|
#1
|
||||
|
||||
|
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๙
|
| สมาชิก 13 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#2
|
||||
|
||||
|
วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ บรรยากาศปีใหม่ยังไม่จางไป ทั่วโลกตื่นเต้นกับงานเคาน์ดาวน์ที่ประเทศไทย ต้องบอกว่าถ้าในเรื่องของความบันเทิงแล้ว คนไทยเราทำถึงมาก จนกระทั่งบรรดาชาวต่างชาติมาแล้วก็ต้องหลงเสน่ห์เมืองไทย
โดยเฉพาะในส่วนของบุคคลผู้อยู่เบื้องหลัง งานใหญ่โตมหึมาระดับคนหลายแสน หลังเลิกงานไม่เกิน ๓ ชั่วโมง ขยะทุกชิ้นถูกเก็บกวาดเรียบร้อย ซึ่งประเทศอื่นเขาทำแบบนี้ไม่ได้ เนื่องเพราะว่าต่างชาติเขาตรงไปตรงมาจนเกินไป หลายคนอาจจะเคยได้ยินภาษิตประเภทที่ว่า "น้ำใสเกินไปก็ไร้ปลา ตรงไปตรงมาก็ไร้เพื่อน" ต่างชาติเขามักจะตรงจนเกินไป กระผม/อาตมภาพไปยุโรป เข้าไปเที่ยวชมพระราชวังแวร์ซาย ด้วยความที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ต้องไปตามเวลา เพื่อที่จะให้กรุ๊ปก่อนหน้าหรือว่ากรุ๊ปหลัง ไม่เข้าไปชนกันประดังอยู่ในที่เดียว แต่คราวนี้อากาศที่ยุโรปนั้นหนาวมาก จะว่าหนาวมากก็ไม่ใช่ ก็ประมาณบ้านเราทองผาภูมินี่แหละ ๑๒ - ๑๓ องศาเซลเซียส แต่ด้วยความที่ว่าฝนตกแล้วลมแรงก็เลยหนาว กระผม/อาตมภาพเห็นร้านกาแฟข้างพระราชวังเปิดแล้ว พูดง่าย ๆ คือจัดเตรียมร้านทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ขาดอีก ๑๐ นาทีเท่านั้น ก็คือตอนนั้นเป็นเวลา ๐๙.๒๐ น. เขาเปิด ๙ โมงครึ่ง ก็กะว่าในเมื่อร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอเข้าไปหลบลมหน่อย ถ้าหากว่าเขาจะให้สั่งกาแฟอะไรก็ยินดี เพราะว่าต้องการจะหลบความหนาว ปรากฏว่าคนดูแลร้านผลักอก กระเด็นถอยหลังไป ๓ ก้าว "No..No..No, Nine - Thirty only" ต้อง ๙ โมงครึ่งเท่านั้น ยังนึกในใจว่า "บ้านกูหลับอยู่ยังปลุกได้เลย นี่แค่ ๑๐ นาทีแต่เขาห้ามเข้าร้านก่อนเวลา มารู้ทีหลังว่าที่เขาตรงไปตรงมาขนาดนั้น เพราะว่าเขาทำงานเป็นชั่วโมง ได้ค่าแรงชั่วโมงละ ๘ ยูโร เขาบอกว่าต่อให้เขาขายได้เป็น ๑,๐๐๐ ยูโร เขาก็ได้ค่าแรงแค่ ๘ ยูโร เพราะฉะนั้น..เขาไม่จำเป็นต้องง้อลูกค้าให้ตัวเองเหนื่อย นี่คือแนวคิดที่ต่างกับบ้านเรา บ้านเรานี่เรื่องการบริการลูกค้าต้องมาก่อน เพราะเรามีภาษิตที่ว่า "ลูกค้าคือพระเจ้า"
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:12 |
|
#3
|
||||
|
||||
|
แต่คราวนี้ในส่วนของความสนุกสนานของบ้านเรา ทั้ง ๆ ที่อยู่ในภาวะสงคราม ไม่ขอกล่าวถึง ส่วนที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ พระราชดำรัสขององค์ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ที่พระองค์ท่านตรัสว่า ประสบความสูญเสียอย่างมหาศาล ก็คือเสียทูลกระหม่อมแม่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วประเทศยังอยู่ในภาวะศึก ภาวะสงคราม ภัยธรรมชาติต่าง ๆ ก็หนัก แล้วรัฐบาลก็ยังมัวแต่แก่งแย่งชิงดีกันอยู่ ไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างเต็มที่ พระองค์จึงต้องการความรักความสามัคคีของคนไทยเป็นอย่างมาก
พวกเราอาจจะลืมไปแล้วว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา พระชนมายุ ๗๔ พรรษา ย่าง ๗๕ แล้ว แก่กว่ากระผม/อาตมภาพอีก สภาพร่างกายของคนแก่ทั่วไปก็ย่อมเกิดความล้า ทำหน้าที่อะไรไม่ได้เต็มที่เหมือนกับสมัยหนุ่มสาว แต่ดูเหมือนภาระงานของพระองค์ท่านจะมีแต่มากขึ้น ๆ แล้วก็ยังมีบุคคลจำนวนมากที่เข้าใจผิดว่า พระองค์ท่านเอาเงินจากภาษีอากรชาวบ้านไปผลาญเพื่อความสุขส่วนตัว ไอ้พวกเกิดมาไม่รู้ว่าในหลวงรวยเท่าไร เฉพาะในส่วนของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เก็บดอกผลแต่ละปี มากกว่าภาษีบ้านเราทั้งประเทศอีก แล้วพระองค์ท่านก็ควักออกไปตรงโน้น ๑๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ ๒๐๐ ล้านบาท ช่วยทุกงานที่ผ่านมา แม้กระทั่งช่วงเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ระบาด พระองค์ท่านช่วยทั้งเครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ ทั้งช่วยซื้อยาและเวชภัณฑ์สำคัญต่าง ๆ หมดไปเป็นแสนล้านบาท..! กระผม/อาตมภาพมานึกถึงเวลาเพื่อนพระสังฆาธิการทำหน้าที่ตัวเองไม่เต็มที่ มักจะเห็นแก่กิจนิมนต์ เพราะว่ามีรายได้ ส่วนงานตามตำแหน่งทิ้งเอาไว้ก่อน ไม่สำคัญเท่าเงิน..! ถ้าสนิทสนมกัน กระผม/อาตมภาพก็ด่ากันตรง ๆ ว่า "ในเมื่อมีภาระหน้าที่ก็ต้องทำให้เต็มที่ ไม่ใช่ไปหาเงินก่อน" ปรากฏว่าเพื่อนพระสังฆาธิการบอกว่า "หลวงพ่อเล็กรวยแล้วก็พูดได้สิ" ถ้าทั่ว ๆ ไปกระผม/อาตมภาพเองก็หุบปาก พอดีวันนั้นอยู่ในที่ประชุม ก็เลยบอกไปว่า "ถามจริง ๆ เถอะพวกท่านทั้งหลาย..ถ้าหากว่ามีเงินแล้วจะทำอย่างผมไหม ?" ทุกคนเงียบสนิท ก็คือมีเงินก็คงเก็บเอาไว้ใช้เอง ไม่เที่ยวช่วยเขาทั่วไปหรอก..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:15 |
|
#4
|
||||
|
||||
|
ดังนั้น...ไอ้พวกปากหมาที่ตำหนิในหลวงมาโดยตลอด ถ้าหากว่ามีเงินเป็นแสนล้าน มึงจะเอาไปช่วยคนอื่นไหม ? ไม่ใช่มานั่งถามว่า "สถาบันพระมหากษัตริย์มีเอาไว้ทำอะไร ?" บางทีกระผม/อาตมภาพอาจจะใช้วาจาแรงไป เนื่องเพราะว่าในหลวงท่านตรัสแบบผู้ดี ก็คือต่อว่าโดยไม่ใช้คำหยาบ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้จึงอยากให้พวกเราตระหนักว่า สถาบันหลักของประเทศเราคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นั้น เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
อาตมภาพเติบโตมาในยุคการต่อสู้ทางแนวคิด ระหว่างคอมมิวนิสต์กับเสรีประชาธิปไตย ต่างฝ่ายต่างก็ต้องหาจุดอ่อนของอีกฝ่ายหนึ่งมาโจมตี ดังนั้น..ฝ่ายคอมมิวนิสต์พยายามที่จะทำลายสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็ต้องปล่อยข่าวลือใส่ร้ายไปสารพัด เหมือนอย่างกับปัจจุบันที่เขมรทำกับประเทศไทย แต่ว่าสมัยนั้น การสื่อสารไม่ได้ง่ายแบบสมัยนี้ ข่าวคราวไปได้ไม่ทั่วถึงเหมือนกับสมัยนี้ จึงทำให้บรรดาบุคคลจำนวนมากหลงเชื่อคำโฆษณาของเขา ในเมื่ออยู่ในลักษณะแบบนั้น ถ้าหากว่าใครที่เป็นฝ่ายรัฐบาลแล้วขาดสติ แปลว่าคุณกำลังรบกับคนไทยด้วยกัน..! ที่นักข่าวต่างประเทศสัมภาษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ว่า "การสู้กับคอมมิวนิสต์นี้ พระองค์ท่านหวังว่าจะชนะหรือไม่ ?" พระองค์ท่านถามว่า "ใครสู้กับคอมมิวนิสต์ ?" พระองค์ท่านไม่ได้สู้กับคอมมิวนิสต์ แต่พระองค์ท่านสู้กับความหิวของประชาชน คอมมิวนิสต์ที่คุณว่าก็ประชาชนของผม ถ้าหากว่าทุกคนมีกิน อิ่มปาก อิ่มท้อง ไม่มีใครสามารถชักจูงได้ ดังนั้น..การอยู่ในโลกยุคปัจจุบันของเราที่ข่าวคราวสารพัดจะมา โดยเฉพาะ AI ไอ้คนไทยนี่โคตรเก่งเลยนะ ChatGPT เพิ่งจะออกมาใช้งาน ๒ ปี ใช้ได้เนียนเสียจนคนส่วนใหญ่เริ่มหลงคิดแล้วว่าเป็นของจริง วันนี้มีคนส่งภาพผึ้งทำรังที่ระฆัง แล้วก็บอกว่า "ปีใหม่ใครตีระฆังใบนี้ โชคใหญ่จะกรูมาทันที..!" กระผม/อาตมภาพฟันธงไปเดี๋ยวนั้นเลยว่า AI ผึ้งที่ไหนไปทำรังอยู่นอกระฆัง ? ถ้าจะทำก็จะทำในที่ปลอดภัย ก็คือภายใน ไม่ใช่ข้างนอก ดังนั้น..เรื่องพวกนี้ถ้าหากว่าเราเข้าใจธรรมชาติ AI จะหลอกเราได้ยาก เพราะว่า AI ไม่เข้าใจธรรมชาติ โดยเฉพาะอารมณ์คน ดังนั้น..อาชีพหนึ่งที่ไม่น่าจะสูญหายไปจากประเทศไทยเลยก็คือบรรดาหมอดู เพราะว่าหมอดูจะเป็นที่พึ่ง เป็นผู้ที่ต้องอาศัยอารมณ์ในการที่จะชักจูง แล้วก็ทำให้คนสามารถที่จะปฏิสันถารด้วย รู้สึกดีขึ้น โดยเฉพาะบรรดาหมอดูที่มีจิตวิทยาต่าง ๆ แต่ท้ายที่สุด ถ้าไปเจอพวกไร้จรรยาบรรณเข้า ก็จะอยู่ในลักษณะของการต้องไปสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา ต่อเส้นชีวิตอะไรสารพัด ไม่รู้ไปเอาตำรามาจากไหน ? กระผม/อาตมภาพว่าศึกษามาสารพัดยังไม่เคยเจอ แต่สมัยนี้มีมาก แล้วไอ้ตำราที่อ้างพวกนี้ก็เพื่อที่จะสนองกิเลสของคน
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:20 |
|
#5
|
||||
|
||||
|
อย่างที่กระผม/อาตมภาพบอกพวกเราว่า ถ้าตั้งใจปฏิบัติใน ศีล สมาธิ ปัญญา จะเป็นการสะเดาะเคราะห์ที่ตรงที่สุด เพราะว่าบุญใหญ่จากการรักษาศีล เจริญภาวนา ใช้ปัญญาพิจารณาธรรม เป็นบุญใหญ่จนสามารถที่จะหนีห่างกรรมเก่าของเราไปได้ชั่วคราว
แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะทิ้งของยากไปทำของง่าย ของยากทำแล้วเดี๋ยวจะดีเกินไป ชีวิตไม่มีรสชาติ ก็หันไปสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา ต่อลายมือ เปลี่ยนชื่อ สารพัด ถ้าทำแล้วดีก็คงดีหมดโลกแล้ว..! แต่เรามักจะไม่คิดตรงนั้น เพราะว่าสิ่งดี ๆ มักจะยาก ก็เลยหันไปมักง่าย..! ยังดีใจว่าเราท่านทั้งหลายที่มาบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติอยู่ที่นี่ อย่างน้อย ๆ ทุกท่านก็ตั้งใจมาสร้างบุญสร้างกุศล แม้ว่าจะได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยบ้าง ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยบ้าง แต่อย่างน้อยก็อยู่ในเขตของความดีงาม เพียงแต่ว่าถ้าตั้งใจจะเอาดีกว่านี้ ก็ต้องทุ่มเทให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นแล้วสิ่งที่ท่านทั้งหลายทำ ก็ "แค่พอเป็นกระสายยา" ก็คือไม่สามารถที่จะรักษาโรคได้อย่างจริงจัง ดังนั้น..ถ้าหากว่าคิดจะปฏิบัติให้ก้าวหน้า ก็ต้องทุ่มเทจริงจัง ถ้าถามว่า "จริงจังขนาดไหน ?" ถ้าใช้อย่างหลวงปู่หลวงพ่อสายวัดป่า ก็คือ "เอาชีวิตเข้าแลก" เราสมาทานกรรมฐานว่า "มอบกายถวายชีวิต" แต่ถ้าลำบากนิดก็ท้อ ลำบากหน่อยก็ถอย ก็ไม่น่าจะใช่มอบกายถวายชีวิตกับพระพุทธเจ้า หากแต่ไปมอบกายถวายชีวิตให้กับกิเลส ต้องบอกว่า "ผิดที่ผิดทาง ผิดฝาผิดตัว" โอกาสที่จะได้ดีก็คงจะยาก..! สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:23 |
![]() |
| ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 3 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 3 คน ) | |
| คำสั่งเพิ่มเติม | |
|
|