กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 17-02-2026, 16:22
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,598
ได้ให้อนุโมทนา: 227,910
ได้รับอนุโมทนา 830,846 ครั้ง ใน 41,046 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 18-02-2026, 00:26
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,518 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพไปร่วมทำวัตรเช้า ตลอดจนกระทั่งเจริญพระกรรมฐาน กับผู้เข้าฝึกซ้อมอบรมเพื่อสอบความรู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประจำปี ๒๕๖๙ ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดบางช้างเหนือ ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

เมื่อเจริญพระกรรมฐานแล้ว ก็ได้ให้โอวาทกับทุกรูปว่า คำว่า "พระอุปัชฌาย์" นั้น แปลความหมายหนึ่งว่า "ผู้เพ่งดูโดยตระหนัก" อันดับแรกก็คือตรวจดูคุณสมบัติของกุลบุตรที่จะมาบรรพชาอุปสมบท ให้ครบถ้วนถูกต้องตามพระธรรมวินัย และไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง

อันดับที่สอง ตรวจตราควบคุมดูการอุปสมบทให้เป็นไปโดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย

แต่ว่าหลังจากนั้นแล้ว หน้าที่ของเราก็คือปกครอง ดูแล สั่งสอน ให้การศึกษา ตลอดจนกระทั่งออกหนังสือสุทธิยืนยันการบรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรนั้น ๆ ตลอดจนกระทั่งควบคุมการย้ายสังกัดของบรรดาสัทธิวิหาริกที่พรรษายังไม่พ้น ๕

แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เรามักจะพิจารณาหรือเพ่งดูอย่างไรก็ไม่ถึง ได้แก่ประเภทที่ ๑ บรรดาคนโกงที่ตั้งใจจะบวชเข้ามา สามารถที่จะดัดจริตเป็นคนดีต่อหน้าเราได้ จนกระทั่งบวชสำเร็จเป็นพระภิกษุขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นจึงได้ออกลาย ว่ายากสอนยาก ถ้าเป็นบุคคลประเภทนี้ ควรที่จะจับสึกให้หมด จะได้ไม่เหลือเอาไว้ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย..!

ประเภทที่ ๒ ก็คือบรรดาผู้ชายเรียบร้อย ซึ่งจริตกิริยาออกไปทางผู้หญิง ถ้าเป็นวัดท่าขนุนของกระผม/อาตมภาพ อนุญาตให้บวชได้ เนื่องเพราะว่าสภาพร่างกายของท่านเป็นชายโดยครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ว่าจะมีข้อตกลงกันว่า "เก็บอาการให้อยู่ ถ้าหากว่าเก็บอาการไม่อยู่เมื่อไร ต้องสึกสถานเดียวเท่านั้น..!" เพราะว่าถ้าอยู่ต่อไปเมื่อไร ก็จะสร้างความเสียหาย หรือความเสื่อมศรัทธาแก่ผู้ที่พบเห็น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-02-2026 เมื่อ 00:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 18-02-2026, 00:27
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,518 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ประเภทสุดท้ายคือบุคคลที่มีจิตวิปริต ถ้าไม่ได้อยู่ร่วมกันนาน ๆ ก็จะไม่รู้ว่าเขามีจริตนิสัยเป็นอย่างนั้น ตัวกระผม/อาตมภาพเคยให้การอุปสมบทไปแล้ว ปรากฏว่าเวลาดึก ๆ ไปเที่ยวไล่เคาะประตูของพระภิกษุรูปอื่น ซึ่งหน้าตาเป็นที่ต้องตาต้องใจของท่าน

กระผม/อาตมภาพจับผิดได้ก็เรียกตัวมาสอบสวน แต่ท่านเองปฏิเสธ บอกว่าคนอื่นกล่าวหาท่าน กระผม/อาตมภาพจึงต้องให้พระเจ้าหน้าที่ ดึงเอารูปของท่านในกล้องวงจรปิดออกมายืนยัน เนื่องเพราะว่าวัดท่าขนุนนั้นมีกล้องวงจรปิดอยู่ ๕๐ ตัว ซึ่งได้ช่วยราชการทางตำรวจบ่อยมาก สาเหตุเพราะว่าถ้ามีคนก่อคดีแล้วหนีข้ามฝั่งมาทางฝั่งท่าขนุน ก็มักจะปรากฏภาพอยู่ในกล้องวงจรปิดของทางวัด ทำให้สามารถช่วยราชการตำรวจได้หลายต่อหลายครั้ง เมื่อท่านเห็นดังนั้นก็ยอมรับว่ากระทำจริง ๆ แต่พอให้ไปเอาเสื้อผ้ามาเพื่อสึกหาลาเพศ ท่านกลับหนีไปเสียก่อน..!

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเจ้าคณะอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง โทรศัพท์มาถึงกระผม/อาตมภาพ แจ้งว่าพระภิกษุชื่อนั้น ฉายานั้น ได้ไปอาสาเป็นพี่เลี้ยงในงานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน แล้วทำการล่วงละเมิดสามเณร ยังโชคดีว่าสามเณรโวยวายขึ้นมาก่อน จึงทำให้สามารถจับตัวเอาไว้ได้ ตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีพยานหลักฐานชัดเจนมาก หลวงพ่อจะให้ทำอย่างไร ?

กระผม/อาตมภาพแจ้งว่าให้ลาสิกขาไปเลย ไม่ต้องเกรงใจ เนื่องเพราะว่าบรรดาท่านที่เป็นพระอุปัชฌาย์ด้วยกัน ส่วนใหญ่ก็จะมีความเกรงใจ รู้ว่าเป็นสัทธิวิหาริกที่ผู้ใดบวชให้ ก็จะติดต่อมาสอบถามวิธีการจัดการเสียก่อน

พระอุปัชฌาย์บางรายรักลูกศิษย์มาก ถึงขนาดขอรับตัวกลับไป แล้วอีกไม่นานก็ออกลาย ไปอาละวาดในที่ใหม่ต่อไปก็มี กระผม/อาตมภาพเจอพระอุปัชฌาย์ประเภทนี้มาแล้ว แต่ว่ารายนั้นเมื่ออนุญาตให้หลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอแม่ทะทำการสึกหาลาเพศไป อีกไม่นานก็ไปอุปสมบทใหม่อยู่ทางด้านจังหวัดชลบุรี แล้วก็เข้าไปเรียนอยู่ในวิทยาลัยสงฆ์เสียด้วย ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีบุคคลที่ถูกตาต้องใจท่านอยู่ที่นั่นหรือไม่ ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-02-2026 เมื่อ 01:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 18-02-2026, 00:33
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,518 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องพวกนี้ ต่อให้พระอุปัชฌาย์เป็น "ผู้เพ่งดูโดนตระหนัก" อย่างไรก็ตาม ก็ย่อมดูไปไม่ถึงจริตนิสัยหรือสันดานภายในที่แท้จริงของเขา ต้องมาตามแก้ไขปัญหากันทีหลัง แม้ว่ากระผม/อาตมภาพจะมีความเด็ดขาดขนาดไหนก็ตาม แต่เวลาเจอคนโกงเข้า บางทีก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทันเหมือนกัน ยังดีที่ว่าท่านไปจนมุมต่อหลักฐานในที่อื่น แล้วก็ได้เจ้าของพื้นที่ท่านเมตตาช่วยจัดการให้ จึงขอฝากข้อคิดไว้ให้กับ "ว่าที่พระอุปัชฌาย์" ทั้งหลาย ในการที่ท่านจะไปบริหารจัดการสัทธิวิหาริกของตน เมื่อสอบผ่านได้รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ไปแล้ว

เมื่อปล่อยท่านไปทำธุระส่วนตัวและฉันเช้ากันเรียบร้อยแล้ว ก็มาเข้าการซักซ้อมพิธีอุปสมบทกรรมภาคปฏิบัติ แต่ละรูปต้องจับสลากว่าใครรับหน้าที่อะไร ? อย่างเช่นว่าท่านไหนเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านไหนเป็นคู่สวด ท่านไหนเป็นพระอันดับ ท่านไหนเป็นเจ้านาค ท่านใดเป็นพ่อแม่ของนาค มีกระทั่งผู้ที่เป็นทายกหรือว่าพิธีกรอีกด้วย

เมื่อควบคุมการซักซ้อมพิธีอุปสมบทกรรมภาคปฏิบัติไปจน ๙ โมงเช้า กระผม/อาตมภาพก็กราบขออนุญาตต่อพระเดชพระคุณพระราชวชิรโมลี (สมชาย พุทฺธญาโณ ป.ธ. ๗) รักษาการเจ้าคณะภาค ๑๔ เรียนถวายท่านว่า มีนัดกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ. ๙, Ph.D.) ไว้ที่วัดสามพระยา วรวิหาร ขออนุญาตเดินทางไปพบท่านก่อน

เมื่อเดินทางมายังไม่ทันจะถึง พรรคพวกก็ส่งไลน์บ้าง โทรศัพท์บ้าง สอบถามว่า "ท่านประธานอยู่ที่ไหน ?" จึงต้องส่งกูเกิ้ลแม็พไปให้ดูว่าอีก ๑๐ กว่านาทีจะไปถึง โปรดใจเย็น ๆ รอก่อน..!

ครั้นเมื่อไปถึงแล้ว ก็หอบข้าวของที่ตั้งใจจะนำไปถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลกลงจากรถ ปรากฏว่าอันดับแรกเลย ทิดหยวก (นายบุญรวย ดิษฐบรรจง) ซึ่งรู้จักมักคุ้นกันมาเกิน ๓๐ ปีแล้ว พรวดพราดเข้ามายัดเงินให้ ตามมาด้วยบุคคลอีกหลายคน แล้วลูกพี่ของทิดหยวก ก็คือท่านพระครูสามารถ (พระครูขันติวรานุสิฐ) เจ้าอาวาสวัดน้อย (หลวงพ่อเนียม) เจ้าคณะตำบลโคกคราม เขต ๒ จังหวัดสุพรรณบุรี มายัดพระใส่มือมาองค์หนึ่ง บอกว่า "พิมพ์ผาลไถครับ" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่ถอนใจ รับเอาไว้พลางนึกในใจว่า "ทั้งลูกพี่ลูกน้องก็ชิงเอาบุญก่อนทั้งนั้น..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-02-2026 เมื่อ 01:03
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 18-02-2026, 00:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,518 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อเข้าไปนั่งรออยู่พักหนึ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลกก็ออกจากห้องพักมาต้อนรับ พวกเราถวายสักการะ ถวายปัจจัยไทยธรรมแล้ว ท่านก็ชวนคุยไปสารพัดเรื่อง แต่ด้วยความที่พระเดชพระคุณท่านจบปริญญาเอกมาจากประเทศอินเดีย หลายอย่างที่ท่านคุยจึงทำให้กระผม/อาตมภาพต้องแปลเป็นภาษาไทยให้กับเพื่อนฝูงได้ฟังอีกด้วย คุยไปคุยมาจนท่านถามว่าเป็นด็อกเตอร์เหมือนกันใช่ไหม ? ทำเอาพรรคพวกเริ่มฮากัน บอกว่า "ตอนนี้เป็นรองศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ครับ"

ส่วนที่นั่งอยู่ตรงหน้าหลวงพ่อนั่นก็คือพระวชิรวาที, ผศ.ดร. (กล้า วีรรตโน) รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร

ส่วนด้านข้างนั่นก็คือท่านเจ้าคุณพระวชิรปัญญากร (เชาวลิตร ชิตงฺกุโร) เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ (พระอารามหลวง) เจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง ซึ่งเคยเป็นเจ้าของที่ตั้งวิทยาลัยสงฆ์ระยองด้วย ท่านถึงได้เข้าใจว่าพวกเราแทบทั้งหมดนั้น จริง ๆ แล้วเป็นบุคลากรทางการศึกษาทั้งนั้น

แล้วหลวงพ่อท่านก็ปรารภในเรื่องของการที่พระสมัครสอบนักธรรมชั้นโท - ชั้นเอก แล้วขาดสอบเป็นจำนวนมาก ว่าให้ช่วยกันหาวิธี ทำอย่างไรไม่ให้พระขาดสอบ กระผม/อาตมภาพกราบเรียนท่านว่า "สมัยนี้ทัศนคติในการเรียนของพระภิกษุสามเณรเปลี่ยนไปมากครับ ท่านไม่ได้เรียนเพื่อให้รู้ ไม่ได้เรียนรู้เพื่อไปสั่งสอนคนอื่น แต่ท่านเรียนเพื่อให้จบ มีคุณสมบัติพอที่จะรับตำแหน่งโน้นตำแหน่งนี้เท่านั้น"

พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลกจึงได้บ่นว่า "มิน่าล่ะ..บางคนจบปริญญาโทมาแล้ว ถามอะไรก็ตอบไม่รู้เรื่องสักอย่างหนึ่ง" กระผม/อาตมภาพจึงกราบเรียนท่านไปว่า "เรื่องนี้กระผม/อาตมภาพบ่นปากเปียกปากแฉะมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ว่านิสัยของคนสมัยนี้ค่อนข้างจะมักง่าย เรียนขอให้ได้จบ มีความรู้หรือไม่มีก็ไม่เป็นไร เนื่องเพราะว่ามีคุณสมบัติที่ทางตำแหน่งหน้าที่เขาต้องการครบถ้วน ก็เป็นอันว่าใช้ได้" ทำเอาพระเดชพระคุณท่านถึงขนาดถอนใจใหญ่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-02-2026 เมื่อ 01:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 18-02-2026, 00:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,518 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อคุยกันยันเพล ท่านก็ได้ถวายภัตตาหารเพลให้แก่คณะของกระผม/อาตมภาพด้วย ฉันเพลไปก็คุยกันไปจนกระทั่งอิ่มทั้งคาวทั้งหวาน ท่านก็ยังคุยอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะบอกว่า "พวกท่านมีงานอะไรกันหรือเปล่า ? ผมเองตอนนี้เป็นคนตกงาน มีแค่ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสามพระยา วรวิหาร กับรองแม่กองธรรมสนามหลวงในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลางเท่านั้น"

กระผม/อาตมภาพกราบเรียนท่านว่า "ผมตกงานหนักกว่าหลวงพ่ออีก เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ถ้าหากว่าเจ้าคณะจังหวัดท่านไม่ปรึกษาก็ว่างงานเลยครับ..!" ทำเอาทุกคนหัวเราะเฮฮากันในวงข้าว

ครั้นให้พรแล้ว ก็กราบขออนุญาตลาท่านออกมา เนื่องเพราะว่าพรุ่งนี้ยังจะต้องไปเพื่อสนับสนุนสนามในการสอบอบรมพระอุปัชฌาย์ทั่วประเทศของวัดสามพระยา วรวิหาร แต่เช้ามืดอีก ครั้นเดินทางถึงที่พักแล้วก็ยังอยู่นิ่งไม่ได้ เนื่องเพราะว่าจะต้องเตรียมข้าวของต่าง ๆ สำหรับไปผจญภัยที่ประเทศญี่ปุ่น จึงต้องมานั่งบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเสียก่อน จากนี้แล้วถึงจะได้จัดข้าวของลงกระเป๋ากันต่อไป

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-02-2026 เมื่อ 01:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:21



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว