กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 27-01-2026, 19:55
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,457
ได้ให้อนุโมทนา: 227,628
ได้รับอนุโมทนา 826,563 ครั้ง ใน 40,826 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 37 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,892
ได้รับอนุโมทนา 4,529,172 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๒๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เพิ่งจะเริ่มปีใหม่ไม่นาน คณะสงฆ์เราก็มีผู้เสียชีวิตอีกแล้ว เริ่มจากพระซุย กิตฺติสาโร พระลูกวัดทองผาภูมิ เสียชีวิตด้วยอายุ ๗๒ ปี พรรษา ๒๒ ซึ่งจะว่าไปแล้ว "ท่านซุย" เป็นพระที่อ่อนน้อมถ่อมตนมาก แม้ว่าจะบวชเมื่ออายุมากแล้ว แต่ก็เป็นพระหลวงตาประเภทเดียวกับ "หลวงตาอ่อง" (พระอ่อง ทีฆายุโก) วัดท่าขนุนของเรา ไม่เคยทำตัวให้มีปัญหาจนเจ้าอาวาสต้องเดือดร้อนอะไรเลย จนกระทั่งวันนี้ตอนที่ไปเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมจบ ยังมีพระสังฆาธิการบางท่านพูดเข้าหูว่า "ไอ้ที่ดี ๆ ก็มรณภาพกันหมด"

อีกท่านหนึ่งก็โยมแม่ของพระครูศิริวรรณโสภิต, ดร. เจ้าอาวาสวัดธารน้ำร้อน เจ้าคณะตำบลท่าขนุน เขต ๒ ก็คือคุณแม่วิรัช ทับเที่ยง เสียชีวิตด้วยอายุ ๘๐ ปี แสดงให้พวกเราเห็นอย่างชัดเจนว่าเรื่องของสังขารไม่เที่ยง ต้องเร่งพิจารณาให้เห็นชัดเจน จะได้ไม่หวั่นเกรงต่อมรณภัยที่มาถึง

เนื่องเพราะว่าร่างกายนี้ไม่มีอะไรเป็นเราเป็นของเรา เมื่อถึงเวลาร่างกายอยู่ไม่ไหว ก็ตายก็พังลงไป ตัวเราคือจิตที่มาอยู่อาศัยตามบุญตามกรรมของเรา เปรียบเหมือนกับคนขับรถ เมื่อรถพัง ก็เปิดประตูลงไปหารถคันใหม่ต่อไป ถ้าสร้างบุญเอาไว้ดี ก็ได้รถสวย ๆ แพง ๆ ใช้งานได้ดี ถ้าสร้างกรรมไว้มากก็ได้รถโปเก ขับไปซ่อมไป เป็นเรื่องปกติ

ดังนั้น..เรื่องพวกนี้ถ้าเราพิจารณาเห็นชัดเจนก็จะรู้ว่า ร่างกายส่วนร่างกาย จิตใจส่วนจิตใจ ในเมื่อร่างกายนี้หาความเที่ยงแท้แน่นอนไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือเร่งสร้างบุญกุศลใน ศีล สมาธิ ปัญญา ให้มากเข้าไว้ ถึงเวลาจะได้มีความองอาจแกล้วกล้า ไม่หวั่นเกรงต่อความตาย เพราะว่ามั่นใจในคุณงามความดีที่ตนเองทำไว้ด้วยดีแล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,892
ได้รับอนุโมทนา 4,529,172 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ก็ขอเพิ่มอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือที่ตำบลสำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ ในงานศพมีผีเข้าพระ..! ผีเข้าพระได้ไหม ? ต้องได้สิ..ไม่ได้แล้วเขาจะเข้าแบบนั้นอย่างไร ? ถ้าหากว่าหลายท่านอ่านพระไตรปิฎก จะเห็นบอกไว้อย่างชัดเจน อย่างเช่นในวินัยปิฎก เหตุของการสวดพระปาฏิโมกข์ย่อประการหนึ่ง ก็คือผีเข้าภิกษุในที่นั้น..!

เราจะเห็นว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าระบุเอาไว้ชัดเจนมาก อย่าลืมว่านั่นไม่ใช่พระภิกษุรูปเดียว แต่เป็นคณะสงฆ์ทั้งหมดของที่นั่น ต่ำสุดก็ต้อง ๔ รูปขึ้นไป เนื่องเพราะว่าถ้าเป็นวันพระใหญ่ ไม่ว่าจะข้างขึ้นหรือว่าข้างแรม ถ้าอยู่คนเดียวให้อธิษฐานอุโบสถ ก็คือตั้งใจว่าวันนี้เป็นวันพระใหญ่ เป็นวันอุโบสถ อธิษฐานเป็นบาลีว่า อชฺช เม อุโปสโถ ถ้าหากว่าอยู่กัน ๒ รูป หรือว่า ๓ รูป ให้บอกบริสุทธิ์ต่อกัน แล้วจึงอธิษฐานอุโบสถ พวกเราเองยังไม่เคยบอกบริสุทธิ์ กระผม/อาตมภาพเองสมัยอยูวัดเทพศิรินทราวาสโดนทุกครั้ง บาลีว่า ปริสุทฺโธ อหํ ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ หรือธาเรถ ตามแต่ว่าจะอาวุโสมากหรือน้อยกว่าบุคคลที่เราบอกบริสุทธิ์ด้วย

แต่ถ้าอยู่ ๔ รูปขึ้นไป ต้องสวดพระปาฏิโมกข์ ก็คือนับผู้สวดด้วยเป็น ๔ รูป คนฟัง ๓ รูป ถ้าหากว่านับคนสวด ๑ รูป คนทวน ๑ รูป ก็เหลือคนฟัง ๒ รูป ถ้าหากว่ามีเหตุสำคัญก็ให้สวดพระปาฏิโมกข์ย่อ เพื่อที่จะได้ไปแก้ไขเหตุนั้น ๆ อย่างเช่นว่าน้ำท่วม ไฟไหม้ พระราชาเสด็จมา หรือว่ามีผีเข้าภิกษุ เหล่านี้เป็นต้น

คราวนี้การที่ผีจะเข้าได้นั้น เขาไม่ได้ระบุชัดเจนว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร แต่เท่าที่กระผม/อาตมภาพพบเจอมา สามารถสรุปลงได้ว่า

อันดับแรก ต้องเคยมีบุญสัมพันธ์ กรรมสัมพันธ์ เนื่องกันมา และการเข้านั้นเขาไม่ได้เข้ามาแทรกในตัว หากแต่ว่าเป็นการอยู่ข้างนอก แต่ใช้อำนาจจิตที่เหนือกว่าเบียดสภาพจิตของเราให้หมดสภาพ ไม่สามารถที่จะต่อต้านได้ แล้วก็แสดงออกหรือว่าพูดในสิ่งที่เขาต้องการ

ประการที่สองก็คือ เป็นบุคคลที่ "จิตอ่อน" หรือว่ามีสภาพจิตที่เปิด พร้อมจะรับของพวกนี้อยู่แล้ว ถ้าลักษณะนั้นก็เหมือนกับคนลืมล็อกบ้าน ก็แปลว่าขโมยจะเข้าบ้านเมื่อไรก็ได้..!

ดังนั้น..ใครที่กลัวผีเข้าเจ้าสิง ต้องเร่งภาวนาให้หนักไว้ ถ้าหากว่าทรงฌานได้ก็จบเลย เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วพอทรงฌานได้ อย่างน้อยกำลังก็เท่ากับระดับพรหม ผีเล็กผีน้อย ต่ำกว่านั้นเข้ายากมาก ยกเว้นท่านที่สูงกว่าเท่านั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,892
ได้รับอนุโมทนา 4,529,172 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็ "พี่แดง" (พลตรีศรีพันธ์ วิชชุพันธุ์) ท่านเป็นทหารยศพลตรี ท่านท้าวผกาพรหมจะขออนุญาตลง พี่แดงไม่ยอม นั่นระดับเจ้าพ่อของพรหมเลยนะ ถ้าถามว่าคือใคร ? ก็องค์ที่ไปผจญพระพุทธเจ้านั่นแหละ ต้องบอกว่าเป็นองค์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรด เพื่อให้ละมิจฉาทิฏฐิ ท่านเคยมาสายพุทธภูมิเหมือนกัน สายพุทธภูมินี้ ถ้าหากว่าสร้างบารมีมาเพื่อความเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันหมด

แบบเดียวกับที่กระผม/อาตมภาพไปเมืองจีน แล้ว "หลวงปู่ไห่ทง" ท่านมารับ นั่นก็พระโพธิสัตว์บารมีเข้มแล้ว สร้างบารมีมาจนมีฉัพพรรณรังสี ๒ สายแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เคยเดินสายนี้มาก่อน ท่านเห็นว่าเป็นพรรคพวกเพื่อนฝูง ปรารถนาพระโพธิญาณมาด้วยกัน ถึงเวลาผู้ใหญ่ใช้ให้มารับ ท่านก็มาแต่โดยดี

งานวันเกิดพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๖ ที่บ้านสายลม บอกชัดไปหรือเปล่า ? ความจริงพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านเกิดเดือนมิถุนายน แต่ที่พวกเราจัดงานวันเกิดท่านเดือนตุลาคม ก็เพราะว่าท่านมรณภาพแล้วฟื้นในเดือนนั้น พอตรงวันเกิดต้นเดือน นอกจากพวกลูกศิษย์จะยินดีในการทำบุญวันเกิดแล้ว บรรดาพรหม เทวดา บางทีก็ลงมายินดีด้วย..!

แต่คราวนี้ท่านท้าวผกาพรหมท่านจะอาศัยร่าง "พี่แดง" (พลตรีศรีพันธ์ วิชชุพันธุ์) ปรากฏว่าเข้าไม่ได้ พี่แดงแกสู้..! ขนาดหลวงพ่อบอกว่า "ไอ้แดงเอ๊ย ปล่อยให้ปู่เขาเข้าพักหนึ่ง" พี่แดงบอกว่า "ผมไม่ยอม ถ้าเข้าแล้วขาดสติ ทำอะไรผมไม่รู้เรื่อง ผมไม่ยอม..!" ก็เลยอึกอักอึกอักกันอยู่ลักษณะอย่างนั้น ก็คือฝ่ายหนึ่งจะเข้า อีกฝ่ายหนึ่งก็ยันออก พ่อเจ้าประคุณโคตรเก่งเลยนะ ระดับท้าวผกาพรหมเอาไม่อยู่..!

ปรากฏว่าพอคุยเรื่องอื่น ๆ เผลอหน่อยเดียว พี่แดงลุกขึ้นหัวเราะฮ่า ๆ เดินเข้ามาจับมือจับไม้หลวงพ่อ เขย่าใหญ่ ยังไม่ได้ ๓ วินาที..หลุด..! โอ้โห..พี่แดงแกสุดยอดมาก กำลังสมาธิแกระดับพรหมเอาไม่อยู่..! นั่นก็คือสิ่งที่เห็นชัด ๆ อยู่เลยว่า ถ้าไม่มีบุญสัมพันธ์กรรมสัมพันธ์กันมาประการหนึ่ง หรือถ้าหากว่าสภาพจิตไม่เปิดให้ เขาก็จะลงแทรกลงสิงได้ยาก

คราวนี้การแทรกการสิงนั้น กระผม/อาตมภาพเห็นชัดเจนมาก เพราะว่าผู้ที่มานั้นยืนอยู่อีกมุมหนึ่ง แต่ถึงเวลาแล้วมีแสงสีขาว ๆ วิ่งจากท่านเข้าไปยังบุคคลที่แทรก ก็เลยสามารถที่จะสรุปได้ว่า การแทรกการสิงจริง ๆ นั้น เขาไม่ได้เข้าไปอยู่ในตัว หากแต่ว่าอาศัยกำลังเบียดสภาพจิตของเราจนหมดสภาพ แล้วให้แสดงออกหรือพูดในสิ่งที่เขาต้องการ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,892
ได้รับอนุโมทนา 4,529,172 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อกล่าวถึงเรื่องพวกนี้แล้ว ก็ขอพูดเลยไปถึงเรื่องของการเข้าทรง การเข้าทรงนั้นมีทั้งของจริงและของปลอม ของจริงมีน้อยมาก ถ้าถามว่าแล้วจะสังเกตอย่างไร ?

อันดับแรกเลย ถ้าเป็นของจริง ก็คือพรหมหรือเทวดาท่านต้องการจะสร้างบุญร่วมกัน เนื่องเพราะว่าเคยมีบุญสัมพันธ์กรรมสัมพันธ์กันมาก่อน ท่านจะมาเป็นเวลา ไม่ใช่มาเมื่อไรก็ได้ บางคนก็มาเฉพาะวันอังคาร บางคนก็มาเฉพาะวันเสาร์ บางคนมาเฉพาะวันพฤหัสบดี บางคนมาเฉพาะวันพระ

มีอยู่ท่านหนึ่งก็คือร่างทรงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ร่างทรงนี้อยู่ที่ชัยนาท ปัจจุบันนี้น่าจะเสียชีวิตไปนานแล้ว เพราะตอนที่กระผม/อาตมภาพยังอยู่วัดท่าซุง ร่างทรงท่านก็อายุมากแล้ว นั่นมาปีละครั้งเดียว

นอกจากมาเป็นเวลาแล้ว ประการที่สองก็คือไม่เรียกร้องผลประโยชน์จากผู้อื่น ส่วนใหญ่ต้องการความเคารพเท่านั้น ดังนั้น..ถ้าหากว่ามีดอกไม้ธูปเทียนไปแสดงความเคารพ ท่านจะพอใจมาก บางทีก็มีเงินค่าครูด้วย บาทหนึ่ง สลึงหนึ่ง ก็แล้วแต่ท่านจะกำหนด สูงสุดที่เจอมาคือ ๑๐๘ บาท แล้วท่านก็ให้ร่างทรงเอาไปถวายสังฆทาน เป็นการสร้างบารมีเพิ่มขึ้นไปอีก ไม่ได้เก็บเอาไว้ใช้เองเลย

แล้วหลายต่อหลายแห่งเห็นเราเดือดร้อนจริง ๆ ท่านตั้งใจช่วย ท่านก็จัดขันครูให้เองเลย ก็คือในเมื่อเอ็งไม่ได้เตรียมข้าวเตรียมของมา เงินทองไม่ได้เตรียมมา ข้าก็เตรียมให้ ยกมาแสดงความเคารพให้ท่านเสียดี ๆ ก็เท่านั้นเอง..!

ประการต่อไปก็คือ สิ่งที่ท่านรับปากว่าทำได้ หรือทำให้ สิ่งนั้นจะสำเร็จ
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,892
ได้รับอนุโมทนา 4,529,172 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แต่จะมีปัญหาอยู่ที่ว่าร่างทรงที่ตอนแรกจริง ตอนหลังปลอม ก็คือแรก ๆ พอถึงเวลาก็อยู่ในลักษณะสร้างบารมีร่วมกัน แต่พอเชื่อมจิต ขออภัย..แต่พอสงเคราะห์ไปนาน ๆ ลาภผลเงินทองชื่อเสียงเข้ามา ทำให้เจตนาแปรไป กลายเป็นทำเพราะโลภ ไม่ใช่ทำเพราะสงเคราะห์ ถ้าอย่างนั้น ท่านที่เคยสงเคราะห์ก็ไม่มาอีก แล้วคราวนี้มีคนมาหาจะทำอย่างไร ? ก็ต้องเข้าทรงปลอม จึงเป็นเรื่องที่ท่านทั้งหลายจะต้องทดสอบกันเอาเอง

เรื่องของร่างทรง สมัยฆราวาสกระผม/อาตมภาพและพระครูธรรมธรแสงชัย กนฺตสีโล ทดสอบมามากต่อมากแล้ว ไอ้พระครูแสงไป จะพกเหล้าไปขวดหนึ่ง พูดง่าย ๆ ว่าทรงปุ๊บก็ส่งให้ปั๊บ "เอ้า..พ่อปู่ว่าให้หมดเลย" ถ้าของจริงนี่เขากรอกเป็นน้ำเปล่าเลยนะ ทีเดียวหมดขวด แล้วก็ไม่เห็นว่าเขาจะทำท่าทำทางเมาอะไรเลย กินเสร็จยังหัวเราะชอบใจอีกต่างหาก พูดง่าย ๆ ก็คือไอ้ที่กรอกเข้าไป เหมือนเป็นน้ำเปล่าเสียมากกว่า..!

แต่ว่าเรื่องพวกนี้ก็อย่าได้ไปเลื่อมใสเสียทีเดียว เนื่องเพราะว่าพวกเราทั้งหลายคือพุทธศาสนิกชน สิ่งที่ต้องยึดมั่นก็คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างอื่นเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้ว โดยเฉพาะพระภิกษุสามเณรของเรา ซึ่งต้องเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ถ้าไปเลื่อมใสร่างทรงเสีย แล้วญาติโยมก็จะนอกลู่นอกทางตามไปด้วย กลายเป็นพาเขาเป็นมิจฉาทิฏฐิไป..!

ยกเว้นว่ามีเรื่องเดือดร้อนบางอย่างที่ต้องอาศัยท่านสงเคราะห์ ก็ไปทำตามกฎเกณฑ์กติกาของเขา ถ้าท่านสงเคราะห์ให้ได้ ก็ถือว่าบุญเรายังดีอยู่
แล้วเลี้ยวกลับมาหาพระรัตนตรัย สร้างบุญสร้างกุศลอุทิศให้กับท่านบ้าง ไม่ใช่ไปทุ่มเทมาก ๆ เดี๋ยวก็จะโดนหลอกเหมือนกับที่เป็นข่าวเป็นคราวกันทั่วไปอีก..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๒๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:30
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:42



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว