กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๘ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนธันวาคม ๒๕๖๘

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 28-12-2025, 19:39
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,300
ได้ให้อนุโมทนา: 227,003
ได้รับอนุโมทนา 821,717 ครั้ง ใน 40,595 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๘

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๘


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 34 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 29-12-2025, 00:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,643
ได้ให้อนุโมทนา: 160,357
ได้รับอนุโมทนา 4,524,600 ครั้ง ใน 37,259 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นวันสำคัญยิ่งวันหนึ่งของประเทศไทย แต่ส่วนใหญ่จะลืมกันไปแล้ว ก็คือเป็น "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"

เราท่านทั้งหลายต้องเข้าใจว่าประเทศไทยของเรา ช่วงเสียกรุงครั้งที่ ๒ ปี ๒๓๑๐ นั้น ถ้าไม่ได้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ตัดสินใจได้ถูกต้อง ก็คือเห็นว่าเรือรั่วเกินที่จะเยียวยาแล้ว ก็มีแต่ต้องสละเรือเพื่อขึ้นฝั่ง แล้วย้อนกลับมากู้เรือกันทีหลัง แล้วพระองค์ท่านก็ทำได้สำเร็จ โดยใช้เวลาน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ก็คือใช้เวลาประมาณ ๗ เดือนเท่านั้น

แต่ว่ากรุงศรีอยุธยานั้นเสียหายมาก จนไม่สามารถที่จะบูรณะซ่อมแซมให้คืนดีมาได้ เนื่องเพราะว่าทางกองทัพพม่า ในเมื่อชนะแล้วก็ต้องหาประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จึงทำการเผาวัด เผาเจดีย์เพื่อลอกทองคำไป ซึ่งจะว่าไปแล้ว เรื่องพวกนี้ถ้าเราเข้าใจบริบทของประเทศในสมัยเก่า ๆ ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องตำหนิกัน

เราลองดูว่าสมัยที่พระเจ้าอลองพญายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา ทรงตั้งกองทัพที่วัดหน้าพระเมรุ จนกระทั่งพระองค์ท่านต้องปืนใหญ่ที่แตก ได้รับบาดเจ็บสาหัส ยกทัพกลับไป ทหารพม่าไม่ได้แตะต้องอะไรเลย แม้แต่พระประธานในวัดหน้าพระเมรุ เนื่องเพราะว่านั่นคือทัพกษัตริย์ ไปไหนก็ต้องรักษาเกียรติยศ..!

แต่ว่าเนเมียวสีหบดีกับมังมหานรธานั้นไม่ใช่ ทั้งสองเป็นขุนศึก ซึ่งถ้าหากว่าไม่ทำการรบเพื่อหล่อเลี้ยงกองทัพตนเองก็จะอยู่ไม่ได้ จึงลองมาตีมะริดก็ได้ ตีทวายก็ได้ ตีตะนาวศรีก็ได้ จึงล่วงเลยเข้ามาถึงกาญจนบุรี สุพรรณบุรี และอยุธยา พูดง่าย ๆ ก็คือเขาตั้งใจหาเงินเลี้ยงกองทัพของตน

ในเมื่อชนะก็ต้องกอบโกยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยเฉพาะไม่ต้องคำนึงถึงเกียรติยศ เพราะว่าไม่ใช่กองทัพกษัตริย์ แต่มาแบบกองโจรปล้นเมือง เพื่อหาเสบียงหาสิ่งของไว้เลี้ยงกองทัพตัวเองเท่านั้น..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-12-2025 เมื่อ 02:21
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 29-12-2025, 00:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,643
ได้ให้อนุโมทนา: 160,357
ได้รับอนุโมทนา 4,524,600 ครั้ง ใน 37,259 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

คราวนี้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั้น ตอนนั้นตำแหน่งของพระองค์ท่านก็คือพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองตาก แต่คนไม่เรียกตำแหน่ง ไปเรียกสถานที่ซึ่งท่านครอบครองอยู่ ก็คือจังหวัดตาก ก็เลยเรียกกันง่าย ๆ ว่าพระยาตาก แม้แต่จารึกของพระองค์ท่านเอง ก็ระบุไว้ว่า

อันตัวพ่อ ชื่อว่า พระยาตาก

ทนทุกข์ยาก กู้ชาติ พระศาสนา

ถวายแผ่นดิน ให้เป็น พุทธบูชา

แด่ศาสนา สมณะ พระพุทธโคดม

ให้ยืนยง คงถ้วน ห้าพันปี

สมณะพราหมณ์ชี ปฏิบัติ ให้พอสม ฯลฯ

ซึ่งพระองค์ท่านก็ใช้คำแทนองค์ท่านเองว่า "พระยาตาก"

ต้องบอกว่าพระองค์ท่านเป็น "พระเจ้าแผ่นดินเฉพาะกิจ" ก็คือสถานการณ์พาให้เป็นไป เพราะว่าช่วงนั้นคนไทยของเราหาบุคคลที่จะก้าวขึ้นมาทำงานเพื่อประเทศชาติไม่ได้ ไม่ว่าเจ้าพระยาฝางก็ดี เจ้าพระยาสรรค์บุรีก็ตาม หรือแม้กระทั่งเจ้าพระยานคร ทั้ง ๗ ก๊ก ก็ล้วนแล้วแต่ตั้งตนเป็นใหญ่ เพื่อพวกพ้องและตนเอง ทำให้พระองค์ท่านนอกจากต้องปราบปรามกองทัพพม่าแล้ว ยังต้องเสียเวลามาปราบปรามบรรดาก๊กต่าง ๆ ที่แข็งเมืองอีกด้วย..!

ครั้นเมื่อย้ายมาสร้างกรุงธนบุรีได้ไม่นาน พระองค์ท่านก็ทำนุบำรุงพระศาสนาเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะสืบเสาะหาว่าประเทศใดมีพระไตรปิฎกที่สมบูรณ์ ก็ไปขอเขามา เพื่อที่จะได้ทำการปริวรรตเป็นภาษาไทย เอาไว้ใช้งานในบ้านเราเมืองเรา เป็นหลักในการศึกษาของพระภิกษุสามเณร แล้วจะได้นำมาสั่งสอนแก่ประชาชนสืบไป

วีรกรรมของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ต้องบอกว่ามีมากมายจนกระทั่งกล่าวกันไม่หมด เพียงแต่ว่าเราเองอาจจะห่างจากช่วงที่พระองค์ท่านทำการกอบกู้แผ่นดินถึง ๒๐๐ กว่าปี จึงทำให้ไม่ค่อยจะคิดถึง โดยเฉพาะเด็กรุ่นหลัง ๆ ที่มาตั้งคำถามว่า "สถาบันกษัตริย์มีไว้ทำอะไร ?" ก็คงจะเห็นชัดแล้วตอนที่ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ และสมเด็จพระบรมราชินีเสด็จประเทศจีน แล้วเมื่อสองวันที่ผ่านมาก็เสด็จประพาสประเทศลาว เพื่อเปิดสะพานมิตรภาพแห่งใหม่

สำหรับคำถามที่ว่า "ทหารมีไว้ทำอะไร ?" ก็น่าจะรู้แล้ว ไม่เช่นนั้นป่านนี้เราอาจจะเสียดินแดนให้กับเขมรไปแล้วก็ได้..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-12-2025 เมื่อ 02:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 29-12-2025, 01:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,643
ได้ให้อนุโมทนา: 160,357
ได้รับอนุโมทนา 4,524,600 ครั้ง ใน 37,259 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..บรรดานักการเมืองที่รุ่นใหม่จนเกินไป ลืมคุณค่าสถาบันหลักของบ้านเราเมืองเรา ที่อยู่ยงคงคู่ประเทศเรามาหลายร้อยปี โคตรเหง้าศักราชของเขาทั้งหลายเหล่านั้น ก็มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารจนกระทั่งร่ำรวยมีฐานะขึ้นมา แล้วก็มาตั้งพรรคการเมืองเพื่อที่จะล้มล้างสถาบัน ต้องบอกว่าเป็นความอกตัญญูที่ไม่สามารถจะประณามได้เลยว่าเลวร้ายขนาดไหน..!

แต่ว่าเรื่องทั้งหลายก็ปล่อยให้เป็นไปตามกรรมของใครของมันก็แล้วกัน เพราะว่าประชาชนที่มีปัญญา เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ดีอย่างไร เห็นว่าทหารตำรวจสำคัญต่อประเทศชาติอย่างไรนั้นมีอยู่ ถึงเวลาถ้าเลือกตั้งก็พยายามเลือกคนที่เลวน้อยที่สุดก็แล้วกัน..!

ตัวกระผม/อาตมภาพเองต้องบอกว่ามีความภาคภูมิใจอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือไปเป็นทหารม้าอยู่ ๘ วัน ตอนช่วงนั้นต้องบอกว่าเบื่อทหารราบเต็มทีแล้ว เนื่องเพราะว่าสิ่งใด ๆ ที่ควรเรียนรู้ก็เรียนจนหมดแล้ว แถมได้ที่ ๑ มาตลอด ในเมื่อเขามีโควต้าให้สอบเปลี่ยนเหล่าได้ ๑๕ กองพัน ให้โควตา ๑ นาย ก็ยังอุตส่าห์สอบได้ ย้ายไปอยู่ที่ศูนย์การทหารม้าสระบุรีอยู่ ๘ วัน เหตุที่อยู่แค่ ๘ วันก็เพราะว่าพอไปถึง ทุกอย่างก็เหมือนเดิม คือทหารม้าก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากทหารราบยังไม่พอ สิ่งที่ได้รับการฝึกฝนมา รู้สึกว่าทหารราบที่กระผม/อาตมภาพสังกัดอยู่นั้น จะเข้มข้นกว่าเสียด้วย..!

แล้วที่น่าเบื่อที่สุดก็คือบรรดาเพื่อนร่วมรุ่น ที่ผลักขึ้นไปเป็นหัวหน้าตอนทหารอีกแล้ว บอกเขาว่า "มึงรู้ไหม กูเบื่อเต็มที กูถึงได้หนีมาที่นี่ ยังจะมายัดเยียดให้กูอีก..!" ก็เลยไปแจ้งทางจ่ากองร้อยว่า "ขออนุญาตถอนชื่อกลับสังกัดเดิม" ปรากฏว่าท่านหยิบเอกสารคืนมาทั้งซอง บอกว่า "ไม่ต้องทำอะไรหรอกครับ เพราะว่าผมยังไม่ได้ทำเรื่องรับเข้าเลย" ก็คือมาแค่ ๘ วัน พอที่จะร้องเพลงมาร์ชทหารม้าได้เท่านั้น มีใครเคยได้ยินบ้างไหม ?

อนุสาวรีย์สร้างสดุดี..วีรชน

อนุสาวรีย์วีรชน..ทั่วสกลแซ่ซ้อง

ผยองเกียรติเป็นสง่า..บนหลังอาชาไนย


ตากสินมหาราช..องอาจกาจเกรียงไกร

เป็นต้นสืบสายเลือดกล้า..ทหารม้าชายชาญ ฯลฯ

ต้องบอกว่าทหารม้าต่างจากทหารราบอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือเวลาออกรบจะใช้รถถังเป็นหลัก ก็คือเป็น "ม้าเหล็ก" ไม่ใช่ "ม้าเนื้อ" เหมือนกับสมัยก่อน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-12-2025 เมื่อ 02:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 29-12-2025, 01:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,643
ได้ให้อนุโมทนา: 160,357
ได้รับอนุโมทนา 4,524,600 ครั้ง ใน 37,259 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เรื่องนี้ก็น่าจะไม่เกินความสามารถของตนเอง เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพศึกษามาหมดแล้วตอนเป็นทหารราบ โดยเฉพาะเรื่องของแผนที่เข็มทิศ หรือว่าการยิงเครื่องยิงลูกระเบิด ซึ่งต้องอาศัยการคำนวณทิศทางต่าง ๆ ถึงขนาดสามารถขอการมาร์กจุดลงกลางหัวตัวเองได้..!

สมัยก่อนเราต้องใช้จินตนาการว่า ๑ ตารางเซนติเมตรคือ ๖๒๕ ไร่ ก็คือ ๑ ตารางกิโลเมตร เราจะต้องซอยเส้นตัดตั้ง ๑๐ เส้น นอน ๑๐ เส้น แล้วก็มาร์กจุดว่าเป้าหมายหรือตัวเองอยู่ตรงไหน ? จากนั้นก็ขอให้ปืนใหญ่ยิงยืนยันจุดที่ตั้งของเรา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นกระสุนควัน ปรากฏว่าแตกบนหัวพอดี ทำเอาผู้บังคับกองร้อยซึ่งทำหน้าที่สอนบอกว่า "กูสอนมาหลายสิบรุ่นแล้ว เพิ่งเห็นมึงนี่แหละ..ที่ขอชี้เป้าได้ขนาดนี้..!"

เพราะฉะนั้น..ท่านทั้งหลายที่เห็นการรบระหว่างไทยกับเขมร จะเห็นว่าไม่ว่าจะเครื่องบิน ปืนใหญ่ ปืน ค. (เครื่องยิงลูกระเบิด) ของเราก็ตาม จะลงเป้าหมายเป๊ะ ๆ ทุกครั้ง เนื่องเพราะว่าถ้าแจ้งพิกัดถูกต้อง ขอให้ไว้วางใจ มอบให้เขาไปได้เลย..!

กระผม/อาตมภาพเคยทำหน้าที่เป็น ผตน. ซึ่งย่อมาจากคำว่า ผู้ตรวจการณ์หน้า ที่จะต้องแฝงตัวเข้าไปใกล้หน่วยข้าศึกให้มากที่สุด เพื่อแจ้งพิกัดให้กับฝ่ายเรา เมื่อแจ้งพิกัดแล้ว ฝ่ายเรายิงมา กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ลด ๒๐๐" อีกฝ่ายด่ามาเลยว่า "จะลดไปหาพ่อมึงหรือ ๒๐๐..!" เพราะว่ากระสุนปืนใหญ่ รัศมีฉกรรจ์ก็คือตายแน่นอน รัศมี ๕๐๐ เมตร เขาถึงได้ถามว่า "จะลดไปหาพ่อมึงหรือ ๒๐๐..!" ความจริงเราแค่อยากดัง จะให้ลงกลางกบาลมันพอดีแค่นั้น..!

ดังนั้น..วันสำคัญอย่างวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่พวกเราส่วนใหญ่มองข้ามกันไปหมดแล้ว แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังต้องเสด็จออกประกอบพระราชพิธีที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ดังนั้น..ถ้าหากว่าใครคิดถึงตรงนี้ แล้วลองนึกย้อนหลังกลับไปดูว่า ถ้าบ้านเราเมืองเราต้องเป็นทาสเขา เขาจะทำอย่างไรก็บังคับให้เราทำตามนั้นทุกอย่าง ถ้าไม่ได้พระองค์ท่านเราก็ไม่สามารถที่จะมีผืนแผ่นดินนี้ ให้พวกเราได้อยู่สุขอยู่เย็นกันอย่างทุกวันนี้

ดังนั้น..สิ่งใดที่เป็นทาน เป็นศีล เป็นภาวนาที่พวกเราทำอยู่ เมื่อถึงเวลาต้องรำลึกถึงและอุทิศถวายพระองค์ท่านด้วย เพราะว่าทุกวันนี้ที่เราอยู่สุขอยู่สบาย ก็เพราะว่าพระองค์ท่านและบรรพบุรุษของเรา เอาเลือดเอาเนื้อทาแผ่นดินเอาไว้ เพื่อที่ให้พวกเราได้อยู่อย่างร่มเย็นมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอาทิตย์ที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-12-2025 เมื่อ 02:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:51



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว