กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 08-02-2026, 19:45
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,613
ได้ให้อนุโมทนา: 227,913
ได้รับอนุโมทนา 831,174 ครั้ง ใน 41,065 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 09-02-2026, 00:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,653 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อคืนกระผม/อาตมภาพเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ ๓ ทุ่มครึ่ง แต่กว่าจะรอกระเป๋ามาถึงก็เล่นเอา ๕ ทุ่มกว่า ไม่ทราบว่าเกิดไปล่าช้าตรงไหน ?

โดยเฉพาะตนเองมีแค่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องใบเดียว แต่ว่า "มาดามชวง" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) มีกระเป๋าที่โหลดเข้าใต้ท้องเครื่องด้วย จากการสันนิษฐานคาดว่า ด้วยความที่เป็นคนทำอะไรเร็ว โหลดกระเป๋าก่อนก็เลยออกมาทีหลัง ก็คือของคนอื่นที่ช้ากว่าก็จะเข้าไปซ้อน ๆ ๆ กันอยู่ แล้วพอถึงเวลาที่เขาโหลดออกมาให้เรา ก็ต้องเอาจากข้างนอกเข้าไป ดังนั้น..กว่าจะเข้าถึงที่พักวัดอุทยาน ก็เที่ยงคืนกว่า เลยเวลานอนไปแล้ว จึงนั่งทำงานโน่นนี่นั่นไปเรื่อย

โดยเฉพาะงานเอกสารต่าง ๆ ที่ค้างคามาหลายวัน แล้วตี ๕ ครึ่งก็เดินทางไปวัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อร่วมทำวัตรเช้ากับบรรดาผู้เข้าอบรมบาลีก่อนสอบปี ๒๕๖๙ ที่นั่น

พวกท่านทั้งหลายบางทีก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงต้องทรมานตัวเองขนาดนั้น ? ก็คือมีโอกาสควรที่จะพักก่อน แต่ถ้าทุกท่านรู้ว่าถ้าคนที่เข้ารับการอบรม เจอหน้าพระผู้ใหญ่ที่ตนเองคุ้นเคย ก็จะมีกำลังใจว่าไม่ถูกทอดทิ้ง เนื่องเพราะว่าบางวัดไปส่ง แล้ว ๑๐ วันให้หลังค่อยไปรับ บางวัดหนักกว่านั้นอีก ส่งชื่อสมัครให้ แล้วปล่อยให้ตะเกียกตะกายไปกลับเอง มีคนคอยไปไต่ถามสารทุกข์สุกดิบก็จะรู้สึกดีขึ้น มีกำลังใจในการอบรมมากขึ้น..!

เมื่อทำวัตรและฉันเช้าร่วมกับทุกรูปแล้ว กระผม/อาตมภาพก็วิ่งต่อมาที่วัดพระแท่นดงรัง วรวิหาร ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องเพราะว่ามีการฝึกซ้อมอบรมผู้จะเข้าสอบความรู้เป็นพระอุปัชฌาย์ปี ๒๕๖๙ ของคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งปีนี้มีผู้เข้ารับการฝึกซ้อมอบรมอยู่ทั้งหมด ๑๐ รูปด้วยกัน กระผม/อาตมภาพไปบรรยายถวายความรู้ ให้ท่านทราบว่าข้อสอบจะออกอะไรบ้าง ปรากฏว่าบรรยายเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่เตรียมข้อสอบให้มาซ้อมทำ ออกตรงทั้ง ๑๐ ข้อเลย..! จบกันแค่นั้น

สำหรับการเดินทางไปดูงานที่ประเทศจีนของคณะพระอุปัชฌาย์รุ่นที่ ๕๑ ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ที่กระผม/อาตมภาพเป็นประธานรุ่นอยู่นั้น สิ่งที่ทุกคนบอกว่าได้มากที่สุดคือ เรื่องความสะอาดของสถานที่ ไม่น่าเชื่อว่าประเทศจีนกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนั้น โดยเฉพาะกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน ตระเวนอยู่ ๕ วัน ไม่เจอเศษขยะแม้แต่ชิ้นเดียว..! หลายท่านถึงกับปรารภว่า บ้านเขาใหญ่โตขนาดนี้ ทำไมถึงรักษาความสะอาดได้จนกระทั่งหาใบไม้สักใบที่ตกอยู่ก็ยังไม่มี ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-02-2026 เมื่อ 03:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 09-02-2026, 00:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,653 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อีกส่วนหนึ่งก็คือ "การปกครองคนหมู่มาก ต้องมีระบบที่ดีและมีความเด็ดขาดด้วย" ดังนั้น..ประเทศจีนจึงใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการตรงนี้ เก็บอัตลักษณ์ของประชาชนทุกคน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้าไปประเทศของเขา โดยเฉพาะการจดจำด้วยการสแกนใบหน้า รัฐบาลจีนลงทุนด้วยการติดกล้องวงจรปิดทุกซอกทุกมุม ถ้ามีคนทะเลาะกัน หรือมีการก่ออาชญากรรม ไม่เกิน ๕ นาทีตำรวจจะไปถึง เนื่องเพราะว่าใช้ AI ในการคุมระบบ ภาพผิดปกติเมื่อไรจะรายงานทันที แล้วกฎหมายของเขาก็ลงโทษแรงมาก..!

ดังนั้น..ช่วงหลัง ๆ กระผม/อาตมภาพบางทีก็วางข้าวของทิ้งส่งเดช เพื่อที่จะไปถ่ายรูปสถานที่ต่าง ๆ ของเขา แล้วขากลับจึงเดินมาหยิบคืน โดยเฉพาะกระบอกน้ำลิตรครึ่ง ซึ่งถ้าถือไปนาน ๆ ก็หนักน่าดู แต่ก็เป็นการวางแบบเล็งแล้วว่า ตรงบริเวณนั้นอยู่ภายใต้การครอบคลุมของโทรทัศน์วงจรปิด พูดง่าย ๆ ก็คือต่อให้วางล่อตาเอาไว้ ก็ไม่มีใครกล้าคิดขโมย เนื่องเพราะว่าถ้าโดนจับได้ก็หมดอนาคตเลย..!

อีกส่วนหนึ่งก็คือ "ความสะดวกคล่องตัวของระบบการจ่ายเงิน" แม้กระทั่งการทำบุญในวัดวาอาราม หรือบูชาวัตถุมงคลก็ใช้การสแกนจ่ายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น WeChat Pay หรือ Ali pay ต้องบอกว่าเขาสามารถอยู่ได้โดยเป็นสังคมไร้เงินสด พวกเราที่ถือเงินสดไปมักจะสร้างความลำบากให้กับเขา เพียงแต่ว่าการบริหารตรงจุดนี้ บ้านเรายังทำได้แค่บังคับให้ทุกวัดทำการรับบริจาคออนไลน์ ซึ่งหลายวัดก็ไม่เห็นประโยชน์ ไม่คิดจะทำ เพราะว่าทำไปแล้วก็หาคนบริจาคไม่ได้..!

แต่ว่าในส่วนที่เพื่อนพระอุปัชฌาย์ปรารภก็คือ "ได้ดูท่านประธานทำอะไรแล้ว เก็บความรู้ไปได้มากที่สุด" สรุปว่า "มึงจะไปถึงเมืองจีนทำไมวะ ?" เพราะว่า
"การตรงต่อเวลา" ก็ดี "ความเคร่งครัดต่อวัตรปฏิบัติของตน" ก็ตาม เป็นสิ่งที่ทุกคนบอกว่า ถ้าสามารถทำได้แบบนี้ ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมประธานรุ่นถึงมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป เพราะว่า "ต่อหน้าหรือลับหลังก็ทำเหมือนกัน ไม่มีนอกไม่มีในกับใครทั้งนั้น" เพื่อนฝูงทำผิดทำพลาด ก็อาศัยความเป็นประธานรุ่นด่าไปเลย..!

จนกระทั่ง "ท่านเจ้าคุณกล้า" - พระวชิรวาที, ผศ.ดร. (กล้า วีรรตโน) รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนร่วมรุ่นเรียนปริญญาเอกมาด้วยกัน และเป็นเพื่อนพระอุปัชฌาย์ด้วยกัน ถึงขนาดพูดในลักษณะตัดบทก่อนว่า "เรื่องนี้เจ้านายอย่าเพิ่งด่าผม ถ้าจะด่าให้ส่งเข้าไลน์ส่วนตัว" พูดง่าย ๆ ว่าทำผิดแล้วยังอุตส่าห์รักษาหน้าตัวเองอีก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-02-2026 เมื่อ 03:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 09-02-2026, 00:47
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,653 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..หลายท่านที่เรียนหนังสือร่วมรุ่นกับกระผมมาตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท จนจบปริญญาเอก ถึงขนาดเปลี่ยนแนวความคิด เปลี่ยนการปฏิบัติของตนเอง มาทำตามกระผม/อาตมภาพไปโดยปริยาย ครูบาอาจารย์บางท่านก็บอกว่ากระผม/อาตมภาพไม่ควรที่จะเรียนในมหาวิทยาลัยสงฆ์ แต่ให้ออกไปเรียนมหาวิทยาลัยข้างนอก โดยที่บอกว่า "ไม่เกิน ๓ เดือน ท่านสามารถเอาเขาเป็นลูกศิษย์ได้หมดทั้งมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน" กระผม/อาตมภาพที่ไม่มีเป้าหมายตรงนี้ จึงไม่ได้คิดจะทำตามที่ท่านอาจารย์บอกมา..!

ดังนั้น..ท่านทั้งหลายต้องตระหนักว่า การที่จะทำตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่นได้นั้น เราต้องเคร่งครัดต่อการปฏิบัติตามหลัก ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ว่าจะมีกิจการงานอะไรก็ตาม ต้องไม่ทิ้งหน้าที่ของตนเอง คือการภาวนา โดยเฉพาะตอนขากลับ เครื่องต้องใช้เวลาบินถึง ๔ ชั่วโมงครึ่ง พอขึ้นเครื่องได้ ท่านเจ้าคุณกล้าก็ส่งหูฟังมาให้ บอกว่า "ลูกพี่จะได้ดูหนังที่ตัวเองชอบ..!"

กระผม/อาตมภาพส่งคืน บอกว่า "เวลานี้เป็นเวลาปฏิบัติธรรมของกู..!" ว่าแล้วก็เข้าสมาธิตั้งแต่เครื่องออก ผ่านไป ๔ ชั่วโมง ลืมตาขึ้นมาตอนเครื่องกำลังลดระดับลง พูดง่าย ๆ ว่าลากยาวทีเดียว ๔ ชั่วโมง เพราะว่าถ้านั่งเฉย ๆ อย่างเดียวโดยที่ไม่มีกิจกรรมอื่นทำแบบคนอื่นเขา บางท่านอาจจะถึงขนาดคลุ้มคลั่งไปแล้ว..! แต่ถ้าท่านเข้าสมาธิอยู่ จะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปนิดเดียวเท่านั้น เป็นเรื่องที่ทุกท่านเริ่มเข้าใจแล้วว่า
กว่าที่กระผม/อาตมภาพมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้นั้น ต้องผ่านความลำบากมาแค่ไหน ไม่ใช่ว่าเดินสบาย ๆ แล้วมาถึงตรงนี้ได้..!

การปฏิบัติในศีล ในสมาธิ ในปัญญาทุกอย่าง เราต้องอดทน ต้องพากเพียร โดยเฉพาะต้องทนแรงกระทบจากรอบข้าง โดยเฉพาะไอ้พวกที่ "มือไม่พายแต่เอาตีนราน้ำ" คอยจะ "บูลลี่" ให้พวกเราหมดกำลังใจอยู่เสมอ ซึ่งกระผม/อาตมภาพโดนมาตั้งแต่เด็กจึงเฉย ๆ แล้วท้ายที่สุดบางท่านก็บอกว่า "ถ้ารู้อย่างนี้ ผมทำตามตั้งแต่แรกก็สบายไปแล้ว" ซึ่งเรื่องพวกนี้
ส่วนใหญ่แล้วตอนเห็นก็มักจะไม่คิดจะทำตาม แต่พอคนอื่นประสบความสำเร็จ ก็อยากประสบความสำเร็จด้วย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-02-2026 เมื่อ 03:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 34 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 09-02-2026, 00:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,653 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จึงกลายเป็นว่าการไปดูงาน แทนที่จะได้ความรู้จากบ้านเขาเมืองเขา กลับได้สิ่งที่กระผม/อาตมภาพประพฤติปฏิบัติไปแทน หลายท่านถึงขนาดบอกว่า "ถ้ามีโอกาสขอเดินทางร่วมกับท่านประธานอีก" แต่กระผม/อาตมภาพก็ไม่ได้รับปาก เนื่องเพราะว่าครั้งนี้ก็ไม่ได้คิดจะไป ด้วยเหตุที่ว่าอีกไม่กี่วัน มีโปรแกรมที่ญาติโยมนิมนต์ไปญี่ปุน แต่เพื่อนพระอุปัชฌาย์บอกว่า "ถ้าประธานรุ่นไม่ไป เดี๋ยวงานกร่อย" จึงช่วยกันออกค่าทัวร์ ออกค่าห้องพักพิเศษให้ แต่กลายเป็นว่าต่อให้ไปก็งานกร่อย เพราะว่าไม่ค่อยจะคล้อยตามเขา อะไรที่ออกนอกลู่นอกทาง ก็ว่ากันตรง ๆ โดยอาศัยสิทธิ์ที่เป็นประธานรุ่น..!

แล้วในขณะเดียวกันก็ทำให้เขาเห็นว่า
เรื่องความสามารถพิเศษนั้นเป็นเรื่องปกติ ใครที่ทำได้ถึงตรงนี้ ก็มีความสามารถพิเศษ ซึ่งเป็นของแถมจากการปฏิบัติของทุกคนอยู่แล้ว พวกเขาก็สงสัยว่า ในเมื่อหนังสือเดินทางก็อยู่กับมัคคุเทศก์ ตั๋วกลุ่มที่จะสแกนเข้าสถานที่ก็อยู่ในมือถือของมัคคุเทศก์ ทำไมพระอาจารย์ผ่านได้ทุกด่าน ? อยากจะบอกเขาเหมือนกันว่า "ถ้าคุณทำได้ขนาดผม ก็ผ่านได้เหมือนกันแหละ" เพียงแต่ว่าเรื่องพวกนี้ ถ้าไม่จำเป็นแล้วอย่าไปใช้ กระผม/อาตมภาพใช้คำว่า "ถ้าถึงเรื่องสำคัญแล้ว "โควต้า" หมด จะเดือดร้อนกว่าที่คิด..!

ดังนั้น..ในเรื่องของการไปดูงานนั้น ส่วนหนึ่งเท่ากับว่าพาญาติโยมที่อุปถัมภ์อุปัฏฐากตนเองไปเที่ยว แต่ที่กระผม/อาตมภาพไปก็คือไปสร้างบุญสร้างกุศล อะไรที่เป็นบุญ พยายามทำให้มากที่สุด อะไรที่ผิดไปจากศีลจากธรรมก็หลีกเลี่ยงให้มากที่สุด จึงเป็นแนวทางที่ท่านทั้งหลาย ถ้าหากว่าต้องเดินทางไปต่างประเทศ โปรดพยายามยึดถือและปฏิบัติตามด้วย ครูบาอาจารย์ เจ้าที่เจ้าทางต่าง ๆ เขาจะช่วยเหลือก็ต่อเมื่อท่านมี "ต้นทุน" ที่เพียงพอ คำว่า "ต้นทุน" ในที่นี้ ก็คือความเคร่งครัดใน ศีล สมาธิ ปัญญา ที่พอจะให้เขาเกรงใจและช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่าทำอะไรมั่วไปหมด ผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่ไปหวังความช่วยเหลือ ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรอชาติหน้าบ่าย ๆ โน่น..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-02-2026 เมื่อ 03:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:13



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว