สารพัด โดยเฉพาะอิทธิพลท้องถิ่น ซึ่งพยายามที่จะตัดถนนเข้ามาภายในเขตวัด แต่ว่าเป็นการทำเพื่อที่จะกินงบประมาณเฉย ๆ ในเมื่อทางวัดคัดค้าน ก็จึงหาเรื่องฟ้องร้องขับไล่สารพัดสารเพ..!

เรื่องพวกนี้ไม่ว่าที่ไหนก็มีอยู่ พรรคพวกเพื่อนฝูงของกระผม/อาตมภาพ ก็คือ "หลวงพ่อ ดร.โก๊ะ" (พระครูสุพัฒนกาญจนกิจ, ดร.) เจ้าคณะตำบลดอนขมิ้น เจ้าอาวาสวัดดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ก็โดนทางด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัดถนนมาบริเวณข้างวัด โดยกินพื้นที่วัดไปโดยตลอดแนว แล้วก็ถวายเงินในลักษณะผาติกรรมพื้นที่มา ๑ แสนบาทเท่านั้น..!

แต่ว่า "หลวงพ่อ ดร.โก๊ะ"ท่านไม่ยินยอม จึงทำการฟ้องร้อง โดยอาศัยนิติกรของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี จนกระทั่งท้ายที่สุดก็ชนะคดี ได้รับเงินค่าที่คืนมา ๔ แสนบาท พูดง่าย ๆ ก็คือว่าในช่วงที่บุคคลทั่วไปไม่ทราบราคานั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาจะแจ้งว่าที่ราคาเท่าไรก็ได้ จากนั้นก็เบิกงบประมาณไปโดยการอนุมัติของสภา แต่ว่าส่วนที่นำไปถวายพระนั้นแค่เล็กน้อยเท่านั้น

แต่ก็ยังดีกว่าวัดท่าขนุนของกระผม/อาตมภาพ ที่โดนตัดถนนสาธารณะเข้ามากลางวัดถึงสองเส้น ทำให้กลายเป็นวัดที่ไม่สามารถจะปิดประตูได้ เนื่องเพราะว่าเป็นถนนสาธารณะแล้ว ด้วยเหตุที่อดีตเจ้าอาวาสท่านไม่มีความเข้าใจข้อกฎหมายตรงนี้ หรือไม่ก็ไม่สนใจในเรื่องตรงนี้ ปล่อยให้เขาจัดการตามใจของตน จนกลายเป็น "วัดอกแตก" ก็คือที่วัดซึ่งเป็นสถานที่ตั้งอุโบสถที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตามกฎหมายนั้น อยู่ ๆ ก็โดนหั่นออกไปเป็นสองผืน กลายเป็นที่ธรณีสงฆ์ ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นที่วัดผืนเดียวกัน..!

เรื่องพวกนี้ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ถ้าหากว่าเจ้าอาวาสขาดความรู้ หรือว่าไวยาวัจกรขาดความรู้ หรือต่อให้รู้แต่สู้อิทธิพลท้องถิ่นไม่ได้ หรือว่าไม่กล้าสู้ ก็จะทำให้บรรดาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มักจะมายึดพื้นที่วัดไปทำประโยชน์ต่าง ๆ นา ๆ โดยที่ทางเจ้าอาวาสก็ไม่กล้าที่จะทำอะไร เพราะว่าเกรงอิทธิพล..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า วันนี้, 00:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,986
ได้ให้อนุโมทนา: 162,365
ได้รับอนุโมทนา 4,535,284 ครั้ง ใน 37,604 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ขนาดสมัยที่กระผม/อาตมภาพเข้าไปช่วยบูรณปฏิสังขรณ์วัดท่าขนุนในช่วงแรก ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระเทพเมธากร (ณรงค์ ปริสุทโธ ป.ธ. ๔) วัดท่ามะขาม ส่งไปให้ดำเนินการนั้น เมื่อติดตั้งหอกระจายเสียงตามสายขึ้นไป ผู้มีอิทธิพลข้างวัดทนฟังเสียงพระทำวัตรไม่ได้ ถึงเวลาพระขึ้นทำวัตรก็ยิงปืนเปรี้ยงปร้างเข้ามาในวัด จนกระทั่งอดีตเจ้าอาวาสทำท่าว่าจะเลิกกลางคัน..!

แต่ช่วงนั้นกระผม/อาตมภาพต้องคอยหนุนหลังเอาไว้ ยืนยันว่า "เขาอยากจะยิงให้ยิงไป แต่ผมยืนยันว่าพวกคุณปลอดภัยแน่นอน" และลงไปร่วมนั่งทำวัตรด้วยทุกวัน จึงทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างค่อย ๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี และท้ายที่สุด ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นก็แพ้ภัยไปเอง ซึ่งเรื่องพวกนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นคนแก่ขี้โมโห ก็เลยทำให้โรคภัยไข้เจ็บรับประทานไปก็เป็นได้..!

ส่วนทางด้านวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่แห่งนี้ ตุ๊พ่อสิงห์ท่านก็ชราอายุมากแล้ว เมื่อโดนทางอิทธิพลท้องถิ่นบีบเข้ามาทุกทาง ไปขอให้วัดอื่นช่วยก็ไม่มีใครช่วย กระผม/อาตมภาพจึงต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเอง จนกระทั่งตุ๊พ่อท่านต่อสู้ และสามารถที่จะฝ่าฟันผ่านมาได้สำเร็จ แต่ว่าทุกวันนี้ก็ยังไว้วางใจอะไรไม่ได้ เนื่องเพราะว่ากำลังใจของคณะญาติโยมในพื้นที่ ยังไม่รวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวนัก ยังมีเขามีเราอยู่ เพียงแต่ว่าเกรงใจที่กระผม/อาตมภาพยังยืนค้ำหลังให้ตุ๊พ่อ จึงไม่มีใครที่จะกล้าอาละวาดออกมาต่อหน้าเท่านั้นเอง..!

ในการก่อสร้างพระจุฬามณีเจดียสถานนั้น ช่วงนั้นตุ๊พ่อท่านมีญาติโยมให้การสนับสนุนน้อย กระผม/อาตมภาพจึงถวายปัจจัยให้ท่านมา ๕ แสนบาท เพื่อที่จะได้ทำโครงสร้างต่าง ๆ ให้เสร็จ แต่กว่าจะเสร็จ ตุ๊พ่อก็ใช้เงินไป ๑๐ กว่า ๒๐ ล้าน ในเมื่อส่วนนี้สำเร็จลงแล้ว ก็ถือว่าภาระที่น่าหนักใจของตุ๊พ่อท่าน สำเร็จเสร็จสิ้นลงสมดังความปรารถนา พูดง่าย ๆ ว่า "ตายตาหลับได้..!"

กระผม/อาตมภาพจึงต้องเดินทางมาเป็นประธานในพิธี ทั้งที่ได้รับฎีกานิมนต์จากท่านพระครูปลัดสุวัฒนรัตนคุณ (พระอาจารย์สมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดจันทาราม (ท่าซุง) นิมนต์ไปร่วมงานประจำปีที่วัดท่าซุงในวันเดียวกัน แต่ด้วยความที่ทางวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ได้นิมนต์เอาไว้ก่อน และกำหนดงานเป็นที่แน่นอนก่อนหน้านั้นแล้ว กระผม/อาตมภาพจึงต้องคืนฎีกาให้กับทางวัดท่าซุง เพื่อมาเป็นประธานในงานฉลองพระจุฬามณีเจดียสถานในที่นี้

ระหว่างที่เดินทางมานั้น สิ่งหนึ่งที่เห็นผลกระทบจากภาวะสงครามอย่างชัดเจนก็คือ ไม่ว่าจะแวะเติมแก๊สที่ไหนก็ตาม สถานที่นั้นก็จะอ้างว่าไฟฟ้าดับบ้าง แก๊สหมดบ้าง ซึ่งทั้ง ๆ ที่ตอนวิ่งมารอบข้างไฟก็ยังสว่างดี มาดับเฉพาะในปั๊มของเขาเท่านั้น..! ส่วนคำว่า "แก๊สหมด" เราก็ไม่สามารถที่จะไปขอตรวจสอบเขาได้เสียด้วย ซึ่งเรื่องตรงนี้ กระผม/อาตมภาพเคยพูดไปแล้วว่า บุคคลที่เห็นแก่ตนเองนั้น ย่อมไม่สนใจว่าคนอื่นจะเดือดร้อนเท่าไร ต่อให้มีของเหลือเฟือก็จะบอกว่าหมด รอให้ขึ้นราคามากกว่านี้ แล้วถึงจะนำออกมาขาย..!

เรื่องพวกนี้จะว่าไปก็เป็นเรื่องปกติของปุถุชนที่หนาไปด้วยกิเลส ประกอบไปด้วย รัก โลภ โกรธ หลง เป็นปกติ ย่อมไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้น น่าเกลียดน่าชังขนาดไหน แต่ก็ปล่อยเขาไปตามเวรตามกรรม เนื่องเพราะว่าเรื่องพวกนี้ทำไปแล้ว ถึงเวลาท่านทั้งหลายก็จะต้องรับผลของกรรมนั้นเอง กระผม/อาตมภาพอาศัยวิ่งด้วยน้ำมัน มาจนกระทั่งถึงวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ ซึ่งขากลับก็คงจะต้องเติมน้ำมันแล้ววิ่งลงไป จนกว่าจะหาสถานที่เติมแก๊สได้ จึงจะได้ใช้แก๊สกันต่อไป
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:55
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า วันนี้, 00:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,986
ได้ให้อนุโมทนา: 162,365
ได้รับอนุโมทนา 4,535,284 ครั้ง ใน 37,604 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ส่วนในเรื่องอื่น ๆ นั้น ญาติโยมทั้งหลายต้องนึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ซึ่งพระองค์ท่านได้ตรัสไว้นานแล้วว่า "ในเรื่องของข้าวนั้น ประเทศเราจำเป็นที่จะต้องปลูก เนื่องเพราะว่าคนมากขึ้นทุกวัน ถ้าหากว่าไม่ปลูก ข้าวก็จะไม่พอกิน" ซึ่งตรงจุดนี้นั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านก็บอกเอาไว้หลายสิบปีแล้วเช่นกันว่า "ช่วงภาวะสงครามนั้น ข้าวปลาอาหาร พืชผลการเกษตรล้วนแล้วแต่เป็นที่ต้องการ ประเทศอื่นมัวแต่รบราฆ่าฟันกันอยู่ ไม่มีเวลาที่จะมาสร้างผลผลิต ถ้าหากว่าบ้านเรามีผลผลิต ก็สามารถที่จะขายได้ทุกอย่าง"

เพียงแต่กระผม/อาตมภาพอยากจะชี้ให้ท่านทั้งหลายเห็นว่า ในส่วนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ นั้น พระองค์ท่านตรัสถึง
"ความมั่นคงของชาติ" ซึ่งก็คือการที่เรามีกินมีอยู่โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ซึ่งในภาวะสงครามนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญสุด ๆ สำคัญกว่ากำลังทหารเสียอีก..! เนื่องเพราะว่าทหารถ้าไม่มีเสบียง ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ จากภาษิตที่กล่าวว่า "กองทัพเดินด้วยท้อง" นั้น เป็นของจริงของแท้แน่นอน

ส่วนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านกล่าวถึงนั้นก็คือ
"ถ้าหากว่าเรามีผลผลิตเหลือเฟือเราก็ขายได้ แต่ว่าอันดับแรกเลยคือตนเองต้องมีกินก่อน หรือว่ามากไปกว่านั้น คือคนไทยต้องมีกินก่อน" ไม่เช่นนั้นแล้ว มัวแต่คิดว่าประเทศของเรามีผลผลิตมากมายเหลือเฟือ แล้วเอาแต่ขายส่งออกนอก ด้วยความโลภในราคาที่สูง กลายเป็นว่าบ้านเราเป็นแหล่งผลิตแท้ ๆ แต่ผู้คนต้องมาอดอยากและซื้อหาข้าวของด้วยราคาที่สูง ก็จะเป็นไปตามภาษิตจีนที่ว่า "น้ำท่วมวังพญามังกร" ก็คือเรื่องที่ไม่ควรจะเป็นก็เป็นไปได้..!

เรื่องพวกนี้นั้น แม้ว่าท่านทั้งหลายขยับตัวในตอนนี้จะช้าจนเกินไป แต่ก็ถือว่ายังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ถ้าหากว่าทุกท่านไปดูตัวอย่าง ไม่ว่า "แปลงผักสวนครัวรั้วกินได้" ที่วัดท่าขนุนก็ดี "แปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยศาสตร์พระราชา" ของวัดท่าขนุน ในชุมชนวังท่าขนุนก็ตาม หรือแม้กระทั่ง "แปลงเกษตรสาธิตโคกหนองนาในพระราชดำริ" ของวัดท่าขนุน ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ได้รับความเมตตาจากคณะรวมใจภักดิ์ ของท่านอาจารย์วิชชุ อารมณ์ดี พาคณะมาช่วยดูแลให้อยู่ทุกอาทิตย์ ท่านจะเห็นว่าบางแห่งมีการปลูกผักโดยไม่ต้องอาศัยดิน ที่เขาเรียกกันว่าไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งทางวัดของเรานำไปจำหน่ายที่ตลาดริมแควเมืองท่าขนุนอยู่ทุกอาทิตย์

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก และไม่ได้ใช้เวลามาก ถ้าหากว่าเริ่มทำในวันนี้ ไม่เกิน ๑ เดือน เราก็จะมีผักสดเอาไว้รับประทานเอง โดยที่ไม่ต้องซื้อหาให้เปลืองเงิน พวกเครื่องปรุงต่าง ๆ ไม่ว่าจะ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หรือว่าพริก หอม กระเทียม ก็ตาม ถ้าหากว่าเราเสียบเราปลูกเอาไว้รอบบ้าน หรือว่าใส่กระถาง ใส่โอ่ง ใส่อ่าง ใส่ยางรถยนต์เอาไว้ ถึงเวลาสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น

ในช่วงที่แพง ๆ มะนาวลูกหนึ่งถึง ๘ บาท ๙ บาทก็มี..! แล้วเรื่องอะไรที่เราต้องไปเสียเงินทั้ง ๆ ที่สามารถประหยัดได้ แต่ว่าหลายต่อหลายท่านก็ชินกับความมักง่าย ในการเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ทั้ง ๆ ที่ไข่เราซื้อมาต้มเอง ต่อให้ลงทุนทุกอย่างแล้วก็ไม่น่าจะเกิน ๓ บาท แต่กลับไปซื้อไข่ต้มฟองละ ๖ บาท..! กระผม/อาตมภาพเห็นแล้วยังเกาหัวตัวเองว่า ตกลงเขาใช้อวัยวะส่วนไหนในการคิดกันแน่ ?

เรื่องพวกนี้ที่กล่าวมาก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาว่า ภาวะสงครามที่ล้อมรอบตัวเข้ามาขนาดนี้แล้ว เราควรที่จะพึ่งพาอาศัยตนเอง หรือว่าจะพึ่งพาอาศัยเงินเดือน ที่ทำเท่าไรก็กลายเป็นของนายทุนเขาหมด และโดยเฉพาะไม่แน่ใจว่าสภาวะแบบนี้ งานการของท่านจะมั่นคงไปอีกกี่วัน ถ้ายังไม่หาทางถอยด้วยการพึ่งพาตัวเองแต่เนิ่น ๆ ถึงเวลาลำบากขึ้นมาก็ไม่ต้องไปโทษใคร..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 5 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 5 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 17:39



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว