กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า เมื่อวานนี้, 17:46
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,647
ได้ให้อนุโมทนา: 227,952
ได้รับอนุโมทนา 832,212 ครั้ง ใน 41,106 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 16 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 01:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,938
ได้ให้อนุโมทนา: 161,326
ได้รับอนุโมทนา 4,533,375 ครั้ง ใน 37,555 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตั้งแต่เช้ามืด หลังจากเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้าแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางไปยังวัดวังปะโท่ หมู่ที่ ๘ ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากวัดท่าขนุน ๒๐ กว่ากิโลเมตร เพื่อไปทำการบวงสรวงขออนุญาตเปิดงานปิดทองหลวงพ่อตะเคียนทอง ประจำปี ๒๕๖๙ ตามที่ท่านพระครูสุตกาญจนวัฒน์, ดร. ได้ทำการนิมนต์ล่วงหน้าเอาไว้ และยังนิมนต์ต่อไปถึงปีหน้าอีกด้วย..!

เมื่อไปถึงปรากฏว่าบายศรีเครื่องบวงสรวงทุกอย่างพร้อมสมบูรณ์แล้ว ญาติโยมทั้งหลายก็นั่งรอกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย จึงได้ทำการบวงสรวงขออนุญาต ตลอดจนกระทั่งทำน้ำมนต์เพื่อพรมให้แก่ญาติโยมทั้งหลาย เมื่อรับไทยธรรมแล้วก็ขอตัวกลับ เนื่องเพราะว่าต้องกลับมาทำการบวงสรวงที่วัดท่าขนุนของตนเองอีกวาระหนึ่ง

ท่านทั้งหลายอาจจะคิดว่าในเมื่อทำบวงสรวงครั้งหนึ่งแล้ว ทำไมถึงไม่บอกกล่าวให้ครบถ้วนสมบูรณ์ไปเลย ? ก็เพราะว่าการทำบวงสรวงในสถานที่หนึ่ง แล้วบอกกล่าวถึงงานในอีกสถานที่หนึ่งนั้น ถือว่าเป็นการผิดมารยาท ดังนั้น..ท่านจะทำงานที่ไหนก็ต้องบวงสรวงบอกกล่าวที่นั่น


โดยเฉพาะวันนี้ ท่านนายอำเภออนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ น่าจะได้รับคำบอกเล่าจากญาติโยมเก่า ๆ ทั้งหลายว่า การบวงสรวงเพื่อขออนุญาตเปิดงานประจำปี ปิดทองรอยพระพุทธบาทวัดท่าขนุน และทำบุญอุทิศอดีต ๗ เจ้าเมืองหน้าด่านจังหวัดกาญจนบุรีนั้น เคยมีการ "เข้าทรง" ในลักษณะของการพูดคุยกับบรรดาอดีตเจ้าเมืองต่าง ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชาวมอญเกือบทั้งสิ้น ยกเว้นเจ้าเมืองท่ากระดานที่เป็นกะเหรี่ยงเท่านั้น

ในส่วนนี้จึงทำให้ท่านนายอำเภอมารออยู่ตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะดู แต่ต้องขออภัย..เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพนั้น เมื่อเห็นว่าท่านอาจารย์กามเทพ มิ่งสำแดง ล่วงลับไปแล้ว บุคคลที่รับช่วงไม่มีความสามารถถึงในระดับนั้น จึงได้เปลี่ยนมาทำการบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย และบอกกล่าวครูบาอาจารย์ เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย ขออนุญาตในการจัดงานครั้งนี้แทน

เหตุที่ต้องทำเช่นนั้นก็เพราะว่าในการทำงานนั้น บางสิ่งบางอย่างนั้นเราอาจจะไปล่วงเกินในสิ่งที่มองไม่เห็น อย่างเช่นว่าเสียงที่ดังเอ็ดตะโรอยู่เพราะว่าใช้เครื่องไฟ เครื่องดนตรีต่าง ๆ นั้น อาจจะไปรบกวนความสงบของบรรดาท่านทั้งหลายที่อยู่รอบบริเวณนั้น เรื่องพวกนี้จึงจำเป็นที่จะต้องบอกกล่าวให้ชัดเจน

อีกส่วนหนึ่งก็คือขอความปลอดภัยให้กับผู้ที่มาร่วมงาน ไม่ว่าท่านทั้งหลายจะเป็นพระภิกษุ สามเณร แม่ชี ฆราวาสหญิงชายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อย่างไรเสียก็ขอให้ปลอดภัย ไม่เช่นนั้นแล้วถ้าเกิดมาร่วมงานของเรา แล้วเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บล้มตาย ก็น่าจะทำให้เกิด "ชื่อเสีย" แก่วัดมากกว่า "ชื่อเสียง"

ครั้นทำการบวงสรวงบอกกล่าวเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพก็กลับเข้าที่พัก แต่ว่าไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ทุกคนคิด เนื่องเพราะว่ายังจะต้องมาทำเอกสารต่าง ๆ ในการเดินทางไปนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะการถ่ายรูปใหม่ให้เป็นปัจจุบัน ยังโชคดีที่ว่าสมัยนี้ ใช้การถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือ แล้วส่งให้กับทางเอเย่นต์เขาไปปรับแต่งเอาเองได้

จากนั้นก็ยังมีการเข้าไปสมัครสมาชิกของสายการบินไทย เพื่อที่จะได้สะสมไมล์ต่อ หลังจากที่ทิ้งมาหลายปี จนกระทั่งขาดอายุไปแล้ว การสมัครก็วุ่นวายเหลือเกิน เนื่องเพราะว่าเป็นพระ แต่ถ้าไม่ใส่คำนำหน้าว่า MR. เครื่องก็ไม่ยอมรับเสียด้วย กว่าจะหาสาเหตุเจอว่าทำไมสมัครไม่สำเร็จก็งมอยู่เป็นนาน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 7 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #3  
เก่า วันนี้, 01:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,938
ได้ให้อนุโมทนา: 161,326
ได้รับอนุโมทนา 4,533,375 ครั้ง ใน 37,555 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จากนั้นก็ได้ออกไปยังหน้าวัด เพื่อรอพิธีการสวดพระพุทธมนต์และเลี้ยงพระ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่อดีตเจ้าเมืองหน้าด่านทั้ง ๗ หัวเมืองของจังหวัดกาญจนบุรี และบริวารทั้งหลายของท่านด้วย ด้วยความที่ว่าพวกเราพร้อมกันแล้ว จึงมีการเร่งรัดกระผม/อาตมภาพ บอกว่าให้ลงมือได้เลย แต่ขอโทษเถอะ..ท่านทั้งหลายมองข้ามอะไรไปหรือเปล่า ? เรื่องของพระ เรื่องของเทวดานั้น ทุกอย่างตรงไปตรงมา บอกว่าเวลาไหนก็ต้องเป็นเวลานั้น..!

ถ้าทุกท่านสังเกตจะเห็นว่าการบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย เพื่อขออนุญาตจัดงานใหญ่ต่าง ๆ ของวัดท่าขนุนนั้น มักจะเป็นเวลา ๗ โมงครึ่งเสมอ เนื่องเพราะว่าท่านให้เวลามาอย่างนั้น ถ้าเราผิดเวลาก็อาจจะเป็นการผิดนัดหมาย แล้วท่านไม่อนุเคราะห์สงเคราะห์ หรือว่าเราตั้งใจจะทำอะไรให้ท่าน แล้วเราผิดเวลา อาจจะมีบุคคลอื่นมารับแทน..!

อย่างเช่นว่าการบวงสรวงบอกกล่าว ท่านเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์นั้น จะต้องใช้เวลาในช่วงเช้า ก็คือ ๐๗.๕๐ น. ถ้าหากว่าเป็นเวลาช่วงบ่ายก็คือ ๑๔.๕๐ น. ถ้าผิดไปจากเวลานี้แล้ว "ท่านไปล่" จะเป็นคนรับแทน ในเมื่อมีคนรับแทน เนื่องเพราะว่าท่านเกี่ยวเนื่องกัน แต่ความสามารถไม่เท่ากับเสด็จในกรมฯ ก็เป็นอันว่าเวรกรรมของเราเองที่ไปทำผิดเวลา..!

ดังนั้น..กระผม/อาตมภาพจึงต้องรอจนกระทั่ง ๑๐ โมงครึ่ง ถึงได้เริ่มพิธีในการสวดพระพุทธมนต์และเลี้ยงพระ เพื่อที่จะอุทิศส่วนกุศลให้กับท่านทั้งหลายตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ กว่าที่จะเสร็จสรรพเรียบร้อย กว่าที่จะฉันเพลเสร็จ ก็เป็นอันว่าเวลาทุกอย่างลงตัวพอดี

ส่วนที่เหลืออยู่ก็มอบให้กับคณะกรรมการทั้งหลายที่แต่งตั้งเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ คณะกรรมการตลาดริมแควเมืองท่าขนุน คณะกรรมการชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ตลอดจนกระทั่งบรรดาชุมชนต่าง ๆ ทั้งชุมชนคุณธรรมต้นแบบวังท่าขนุน ชุมชนคุณธรรมต้นแบบริมฝั่งแควน้อย และชุมชนคุณธรรมต้นแบบพัฒนาทองผาภูมิ ให้เขาทั้งหลายเหล่านั้นรับหน้าที่การงานต่อ

ส่วนตัวกระผม/อาตมภาพเองก็ต้องเข้ามา เพื่อที่จะดูแลเรื่องหน้าที่การงานต่าง ๆ ภายในวัด โดยเฉพาะการติดต่อประสานงาน ในโครงการจาริกธุดงค์ธรรมยาตราเลาะริมแควเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนมายุ ๗๔ พรรษา ซึ่งทางกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ และกำหนดว่าให้มาเดินทางด้านริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย

กระผม/อาตมภาพในฐานะเจ้าของสถานที่ จึงต้องรับผิดชอบในการติดต่อประสานงาน ไม่ว่าจะจุดเริ่มต้น จุดที่พักระหว่างทาง ตลอดจนกระทั่งจุดสุดท้ายที่เป็นวัดท่าขนุนเอง แล้วยังต้องประสานงานหาแม่ครัวในการทำอาหารเพื่อที่จะถวายพระทั้ง ๗๕ รูป ซึ่งมาเข้าร่วมโครงการ

เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าเส้นทางนี้นั้น ไม่สามารถที่จะบิณฑบาตได้ แล้วในขณะเดียวกัน เราไปรบกวนเจ้าของสถานที่ด้วยการพักค้างคืนและอาหารเช้า ก็ถือว่ารบกวนท่านมากแล้ว เรื่องของอาหารเพล น้ำดื่ม น้ำปานะ จึงต้องดูแลแทนท่านทั้งหลายเหล่านั้น ก็คือขอให้ญาติโยมรับเอางบประมาณไป แล้วจัดหาสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ วิ่งไปรออยู่ตามจุดที่คาดว่าท่านจะไปถึงช่วงเพล
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 7 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #4  
เก่า วันนี้, 01:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,938
ได้ให้อนุโมทนา: 161,326
ได้รับอนุโมทนา 4,533,375 ครั้ง ใน 37,555 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

นอกจากนั้นแล้ว ยังได้ติดต่อประสานงานกับหมอนุ้ย (แพทย์หญิงนวลจันทร์ เวชสุวรรณมณี) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทองผาภูมิ ในการขอรถและแพทย์พยาบาล เพื่อเตรียมรอปฐมพยาบาลท่านทั้งหลายในเบื้องต้น เนื่องเพราะว่าโครงการจะเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๙ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนมาก บุคคลที่ไม่เคยเดิน หรือว่าไม่เคยมาจังหวัดกาญจนบุรีนั้น จะไม่รู้ว่าอากาศด้านนี้ร้อนหนักขนาดไหน ?!

กระผม/อาตมภาพเองมาฝึกในช่วงที่รับราชการทหารอยู่ บริเวณกองพลทหารราบที่ ๙ ซึ่งในสมัยนั้นคือ "ค่ายกาญจนบุรี" ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็น "ค่ายสุรสีห์" ซึ่งอาศัยนามของสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้าในสมัยรัชกาลที่ ๑ เป็นนามของกองพลนั้น เมื่อผ่านการฝึกไปประมาณ ๑ อาทิตย์ กระผม/อาตมภาพรู้สึกคัน ๆ ที่ใบหู เมื่อเอามือจับดู เสียงดังกร๊อบ..! ปรากฏว่าหูตัวเองแตกออกมาเป็นแผ่น ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือร้อนจนผิวหนังลอก สามารถลอกคราบได้เป็นงูไปเลย..!

จึงเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่าท่านทั้งหลายที่เข้าโครงการ ถ้าอายุมากเกิน ๔๐ ปีไปแล้ว อาจจะไม่ไหว หรือว่าถึงอายุน้อย แต่ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บประจำตัวอยู่ ก็อาจจะไม่ไหวเช่นกัน จึงต้องติดต่อประสานงาน ขอรถและแพทย์พยาบาล เพื่อเตรียมทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น หรือถ้าอาการหนัก ก็อาจจะต้องส่งโรงพยาบาล ถ้าอาการไม่หนักมากนัก ก็อาจจะต้องอาศัยรถไปส่งท่านนั้นที่จุดหมายปลายทางของแต่ละวัน ดังนั้น..เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโต แต่ว่ากว่าจะเสร็จงานแต่ละอย่างก็ทำให้กินเวลาไปเสียหมด

แล้วกระผม/อาตมภาพเองก็ยังต้องออกไปหน้าวัด เพื่อชมการแสดงของเด็กนักเรียนต่าง ๆ และรอที่จะมอบรางวัลให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น เนื่องเพราะว่าในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมินั้น กระผม/อาตมภาพสนับสนุนให้ทุกโรงเรียนทำการแสดงออก ในเรื่องของนาฏศิลป์และวัฒนธรรมต่าง ๆ ของแต่ละท้องถิ่น โดยเฉพาะความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของอำเภอทองผาภูมิ ทำให้การทำงานด้านวัฒนธรรมนั้นค่อนข้างจะง่าย

แต่การที่ให้ท่านทั้งหลายฝึกซ้อมการแสดงแล้ว ถ้าเราไม่มีเวทีให้ เขาก็ไม่รู้จะฝึกซ้อมไปทำอะไร ถ้าหากว่ามีเวทีให้แล้ว ก็ยังต้องมีรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เด็กทั้งหลายด้วย ซึ่งแต่ละปีนั้น กลับไปตกอยู่ที่ร้านค้าเสียมากกว่า เนื่องเพราะว่าเด็ก ๆ พอรับรางวัลไป ก็มักจะวิ่งไปซื้อข้าวของที่ตนเองชอบ โดยเฉพาะบรรดาอาหารและเครื่องดื่มของโปรดของตนเอง ที่ปกติจะซื้อจะหาก็ต้องคิดแล้วคิดอีก แต่ถ้าหากว่าได้รับรางวัลจากหลวงพ่อไปแล้ว ถือว่าเป็นเงินของตนเอง สามารถที่จะใช้ซื้อในสิ่งที่ตนเองชอบได้ กลายเป็นว่าร้านค้าต่างหากที่ได้รับผลประโยชน์จากหลวงพ่อมากกว่า..!

เมื่อวานนี้การแสดงของ ๕ โรงเรียน รวมแล้วนักแสดง ๕๐ คน กระผม/อาตมภาพแจกรางวัลไป ๑๕,๐๐๐ บาท วันนี้ก็คาดว่าไม่ได้น้อยกว่ากัน ถ้าหากว่ามีชุมชนแทรกเข้ามาด้วย ก็อาจจะมากกว่าเสียอีก จึงต้องมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 4 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 4 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:59



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว