|
#1
|
||||
|
||||
|
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๙
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด (-/\-) (-/\-) (-/\-) |
| สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#2
|
||||
|
||||
|
วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อวานช่วงเย็นต่อค่ำ พายุฤดูร้อนพัดถล่มอำเภอทองผาภูมิ วัดท่าขนุนก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย วัดวาอารามที่เก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว กลายเป็นว่าใบไม้เต็มวัดเหมือนเดิม ต้องทำการกวาดกันจนได้เวลาทำวัตรค่ำก็ยังไม่เสร็จ ต้องทำวัตรค่ำแล้ว คงต้องทิ้งเอาไว้เพื่อต่อในวันรุ่งขึ้น
อีกส่วนหนึ่งก็คือไฟฟ้าดับไปหลายชั่วโมง ซึ่งทำให้หลายท่านทำท่าจะสิ้นชีวิต..! เนื่องเพราะไม่คุ้นเคยกับชีวิตที่ขาดไฟฟ้า แต่ว่าทันทีที่ฝนตกลงมาเล็กน้อยแล้ว อากาศก็เย็นลงฮวบฮาบ อยู่ที่ ๒๐ องศาเซลเซียส ซึ่งถ้าหากว่าฝนตกทางอำเภอทองผาภูมิเมื่อไร หลังฝนอากาศก็จะเย็นแบบนี้ทุกครั้งไป บุคคลที่ไม่เคยชิน อาจจะถึงขนาดจับไข้ไปเลยก็ได้..! ส่วนในช่วงเช้า กระผม/อาตมภาพเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้าแล้ว ก็ได้เดินทางไปงานที่รับไว้ในวันนี้ ก็คือร่วมอธิษฐานจิตในพิธีมหาจักรพรรดิ เพื่อสถาปนาพระพิชัยสงครามและตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราช ที่วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตามแนวทางของท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ปรมาจารย์เลขยันต์ที่มีชื่อเสียงมากของเมืองไทย โดยที่กระผม/อาตมภาพได้รับฎีกานิมนต์จากหลวงพ่อดิลก (พระครูพิพัฒน์ศีลาจาร) เจ้าอาวาสวัดสิรินธรเทพรัตนาราม ให้มาร่วมพุทธาภิเษกในงานนี้ โดยมีท่านอาจารย์ปืน (พระครูปลัดสราวุธ ปญฺญาวุโธ) วัดลาดชะโด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเจ้าพิธีฝ่ายสงฆ์ คุณชายเจริญ วรรณสันทัดเป็นเจ้าพิธีฝ่ายฆราวาส ในพิธีนี้เขาจะต้องนิมนต์พระทั้งสิ้น ๑๐๘ รูป เพื่อเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ และพระอสีติมหาสาวกอีก ๘๐ องค์ ซึ่งรวมแล้วก็ ๑๐๘ รูปพอดี ความจริงตำราตะกรุดหรือยันต์มหาจักรพรรดิตราธิราชนี้ กระผม/อาตมภาพสืบสายมาทางด้านหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม เนื่องเพราะว่าลูกศิษย์ของท่านก็คือหลวงปู่แช่ม วัดจุฬามณีก็ดี หลวงปู่เนื่อง วัดจุฬามณีก็ตาม เมื่อรับถ่ายทอดไปแล้ว หลวงปู่สาย อคฺควํโส อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ก็ไปศึกษาต่อจากหลวงปู่เนื่อง วัดจุฬามณีอีกครั้งหนึ่ง แต่ด้วยเหตุที่ว่าพิธีกรรมพิธีการยุ่งยากมาก กระผม/อาตมภาพจึงไม่ได้ทำการจัดสร้างยันต์หรือว่าตะกรุดมหาจักรพรรดิตราธิราชมาก่อน ยกเว้นถ่ายทอดให้กับ "ลูกแนน" (นางสาวศิริลักษณ์ พินิจสุขใจ) ซึ่งเขียนอักขระขอมลายมือเดียวกับกระผม/อาตมภาพเลย ในเมื่อเป็นเช่นนั้น มาเจอพิธีนี้เข้า จึงกลายเป็นว่าจะได้มาดูด้วยว่างานของเขาเป็นอย่างไรบ้าง ? โดยที่พิธีเริ่มขึ้นเวลาบ่ายโมงตรง กระผม/อาตมภาพนั่งอยู่ลำดับที่ ๑๔ ซึ่งอักขระตัวนี้ก็คือ "พุท" มาจาก "สัมมาสัมพุทโธ" ในบท อิติปิ โสฯ นั่นเอง แต่ว่าในพิธีมหาจักรพรรดิตราธิราชนี้ เขาจะใช้บทสวด "อิติปิ โส รัตนมาลา" ซึ่งแต่ละคำนั้นก็จะแยกออกเป็นพระคาถาบทหนึ่ง
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:19 |
| สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#3
|
||||
|
||||
|
อย่างเช่นว่า อิ ก็คือ อิฏโฐ สัพพัญญุตัญญานัง อิจฉันโต อาสะวักขะยัง อิฏฐัง ธัมมัง อะนุปปัตโต อิทธิมันตัง นะมามิหัง
ติ ก็คือ ติณโณ โย วัฏฏะทุกขัมหา ติณณัง โลกานะมุตตะโม ติสโส ภูมี อะติกกันโต ติณณะโอฆัง นะมามิหัง ปิ เป็นบทที่ส่วนใหญ่จะใช้กันมากในด้านเมตตามหานิยม ก็คือ ปิโย เทวะมะนุสสานัง ปิโย พรหมานะมุตตะโม ปิโย นาคะสุปัณณานัง ปิณินทริยัง นะมามิหัง โส ก็คือ โสกา วิรัตตะจิตโต โย โสภะนาโม สะเทวะเก โสกัปปัตเต ปะโมเทนโต โสภะวัณณัง นะมามิหัง จะค่อย ๆ ขยายจาก ๑ คำเป็นคาถา ๑ บทใหญ่ เมื่อมาตรงคำว่า พุท ก็คือ พุชฌิตวา จะตุสัจจานิ พุชฌาเปติ มะหาชะนัง พุชฌาเปนตัง สิวัง มัคคัง พุทธะเสฏฐัง นะมามิหัง กระผม/อาตมภาพได้แต่นั่งกุมหัวตัวเองในใจ เนื่องเพราะว่าตัวเลข ๑๔ คือ กำลังของพระมหาจักรพรรดิราชเจ้า แล้วทำไมถึงต้องมาตกอยู่กับกูด้วย ? พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นคนที่หลบได้เป็นหลบ หลีกได้เป็นหลีก ไม่อยากจะยิ่งใหญ่โด่งดังกับใคร จนหนีไม่พ้นจริง ๆ จึงต้องกัดฟันรับไป นี่ขนาดพระคาถาแท้ ๆ ยังมาหล่นแปะลงที่ตัวเองได้อย่างไรก็ไม่รู้ ?!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:22 |
| สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#4
|
||||
|
||||
|
เมื่อเจ้าหน้าที่เขานิมนต์เข้าที่และมอบหมายภารกิจให้แล้ว กระผม/อาตมภาพก็เข้าสู่สมาธิ ยังได้ยินแว่ว ๆ ว่า พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรากร (สุนทร สุนฺทราโภ ป.ธ. ๔) กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๖-๑๗-๑๘ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม วรวิหาร ท่านเป็นประธานในการจุดเทียนชัย
เมื่อตั้งใจกำหนดจิตระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และครูบาอาจารย์ตามสายวิชามหาจักรพรรดิตราธิราชแล้ว ก็ตั้งหน้าตั้งตาภาวนาไปตามที่พระท่านสั่ง จนกระทั่งรู้สึกว่าทุกอย่างเต็มดีแล้ว คลายสมาธิออกมา ปรากฏว่ายังไปไม่ถึงไหนเลย เนื่องเพราะว่าการสวดบทมหาจักรพรรดิตราธิราชนั้น นอกจากจะสวด อิติปิ โส รัตนมาลา แล้ว ก็ยังมีสลับด้วย ๗ ตำนาน ๑๒ ตำนานเป็นระยะ ๆ เมื่อสวดไปได้ ๒๗ อักขระ ก็สวดบท ๗ ตำนาน แล้วก็ต่อด้วยอักขระต่อไป แล้วก็สวดบท ๑๒ ตำนาน เหล่านี้เป็นต้น สวดไปสวดมา นึกว่าจะจบแค่ อิติปิ โสฯ ปรากฏว่า สวากขาโตฯ ก็มาด้วย ในเมื่อขึ้น สวากขาโตฯ แล้ว ก็มีบทสวดของบรรดา ๗ ตำนาน ๑๒ ตำนาน พระสูตรต่าง ๆ เข้ามาแทรกอีก จนกระทั่งไปถึง สุปฏิปันโนฯ กระผม/อาตมภาพเองก็ได้แต่นั่งหัวเราะ เนื่องเพราะว่าบรรดาพระเกจิอาจารย์ที่นิมนต์มานั้น อยู่ในลักษณะ "เครื่องไหม้" ไปตาม ๆ กัน เนื่องเพราะว่าลากสมาธิยาวนานหลายชั่วโมง ลองดูนาฬิกาปรากฏว่าเกือบจะ ๔ โมงเย็นแล้ว..! บรรดาพระมหานาคผู้สวด ตอนแรกก็ยังสวดรักษาจังหวะ ไปเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ แต่พอรู้ว่าเขาให้สวดเป็นเล่ม ๆ แบบนี้ จึงเร่งอย่างชนิดที่หายใจหายคอไม่ทัน กระผม/อาตมภาพพยายามเงี่ยหูฟังว่า ตำรามหาจักรพรรดิตราธิราช สายวัดประดู่โรงธรรม ซึ่งครูบาอาจารย์ที่กระผม/อาตมภาพรู้จักมักคุ้นมากที่สุดก็คือ "หลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราช" นั้น มีอะไรแตกต่างไปจากสายแม่กลองของหลวงปู่คง วัดบางกะพ้อมบ้าง ปรากฏว่าเมื่อมาถึงสุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ทางด้านพระมหานาคก็ตัดจบเอาดื้อ ๆ ทำเอาบรรดาพระเกจิอาจารย์ที่พอจะรู้เรื่องก็หันมายิ้มให้กัน โดยเฉพาะท่านอาจารย์ปืน ซึ่งนั่งอยู่ใกล้เกือบชิดติดกับกระผม/อาตมภาพ หันมายักคิ้วให้ ประมาณว่า "ไม่จบก็ไม่ได้แล้ว" แทบจะทำเอากระผม/อาตมภาพหัวเราะเลยทีเดียว..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:26 |
| สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#5
|
||||
|
||||
|
เมื่อทำการม้วนสายสิญจน์เก็บเสร็จพิธีและดับเทียนชัยแล้ว กระผม/อาตมภาพเพิ่งขยับลุกขึ้น ก็เห็น "หลวงพ่อจำนงค์" (พระครูสิริสาครธรรม) เจ้าอาวาสวัดท่ากระบือ ลูกศิษย์หลวงปู่รุ่ง ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือกัน แต่ท่านไม่เคยนึกว่าอยู่ในระดับครูบาอาจารย์ เผลอเมื่อไรก็ยกมือไหว้กระผม/อาตมภาพก่อนเสียเรื่อย ชวนกันออกไปข้างนอกเพราะว่าจะต้องเอาอักระของแต่ละท่านไปหล่อพระให้เขา
มาจ๊ะเอ๋กับ "ท่านเจ้าคุณสายรุ้ง" ซึ่งท่านนั่งอยู่บริเวณจุดแรกที่กระผม/อาตมภาพจะนั่ง ซึ่งป้ายชื่อของท่านคือสมณศักดิ์ใหม่ที่พระราชวินัยวชิรเมธี, ดร. (สายรุ้ง อินฺทาวุโธ ป.ธ. ๗) จึงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าแลกที่นั่งให้กระผม/อาตมภาพ พอเจอหน้าปุ๊บ ท่านก็รีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพย ทำเอากระผม/อาตมภาพหัวเราะ หันไปบอกกับพรรคพวกที่เดินตามหลังว่า "หลวงพ่อเจ้าคุณสายรุ้งอยู่ตรงนี้" ท่านก็รีบบอกว่า "ใช่ครับ..สายรุ้งอยู่นี่ครับ" เป็นพระเถระที่น่ารักมาก เนื่องเพราะว่าไม่เคยถือยศ ถือศักดิ์ ถือตำแหน่งแม้แต่ครั้งเดียว เจอหน้าเมื่อไร รู้ว่าพรรษาน้อยกว่า ท่านก็ไหว้ก่อนกราบก่อนทุกครั้งไป เมื่อออกมาถึงด้านนอก มีเจ้าหน้าที่เขาแจกไทยธรรมอยู่ตรงนั้น เมื่อเห็นว่าเป็นกระผม/อาตมภาพ ท่านก็เลยเก็บเอาแผ่นเงินแล้วก็บทสวดที่ ๑๔ ไป ประมาณว่าให้กระผม/อาตมภาพได้เดินทางกลับก่อน ไม่เช่นนั้นก็ต้องไปนั่งหล่อพระร่วมกับเขา ก็คือให้พระเกจิอาจารย์ทั้ง ๑๐๘ รูปนั้น หย่อนแผ่นทองแผ่นเงินลงไปตามลำดับหมายเลขของตน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ก็คงเสียเวลาอีกเป็นชั่วโมง ๆ เลยทีเดียว..! ต้องกราบขอบพระคุณพระเจ้าหน้าที่ท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่เมตตาช่วยเก็บไปให้ก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วกระผม/อาตมภาพก็คงจะออกมาไม่ได้ และได้อาศัย "พี่กู" ก็คือกูเกิ้ลแม็พ พาหลบพาหลีกลัดเลาะไปตามซอกซอยต่าง ๆ หลุดออกมาถนนกาญจนาภิเษก กลับถึงที่พักภายในเวลาไม่เกิน ๓๐ นาที ต้องขอบคุณกูเกิ้ลแม็พของเราเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยทำให้ได้รับความสะดวกสบายแบบนี้ สำหรับพรุ่งนี้เช้า ก็คงจะต้องเบิกเนตรกันขึ้นมาตั้งแต่ตี ๒ ตี ๓ เพราะว่าต้องเดินทางไปร่วมฉลองพระจุฬามณีเจดียสถาน ที่วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ตามฎีกานิมนต์ของตุ๊พ่อสิงห์ (พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ) ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุงในระดับรุ่นครูบาอาจารย์ หรือว่ารุ่นพ่อเลยทีเดียว แต่ว่าท่านมักจะทำตัวเป็นลูกศิษย์กระผม/อาตมภาพเสียมากกว่า..! ในเมื่อมีงานที่รออยู่ จึงต้องรีบบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน แล้วจะได้พักผ่อนแต่เนิ่น ๆ เพื่อรอเดินทางต่อไป สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:29 |
| สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
![]() |
| ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 3 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 3 คน ) | |
| คำสั่งเพิ่มเติม | |
|
|