กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 14-01-2026, 08:03
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,401
ได้ให้อนุโมทนา: 227,219
ได้รับอนุโมทนา 824,274 ครั้ง ใน 40,722 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 15-01-2026, 01:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,746
ได้ให้อนุโมทนา: 160,580
ได้รับอนุโมทนา 4,527,185 ครั้ง ใน 37,362 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่ออโรรา โฮเต็ลของฉือมู่ สาวน้อยทิเบตอุ้มแกะในตำนาน อยู่ที่ - ๕ องศาเซลเซียส

เมื่อวานนี้ที่โรงแรม Manngoo เมืองฉู่ฉง เมื่อกระผม/อาตมภาพอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล โดยเฉพาะบรรดาประคำที่ซื้อมาจากวัดหลวงเมืองลื้อแล้ว ก็แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ลงไปที่ห้องอาหารทางด้านล่าง ซึ่งแม่หญิงเปิ้ลบอกกับพวกเราว่าเปิดตอน ๐๗.๐๕ น. แต่ปรากฏว่า ๐๖.๓๐ น. ก็เปิดแล้ว ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์มาก ๆ โดยเฉพาะออกไปแนวมังสวิรัติ ซึ่งถูกใจหลวงพ่อนิล (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนครเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อฉันเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ออกมานั่งรอที่ด้านนอก ท่านปิง (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ บอกว่า "ให้พักที่บริเวณห้องพักทางด้านข้างห้องอาหารดีกว่าครับหลวงพ่อ ด้านล่างนั้นหนาวเกินไป" แต่กระผม/อาตมภาพพักอยู่ได้ครู่เดียวก็เกรงว่า ถ้าปล่อยบรรดามวลมหาประชาชนจีนลงไปที่ล็อบบี้เมื่อไร พวกเราก็จะไม่มีที่นั่งเหลือเมื่อนั้น ลงไปนั่งกระทบความเย็นให้เคยชินกับร่างกายจะดีกว่า ท่านปิงจึงได้นำเอาผ้าพันคอ ซึ่งทำเป็นลักษณะปลอกมาสวมให้ แถมด้วยถุงมือที่สามารถทัชหน้าจอของโทรศัพท์มือถือ เพื่อที่จะทำงานได้อีกต่างหาก

ส่วนท่านอาร์ต (พระอัครพงศ์ ปญฺญวนฺโต) คว้ากระบอกน้ำกับกระเป๋าของกระผม/อาตมภาพหิ้วไปให้ ซึ่งตอนแรกก็ผลัดกันไปมา ระหว่างครูบาพันแสน (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงราย และรักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง และครูบาไอซ์ (พระนิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ) วัดเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ แต่ตอนนี้ท่านอาร์ต อดีตพระวัดท่าขนุน ที่ขอกลับไปจำพรรษาที่จังหวัดน่านบ้านเกิดตัวเอง ทำหน้าที่ดูแลจนกระผม/อาตมภาพซึ่งมาในทริปนี้ กลายเป็นพระแก่โดยสมบูรณ์ไปแล้ว..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-01-2026 เมื่อ 03:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 15-01-2026, 01:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,746
ได้ให้อนุโมทนา: 160,580
ได้รับอนุโมทนา 4,527,185 ครั้ง ใน 37,362 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อลงมาข้างล่างได้ครู่หนึ่ง ก็มีคณะนักท่องเที่ยวแห่กันออกมา พูดภาษาไทยอย่างชัดเจน บางท่านก็รู้จักกระผม/อาตมภาพและหลวงพ่อนิลด้วย มากราบแล้วกราบอีก แจ้งว่าตนเองจะกลับลงไปทางด้านล่างแล้ว เพราะว่าไปแชงกรีล่ามา กระผม/อาตมภาพทักทายทุกคนแล้ว ก็แจ้งพวกเราว่าให้ถือกระเป๋าอยู่กับตัวเองก่อน อย่าเพิ่งเอาไปรวมกองไว้ เนื่องเพราะว่ารถบัสสองคันที่รออยู่นั้น คันหนึ่งรับนักท่องเที่ยวไทย อีกคันหนึ่งรับนักท่องเที่ยวจีน ถ้าเราเผลอวางกระเป๋า อาจจะมีการที่กระเป๋าไปเที่ยวที่อื่นอย่างแน่นอน..!

เมื่อพวกเราพร้อมแล้ว ก็นำกระเป๋าไปขึ้นรถที่มาจอดรออยู่ทางด้านนอก เวลา ๘ โมงตรงของเมืองจีน พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังเมืองต้าหลี่ ซึ่งในอดีตก็คือเมืองหลวงของมณฑลยูนนาน ใช้เวลาเดินทางไปจนถึงประมาณ ๙ โมงครึ่งของเมืองจีน ก็หยุดพักเข้าห้องน้ำ ให้คนขับได้พักตัวเองตามกฎหมายอย่างน้อย ๑๕ นาที ถ้าหากว่าใครฝ่าฝืนอาจโดนยึดใบอนุญาต แล้วไม่อนุญาตให้ขับรถนักท่องเที่ยวได้อีก พวกเราเข้าห้องน้ำแล้ว ส่วนใหญ่ก็ออกมาเดินดูสินค้าต่าง ๆ ซึ่งมีผลไม้หน้าตาแปลก ๆ ไม่เหมือนบ้านเรา บางอย่างกระผม/อาตมภาพก็รู้จัก บางอย่างก็ไม่รู้จัก

ครั้นเดินทางต่อไปจนถึงเวลา ๑๑ โมงของเมืองจีน ก็เข้ามาถึงเมืองต้าหลี่ พวกเราตรงไปยังเขตเมืองโบราณต้าหลี่ เพื่อเข้าไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมที่ "วัดกวนอิมซื่อ" ของเมืองต้าหลี่แห่งนี้ ที่มีประวัติว่าแม่ทัพมองโกลนำทหารบุกมาตีเมืองต้าหลี่ เจ้าแม่กวนอิมโพธิสัตว์สงสารบรรดาชาวเมืองต้าหลี่ที่นับถือศาสนาพุทธ อยู่ในศีลในธรรม จึงแปลงร่างเป็นหญิงชรา แบกก้อนหินก้อนใหญ่มหึมา เดินออกมาจากประตูเมืองต้าหลี่ ทำเอาบรรดาทหารมองโกลตกตะลึงพรึงเพริด เพราะคิดว่าหญิงชรายังแข็งแรงขนาดนี้ บรรดาคนหนุ่มสาวในเมืองนี้ต้องแข็งแรงกว่าอย่างแน่นอน แม่ทัพมองโกลจึงสั่งให้ถอยทัพกลับไป บรรดาชาวบ้านจึงรวมใจกันสร้างวัดถวายต่อพระแม่กวนอิม

พวกเราขึ้นไปถ่ายรูปหมู่กันแล้วก็เข้าไปทางด้านใน ซึ่งมีรูปพระแม่กวนอิมแปลงร่างเป็นหญิงชราแบกก้อนหินอยู่ ตลอดจนกระทั่งทิวทัศน์รอบข้าง เมื่อเดินลึกเข้าไปก็เป็นรูปของพระแม่กวนอิมตั้งอยู่ตรงกลาง คนวัดที่อยู่ทางด้านข้างถามว่าจะทำบุญมากกว่านั้นหรือไม่ ? เพราะเห็นกระผม/อาตมภาพล้วงกระเป๋าหยอดตู้ไปเรียบร้อยแล้ว ครั้นถามดูทราบว่ามีการตามประทีปถวาย จึงสั่งไป ๒ คู่ แบบคู่ใหญ่ราคาคู่ละ ๓๖ หยวน แบบคู่เล็ก แต่ว่าสวยงาม เป็นสีแดง ราคาคู่ละ ๓๐ หยวน ทำการตามถวายท่านแม่ อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรดาเจ้าที่เจ้าทาง และท่านทั้งหลายที่ติดตามรักษาคณะของเราอยู่

จากนั้นก็เดินลึกต่อเข้าไปทางด้านหลัง ซึ่งจะมีอาคารลักษณะเหมือนกับเจดีย์ตั้งอยู่ทางด้านใน ภายใต้อาคารนั้นก็คือหินก้อนใหญ่ ที่พระแม่กวนอิมท่านแบกมาสำหรับขู่บรรดาทหารมองโกลนั่นเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-01-2026 เมื่อ 03:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 15-01-2026, 01:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,746
ได้ให้อนุโมทนา: 160,580
ได้รับอนุโมทนา 4,527,185 ครั้ง ใน 37,362 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วัดนี้นอกจากจะเก่าแก่แล้ว ฝีมือช่างที่ปั้นบรรดารูปท้าวจตุโลกบาลก็ดี พระแม่กวนอิมก็ตาม อยู่ในระดับที่สุดยอดเป็นอย่างยิ่ง เห็นแล้วก็ยังทึ่ง โดยเฉพาะที่แรกซึ่งแวะเข้าไป ก็คือวิหารพระศรีศากยมุนี ซึ่งมีบรรดาพระอรหันต์และพระโพธิสัตว์ต่าง ๆ ปั้นอยู่ตลอดผนังเป็นร้อย ๆ รูป..!

กระผม/อาตมภาพและท่านปิงที่คอยตามดูแล เข้าไปถ่ายรูปข้างในจนทั่วแล้ว ท่านปิงถึงได้ชี้ให้ดูรูปเล็ก ๆ ที่ติดอยู่ทางด้านล่างว่า "หลวงพ่อครับ เขาห้ามถ่ายรูปครับ..!" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่หัวเราะแหะ ๆ เนื่องเพราะว่าไปที่ไหนก็ควักกระเป๋าหยอดตู้ไปแล้ว เจ้าหน้าที่เขาก็เลยไม่ห้ามกระมัง ?

เมื่อออกมาจากบริเวณนั้น เดินลึกเข้าไปอีกหน่อย ก็มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่แปลงร่างเป็นหญิงชรา หน้าตาใจดีมาก ๆ มองออกมาด้วยความเมตตาเป็นอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านหลังรูปปั้นก็ปั้นเป็นรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่พวกเรารู้จักมักคุ้น พร้อมด้วยทารกทอง ทาริกาหยก และแปดเซียนรวมกัน ซึ่งฝีมือก็สุดยอดเหมือนกัน

เดินต่อเข้าไปอีกนิดหนึ่งก็เป็นมหาวิหาร ซึ่งมีพระพุทธเจ้า ๓ กาล ก็คืออดีตกาล ปัจจุบันกาล และอนาคตกาล เป็นประธานอยู่ บริเวณรอบข้างส่วนใหญ่ก็เป็นรูปพระแม่กวนอิมและพระโพธิสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะพระมัญชุศรีโพธิสัตว์และพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ ซึ่งท่านหนึ่งก็ขี่สิงห์ ท่านหนึ่งก็ขี่ช้าง ให้พวกเราสามารถที่จะแยกแยะได้ว่าใครเป็นใคร

กระผม/อาตมภาพหยอดตู้ทำบุญทุกตู้ที่มีแล้ว จัดการถ่ายรูปทุกรูปจนเรียบร้อย ออกมาด้านนอกเจอน้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) กำลังคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่หญิงเฝ้าวิหาร ซึ่งสอบถามว่าพวกเราเป็นพระภิกษุมาจากที่ไหน ท่านปิงจึงอธิบายให้ทราบว่า กระผม/อาตมภาพคือ "Abbott of Watthkhanun in Kanchanaburi province, western of Thailand" อีกฝ่ายหนึ่งจึงขอที่อยู่เอาไว้

เจ้าหน้าที่หญิงคนนี้เก่งมาก ๆ ก็คือพูดชัดทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ทำให้กระผม/อาตมภาพมองเห็นอีกเหมือนกันว่าบริเวณด้านล่างนั้นมีป้ายเล็ก ๆ ติดอยู่ว่าห้ามถ่ายรูป กระผม/อาตมภาพก็เลยตีความว่า น่าจะห้ามถ่ายน้อยกระมัง ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-01-2026 เมื่อ 03:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 15-01-2026, 01:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,746
ได้ให้อนุโมทนา: 160,580
ได้รับอนุโมทนา 4,527,185 ครั้ง ใน 37,362 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ย้อนออกมาทางด้านนอก ทางด้านขวามือของขาออก เป็นรูปของพระแม่กวนอิม ยืนอยู่บนดอกบัว ๙ ชั้น ในพระหัตถ์มีแจกันน้ำอมฤต ซึ่งมีน้ำพุ่งลงไปยังสระด้านล่างอยู่ตลอดเวลา ส่วนทางด้านซ้ายมือของขาออก ก็ยังมีวิหารพระแม่กวนอิม ซึ่งมีพระภิกษุรูปหนึ่งเฝ้าอยู่ กระผม/อาตมภาพหยอดตู้ทำบุญแล้วก็ทักทายท่านว่า "ต้าซือ" ซึ่งก็คือการยกย่องเป็นมหาเถระ หรือมหาสมณะนั่นเอง

เมื่อกลับออกมาขึ้นรถจนครบถ้วนแล้ว พวกเราก็ไปฉันภัตตาหารเพลกันที่บริเวณภัตตาคารที่ไม่ไกลนัก ส่วนที่ชอบที่สุดของภัตตาคารนี้ไม่ใช่อาหารลือชื่อ ซึ่งอร่อยมาก ทั้งเป็ดย่าง ไก่ดำตุ๋นมะละกอ และสารพัดอาหารที่ขึ้นชื่อลือชาของเขา แต่ว่าไปชอบใจฉากกั้นที่เป็นไม้ฉลุ ไม่ว่าจะเป็นรูปนกยูง หรือว่ารูปสัตว์อื่น ๆ ก็ตาม ที่แกะสลักได้อย่างประณีตมาก และทางด้านนอกก็ยังมีตู้ใส่เห็ด ใส่ผักสดต่าง ๆ มีทั้งที่จำหน่ายและเพาะตัวอย่างให้ดู ทำให้มั่นใจว่าคุณภาพของอาหารที่นี่สุดยอดมากแน่ ๆ

เมื่อออกรถมาได้ไม่ไกล พวกเราก็มาถึงตัวประตูเมืองโบราณต้าหลี่ ที่จะต้องเดินลงไปเรื่อย ๆ ตามสายน้ำที่ไหลไป ตลอดเส้นทางก็มีแต่ร้านค้าสารพัดสินค้าจำหน่าย โดยเฉพาะชุดเครื่องกันหนาว และของที่ระลึกกระจุกกระจิกต่าง ๆ พวกเราเดินมาจนกระทั่งถึงศาลาผักกาดเซียน ซึ่งมีผู้ที่เป็นบุคคลจัดอยู่ในจำพวก ๒๔ ยอดกตัญญู ไปขอผักกาดเซียนที่พญามังกรหวงนักหวงหนา มารักษาบุคคลอันเป็นที่รักของตนจนหาย จึงได้สร้างผักกาดเซียนด้วยหินหยกดอกใหญ่มหึมาเอาไว้ตรงนี้ ให้คนมาขอพรเพื่อรักษาโรคได้

เมื่อถ่ายรูปหมู่บริเวณนี้แล้ว พวกเราก็เดินลึกเข้าไปจนสุดทาง ซึ่งแยกออกเป็นทั้งซ้ายและขวามือ เป็นเขตตัวเมืองโบราณต้าหลี่จริง ๆ ไปถ่ายรูปหมู่ร่วมกันที่บริเวณประตูเมือง ซึ่งเป็นหอสังเกตการณ์ข้าศึกด้วย กระผม/อาตมภาพชี้ให้ดูประตูเมือง ซึ่งถ้าหากว่ารถยนต์วิ่งสวนกันก็จะได้พอดี ๆ บอกว่า นี่แหละคือลักษณะประตูที่กล่าวกันว่า "หนึ่งคนเฝ้าด่าน หมื่นคนยากทะลวงผ่าน" เนื่องเพราะว่าเป็นช่วงที่ค่อนข้างจะยาวมากแต่แคบ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-01-2026 เมื่อ 03:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 15-01-2026, 01:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,746
ได้ให้อนุโมทนา: 160,580
ได้รับอนุโมทนา 4,527,185 ครั้ง ใน 37,362 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ทั้งสองฝั่งก็มีร้านค้าที่น่าจะเป็นเด็กเส้นสุด ๆ อยู่ด้านละ ๒ ร้าน ร้านแรกนั้นขายผ้ามัดย้อมต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างยิ่งแถว ๆ ยูนนานแห่งนี้ กระผม/อาตมภาพก็เลยซื้อช้างตัวเล็ก ๆ ที่ทำจากผ้ามัดย้อมไป ๑ ตัว เขาบอกว่าราคา ๙๘ หยวน แต่พอจ่ายเข้าจริง ๆ กระผม/อาตมภาพมีเงิน ๑ หยวนอยู่หลายใบ ทางด้านเจ้าของร้านบอกว่าขอใบเล็กเถอะ กระผม/อาตมภาพนับแล้วได้แค่ ๙๖ หยวน อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าไม่เป็นไร ขอให้ได้ใบเล็กก็แล้วกัน..!

ครั้นขยับไปอีกร้านหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึกต่าง ๆ กระจุกกระจิก ซึ่งดูแล้วน่ารักมาก ก็เลยโดนควักกระเป๋าไปอีก เพราะว่าซื้อเจ้ามังกรน้อยเฝ้าขุมทรัพย์ ซึ่งมีทั้งตัวซ้ายและตัวขวา พร้อมกับก้อนทอง ก็เลยเหมาไปอีก ๑ ชุด ราคา ๑๒๘ หยวน

เดินออกมาอีกร้านหนึ่ง ทางด้านนี้เป็นร้านจำหน่ายบรรดาครีมสำหรับทามือกันแตกด้วยความหนาว ซึ่งมีสารพัดกลิ่นดอกไม้ต่าง ๆ พวกเราเองเดินวนอยู่ ๑ รอบ ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรเพราะว่าออกแนวผู้หญิง พระล้วน ๆ ถ้าขืนไปซื้อน่าจะมีปัญหา..!

ขยับมาร้านสุดท้าย มีบรรดาข้าวของต่าง ๆ ซึ่งร้อยขึ้นมาจากประคำ ที่ทำด้วยสารพัดวัสดุ ฝืมือประณีตสวยงามมาก ๆ ทางด้านเจ้าของร้านให้พวกเราเลือกเองว่าจะเอาเม็ดประคำสีอะไรบ้าง ? แล้วจะร้อยในลักษณะไหน ? เขาจะบริการร้อยให้ คิดแค่ราคาวัสดุ ไม่คิดค่าแรง

กระผม/อาตมภาพเองไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไร จึงถ่ายรูปแล้วเดินมา ชวนครูบาพันแสนท่านขึ้นไปชั้นบนหอสังเกตการณ์ เพื่อที่จะชมวิวเมืองโบราณต้าหลี่ ปรากฏว่าสองเกลอหัวเห็ดเดินสวนทางลงของเขาไปเสียนี่..! ทำเอาครูบาไอซ์พลอยผิดไปด้วย เมื่อรู้ว่าผิด พวกเราก็เลยเดินจ้ำเร็ว ๆ เพื่อให้ขึ้นไปถึงทางด้านบน ซึ่งบริเวณนี้เมื่อชมวิวและถ่ายรูปแล้ว ก็ยังมีการรับจ้างเขียนหนังสือด้วยพู่กันจีน ซึ่งจะเอาข้อความอะไรก็ได้ จดไปให้แล้วอาแปะแกก็บรรเลงเพลงพู่กันออกมาอย่างสวยสดงดงาม

อีกด้านหนึ่งเป็นการขายบรรดาชาดอกไม้ต่าง ๆ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่เรารู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง จึงได้เดินวนอยู่ในลักษณะขี่ม้าชมดอกไม้ แล้วก็มาถ่ายรูปกับผนังสวย ๆ ของกำแพงประตูเมืองชั้นบน ที่ดูงดงามมาก จากนั้นค่อยกลับลงมาข้างล่าง แล้วเดินย้อนกลับขึ้นไปทางเดิมเมื่อขามา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-01-2026 เมื่อ 03:13
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 15-01-2026, 01:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,746
ได้ให้อนุโมทนา: 160,580
ได้รับอนุโมทนา 4,527,185 ครั้ง ใน 37,362 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

กระผม/อาตมภาพถ่ายรูปไปตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงจุดนัดพบ เจอคุณน้ำทิพย์ถือธงรออยู่ บริเวณนี้มีวณิพกพเนจร ซึ่งอยู่ในลักษณะน่าสงสารมาก เนื่องเพราะว่าแขนก็ไม่มี ขาก็ไม่มี อุตส่าห์ที่จะมาร้องเพลง เสียงดีเสียด้วย กระผม/อาตมภาพจึงควักธนบัตรใบย่อยทั้งหมด ใส่ลงไปในถังใบใหญ่ที่เขาวางรอเอาไว้ อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า "สวัสดีครับ ขอบคุณครับ" กระผม/อาตมภาพตอบกลับไปเป็นภาษาจีนแทน ต่างคนก็เลยต่างหัวเราะกัน

เมื่อพวกเรามาถึงกันพร้อมแล้ว เวลาประมาณ ๑๔.๔๕ น. ของเมืองจีน รถยนต์ของเราก็วิ่งต่อไปยังแชงกรีล่า ซึ่งเป็นไฮไลท์ในทริปนี้ของเรา ในระหว่างทางก็ได้จอดเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำเป็นระยะไป แต่ขอโทษเถอะ..พวกเราส่วนใหญ่เข้าห้องน้ำแล้ว อาศัยความเร็วเป็นของปีศาจ ก็เลยมีการช็อปปิ้งกันไปเรื่อย ๆ อยู่เหมือนกัน จนกระทั่งมาข้ามแม่น้ำจินซาเจียง ซึ่งก็คือต้นแม่น้ำแยงซีเกียงนั่นเอง แต่เพียงแต่ว่าจินซาเจียง คือแม่น้ำทรายทอง ตอนนี้เป็นชิงสุ่ยเจียงมากกว่า ก็คือกลายเป็นแม่น้ำเขียวใสแจ๋ว ขนานไปกับทิวเขาใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมะมังกรหยก

ด้านหน้าของสะพานซึ่งกำลังข้ามแม่น้ำนั้น มีการปั้นเป็นฝูงจามรีเผือกจำนวน ๕ ตัวกำลังไต่ขึ้นเนิน ซึ่งชาวทิเบตถือว่าจามรีเผือกนั้นเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน ดังนั้น..ขนหางของจามรีเผือกจึงอยู่ในพิธีกรรมพิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพิธีการทางพรต พิธีการทางพระพุทธศาสนา และพิธีการของบรรดาพ่อมดหมอผี ที่เรียกว่านิกายซ่าหม่านของประเทศจีน จนกระทั่งเมื่อเผยแพร่เข้ามาถึงเมืองไทยของเรา ก็กลายเป็นของสูงไปส่วนหนึ่ง ก็คือเป็นส่วนของวาลวิชนี และแส้ปัดหางจามรี ในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของไทยเรานั่นเอง

พวกเราวิ่งมาจนกระทั่งเริ่มขึ้นสู่บริเวณที่สูงเกิน ๓,๐๐๐ เมตรกระผม/อาตมภาพแจ้งต่อแม่นางเปิ้ลทันทีว่ามีอาการปวดขมับแล้ว เพราะว่าออกซิเจนน้อย ทำเอาแม่นางเปิ้ลมีอาการงงมาก เพราะว่าเรื่องของความตาลาย คลื่นไส้ อาเจียนอะไรไม่มี แต่กระโดดข้ามขั้นไปขั้นที่ ๒ เลย ซึ่งกระผม/อาตมภาพเองก็อยู่ในลักษณะนี้มาโดยตลอด จึงขอให้ทางคณะแจกจ่ายออกซิเจนกระป๋องให้กับทุกคน

กระผม/อาตมภาพเองรับมา ๑ กระป๋อง โดยที่ลูกกิฟท์ (นางสาวอันตรา ลักษณะ) เจ้าของบริษัทเติมเต็มทราเวล เป็นคนจ่ายค่าออกซิเจนกระป๋องให้ ในราคากระป๋องละ ๑๐๐ หยวน ถ้าหากว่ามีอาการเมื่อไร ก็ให้ทำการสูดออกซิเจนเสีย ๒ - ๓ ครั้ง แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้น แต่ปรากฏว่าบุคคลที่สาธิตนั้น กลายเป็นคุณน้ำทิพย์ที่หมอบกระแตไปก่อน เนื่องเพราะว่าลุกพรวดพราดจากท่านั่งขึ้นมา แล้วก็ต้องมาพูดอธิบาย จึงออกอาการหายใจไม่ทัน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-01-2026 เมื่อ 03:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 15-01-2026, 01:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,746
ได้ให้อนุโมทนา: 160,580
ได้รับอนุโมทนา 4,527,185 ครั้ง ใน 37,362 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พวกเราเองวิ่งมาถึงบริเวณทางขึ้นทางด่วน เพื่อตรงไปยังเมืองแชงกรีล่านั้น เป็นเวลาประมาณ ๖ โมงเย็นกว่าแล้ว อากาศลดฮวบลงมาเหลืออยู่แค่ ๙ องศาเซลเซียส ครั้นเมื่อวิ่งตรงไป ข้ามอุโมงค์ต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ก่อนที่จะออกจากด่านทางด่วน อากาศก็เหลือแค่ ๑ องศาเซลเซียสเท่านั้น..!

พวกเรามาถึงบริเวณลานจอดรถของเมืองโบราณแชงกรีล่า หรือชื่อเดิมคือเมืองจงเตี้ยน ในเวลาประมาณ ๑๙.๕๐ น. ของเมืองจีน กระผม/อาตมภาพกำลังปวดปัสสาวะสุด ๆ แต่ขอโทษเถอะ..ห้องน้ำห้องส้วมที่ลานจอดรถ เจ้าของดันล็อกกุญแจกลับบ้านหนีหนาวไปแล้ว คุณน้ำทิพย์บอกว่าเราไปปัสสาวะกันที่บริเวณหน้าวัดต้าฝอ ซึ่งมีกงล้อมนต์ใหญ่ที่สุดในโลกก็ได้ ทำเอากระผม/อาตมภาพกับท่านปิงที่พยายามเดินช้า ๆ เนื่องเพราะว่าถ้าเดินเร็วแล้วจะหายใจไม่ทัน เดินไปก็ต้องหนีบไป เพราะไม่รู้ว่าจะฉี่เล็ดลงตรงไหน..!?

ครั้นเข้าไปบริเวณที่เป็นประตูเมืองโบราณ ซึ่งตอนนี้เหลืองอร่ามสวยงามด้วยแสงสียามค่ำคืน พวกเราก็ต้องเดินเลาะตรงไปจนกระทั่งเกือบจะถึงเขตลานวัดต้าฝอ เลี้ยวขวามือไป ซึ่งคุณน้ำทิพย์ก็ไม่ชี้ให้ดูว่าเป็นสถานที่ไหน พวกเราจึงต้องเลี้ยวขวาเดินไปเรื่อย ๆ ผ่านบรรดาร้านปิ้งย่าง ร้านขายของที่ระลึกเป็นสิบ ๆ ร้าน กว่าที่จะเจอห้องน้ำสาธารณะ มุดเข้าไปแล้ว บางห้องก็ต้องผงะถอยออกมา เนื่องเพราะว่ามีของที่ระลึกจากประชาชนชาวจีนกองเบ้อเร่อรออยู่..!

เมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อย ค่อยออกมาชมความงามของวิหารและกงล้อมนต์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เหลืองอร่ามอยู่บนยอดเขา ครั้นถ่ายรูปเดี่ยวรูปหมู่กันเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพจะไปต่อคิวเพื่อขึ้นไปหมุนกงล้อมนต์ทิเบตขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนั้น

แต่ว่าเดินไปเกือบ ๒ กิโลเมตร ยังไม่สุดแถวมวลมหาประชาชนเสียที..! ก็เลยต้องย้อนกลับมาแจ้งกับทุกคนว่าสละสิทธิ์กันเถอะ เนื่องเพราะว่าไปไม่ทันแน่นอน เพราะว่าเรานัดรถไว้ตอน ๓ ทุ่มที่ลานจอดรถ จึงกลายเป็นว่ามาหาซื้อสินค้าที่ระลึกแทน ซึ่งมีตุ๊กตาน่ารักมาก ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นบรรดาสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งบำเพ็ญเพียรจนกลายร่างเป็นมนุษย์หรือเปล่า ? เนื่องเพราะว่าอยู่ในลักษณะกึ่งคนกึ่งสัตว์ทั้งนั้น มีทั้งนกฮูก ที่สามารถปราดเปรื่องรู้เรื่องรอบด้าน ตลอดจนกระทั่งบรรดาเสือ หมี บรรดาจิ้งจอกต่าง ๆ

สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้จัดอยู่ในส่วนของอชคราทิเปรต ก็คือเปรตในร่างสัตว์ ถ้าบำเพ็ญเพียรจนเป็นร้อยเป็นพันปี ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง คือสามารถแปลงจนคล้ายคนไปเรื่อย ๆ แต่ว่ามีเคล็ดลับอยู่ตรงที่ว่า เมื่อไปเคาะประตูบ้าน ถามชาวบ้านว่าเหมือนคนหรือยัง ? ถ้ามีคนตอบว่าเหมือนแล้ว ก็จะผ่านทัณฑ์วิถี ซึ่งเป็นเครื่องสกัดกั้นไม่ให้กลายเป็นคน สามารถแปลงร่างเป็นคนได้ กลายเป็นเซียนที่พัฒนามาจากสัตว์นั่นเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : 15-01-2026 เมื่อ 13:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 15-01-2026, 02:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,746
ได้ให้อนุโมทนา: 160,580
ได้รับอนุโมทนา 4,527,185 ครั้ง ใน 37,362 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แต่ว่าต่อราคาไม่ลง เขาขายตัวละ ๑๒๘ หยวน กระผม/อาตมภาพต่อราคา ๓ ตัว ๓๐๐ หยวน อย่างไรเขาก็ไม่ยอมลด แต่ว่าจะแถมโน่นแถมนี่ให้แทน กระผม/อาตมภาพให้น้องเล็กช่วยต่อจนเขาคิดว่าน้องเล็กเป็นคนจีน..!

เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องในด้านราคาจึงได้ถอยออกมา ไกด์ไก่ (นายฐนชล ทิมแสง) ซึ่งเป็นหัวหน้าทัวร์ครั้งนี้ จึงพาพวกเราไปนั่งร้านชานมจามรีแทน นั่งรออยู่นานมาก ปรากฏว่ามาแก้วใหญ่มหึมา ประมาณแก้วกาแฟสตาร์บัคส์ ๓ แก้วรวมกัน..! กระผม/อาตมภาพกระดกทีเดียวหมด ขณะที่คนอื่นค่อย ๆ จิบ เพราะแหยงในรสชาติบ้าง กลัวความร้อนบ้าง

จนกระทั่งเวลา ๓ ทุ่ม พวกเราค่อยเดินย้อนออกมา กระผม/อาตมภาพเดินไปก็ส่งรูปเข้ากลุ่มไลน์ไป เพื่อให้ไอ้ตัวเล็กได้ลงรูปในลักษณะเรียลไทม์ จึงเดินเลยในส่วนของลานจอดรถข้ามถนนไปอีกด้านหนึ่ง จนน้องเล็กท้วงว่าไม่ใช่ด้านนี้ ครั้นเดินกลับมาเจอคุณน้ำทิพย์ ที่บอกว่าด้านนี้ก็ไปได้ แล้วพาเลี้ยวขวาลัดเข้าไปเจอรถของพวกเราจอดอยู่

รถพาวิ่งข้ามเมืองไปประมาณ ๓๐ นาที ก็มาถึงบริเวณที่กระผม/อาตมภาพขอเอาไว้ ก็คือออโรร่า โฮเต็ลของฉือมู่ สาวน้อยทิเบตอุ้มแกะในตำนานนั่นเอง ตอนนี้เป็นหนี่เหลาปั่น ก็คือเถ้าแก้เนี้ยผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว กู้เงินสร้างโฮเต็ลที่เป็นไม้สน สวยงามมาก ๆ พาบรรดาลูก ๆ ออกมานำเอาผ้าขะตะมาถวาย และต้อนรับแขกทุกคน

ครั้นเข้าไปแล้วก็ทำการแจกจ่ายกุญแจห้อง แต่ที่ขำมากก็คือฉือมู่ซึ่งเป็นคนนำกระผม/อาตมภาพกับท่านปิงไปยังที่พัก ดันนำไปห้อง ๘๐๘ แทนที่จะเป็น ๘๐๑ เมื่อเปิดประตูห้องไม่ได้จึงสงสัย แล้วมาดูเบอร์ห้องที่คีย์การ์ดอีกทีหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเป็นห้อง ๘๐๑ ก็ขอโทษขอโพย พากระผม/อาตมภาพไปส่งจนถึงที่ ท่านปิงที่หอบข้าวของทุกอย่างมาให้ วางข้าวของและดูความเรียบร้อยแล้วก็ขอตัวกลับไปยังห้องของตนเอง

กระผม/อาตมภาพเห็นมีอ่างอาบน้ำใบใหญ่ ก็จัดการเปิดน้ำร้อนลงไปก่อนเลย ครั้นปิดม่านหน้าต่างทุกแห่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ลงไปแช่น้ำร้อน ยังไม่ทันที่น้ำร้อนจะท่วมหน้าแข้ง ก็มีเสียงเคาะประตูปัง ๆ กระผม/อาตมภาพจึงบอกไปในกลุ่มไลน์ว่ากำลังแช่น้ำร้อนอยู่ ไกด์ไก่ถึงได้บอกว่า "เจ้าหน้าที่เขานำเอาน้ำดื่มมาเพิ่มให้หลวงพ่อครับ" กระผม/อาตมภาพบอกให้วางเอาไว้หน้าห้องนั่นแหละ แช่น้ำเสร็จแล้วจะออกไปรับเอง

เมื่อขึ้นจากน้ำมา แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว จึงนำน้ำมาต้มชาเตรียมการเอาไว้ เพราะว่าเมื่อตื่นขึ้นมาจะได้มีน้ำฉัน นับว่าทางฉือมู่รอบคอบมาก เมื่อได้รับข้อมูลว่ากระผม/อาตมภาพฉันน้ำมาก เห็นว่าสองขวดไม่น่าจะพอ จึงรีบนำเอามาอีกสองขวดเพิ่มเติมให้ ขอเจริญพรขอบคุณเอาไว้ ณ ที่นี่

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เสียบชาร์จพาวเวอร์แบงค์เอาไว้ จากนั้นก็ใส่ถุงเท้า ตลอดจนกระทั่งเครื่องกันหนาวครบถ้วนสมบูรณ์ ขึ้นสู่เตียงนอน แผ่เมตตาต่อเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย แล้วนอนบังคับลมหายใจยาว ๆ เพื่อให้ออกซิเจนเพียงพอในการเลี้ยงตัวเอง ไม่เช่นนั้นก็คงต้องเปลืองออกซิเจนกระป๋องอย่างแน่นอน

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๑๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-01-2026 เมื่อ 03:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:56



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว