กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 25-01-2026, 16:16
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,462
ได้ให้อนุโมทนา: 227,640
ได้รับอนุโมทนา 826,663 ครั้ง ใน 40,837 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 35 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 26-01-2026, 00:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,888
ได้รับอนุโมทนา 4,529,193 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศเช้าที่วัดศิลาวาส (ปางโม่) หมู่ที่ ๘ ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ที่ ๑๓ องศาเซลเซียส และมีทีท่าว่าจะลดลงไปอีก..!

เมื่อกระผม/อาตมภาพเจริญพระกรรมฐานครบแล้ว ก็ล้างหน้า แต่งตัว ลงไปยังโรงครัวของวัดศิลาวาส ตั้งแต่ ๖ โมงเช้า "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร "ท่านติงลี่" (พระอธิการสมมาศ คุณาธิโก) เจ้าอาวาสวัดประตูด่าน จังหวัดกาญจนบุรี "ครูบาพันแสน" (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส (ปางโม่) รักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ต่างมาอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว

รวมทั้ง "ครูบาไอซ์" พระสมุห์นิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ วัดเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ที่เพิ่งมาถึงก็รีบมากราบด้วย ท่านได้นำเอาวัตถุมงคลมาร่วมเข้าพิธีที่วัดศิลาวาสในวันนี้ด้วย เมื่อพวกเราฉันภัตตาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็นำพระภิกษุและญาติโยมทั้งหมด ทำพิธีบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย ขออนุญาตบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า ตลอดจนกระทั่งปลุกเสกวัตถุมงคลต่าง ๆ ในพิธี

การบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้านั้น จะว่าไปแล้วเป็นการตีความผิดของบุคคล เนื่องเพราะว่าหัวใจพระพุทธเจ้าก็คือ ความเมตตากรุณาอย่างหาประมาณไม่ได้ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ถึงตนเองจะต้องทนทุกข์ยากไปชั่วกัปกัลป์อนันตชาติ แต่เพื่อความสุขของสรรพสัตว์ทั้งหลาย องค์พระมหาโพธิสัตว์ก็สู้ทนสร้างบารมีไป จนกระทั่งบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ แต่ด้วยความที่คนรุ่นเก่า ๆ ตีความผิด จึงสร้างเป็นรูปหัวใจ ปอด ตับ ด้วยเงินบ้าง ทองบ้าง โลหะบ้าง ทำการบรรจุอยู่ในองค์พระที่ตนเองได้สร้างขึ้นมา อยู่ในลักษณะที่ว่าเสริมสร้างชีวิตให้กับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ความจริงแล้ว ถ้าจะเอาตามนั้นจริง ๆ ต้องบรรจุให้ครบอาการ ๓๒ ซึ่งก็คือการภาวนาคาถาหัวใจ ๓๒ ประการมากกว่า แต่ด้วยความที่ว่าการภาวนาในลักษณะแบบนั้นไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม จึงได้มีการสร้างวัตถุขึ้นมาให้เห็น ๆ ว่า พระเจ้าหรือว่าพระประธานองค์นี้ ได้ทำการบรรจุหัวใจแล้ว พร้อมที่จะให้ญาติโยมทั้งหลายกราบไหว้บูชา ตลอดจนกระทั่งร้องขอ ซึ่งรู้สึกว่าจะออกนอกแนวทางไปอีกเช่นกัน..!

แต่ว่าการบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า ทั้งของวัดพระธาตุโป่งไฮเมื่อวานนี้ และวัดศิลาวาส (ปางโม่) ในวันนี้นั้น ทางด้านเจ้าอาวาสท่านได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในหัวใจก่อน พวกเราจึงได้ถวายน้ำอบน้ำหอมเป็นพุทธบูชา แล้วก็ทำการบรรจุและปิดองค์พระจนเรียบร้อย

หลังจากนั้นก็ได้ทำการปลุกเสกวัตถุมงคล ซึ่งครูบาไอซ์รอบคอบมาก เกรงว่ากระผม/อาตมภาพจะเสกให้ไม่ครบทุกอย่าง ถึงขนาดมีบัญชีมาเลยว่า ได้สร้างอะไรมาเข้าพิธีบ้าง ? รวมทั้งของครูบาพันแสน และ ท่านสันต์ (พระสันต์ สนฺตจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดปงตอง ซึ่งก็เป็นสายของครูบาเหนือชัย โฆสิโต วัดถ้ำป่าอาชาทองนั่นเอง

พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่ละคน แต่ละท่าน อยู่ในลักษณะที่ว่า อายุกาลพรรษายังไม่มากพอ สร้างตนเองให้กำลังใจมั่นคงก็ยังไม่ได้ที่ไม่ได้ทาง แต่ว่าต้องออกมารับภาระ ในการนำหมู่ชนในสถานที่หนึ่ง จึงทำให้ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องตะเกียกตะกายทั้งเพื่อตนเอง เพื่อญาติโยม โดยเฉพาะภาระการสอน การสร้างต่าง ๆ นั้น ถือว่าหนักหนาสาหัสเป็นอย่างยิ่ง..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-01-2026 เมื่อ 02:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 26-01-2026, 00:42
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,888
ได้รับอนุโมทนา 4,529,193 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

กระผม/อาตมภาพซึ่งเป็นที่เชื่อถือของท่านทั้งหลาย เพราะว่าเป็นสหธรรมิกก็คือเพื่อนของครูบาเหนือชัย โฆสิโต จึงได้รับนิมนต์มาเพื่ออนุเคราะห์สงเคราะห์ท่านทั้งหลายเหล่านี้ ให้มีกำลังใจในการยืนหยัดต่อสู้ เพื่อที่จะธำรงรักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้ในเขตนั้น ๆ

ไม่เช่นนั้นแล้วทางศาสนาอื่นซึ่งใช้กลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" ก็จะเข้ามากวาดต้อนเอาศาสนิกไปหมด โดยที่ผู้ใดเข้ารีตนับถือศาสนาของเขา จะมีการช่วยเหลือด้วยข้าวของเงินทองต่าง ๆ จนกลายเป็นข้ออ้างว่าที่ทุกคนฐานะดีและมั่นคงขึ้น ก็เพราะว่านับถือพระเจ้าของเขา..! ดังนั้น..
ในเมื่อมีบุคคลซึ่งยอมเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อที่จะรักษาพระพุทธศาสนาของเราเอาไว้ในเขตพื้นที่นั้น ๆ จึงเป็นเรื่องที่สมควรจะต้องสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง

วัตถุมงคลหลัก ๆ ในวันนี้ เท่าที่เห็นอยู่ก็มี "พระพุทธรูป" ตลอดจน "กะลาตาเดียวแกะรูปอสุรินทราหูลงสี" ซึ่งน่าจะสืบสายวิชามาทางด้านครูบาเจ้าอโนชัย วัดปงสนุก จังหวัดลำปาง ตลอดจนกระทั่ง "ขอสับช้าง" ซึ่งถ้าหากว่าอยู่ในลักษณะมหาอำนาจ ก็คือแม้แต่สัตว์บกใหญ่สุดอย่างช้าง ยังโดนบังคับอยู่ในอำนาจได้ หรือว่าอยู่ในลักษณะของคำว่าขอ ก็คือต้องการสิ่งใด เอ่ยปากแล้วต้องได้..!

แล้วก็ยังมี "ตะกรุดราชทูตลิ้นทอง" ซึ่งถือเคล็ดในการที่เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ได้เป็นราชทูตของกรุงศรีอยุธยา ในการไปติดต่อประสานกับพระราชวังฝรั่งเศส ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ และแสดงความสามารถจนกระทั่งทางฝรั่งเศส ขอให้มีพืชพันธุ์สืบเอาไว้ที่นั่น เพื่อจะได้เป็นคนเก่งเหมือนกับชาวสยามบ้าง..!

ส่วนวัตถุมงคลอื่น ๆ เท่าที่เห็นก็มี "พญาแมลงภู่คำ" ตลอดจนกระทั่ง "ต่อเงิน ต่อทอง" เป็นต้น ซึ่งวิชาการทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าจะเอาให้ได้ดีตามหลักวิชาแล้ว ก็ต้องยุ่งยากทั้งการสรรหาวัสดุ ตลอดจนกระทั่งบุคคลที่จะมาแกะ มาเสก และสถานที่การทำพิธีก็ยากลำบากมาก แต่ด้วยความที่กระผม/อาตมภาพมีครูบาอาจารย์ดี ศึกษาในด้านกราบขอบารมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พรหม เทวดา และครูบาอาจารย์ให้มาอนุเคราะห์สงเคราะห์ นอกจากขอครูใหญ่ คือพระพุทธเจ้าแล้ว ยังขอครูบาอาจารย์ต้นสายวิชาการนั้น ๆ มาสงเคราะห์ให้อีกด้วย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-01-2026 เมื่อ 02:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 34 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 26-01-2026, 00:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,888
ได้รับอนุโมทนา 4,529,193 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อเสร็จพิธีก็ทำน้ำมนต์ในการพรมทั่วบริเวณนั้น ซึ่งน้ำมนต์วันนี้ต้องบอกว่าดุเดือดเลือดพล่านเป็นอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าอยู่ในช่วง "หน้าสิ่วหน้าขวาน" สถานการณ์ทั้งประเทศชาติและสถานการณ์โลกตึงเครียดไปหมด สงครามพร้อมที่จะปะทุอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า ? น้ำมนต์วันนี้เทียนจึงได้ลุกยาวเป็นคืบ แล้วแถมยังแตกระเบิดอยู่ตลอดเวลาที่ทำน้ำมนต์อีกด้วย..!

เมื่อพรมน้ำมนต์รอบสถานที่และรับไทยธรรมแล้ว ยังต้องมารับการกราบมุทิตาสักการะ เนื่องในวาระที่ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูวิลาศกาญจนธรรม เทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ซึ่งบรรดาสหธรรมิกและน้อง ๆ ทางด้านนี้ เพิ่งจะมีโอกาสได้ถวายมุทิตาสักการะพร้อมกันในช่วงนี้เอง

จากนั้นกระผม/อาตมภาพก็ขอตัวเพื่อที่จะเดินทางกลับ ยังคงต้องใช้เวลาเป็น ๑๐ ชั่วโมง กว่าจะถึงที่พักในคืนนี้ ตลอดระยะทางที่วิ่งลงมา มีการซ่อมถนนเป็นระยะ ๆ ไม่สามารถที่จะทำความเร็วได้ยังไม่พอ ยังอันตรายเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่ารถบางคันกำลังวิ่งเพลิน ๆ ก็ต้องเบรกตัวโก่ง เนื่องจากว่าคันหน้าไปติดสถานที่ก่อสร้าง ไม่สามารถที่จะเบียดออกมาเลนที่เขาเปิดเอาไว้ได้

กำลังทำความเร็วมาดี ๆ ก็ต้องเบรกกันเสียอย่างนั้น ถ้าเผลอสติหน่อยเดียว อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายต้องเสี่ยงดวงและระมัดระวังกันเอง ไม่เช่นนั้นแล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่าจะไปโทษผู้ใด เนื่องเพราะตำรวจเคยบอกกับกระผม/อาตมภาพว่า
"เป็นหน้าที่ของรถคันหลังที่ต้องระวังคันหน้าเอง" ฟังแล้วรู้สึกเพลียใจ..!

แต่ว่าการเดินทางในวันนี้ ก็ถือว่าเป็นการเดินทางที่ยังคล่องตัว เนื่องเพราะว่าเป็นวันอาทิตย์ที่รถค่อนข้างจะน้อย แต่ว่าในช่วงที่ใกล้จะถึงที่พัก น่าจะเป็นช่วงที่บรรดาผู้ที่หยุดและเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด ประเดประดังกันเข้ากรุงเทพมหานคร อาจจะมีการติดเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวอยู่เหมือนกัน

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-01-2026 เมื่อ 02:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 36 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 2 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 2 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:11



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว