กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๘ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนธันวาคม ๒๕๖๘

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า เมื่อวานนี้, 17:27
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 621
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 29,402 ครั้ง ใน 1,111 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๘

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๘


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 01:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,639
ได้ให้อนุโมทนา: 160,993
ได้รับอนุโมทนา 4,524,499 ครั้ง ใน 37,256 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ สิ้นปีอีกแล้ว แต่ไม่ว่าวันเดือนปีจะเปลี่ยนผันอย่างไรก็ตาม กิจกรรมในการปฏิบัติตนเพื่อยกระดับกาย วาจา ใจ ของตนเองให้ดีงามยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่เราทั้งหลายจะลืมไม่ได้ จะขาดไม่ได้

กระผม/อาตมภาพลงไปที่ศาลา ๑๐๐ ปี หลวงปู่สาย วัดท่าขนุน ตั้งแต่ก่อนตี ๓ ครึ่ง เพื่อนำคณะญาติโยมผู้สมัครบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติรุ่นที่ ๑/๒๕๖๙ ปฏิบัติธรรมช่วงเช้ามืด ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนตั้งความหวังกันเอาไว้ ว่า กระผม/อาตมภาพจะสามารถลงไปนำในการปฏิบัติธรรมให้กับทุกคน เพราะว่าจะได้อาศัยเกาะ อาศัยพ่วงกำลังใจไปกับหลวงพ่อ เป็นการเบาแรงของตน และสามารถที่จะทรงกำลังใจได้ง่าย

เมื่อเสร็จจากการปฏิบัติธรรมแล้วก็ต่อด้วยการทำวัตรเช้า จากนั้นมีเวลาว่างเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนทำธุระส่วนตัว กระผม/อาตมภาพต้องมาจ่ายวัตถุมงคลของแพงให้กับไอ้ตัวเล็ก เพื่อนำไปส่งให้กับบรรดาท่านทั้งหลายที่ได้จองเอาไว้

โดยเฉพาะวัตถุมงคลชุดทองคำ ต้องถือว่าผู้จองเป็นบุคคลที่โชคดีมาก ก็คือนอกจากกระผม/อาตมภาพจะได้รับความเมตตาจากบรรดาท่านทั้งหลาย ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพเลี่ยมทองประดับเพชรให้ ซึ่งบางชิ้นเฉพาะค่าเลี่ยมอย่างเดียวเกือบจะ ๑ แสนบาทแล้ว และยังติดอยู่ในย่ามส่วนตัวตลอดเวลา สามารถที่จะเข้าพิธีกรรมพิธีการในทุกงานที่กระผม/อาตมภาพนำย่ามไปด้วย เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้า..!

กระผม/อาตมภาพนั้นแม้ว่าจะชอบของสวยของแพงก็ตาม แต่ว่าของทุกอย่างสามารถที่จะสลัดตัดทิ้งได้ในทันทีทันใด ดังนั้น..ท่านทั้งหลายอย่าเลียนแบบตรงนี้ เนื่องเพราะว่ากำลังของเราไม่เท่ากัน ท่านใดที่ยังเสียดายก็เก็บรักษาไว้เถิด เนื่องเพราะว่าช่วยโยงจิตให้คิดถึงพุทธานุสติ สังฆานุสติ ในเมื่อเป็นสิ่งที่ดี เราเองก็ควรที่จะรักษาเอาไว้ก่อน จนกว่าที่กำลังใจของเราสามารถถอดถอนจากการยึดมั่นถือมั่นทั้งปวงได้ ถ้าถึงตอนนั้น ท่านทั้งหลายจะสลัดตัดทิ้งอย่างไรก็ไม่มีใครว่า
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:13
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า วันนี้, 01:05
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,639
ได้ให้อนุโมทนา: 160,993
ได้รับอนุโมทนา 4,524,499 ครั้ง ใน 37,256 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จากนั้นกระผม/อาตมภาพก็ฝ่าอากาศยามเช้าที่วันนี้ขึ้นมาอยู่ที่ ๒๐ องศาเซลเซียส พาพระภิกษุสามเณรออกบิณฑบาตตามปกติ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมายังทองผาภูมิเป็นจำนวนมาก จนหาที่จอดรถได้ยาก ท่านที่ไม่มีความคล่องตัวก็ไม่รู้ว่าจะไปจอดรถที่ไหน บางทีต้องจอดห่างออกไป ๒ - ๓ กิโลเมตร แล้วค่อยเดินไปยังจุดหมายปลายทางของตน

บรรดานักท่องเที่ยวต่างก็ยกโทรศัพท์มือถือถ่ายแถวพระบิณฑบาต เพราะว่าพระวัดท่าขนุนนั้น กระผม/อาตมภาพให้เดินบิณฑบาตตามลำดับไหล่ ไม่ใช่ลำดับพรรษา เนื่องเพราะว่า
การบิณฑบาตก็ดี การเข้าห้องน้ำห้องส้วมก็ตาม ไม่จำเป็นที่จะต้องไปตามลำดับพรรษา เนื่องเพราะว่าการบิณฑบาตมีการออกก่อนบ้างหลังบ้าง ตามแต่บางท่านที่จะปฏิบัติธรรม

ส่วนการเข้าห้องน้ำห้องส้วมนั้น อยู่ที่ว่าใครปวดใครรีบ มาถึงก่อนก็เข้าก่อน ไม่ใช่ว่าไปรอผู้ที่มีพรรษามากกว่าเข้าก่อน เราก็อาจจะเดือดร้อนกว่าที่คิด..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น แถวพระที่ยาวเหยียด ๒๐ - ๓๐ รูป แล้วเป็นไปตามลำดับไหล่ด้วย ก็จะอยู่ในลักษณะที่งดงามในสายตาของญาติโยม จึงทำให้ทุกคนที่เห็นแล้ว อดยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไม่ได้

ขากลับต้องวนเข้าไปยังตลาดริมแควเมืองท่าขนุน ซึ่งจะเปิดร้านค้าชุมชนจำหน่ายสินค้าให้กับญาติโยม ตลอดจนกระทั่งนักท่องเที่ยวทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเฉพาะช่วงที่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ จนถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๙ ทางคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับคณะกรรมการบริหารตลาดริมแควเมืองท่าขนุน และส่วนราชการ ตลอดจนกระทั่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมใจกันจัดงาน "นั่งยอง..มองแคว" ขึ้นเป็นครั้งแรก ถ้าหากว่างานนี้ "เวิร์ค" ตามภาษาวัยรุ่น ก็จะจัดแบบนี้ต่อเนื่องกันไปทุกปี กระผม/อาตมภาพรับปากเอาไว้ว่า ในงานครั้งนี้ เนื่องจากว่าติดภารกิจแทบไม่ได้ไปที่อื่น จึงจะนำพระภิกษุสามเณรแวะเข้ามา รับบิณฑบาตจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกวัน

วันนี้แถวผู้ใส่บาตรก็ยืดยาวมาก และครูรอยพิมพ์ สุทธิบานเย็น กรรมการตลาดริมแควเมืองท่าขนุน ก็พยายามใช้เครื่องเสียงขอร้องแล้ว ขอร้องเล่าว่า ให้นักท่องเที่ยวถอดรองเท้าก่อนที่จะใส่บาตร กระผม/อาตมภาพเมื่อรับไมโครโฟนของตนมาก็กล่าวว่า
"เป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องเพราะว่าญาติโยมทั้งหลายมักจะมองพี่น้องมอญพม่า ซึ่งมาทำงานกรรมกรบ้านเราว่าต่ำกว่าตนเอง เป็นบุคคลคนละชั้นกัน แต่พี่น้องมอญพม่าทุกคน ไม่ว่าจะเด็กเล็ก หรือผู้ใหญ่ ไม่เห็นมีใครต้องเตือนให้ถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร ทุกคนก็ถอดรองเท้าเองด้วยความเต็มอกเต็มใจ..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า วันนี้, 01:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,639
ได้ให้อนุโมทนา: 160,993
ได้รับอนุโมทนา 4,524,499 ครั้ง ใน 37,256 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"แต่บุคคลที่ได้ชื่อว่าเจริญกว่า ร่ำรวยกว่า ฐานะดีกว่า อย่างคนไทยของเรา ขนาดย้ำแล้วย้ำอีกก็ไม่เห็นจะถอดรองเท้ากัน แบบนี้จะเรียกกว่าดีกว่าเขา เจริญกว่าเขาได้อย่างไร ?" อาจจะเป็นเพราะเกรงวาจาหลวงพ่อวัดท่าขนุนจะด่าหนักกว่านี้ บรรดานักท่องเที่ยวหัวดื้อก็เลยถอดรองเท้ากันเป็นการใหญ่ ซึ่งกระผม/อาตมภาพเองก็ไม่ได้มีความสุขที่จะไปด่าญาติโยมแบบนั้น..!

โดยเฉพาะมีพระนักวิชาการหลายรูปบอกว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้กำหนดว่าจะต้องถอดรองเท้าใส่บาตร กระผม/อาตมภาพถ้าอยู่ใกล้ ๆ ก็จะเอาบาตรโขกศีรษะท่านเป็นการเตือนสติว่า อ่านพระไตรปิฎกแล้ว ต้องรู้จักอ่านให้ละเอียดด้วย

เนื่องเพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำหนดองค์ในการประเคนสิ่งของต่อพระภิกษุสามเณรเอาไว้ ก็คือต้องเป็นของที่ไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถยกได้ด้วยกำลังของคนปานกลางเพียงบุคคลด้วย น้อมตัวเข้าไปในหัตถบาสก็คือในช่วงที่พระท่านสามารถเอื้อมมารับถึง และถวายให้ด้วยความเคารพ นี่คือสิ่งแรกที่ต้องอ่านให้ชัดเจน

สิ่งที่สองก็คือการแสดงความเคารพในสมัยโบราณนั้น พระองค์ท่านกล่าวเอาไว้ชัดเจนว่า ถ้าหากว่ามีร่มให้ลดร่ม ถ้าหากว่ามีรองเท้าให้ถอดรองเท้า ถ้าห่มคลุมอยู่ ให้ห่มจีวรเฉวียงบ่า เป็นการแสดงออกซึ่งความเคารพในพระรัตนตรัย

แล้วอีกส่วนหนึ่ง ถ้าไปอ่านถึงประวัติของพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งโดนพระเจ้าอชาตศัตรูสั่งให้ช่างกัลบกนำเอามีดโกนกรีดฝ่าเท้า ทำให้ท่านไม่สามารถจะเดินจงกรมยังธรรมปีติให้เกิดได้ จึงสวรรคตไปสมดังความตั้งใจของพระเจ้าอชาตศัตรู องค์สมเด็จพระบรมครูเรากล่าวเอาไว้ว่า บุรพกรรมที่ท่านโดนกรีดฝ่าเท้า เพราะว่าใส่รองเท้าเข้าไปในลานเจดีย์มาก่อน พูดง่าย ๆ ก็คือในอดีตชาติ ท่านเกิดความประมาท ใส่รองเท้าเข้าไปยังสถานที่เคารพทางพระพุทธศาสนา เศษกรรมนั้นก็เลยทำให้มาโดนกรีดฝ่าเท้าจนเดินจงกรมไม่ได้ และเสด็จสวรรคตในชาตินี้

ดังนั้น..เมื่อมองโทษตรงนี้แล้ว มองย้อนกลับไปถึงการเคารพตามหลักพระพุทธศาสนา และมองถึงหลักการประเคนของแก่พระภิกษุสามเณร ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือน้อมให้ด้วยความเคารพ ก็แปลว่า ท่านไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใส่รองเท้า ท่านที่อ่านหนังสือไม่แตก ก็คืออ่านแล้วไม่สามารถที่จะดึงเอาสารัตถประโยชน์ออกมา บอกกล่าวให้แก่ญาติโยมได้ชัดเจน กรุณากลับไปอ่านพระไตรปิฎกใหม่ จะได้ไม่แสดงความโง่ออกมาให้ญาติโยมทั้งหลายต้องเดือดร้อนในชาติต่อ ๆ ไปอีก..!

เรื่องพวกนี้บางทีก็เป็นเรื่องที่ "กลืนไม่เข้า คายไม่ออก" เพราะว่าบางท่านก็มีฐานะทางสังคมสูงส่ง มีชื่อเสียงเกียรติคุณ แต่ไปกล่าวในสิ่งที่ผิดเพี้ยนไปจากคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทำให้พวกเราปฏิบัติกันผิด ๆ พลาด ๆ มาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 16 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า วันนี้, 01:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,639
ได้ให้อนุโมทนา: 160,993
ได้รับอนุโมทนา 4,524,499 ครั้ง ใน 37,256 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อกลับมาแล้ว กระผม/อาตมภาพไม่สามารถที่จะฉันเช้าได้ เนื่องเพราะว่าไข้กำลังขึ้นเต็มที่ จึงหันไปแต่งเนื้อแต่งตัว เสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ลงไปที่ศาลา ๑๐๐ ปี หลวงปู่สาย ทำการสนทนากับญาติโยมจนได้เวลา ก็นำทุกคนสมาทานศีล ๘ และสมาทานพระกรรมฐาน หลังจากนั้นก็มอบหมายภาระให้กับพระมหาพัฒน์ ฐิตาจาโร ป.ธ. ๓ เลขานุการเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน และพระวิปัสสนาจารย์ประจำสำนักปฏิบัติธรรมวัดท่าขนุน นำทุกคนในการปฏิบัติธรรม

ส่วนกระผม/อาตมภาพนั้นต้องวิ่งไปยังตำบลห้วยเขย่ง ตรงไปที่วัดห้วยเจริญศรัทธาราม หมู่ที่ ๗ เพื่อไปเป็นเจ้าภาพในการเปิดลูกนิมิต ในงานเปิดการปิดทองฝังลูกนิมิตของวัดห้วยเจริญศรัทธาราม ปรากฏว่าไปถึงก่อนเวลา ๒๑ นาที แต่เมื่อเจอหน้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคุณทองดำ - พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชวิสุทธาภรณ์ (ทองดำ อิฏฺฐาสโภ ป.ธ. ๖) รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าอาวาสวัดพระแท่นดงรัง วรวิหาร ท่านถามว่า "ท่าขนุนมาถึงเมื่อไร ?" กระผม/อาตมภาพเรียนว่า "เพิ่งมาถึงขอรับ เนื่องเพราะว่ามีงานบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมก่อน จึงทำให้มาก่อนเวลาไม่ได้"

เมื่อเสร็จจากการเจริญพระพุทธมนต์และพิธีเปิดลูกนิมิต เพื่อให้ญาติโยมทั้งหลายได้ร่วมอนุโมทนาบุญ ด้วยการปิดทองถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ต้องวิ่งกลับมายังวัดท่าขนุน โดยการฉันเพลมาบนรถด้วยขนมและผลไม้ที่พอมีอยู่ เพราะว่าต้องมาสนทนาธรรมกับญาติโยม ก่อนที่จะเข้าสู่การสมาทานกรรมฐาน และปฏิบัติธรรมรอบบ่าย

เสร็จแล้วก็กลับเข้ายังสำนักงาน ยังไม่ทันที่จะทำเกียรติบัตรให้กับผู้เข้าประกวดอาหารพื้นเมืองในงานปีนี้ ของทางด้านตลาดริมแควเมืองท่าขนุน ปรากฏว่า วธจ.จอย (คุณพรพรรณ กลิ่นเกษร) วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรีท่านปัจจุบัน ก็ได้นำคณะมาถวายมุทิตาสักการะเนื่องในโอกาสปีใหม่ แล้วกระผม/อาตมภาพเองก็ต้องรีบมาทำเกียรติบัตรวุฒิบัตรต่าง ๆ จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย ก็มาทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน เนื่องเพราะว่าวันนี้จะต้องไปร่วมพิธีเปิดงาน "นั่งยอง..มองแคว" กว่าที่จะเสร็จสิ้นภารกิจก็น่าจะเกิน ๒ ทุ่มไปแล้ว

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:24



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว