กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า เมื่อวานนี้, 08:37
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,415
ได้ให้อนุโมทนา: 227,234
ได้รับอนุโมทนา 824,826 ครั้ง ใน 40,738 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 00:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,703 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อคืนกระผม/อาตมภาพเดินทางถึงท่าอากาศยานานาชาติสุวรรณภูมิ ก่อนเวลา ๒๐ นาที ต้องกราบขอบพระคุณ "พระเดชพระคุณหลวงปู่ไห่ทง" ตลอดจนกระทั่ง "ท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณ" และ "ท่านพี่อสุรินทราหู" เป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยอำนวยการให้ความสะดวกแก่คณะของเราทุกคนด้วยดีเช่นนี้ ถึงขนาด"ไกด์ไก่" (นายฐนชล ทิมแสง) ทัวร์ลีดเดอร์ของบริษัทเติมเต็มทราเวล ออกปากขอฝากภาระเอาไว้ทุกงาน สำหรับการที่จะให้ทุกคนกลับถึงเรือนชานบ้านช่องโดยปลอดภัย..!

เมื่อวานนี้อากาศยามเช้าที่โรงแรมวีนัส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อยู่ที่ ๔ องศาเซลเซียส แต่ว่ากระผม/อาตมภาพนั้นปลดเครื่องกันหนาวออกเกือบหมด เหลือแต่เสื้อฮีตเท็คตัวบางเท่านั้น เหตุเพราะว่าเราอยู่ที่เมืองคุนหมิง อากาศจะเย็นเฉพาะช่วงเช้า ถ้าสายหน่อยเริ่มร้อน โอกาสที่จะเปลี่ยนผ้าให้กลับไปสู่อากาศร้อนก็จะเป็นเรื่องยาก เนื่องเพราะว่าพระของเราห่มดอง พาดสังฆาฏิ แล้วมีผ้าคลุมไหล่อีกผืนหนึ่ง เพื่อที่จะให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย การเปลี่ยนผ้าเปลี่ยนผ่อนเหมือนกับชาวบ้านจึงเป็นไปได้ยาก..!

พวกเราไปป่วนห้องอาหารของโรงแรมตั้งแต่ยังไม่ทันจะ ๖ โมงครึ่ง..! นั่งดู "อาอี๋" แกผลิตอาหารซึ่งเป็นเส้นหมี่ กว่าที่จะเสร็จเรียบร้อย พวกเราส่วนใหญ่ก็ตักข้าวของอื่น ๆ ไปตั้งหน้าตั้งตา "โจ้" กันเป็นการใหญ่ เมื่ออิ่มแล้ว กระผม/อาตมภาพลงจากห้องอาหารชั้น ๔ มาข้างล่าง เจอ "คุณน้ำทิพย์" มัคคุเทศก์ท้องถิ่นชาวสิบสองปันนา จึงมอบเงินให้ ๕๐๐ หยวน เป็นรางวัลที่เหนื่อยยากกับพวกเรามาตลอดทริปจนถึงวันนี้

อีกไม่นาน "แม่หญิงเปิ้ล" ก็ตามลงมา กระผม/อาตมภาพจึงมอบให้อีก ๕๐๐ หยวน แล้วทั้งสองก็ทำสิ่งที่เป็นภาระแก่กระผม/อาตมภาพอย่างยิ่ง ก็คือถวายชาผู่เอ้อร์มาสองก้อนใหญ่ แต่ละก้อนหนาเป็นนิ้ว ใหญ่ขนาดจานกินข้าวเลยทีเดียว..! ของพวกนี้ถ้าจะซื้อ กระผม/อาตมภาพก็ซื้อเอง ไม่ใช่ว่าคนอื่นซื้อให้แล้วจะถูกใจเสียเมื่อไร เห็นกระผม/อาตมภาพฉันชาแล้วก็ซื้อชามาถวาย ทุกท่านรู้หรือว่ากระผม/อาตมภาพฉันชาอะไร ? แล้วฉันชาด้วยสาเหตุอะไร ? เหล่านี้เป็นต้น

หรือที่บางคนเมตตาซื้อยามาถวายเสียมากมายมหาศาล ท่านทั้งหลายรู้หรือเปล่าว่ากระผม/อาตมภาพมีกรรมอยู่อย่างหนึ่งก็คือ รับข้าวของอะไรจากใครมา ก็ต้องฉลองศรัทธาด้วยการใช้อย่างเต็มที่ ดังนั้น..ท่านที่เมตตาอยากให้กระผม/อาตมภาพสบายดี กรุณาอย่าถวายยาเป็นอันขาด..! เพราะว่าถวายเมื่อไรก็แปลว่าต้องเจ็บไข้ได้ป่วย ใช้ยาจนกว่าจะหมด..! แล้วนี่เล่นถวายมีทีหนึ่งเป็นถุงใหญ่ ๆ ประมาณว่าจะให้ฉันไปทั้งปี..! เห็นแล้ว "น้ำตาจิไหล..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #3  
เก่า วันนี้, 00:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,703 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สำหรับวันนี้ เมื่อลงมาข้างล่างแล้ว ได้ยินญาติโยมคุยกันถึงได้ทราบว่า การลดราคาเท่านั้นเปอร์เซ็นต์ เท่านี้เปอร์เซ็นต์นั้น ไม่ทราบว่าคนจีนเขาสมองกลับข้าง หรือว่าคนไทยของเราสื่อสารได้ไม่ชัดเจนกันแน่ อย่างเช่นที่ "คุณมีนา" เจ้าของบริษัทเทียนกงกวนบอกว่า จะลดราคาหยกให้กับคณะของพวกเรา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งฟังดูแล้วเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ไม่น่าที่เธอจะมีกำไร

ปรากฏว่าบุคคลที่ซื้อไปต้องจ่ายในราคาร้อยละ ๘๐ บาท..! ไม่ใช่จ่ายราคาร้อยละ ๒๐ บาทอย่างที่เราเข้าใจ ซึ่งถ้าจะใช้คำพูดที่ให้คนไทยเข้าใจได้ถูกต้อง ต้องบอกว่าเราลดให้ท่าน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือจ่ายแค่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้ว ถึงเวลาจ่ายเงิน ต่างคนต่างก็มองหน้ากัน เขาก็คิดว่าเราแกล้งโง่หรือเปล่า ? ส่วนเราก็คิดว่าเขาแกล้งโง่กระมัง ? ก็เลยกลายเป็นอะไรที่กระอักกระอ่วนใจเสียทั้งสองฝ่าย

เมื่อรถมาพร้อมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็นำเอาเงิน ๓๐๐ หยวนไปส่งให้โชเฟอร์ผู้มีโลกส่วนตัวสูง อีกฝ่ายหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตา ยกกระเป๋าของพวกเราขึ้นรถโดยไม่ได้สนใจ จน "แม่หญิงเปิ้ล" ต้องเตือนให้หันมา เห็นเงินเข้าก็พนมมือไหว้ แล้วคว้าหมับไปแบบเงียบ ๆ แม้แต่จะขอบคุณขอบใจอะไรสักคำก็ไม่มี..! ต้องยอมรับว่าพ่อเจ้าประคุณอยู่กับตัวเองได้ดีมาก ขอให้มีความสุขความเจริญต่อไปเถิด..!

พวกเราวิ่งมาจนกระทั่งถึง "วัดหยวนทงซื่อ" ในเวลาประมาณ ๐๘.๒๐ น. "คุณน้ำทิพย์"อจัดการซื้อตั๋วให้พวกเราเข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งวัดหยวนทงซื่อนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญก็คือองค์พระแม่กวนอิม เนื่องเพราะคำว่า "หยวนทง" นั้นเป็นชื่อหนึ่งของพระแม่ ในบรรดาหลายสิบชื่อที่คนเรียกหาท่าน พวกเราถ่ายรูปหมู่กันที่บริเวณประตูทางเข้าแล้ว ก็ตาม "คุณน้ำทิพย์" เข้าไปทางด้านใน กระผม/อาตมภาพที่เคยมาแล้ว จึงช่วยแนะนำให้แต่ละคนแทนไกด์ว่า เราจะต้องไปสักการะอะไร ? อย่างไร ? ที่ไหนบ้าง ?

ครั้นเข้าไปถึงภายใน ปรากฏว่าเขามีการปิดซ่อมวิหารพระแม่กวนอิม แต่ก็ยังดีที่ว่าทางวัดยังอุตส่าห์เปิดเฉพาะตรงหน้าพระแม่กวนอิม ให้พวกเราได้สักการะบูชากัน ส่วนอื่น ๆ นั้นปิด ไม่สามารถที่จะเข้าไปใกล้ได้ กระผม/อาตมภาพควักเงินหยอดตู้ทำบุญไปตู้ละ ๑๐๐ หยวนทุกตู้ที่เจอภายในวัดนี้ เมื่ออ้อมไปทางด้านหลังวิหารพระแม่กวนอิม ก็มีรูปของ "อุ่ยท้อ" ซึ่งถ้าหากว่าภาษาบาลีก็คือ "พระองคุลิมาลเถระ" ยืนถือกระบี่เฉียง ๆ อยู่ประมาณหน้าอกตัวเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:49
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), ทองคำเปลว (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้), สุพรรณหงส์ (วันนี้)
  #4  
เก่า วันนี้, 00:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,703 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องพวกนี้เป็นรหัสลับในวงการวัดจีนก็คือ ถ้าหากว่าถือกระบี่ห้อยลง แปลว่าวัดนั้นไม่มีอาหารเจเลี้ยง ถ้าต้องการ ต้องสั่งทางวัดทำให้และบริจาคเงินอย่างเดียว ถ้าถือในลักษณะกึ่งกลางลำตัวแบบของวัดหยวนทงซื่อนี้ ก็คือมีอาหารเจเลี้ยง จะทำบุญหรือไม่ทำบุญก็ได้ แต่ถ้าหากว่าถือกระบี่สูงเลยหัวเมื่อไร วัดนั้นเลี้ยงฟรีอย่างแน่นอน..!

พวกเราเดินเลยเข้าไปอีกหน่อยก็เป็นวิหารกลางน้ำ ซึ่งอายุนับพันปีมาแล้ว แม้กระทั่งช่วงกบฏนักมวยปฏิวัติรัฐประหารทำการเผาวัดแห่งนี้ วิหารกลางน้ำก็ยังคงอยู่รอดปลอดภัย เพราะว่ามีน้ำล้อมรอบ พวกเราเดินเลยอ้อมวิหารเข้าไป จนกระทั่งไปกราบพระพุทธเจ้า ๓ กาล คือ อดีตกาล ปัจจุบันกาล และอนาคตกาล กระผม/อาตมภาพหยอดตู้และถ่ายรูปไปเรื่อย แล้วพาทุกคนอ้อมไปด้านหลังที่เป็นวิหารทรงไทย หน้าตาประหลาดมาก เพราะว่าคนจีนสร้าง ทำอย่างไรก็ไม่เหมือนคนไทย ยอดมณฑปก็เลยกลายเป็นเหลี่ยม ๆ อย่างไรก็ไม่รู้ ?!

ที่นี่มีพระสำคัญก็คือพระพุทธชินราชจำลององค์ใหญ่ ซึ่งสมัย "พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์" เป็นนายกรัฐมนตรี ได้อัญเชิญมาถวายวัดหยวนทงซื่อ เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ปรากฏว่าทางวัดกำลังมีการทำวัตรเช้า สวดมนต์ เคาะไม้บักฮื้อ หรือภาษาจีนกลางว่า "มู่อวี๋" ตลอดจนกระทั่งสั่นกระดิ่งเข้าจังหวะกันอยู่ พวกเราจึงไม่ได้เข้าไปกราบพระพุทธชินราชถึงภายใน ได้แต่ถ่ายรูป หยอดเงินทำบุญ แล้วถอยออกมาไปดูบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ตอนนี้มีสารพัดข้อความจารึกเพิ่มขึ้นมาอีกมาก

ครั้นถ่ายรูปในบริเวณรอบข้างจนเสร็จแล้ว พวกเราก็เดินอ้อมกลับออกมาทางด้านทางออก ปรากฏว่ามีคณะทัวร์ชาวไทยอีก ๑ คณะเดินทางเข้ามาถึง มีการตะโกนถามว่า "ท่านมาจากที่ไหน ?" กระผม/อาตมภาพตอบว่า "กาญจนบุรี" "ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เวฬุวัน เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ อุตส่าห์ช่วยตอบว่า "วัดท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี" แต่กระผม/อาตมภาพเดินหนีไปไกลแล้ว เพราะกลัวว่าจะมีคนรู้จัก..!

ได้ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีอาคารหอพระวิหาร ๕ ชั้น เป็นของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์เมืองคุนหมิง เอาไว้ให้นิสิตนักศึกษาและครูบาอาจารย์ ได้ประกอบพิธีทางศาสนาและสวดมนต์ทำวัตรร่วมกัน เข้าไปถึงแล้วก็เห็นพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์เด่นตระหง่านอยู่ภายใน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้), สุพรรณหงส์ (วันนี้)
  #5  
เก่า วันนี้, 00:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,703 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ครั้นกราบและทำบุญถ่ายรูปจนเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพเดินออกมาทางด้านหน้าวิหาร ๕ ชั้น เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ด้านบน ทั้ง ๆ ที่เคยมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าสามารถขึ้นไปได้หรือไม่ ? "ท่านปิง" จึงไปสอบถามเจ้าหน้าที่ภายในให้ ปรากฏว่าสามารถที่จะขึ้นไปชมและกราบสักการะได้ทุกชั้น..!

พวกเราจึงขึ้นลิฟท์ไปจนถึงชั้นที่ ๕ ถวายสักการะพระพุทธรูป พระไวโรจนพุทธเจ้า ตลอดจนกระทั่งชมการสวดมนต์ทำวัตรของบรรดาครูบาอาจารย์และนักเรียน ซึ่งมาศึกษาวิชาเภสัชกรรมอยู่ที่วิทยาลัยแห่งนี้ เดินไปแต่ละชั้นก็หยอดตู้ทำบุญไปชั้นละ ๑๐๐ หยวน..!

จนลงมาถึงข้างล่างก็ได้อาศัยห้องน้ำของที่นี่ซึ่งสะอาดเอี่ยมมาก เข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้วเดินออกมา ปรากฏว่าคนไทยคณะนั้นตามมาถึง มีผู้ที่ค่อนข้างอาวุโส ดูแล้วน่าจะอายุประมาณรุ่นอาตมภาพนี่เอง พอเห็นปุ๊บก็ร้องว่า "โอ้โห..รองเท้าท่านแพงมากเลยนี่..!" กระผม/อาตมภาพตอบว่า "มีโยมซื้อถวาย อาตมาไม่รู้ราคาหรอก โยมรู้ราคาก็ช่วยบอกให้ด้วย..!"

เขากลับไปพูดว่า "เป็นพระไม่ควรที่จะมาเที่ยวแบบนี้..!" กระผม/อาตมภาพเห็นว่าชักจะ "Go so big" ไปแล้ว จึงได้บอกว่า "อาตมภาพสร้างวัดไป ๗ - ๘ วัดและทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อคณะสงฆ์และญาติโยมไปมากมายมหาศาล ประกอบกับอายุกาลผ่านวัยมาถึงระดับนี้แล้ว จึงมีญาติโยมช่วยซื้อทัวร์เพื่อที่จะให้ไปพักผ่อนหย่อนใจบ้าง" ทำเอาอีกฝ่ายบอกว่า "สร้างวัดไปขนาดนั้น แปลว่าต้องมีคนศรัทธาท่านมากเลยสิ..!"

กระผม/อาตมภาพตอบว่า "บุคคลที่มีความคิดไม่เหมือนคุณย่อมมีอยู่ และค่อนข้างจะมากเสียด้วย..!" อีกฝ่ายหนึ่งเลยเดินหนีไปดื้อ ๆ..! ทำเอา "ท่านปิง" บ่นว่า "คนไทยมักจะมองภาพพจน์ของพระที่ไปต่างประเทศไม่ดีแบบนี้เอง" กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "ต้องขึ้นอยู่กับภาษิตจีนที่ว่า สวรรค์มีทางไม่รู้จักไป นรกไร้ประตูกลับตะกายมา..! ถ้ามีโอกาสก็ช่วยอธิบายขยายความ แก้ความเข้าใจผิดให้เขาหน่อย แต่ถ้าไม่มีโอกาสก็ต้องเปลี่ยนจากเมตตากรุณาเป็นอุเบกขา ทางใครทางมัน..!"

เมื่อพวกเรามารวมตัวกันจนครบครันแล้ว โชเฟอร์ผู้เงียบขรึมไม่ยอมพูดไม่ยอมจา ก็พาพวกเราวิ่งต่อไปยัง จวนแม่ทัพอู๋ซานกุ้ย ซึ่งเป็นแม่ทัพที่มี "ชื่อเสีย" เป็นอย่างยิ่ง ก็คือช่วยเปิดด่านให้ชาวมองโกลบุกเข้ามายึดประเทศจีน จนสามารถตั้งราชวงศ์ชิงได้..! ซึ่งถ้าหากว่าอ่านในนิยายต่าง ๆ แม่ทัพอู๋ซานกุ้ยจะเป็นผู้ร้ายเต็มตัว แต่ความจริงแล้วท่านเป็น "หวาง" หรือที่เราเรียกว่า "ท่านอ๋อง" ดูแลทางด้านทิศตะวันตกแห่งนี้ เป็นบุคคลที่รบเก่งจนกระทั่งมองโกลไม่สามารถที่จะบุกเข้าประเทศจีนได้

แต่ด้วยความที่ท่านเก่งกล้าสามารถ มีกำลังทหารอยู่ในมือและประชาชนรักใคร่บูชา จึงทำให้ฮ่องเต้เกิดความหวาดระแวง จนกระทั่งไปจับเอาครอบครัวและลูกเมียไว้เป็นตัวประกัน ทำเอาท่านแม่ทัพอู๋ซานกุ้ยตบะแตก จึงเปิดด่านปล่อยให้มองโกลบุกเข้าไปยึดประเทศจีนเสียเลย ส่วนตนเองก็ได้รับการอวยยศจากราชวงศ์ชิงเป็น "หวางพิชิตตะวันตก" ให้ดูแลพื้นที่ทางด้านนี้ตลอดมา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้), สุพรรณหงส์ (วันนี้)
  #6  
เก่า วันนี้, 00:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,703 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อไปถึง จอดรถที่บริเวณทางขึ้นวัด ที่เรียกว่าทางขึ้นวัดก็เพราะว่า แต่เดิมที่นี่เป็นสำนักของนักพรต แต่ว่าแม่ทัพอู๋ซานกุ้ยเห็นว่าชัยภูมิดีมาก ก็เลยมายึดเป็นที่ตั้งกองทัพและจวนบัญญชาการของตนเอง..!

พวกเราต้องซื้อตั๋ว นั่งรถแบตเตอรี่ขึ้นไปทางด้านบน เข้าห้องน้ำแล้วมาถ่ายรูปหมู่กันบริเวณซุ้มประตูด้านหน้า จากนั้นก็นัดแนะเวลาว่าจะมาพบกันตรงนี้อีกครั้งเมื่อไร ? แล้วพวกเราก็เดินดุ่มเข้าไปด้านใน เพื่อที่จะดูสิ่งที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ ก็คือ "ตำหนักจินเตี้ยน" หรือตำหนักทองของแม่ทัพอู๋ซานกุ้ย ซึ่งหล่อขึ้นมาจากทองเหลืองและโลหะอื่นประมาณ "สัมฤทธิ์" ของบ้านเรา แทนที่จะเอาโลหะไปหลอมเป็นอาวุธ ตลอดจนกระทั่งชุดเกราะต่าง ๆ แจกจ่ายให้กับทหาร แม่ทัพอู๋ซานกุ้ยกลับสร้างบารมีของตนเอง ด้วยการสร้างตำหนักจินเตี้ยนหลังนี้ และเป็นหลังที่สวยสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีนอีกด้วย..!

เมื่อถ่ายรูปกันท่ามกลางนักท่องเที่ยวมากมายมหาศาลแล้ว พวกเราก็อ้อมไปด้านหลัง ซึ่งมี "ตำหนักเหลาจื๊อขี่กระบือ" อยู่ที่นั่น ทำการน้อมจิตสักการะแล้ว กำลังจะเดินออกมา "ท่านปิง"บอกว่า "หลวงพ่อครับ ข้างหลังยังมีสวนของจวนแม่ทัพอยู่ สามารถที่จะเข้าไปดูสิ่งต่าง ๆ ได้ครับ" จึงชวนกันเดินไปทางด้านนั้น สวนของเขาใหญ่โตมโหฬารเลยทีเดียว และมีรูปหล่อฝีมือดีของโลหะสัมฤทธิ์ต่าง ๆ ทั้งตราประทับของแม่ทัพ ตลอดจนกระทั่งรูปสัตว์ต่าง ๆ อย่างเช่นวัว ม้า หรือว่าเสือ แต่ละอย่างแต่ละชิ้น ฝีมือประณีตสวยงามทีเดียว

พวกเราเดินไปจนถึงหอ ๕ ชั้น ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าที่ระลึก วนกันขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด เพื่อที่จะชมวิวของสถานที่ มี "อาแปะ" ท่านหนึ่ง ซึ่งดูแลอยู่หน้าบริเวณระฆัง มาชักชวนให้พวกเราตีระฆัง โดยที่บอกว่าตีครั้งหนึ่งจะดีอย่างไร ? ๒ ครั้งจะดีอย่างไร ? ตี ๓ ครั้งจะดีอย่างไร ? ตลอดจนกระทั่งตี ๑๐ ครั้งจะดีอย่างไร ? โดยที่ต้องบริจาคครั้งละ ๓ หยวน..!

"ท่านปิง" บอกว่า "นิมนต์หลวงพ่อตี ๑๐ ครั้งเลยครับ" กระผม/อาตมภาพจึงนำเอาไม้ระฆัง ซึ่งเป็นรูปตัวปลาหลีฮื้อท่อนมหึมาแขวนลอยอยู่ กระทุ้งระฆังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทางด้าน "อาแปะ" ก็ตะโกนขานโชคลาภดีงามต่าง ๆ ตามจำนวนที่ตีให้ เสียงดังก้องกังวาน น่าเลื่อมใสเลยทีเดียว..! ครบ ๑๐ ทีแล้ว ท่านปิงก็จ่ายเงินให้กับเขาไป ๓๐ หยวน

แล้วพวกเราเดินลงมาทางด้านล่าง ลัดเลาะดูรูปหล่อสัมฤทธิ์ต่าง ๆ ออกมาจนถึงบริเวณสระน้ำ ซึ่งมีรูปสุภาพสตรีท่านหนึ่งยืนอยู่ในลักษณะชมสวน เป็นผู้หญิงงามเฉิดฉายเลยทีเดียว สาวงามท่านนี้ "ไกด์ไก่" บอกว่าเป็น "เฉินหยวนหยวน" ภรรยาน้อยที่แม่ทัพอู๋ซานกุ้ยรักที่สุดนั่นเอง ในเมื่อฮ่องเต้ยึดภรรยาน้อยไป จึงเปิดด่านปล่อยให้มองโกลบุกเข้ามายึดประเทศจีนเสียให้เข็ด..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:07
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้), สุพรรณหงส์ (วันนี้)
  #7  
เก่า วันนี้, 00:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,703 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พวกเราเดินลัดออกมาทางด้านนอก ชมพิพิธภัณฑ์ของจวนแม่ทัพแห่งนี้ ซึ่งมีรูปหล่อสัมฤทธิ์สวย ๆ งาม ๆ หลายชิ้น โดยเฉพาะง้าวใหญ่ อาวุธคู่มือของขุนพลอู๋ซานกุ้ย ที่กระผม/อาตมภาพประเมินด้วยสายตาแล้วว่า "กูยกไหว..!"

ครูบาพันแสน (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงราย และรักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง ซึ่งชอบในเรื่องของมีดไม้ดาบปืนต่าง ๆ ประมาณด้วยสายตาแล้วบอกว่า "ผมก็ยกไหวเช่นกัน..!"

แล้วก็เดินออกมาชมสินค้าที่ระลึกต่าง ๆ จนกระทั่งเห็นว่าไม่มีอะไรอีกแล้ว จึงเดินออกมายังจุดนัดพบด้านนอก สักครู่หนึ่ง "ท่านปิง" ที่ขอตัวหายไป กลับมาพร้อมกับปลาหลีฮื้อ ซึ่งเป็นลูกมังกร ๑ ใน ๙ ตัว หน้าตาน่ารักมาก ๆ กระผม/อาตมภาพเห็นแล้วยังถามว่า "ซื้อมาจากไหน ?" "ท่านปิง" ตอบว่า "อยู่ที่ร้านขายสินค้าที่ระลึกนั่นแหละครับ มีลูกมังกรครบ ๙ ตัวเลย จะเหมามาทั้งชุดก็เกรงใจ..!"

เมื่อพวกเรามากันครบถ้วนแล้ว ก็นั่งรถแบตเตอรี่กลับลงไปข้างล่าง เพื่อที่จะขึ้นรถแล้วตรงไปยังภัตตาคาร ซึ่งมื้อกลางวันนี้เราจะมีอาหารพิเศษของที่นี่ ก็คือ "กั้วเฉียวหมี่เสี้ยน" ที่คนไทยมักจะเรียกว่า "ขนมจีนข้ามสะพาน" แต่ความจริงก็คือ "บะหมี่ข้ามสะพาน" นั่นเอง

ตามประวัติเล่าว่าคุณสามีจะสอบจอหงวน ภรรยาเกรงว่าอากาศที่หนาวเย็นนี้ ถ้ากินอาหารเย็น ๆ จะทำให้สามีสุขภาพไม่ดี จึงได้คิดค้นทำบะหมี่นี้ขึ้นมา โดยที่มีน้ำซุปไก่ราดหน้าอยู่ น้ำซุปไก่นั้นก็มีน้ำมันไก่อยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อน้ำมันลอยหน้าเป็นฝาอยู่ จึงทำให้บะหมี่เย็นช้าลง แล้วก็หิ้วข้ามสะพานไปส่งให้สามี ซึ่งท่องหนังสืออยู่อย่างขะมักเขม้น ทำแบบนี้จนกระทั่งสามีสอบเป็นจอหงวนได้ บะหมี่นี้จึงเลื่องลือไปหมดในฐานะบะหมี่ข้ามสะพาน สามารถส่งเสริมให้บุคคลประสบความสำเร็จในชีวิต..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:11
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #8  
เก่า วันนี้, 00:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,703 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อเข้าไปข้างในก็เห็นมีชั้นวางของเป็นชั้น ๆ เอาไว้บนโต๊ะ แต่ละชั้นมีถ้วยเล็กถ้วยน้อยเต็มไปหมด เป็นพวกเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา และผักหญ้าเครื่องปรุงต่าง ๆ จากนั้นก็มีหม้อน้ำซุปร้อนฉ่ามาให้คนละหม้อ พวกเราต้องเทบรรดาเนื้อต่าง ๆ ลงไปก่อน ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะไม่สุก ตามมาด้วยพวกผักและเครื่องปรุง จากนั้นค่อยเอาเส้นหมี่เทตามลงไป

กระผม/อาตมภาพก็สงสัยว่า เมื่อเรียบร้อยแล้ว ตักหมี่กลับขึ้นมา ทำไมถึงหยดเลอะเทอะไปหมด..! วนเช็ดอยู่ ๒ รอบถึงจะได้เห็นว่า เจ้าถ้วยบะหมี่ของกระผม/อาตมภาพที่หน้าตาคล้ายกับ "จวัก" บ้านเรานั้น มีรอยร้าวจนเกือบจะถึงก้นถ้วยแล้ว ทำให้น้ำซึมออกมาอยู่ตลอดเวลา "ท่านปิง" จึงกวักมือเรียกบริกรมาเปลี่ยนถ้วยให้

ฉันกันจนกระทั่งลิ้นแทบพองแล้ว ก็ไปหาที่เข้าห้องน้ำ เจ้าประคุณเถอะ..ห้องน้ำของที่นี่ทำไมถึงทำได้พิถีพิถันและสวยงามขนาดนี้..! โดยเฉพาะอยู่ในบริเวณที่เป็น "พิพิธภัณฑ์ยาสมุนไพรและใบชา" ซึ่งทางภัตตาคารนี้ได้จัดเอาไว้ให้ทุกคนได้ชมอย่างสวยงาม

ไหน ๆ มาแล้วก็อย่าให้เสียเปล่า ออกจากห้องน้ำกระผม/อาตมภาพจึงเดินถ่ายรูปไปทุกซอกทุกมุม เมื่อเห็นว่ายังมีเวลาเหลืออยู่ เพราะว่าเที่ยวบินของพวกเราจะเปิดเคาน์เตอร์เช็คอินตอนบ่าย ๓ โมง ดังนั้น..ทาง "เติมเต็มทราเวล" จึงพาพวกเราซึ่งยัง "ละลายทรัพย์" ไม่หมด ย้อนกลับไปยังบริเวณ "ประตูม้าทอง - ไก่หยก" อีกครั้ง ให้เวลาชั่วโมงครึ่งในการที่จะไป "ละลายทรัพย์" อีกรอบ..!

เมื่อนัดแนะจุดนัดพบและเวลาเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินไปถ่ายรูปซุ้มประตูที่อยู่จนเกือบสุดทางของด้านนี้ แล้วย้อนเข้ามายังซอยซึ่งจะมีตลาดพื้นเมืองอยู่ โดยมี"ท่านปิง" และ "ท่านอาร์ต" (พระอัครพงศ์ ปญฺญวณฺโต) พระลูกวัดท่าขนุน ติดตามมาด้วย

กระผม/อาตมภาพเผลอหน่อยเดียวก็เดินไปถึง ๔ ช่วงตึกใหญ่ ๆ ตอนแรกก็คิดว่าอย่าเก่งก็เดินแค่ "บล็อก" เดียวเท่านั้น แต่ว่าตลาดของเขาจัดได้อลังการจริง ๆ เพราะว่ายาวเหยียดต่อเนื่องเป็นกิโลเมตรเลยทีเดียว..! จึงถ่ายรูปมุมที่น่าสนใจเอาไว้ เผื่อเอาไปปรับปรุง "ตลาดริมแควเมืองท่าขนุน" บ้าง

จากนั้นก็ไปเข้าห้องน้ำซึ่งซ่อนอยู่ภายในซอกมุมหลังตลาด ทางด้านนี้ลมแรงจนรู้สึกหนาวสะท้านเหมือนกัน ออกจากห้องน้ำแล้วกลับมายังจุดนัดพบที่เป็นร้านกาแฟ "คุณติ๊ก" (พันธุ์ชัย) ซึ่งเดินทางร่วมทัวร์มาด้วย จัดการถวายน้ำชาร้อนมาให้ กระผม/อาตมภาพฉันเสร็จแล้ว เห็นว่าใกล้เวลา จึงชวนทุกคนไปยังบริเวณหน้าตึกของ "บริษัทอานต้า (Anta = เพื่อนรัก)" เพื่อรอคนที่ยังไม่มา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 7 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
ชุณหพงศ์ (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #9  
เก่า วันนี้, 01:05
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,703 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สักครู่หนึ่งผ่านไป ปรากฏว่า "น้องมุก" (ธัญวรรณ ศรีสุขประเสริฐ) และ "คุณดวง" (ดวงพร ตั้งจิตนบ) สองคนหลบมาข้าง ๆ บอกว่า "หลวงพ่อช่วยด้วย..!" มองไปเห็นมีชายขอทานคนหนึ่ง ที่มีไม้เท้าค้ำอยู่ ถือเอาถังใบเล็ก ๆ ตามขอเงิน "น้องมุก" บอกว่า "ให้ไปแล้ว มันยังตามขออีกไม่เลิก..!"

กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "รู้แล้วใช่ไหมว่า การให้เงินขอทาน โดยเฉพาะที่ประเทศอินเดียนั้น อันตรายขนาดไหน..!" อีตาขอทานคนนี้แกล้งขาเป๋ พอพวกเราเดินหนีเร็ว ๆ มันเดินตามเร็วกว่าคนขาดีเสียอีก..! แปลว่าไม้เท้าที่เหน็บเอาไว้นั้น ก็คือ "พร็อบ" สำหรับเรียกความสงสารจากคนอื่นนั่นเอง..!

เมื่อเห็นว่ามันตามตื๊อไม่เลิก กระผม/อาตมภาพจึงเดินเข้าไปหา อีกฝ่ายคิดว่ากระผม/อาตมภาพใจดี จะไปบริจาคเงิน ก็เลยเปิดถังให้ พอเห็นใบละ ๕๐ หยวนที่ "น้องมุก" หย่อนไว้ กระผม/อาตมภาพก็คว้าหมับ แต่อีกฝ่ายไวกว่า ตะปบกลับแล้ววิ่งหนี..! ไหนว่าเอ็งขาเป๋า วิ่งเร็วกว่าข้าเสียอีก..1 ไอ้เจ้านั่นหายไปพักใหญ่ก็กลับมา ยื่นถังมาขอพวกเราอีก สั่นหัวในลักษณะว่าไม่มีเงินแล้ว กระผม/อาตมภาพจึงได้คว้าเสื้อของเขาลากเข้ามา แล้วเปิดกระเป๋าเสื้อหาเงิน ไอ้เจ้านั่นสะบัดวิ่งหนีไปอีกรอบหนึ่ง หายไปพักใหญ่ ก็กลับมาเปิดกระเป๋าเสื้อให้ดูว่าไม่มีเงินแล้ว..!

กระผม/อาตมภาพจึงล็อกตัวไว้ แล้วรูดซิปกระเป๋าเสื้อด้านล่าง ไอ้เจ้านั่นต้องสะบัดวิ่งหนีไปอีกรอบหนึ่ง ทำเอาทุกคนหัวเราะกันเฮฮา เป็นที่สนุกสนาน ขนาดครูบาพันแสนบอกว่า "เสียดาย..ไม่ได้ถ่ายวิดีโอเอาไว้" หลังจากที่เก็บเงินทองเรียบร้อยแล้ว มันยังเดินมาตามตื๊ออีก กระผม/อาตมภาพจึงกระชากถังในมือมาแล้วก็เดินหนี..! ทำเอาคนขาเป๋ต้องใช้ไม้เท้า เดินไล่ตามมาเร็วกว่าจริง ๆ..! จึงส่งถังคืนให้ พร้อมกับพาทุกคนข้ามถนนไปทางด้านประตูม้าทอง - ไก่หยก รอจนกระทั่งรถของพวกเรามาแล้ว จึงเดินทางตรงไปยัง "สนามบินนานาชาติคุนหมิง"

เมื่อไปถึง ลงจากรถมาก็แทบจะเซ เพราะว่าลมพัดรุนแรงมาก..! เข้าไปภายในแล้ว พวกเราก็ทำการเช็คอิน ซึ่งมีปัญหาที่ "คุณติ๊ก" (พันธุ์ชัย) เพราะว่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน เขาอนุญาตให้ ๒๓ กิโลกรัม นี่เกินไป ๒ กิโลกรัมถ้วน ๆ..! จึงต้องเปิดหยิบเอา "ขนมเปี๊ยะไส้กุหลาบ" ออกมา ๒ กล่อง คราวนี้เหลือน้ำหนักแค่ ๒๑ กิโลกรัมเท่านั้น..! แปลว่าขนมเปี๊ยะ ๒ กล่องนั้น น้ำหนักกล่องละ ๒ กิโลกรัมเลยทีเดียว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 7 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
ชุณหพงศ์ (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #10  
เก่า วันนี้, 01:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,703 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ครั้นได้ตั๋วแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ไปเทน้ำชาทิ้งลงถังแถวนั้น เพราะว่าจะต้องไปผ่านเครื่องเอ๊กซเรย์ ซึ่งเขาไม่ยอมให้เอาน้ำเข้าไป ปรากฏว่ากระผม/อาตมภาพดวงซวยอีกตามเคย..! เพราะว่าพกยาฆ่าเชื้อที่อยู่ในแผงฟอยล์อะลูมิเนียม ทำให้เกิดเสียงดัง พ่อเจ้าประคุณก็เลยค้นตัวชนิดไม่เกรงใจ เกือบจะจับพระแก้ผ้าไปแล้ว..! จนกระทั่งมั่นใจว่าเสียงนี้ดังมาจากแผ่นฟอยล์หุ้มยาจริง ๆ ถึงได้ปล่อยให้เข้าไปได้

เมื่อหยิบเอาข้าวของของตนเองที่ผ่านเครื่องเอ๊กซเรย์มา และแต่งตัวใหม่จนเรียบร้อย พวกเราต้องมาเข้าแถวอีกยาวนานมาก เพื่อที่จะประทับตราออกจากเมือง ทาง "ลูกกิฟท์" (นางสาวอันตรา ลักษณะ) เจ้าของบริษัทเติมเต็มทราเวลโทรเข้ามา ถามว่า "หลวงพี่ปิงอยู่กับหลวงตาหรือเปล่าเจ้าคะ ? กระเป๋าของท่านมีปัญหา เจ้าหน้าที่ขอให้ย้อนกลับออกมาเปิดกระเป๋าให้ดู" จึงบอกให้ "ท่านปิง" ย้อนกลับออกไป โดยที่กระผม/อาตมภาพอยู่กับ "คุณติ๊ก" (พันธุ์ชัย) สองคน โดนนายละเอียดเขาค่อย ๆ ส่องชื่อของกระผม/อาตมภาพทีละตัวอักษรอยู่เป็นนาน กว่าที่จะประทับตราปล่อยให้ผ่านออกไปได้ โดย "ท่านปิง" ที่ตามมาทัน บอกว่า "พกเอาถุงร้อนกันหนาวมาเป็นปึก เขาเลยคิดว่าเป็นดินระเบิดกระมัง ?"

พวกเราไปนั่งรออยู่ที่ประตูทางขึ้นเครื่อง ๗๑ ที่ตอนนี้แดดกำลังจัดจ้ามาก กระผม/อาตมภาพทำการส่งงานต่าง ๆ จนเรียบร้อย เมื่อใกล้เวลาก็ไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วเขาจึงเรียกขึ้นเครื่อง เป็นอะไรที่น่าเบื่อหน่ายมาก เพราะว่าคนจีนแซงทุกอย่างจริง ๆ แม้กระทั่งการเรียกขึ้นเครื่องก็ไม่สนใจว่าใครจะอยู่โซนไหน กูพุ่งเข้าไปทุกช่องที่ใกล้ตัวเอง..!

ขึ้นไปอยู่ข้างบน จัดแจงที่นั่งของตนเองเสร็จแล้ว ก็ส่งใจไปกราบขอบคุณบรรดาท่านทั้งหลาย ที่ช่วยสงเคราะห์ตลอดเวลาที่เดินทางอยู่ในเมืองจีนนี้ ตลอดจนถึงเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายที่รักษาตลอดเส้นทาง จนถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

พวกเราเดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิก่อนเวลา ๒๐ นาที ทางด้าน "คุณดาหวัน" (เพชรดาวัลย์ พัสลุผล) แม่ของ "น้องพอร์ช" เด็กชายเสฏฐ์ ชาครวิโรจน์ เรียกรถตู้ของทางบ้านมารับกระผม/อาตมภาพกับ "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร และ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ไปส่งที่วัดอุทยาน

ด้วยความที่กระผม/อาตมภาพก้มหน้าก้มตาเข้ารายการ "เสียงธรรมจากมหาจุฬาอาศรม" อยู่ ทำให้โชเฟอร์ซึ่งไม่คุ้นทาง ขับรถพลาดจนกระทั่งหลงทาง เมื่อทำการประเมินรายการเสียงธรรมจากมหาจุฬาอาศรมแล้ว กระผม/อาตมภาพจึงบอกทางถูกให้ จนกระทั่งไปถึงวัดอุทยานในเวลา ๓ ทุ่มกว่า

กระผม/อาตมภาพควักกระเป๋าให้รางวัลโชเฟอร์ไป ๑,๐๐๐ บาท รับเอากระเป๋าของตนเองมาแล้วกลับขึ้นสู่ที่พัก พรุ่งนี้ยังมีสารพัดงานรออยู่ ตอนนี้จึงทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ตอนสุดท้ายของทริปนี้เอาไว้ให้สำหรับทุกคน เพื่อที่จะได้เอาไว้ติดตามทริป "แชงกรีลา..แดนในฝัน" จนจบ

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๑๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 7 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
ชุณหพงศ์ (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 5 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 4 คน )
ชัยรัตน์
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:17



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว