|
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี เก็บข้อธรรมจากบ้านวิริยบารมีมาฝาก สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป |
![]() |
|
คำสั่งเพิ่มเติม |
#61
|
||||
|
||||
![]()
จำได้ว่าหลวงปู่ฝั้นที่ถือว่าท่านเป็นครูบาอาจารย์ มรณภาพวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๐ ได้ตำราหลวงพ่อวัดท่าซุงปี ๒๕๑๘ ฝึกปฏิบัติมาด้วยตัวเอง แต่ก็ยังไปมาหาสู่กับครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่นอยู่ เหมือนท่านวางพื้นฐานให้ก้าวผ่านมาทางสายนี้ เพราะตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะบวชกับสายหลวงปู่มั่นนั่นแหละ เพราะว่าครูบาอาจารย์ท่านมีความสามารถจริง ๆ
อย่างที่เคยเล่าให้ฟังว่า อาตมาขอหวยแม้กระทั่งหลวงตาบัวมาแล้ว คราวนี้พอปี ๒๕๒๐ หลวงปู่ฝั้นมรณภาพ พระราชทานเพลิงเสร็จ ปี ๒๑ ได้มาฝึกมโนมยิทธิ ก็เลยมาติดอยู่ทางด้านหลวงพ่อวัดท่าซุงแทน เพราะว่าคำสอนท่านปฏิบัติได้ง่าย สายหลวงปู่มั่นแต่ละท่านจะใช้คำว่า “ไปทำเอา ไปภาวนาเอา” ส่วนทำอย่างไร ภาวนาอย่างไรให้ไปปล้ำเอาเอง พอติดขัดอย่างไรค่อยมาถามท่าน มาเล่าถวายท่าน แล้วท่านค่อยแก้ให้ ก็เลยรู้สึกว่าลำบาก แต่ของหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านจะบอกรายละเอียดทั้งหมดเลย แล้วให้เราไปทำ จดจำรายละเอียดได้ ปฏิบัติไปเป็นขั้นตอน ก็จะรู้ว่าตัวเองมีความก้าวหน้าแค่ไหน ในเมื่อมาด้านหลวงพ่อวัดท่าซุงแล้วปฏิบัติได้ง่ายกว่า จึงถูกใจมากกว่า ท้ายสุดก็ติดหนับอยู่ทางด้านนี้แทน ที่เล่าให้เขาฟังเรื่อย ๆ เพราะคนเขาสงสัยว่า ทำไมอาจารย์เล็กไม่เขียนประวัติตัวเอง ? จะไปเขียนทำไม ? ก็เล่าให้เขาฟังอยู่ทุกวัน เดี๋ยวเอาเดือนก่อนโน้นกับเดือนนี้ไปต่อกันก็ได้ประวัติแล้ว
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-04-2014 เมื่อ 14:40 |
สมาชิก 199 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#62
|
||||
|
||||
![]()
ถาม : มีคนป่วยคนหนึ่งเขามีลูกหลายคน แต่ลูกต่างคนต่างเกี่ยงไม่เอา ไม่ดูแลพ่อ ?
ตอบ : คุณไปรับเขามาเลี้ยง เป็นการสร้างความดีมหาศาล ลูกผู้ชายอย่างคุณควรทำเป็นอย่างยิ่ง..! ถาม : ไม่มีปัญญาเลี้ยงครับ ? ตอบ : แต่ละคนมีเวรมีกรรมของเขามา ในเมื่อผูกกรรมกันมาก็ต้องไปชดใช้กัน ไม่ควรไปยุ่งกับกรรมของคนอื่น
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-04-2014 เมื่อ 17:56 |
สมาชิก 196 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#63
|
||||
|
||||
![]()
ถาม : ลูกชายติดสุรามากค่ะ มีวิธีแก้ไขไหมคะ ?
ตอบ : ทางโรงพยาบาลมียาอดเหล้า ไปติดต่อรับกับหมอแล้วอย่าให้เขารู้นะ แอบใส่ให้เขากิน ถ้ากินเข้าไปนี่อ้วกแตกอ้วนแตนเลย แต่เขาจะโกรธหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ไปขอตามโรงพยาบาลรัฐหรือพวกคลินิกบำบัดต่าง ๆ จะมีอยู่ บอกเขาว่ายาอดเหล้าก็ใช้ได้แล้ว ถาม : มีวิธีอื่นไหมคะ ? ตอบ : วิธีอื่นไม่มี มีแต่ไม้หน้าสาม สลบแล้วก็หายเมาไปเองแหละ ถ้าเรื่องของคนเมาอาตมาไม่เคยยุ่งด้วยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยกเว้นว่าเมาแล้วอาละวาดก็ช่วยเสริมให้ โบ๊ะ..!ให้หลับไปเลย ถาม : ไม่ทราบจะทำอย่างไร ? ตอบ : พวกนี้ต้องคิดได้เอง ถ้าคิดไม่ได้ใครห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง สำหรับอาตมานี่แค่อย่ามาซ่าในวัดก็แล้วกัน จะกินที่ไหนก็ไปเถอะ เคยนั่งคุยกับคนกินเหล้าจนเขาทนไม่ได้ ถามว่า “อาจารย์จะไม่ห้ามผมจริง ๆ หรือ ?” อาตมาบอกว่า “เงินก็เงินของมึง ตัวก็ตัวของมึง อยากกินก็กินไปสิ” เขาบอกว่าพระอื่นไม่ต้องเห็นหรอก แค่ได้ยินว่าเขากินเหล้าก็ห้ามอุตลุด นี่อาจารย์นอกจากไม่ห้ามแล้วยังนั่งคุยได้หน้าตาเฉย เลยบอกเขาไปว่าเคยมีประสบการณ์มา ประสบการณ์ที่ว่าถ้าเขาคิดไม่ได้เองอย่างไรก็จะกิน แก้ไม่ได้หรอก ถือว่าเป็นเวรเป็นกรรมของเขาแล้วกัน ถาม : โยมเกลียดคนกินเหล้ามาก ๆ ตอบ : โบราณเขาบอกแล้วว่ายิ่งเกลียดยิ่งเจอ ฉะนั้น..เปลี่ยนใจไปรักเขาหน่อยจะได้เลิกกิน ไม่ต้องไปห้ามเขาหรอก ปล่อยเขาไปเถอะ ยังกินได้ถือว่ายังดีอยู่ กินไม่ได้วันไหนจะสาหัส อาตมานึกถึงพี่ชายคนโตที่มาจากเมืองจีน แกกินเหล้าแทนน้ำ คนอื่นไปทำงานหิ้วแกลลอนน้ำไป แกหิ้วแกลลอนเหล้าไป แต่ก็อยู่มาจนป่านนี้ อายุเท่าในหลวง ก็แปลว่าปีนี้อายุก็ขึ้น ๘๗ ปีแล้ว ยังสงสัยเหมือนกันว่าถ้าไม่กินเหล้าแกจะแข็งแรงขนาดไหน ? ถาม : ตับจะไปก่อน ? ตอบ : ช่วงนี้หยุดแล้ว หมอบอกว่าถ้ากินอีกก็ตาย เขาเลยหยุด กลัวตายเหมือนกัน เราไม่ต้องไปกังวล เขาจะเอาไปลงขวดหมดก็เรื่องของเขา ไม่อย่างนั้นเราเครียดตายเลย ถ้าหมดวาระกรรมของเขา เขาก็จะกลับมาเอง แบบเดียวกับน้องชายอาตมา สมัยก่อนพระครูแสงเอาทุกเรื่อง จะเหล้า จะเบียร์ จะบุหรี่ จะกัญชา เล่นหมด เย็น ๆ ก็เดินหน้าแดงก่ำออกไปปากซอยแล้ว บทถึงเวลาจะเลิกก็เลิกโครมเดียวหมดเลย ทิ้งทีเดียวหมดเลย เออ..คนอย่างนี้ก็มีเหมือนกัน ปกติเขากว่าจะเลิกกันได้แทบเป็นแทบตาย แต่นี่โครมเดียวไม่เอาเลย ฉะนั้น..รอก็แล้วกันว่าสักวันเขาคงหมดกรรมอันนี้ ถาม : ไม่รู้ใครจะไปก่อนนะสิ ? ตอบ : นึกว่าเราไปก่อนแน่เพราะเราเป็นแม่ ไม่ต้องไปทนอยู่ดูเขาก็หมดเรื่อง ถาม : ต้องสร้างบุญไว้ ตอบ : ค่อย ๆ ทำไป บุญที่ดีที่สุดคือใส่บาตรไว้ทุกวัน ใจจะได้เกาะความดี ใส่บาตรทุกวัน ตั้งใจว่าผลบุญนี้ขอเราไปพระนิพานในชาตินี้ก็ว่าไป
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-04-2014 เมื่อ 18:02 |
สมาชิก 198 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#64
|
||||
|
||||
![]()
พระอาจารย์กล่าวว่า "มีใครรู้บ้างว่า "โลงศพ" กับ "หีบศพ" ต่างกันอย่างไร ? ทำไมถึงมีแต่ร้านขายหีบศพ ไม่มีร้านขายโลงศพ ? หญ้าปากคอกแท้ ๆ ถ้ายังไม่ได้ใช้งานเขาเรียกว่าหีบศพ ถ้าเอาไปใช้งานเขาเรียกว่าโลงศพ เพราะฉะนั้น..ทุกร้านเขาจะขายแค่หีบศพ ถ้าขืนขายโลงศพไม่มีใครซื้อหรอก ฟังดูแล้วเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่เราก็นึกไม่ถึง
แบบเดียวกับช้างเป็นเชือกกับช้างเป็นตัว ช้างเป็นเชือกคือช้างเลี้ยง สมัยก่อนเขาใช้เชือกล่าม เขาเรียกเชือกพรวน เป็นเชือกที่ควั่นมาจากป่านเส้นใหญ่ ๆ ถ้าล่ามช้างแล้วใช้เชือกพรวนไม่ได้ก็ต้องใช้เชือกหวาย เพราะหวายมีคุณสมบัติพิเศษว่าถ้ากระชากแล้วจะบาดเนื้อ ช้างจะไม่กล้ากระชาก" ถาม : ไม่ได้ใช้หนังควายมาควั่นหรือครับ ? ตอบ : พวกนั้นเขาใช้กันทางอีสาน
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-04-2014 เมื่อ 12:53 |
สมาชิก 186 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#65
|
||||
|
||||
![]()
ถาม : จะพยายามวิญญาณสังวรของตัวเอง ?
ตอบ : ใช้คำว่า อินทรียสังวร สำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตาเห็นรูปอย่าไปยินดียินร้ายด้วย หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายสัมผัส ใจครุ่นคิด อย่าไปยินดียินร้ายด้วย เพราะความยินดีจัดเป็นราคะ ความยินร้ายจัดเป็นโทสะ โดนทั้งคู่ ถาม : เราไม่ได้ไปยินดียินร้าย แต่เป็นไปโดยสัญชาตญาณค่ะ ? ตอบ : ต้องพยายามมีสติ หยุดให้อยู่ จะอ้างสัญชาตญาณไม่ได้ เดี๋ยวโดนพาหลงไปไกลกู่ไม่กลับ
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-04-2014 เมื่อ 12:54 |
สมาชิก 180 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#66
|
||||
|
||||
![]()
ถาม : ทำไมพระฉันมื้อเดียวถึงอ้วนได้คะ ?
ตอบ : อาจจะฉันมากก็ได้ สมัยที่อาตมาฉันมื้อเดียวนี่ข้าวครึ่งบาตรฉันหมดนะ ข้าวครึ่งบาตรนี่ ๔-๕ จานใหญ่ ๆ เลย ถ้าสมมุติว่าทั่ว ๆ ไปเราฉันมื้อละจาน สองมื้อสองจาน แต่ว่ามื้อเดียวเจอไป ๔-๕ จานก็เกินคุ้ม จะไม่อ้วนได้อย่างไร ?
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-04-2014 เมื่อ 12:55 |
สมาชิก 190 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#67
|
||||
|
||||
![]()
ถาม : ถ้าเราจะฝึกสวดคาถาเงินล้าน สมาธิที่ใช้เพื่อให้ได้ทิพจักขุญาณ...(ไม่ชัด). ?
ตอบ : เวลาเราภาวนานึกถึงคาถาเงินล้านขึ้นมาตรงหน้าเป็นตัว ๆ ยิ่งเห็นตัวคาถาชัดเท่าไร ก็จะเห็นผีเห็นเทวดาชัดเท่านั้น
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-05-2014 เมื่อ 15:42 |
สมาชิก 189 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#68
|
||||
|
||||
![]()
พระอาจารย์เล่าว่า "งานพุทธาภิเษกที่วัดสระเกศ ด้วยความที่อาตมาไปก่อนก็นั่งก่อน ไม่รู้ว่านั่งไปนานแค่ไหน อยู่ ๆ ก็เหมือนกับฟ้ามืดวูบลงมา กำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดสระเกศท่านมา แล้วท่านชี้ให้ดูว่า มีหลวงพ่อหลายท่านมาทางไสยศาสตร์โดยตรง กราบเรียนท่านว่าแล้วจะให้ผมทำอย่างไรดีครับ ? ท่านบอกว่าไม่ต้องทำ ไม่รู้เหมือนกันท่านไปหยิบกระบวยมาจากไหน แล้วก็ไม่รู้ท่านไปตักน้ำมนต์มาจากไหน สาดพรึ่บลงไป กลายเป็นน้ำทองคำไหลลงมาคลุมวัตถุมงคลทั้งหมด สว่างโร่เลย ท่านแก้ง่ายนิดเดียว"
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-05-2014 เมื่อ 16:12 |
สมาชิก 196 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#69
|
||||
|
||||
![]()
พระอาจารย์กล่าวว่า "อัลปาก้า ในภาษาไทยต้องเรียกว่าทองขาว คนจีนเรียกแปะตั๊ง แพลทตินัมคือทองคำขาว รูทีเนียมคือทองคำดำ ก็จะมีทองคำ ทองคำขาว ทองคำดำ ทองเหลือง ทองขาว ทองแดง ส่วนนากจัดอยู่ในพวกโลหะผสม มีทองคำปนอยู่ร้อยละ ๓๐"
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-05-2014 เมื่อ 16:12 |
สมาชิก 186 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#70
|
||||
|
||||
![]()
พระอาจารย์กล่าวกับโยมว่า "โยมมักจะลืมไปว่าใช้ร่างกายมาหลายสิบปีแล้ว บางทีเจ็บแล้วก็บ่น ถ้าร่างกายของเราเป็นรถยนต์คงพังไปหลายรอบแล้ว แสดงว่าร่างกายเราจริง ๆ แข็งกว่าเหล็กอีก รถยนต์ดูแลรักษาดี ๆ ใช้ ๑๐ ปีก็พัง นี่ใช้มา ๖๐-๗๐ ปีแล้ว จะไม่ให้เสียเลยก็เกินไป"
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-05-2014 เมื่อ 13:19 |
สมาชิก 177 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#71
|
||||
|
||||
![]()
ถาม : จะไปสัมภาษณ์งานครับ ?
ตอบ : ก่อนสัมภาษณ์ให้ใช้คาถาท่านปู่พระอินทร์ ภาวนาแล้วขอความคล่องตัวทุกอย่าง
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-05-2014 เมื่อ 13:19 |
สมาชิก 184 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#72
|
||||
|
||||
![]()
พระอาจารย์กล่าวว่า "การเจ็บไข้ได้ป่วยเกิดจากกรรมเก่า แต่เป็นแค่เศษกรรม ถ้ามีโอกาสก็ปล่อยชีวิตสัตว์เป็นทานทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละครั้ง ความป่วยทุกเรื่องเกิดจากเศษกรรมเก่า..ไม่ต้องหนักใจ ทยอย ๆ ใช้เขาไป"
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-05-2014 เมื่อ 13:20 |
สมาชิก 184 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#73
|
||||
|
||||
![]()
พระอาจารย์กล่าวว่า "ใครมีประสบการณ์แห่นางแมวมาบ้าง ? สมัยอาตมาเด็ก ๆ เจอบ่อยเลย แม้ว่าจะสงสารแมว แต่ผู้ใหญ่บอกว่าเอาน้ำสาดไปเยอะ ๆ ฝนจะได้ตก เหมือนกับว่าพวกผู้ใหญ่เขาหาเรื่องกินเหล้ากัน แห่นางแมวก็กินเหล้าไป ถ้าปีไหนแล้งมาก ๆ แล้วฝนล่า ฝนล่าคือมาช้า เข้าเดือน ๖ แล้ว ฝนยังไม่ลงอย่างเป็นทางการ ก็จะมีการแห่นางแมวกัน
ปกติจะมีฝนชะลาน หรือฝนชะช่อมะม่วง มาก่อนหรือช่วงมาฆบูชา แล้วก็ฝนสงกรานต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะลมแรง เป็นพายุฝนฟ้าคะนอง คราวนี้ถ้าหลังงานแรกนาขวัญ งานพืชมงคล แล้วฝนยังไม่ลง คือล่าไปถึงเดือน ๖ ข้างแรมแล้วฝนยังไม่ลง ชาวบ้านจะทำการแห่นางแมว แมวตัวไหนเคราะห์ร้ายโดนจับได้ถือว่าเฮงเลย เขาจะสานกระชุใส่แมว แล้วใส่คานหามแห่ไป ร้องเพลงก็ซ้ำ ๆ ซาก ๆ "นางแมวเอย..มาร้องแจ้วแจ้ว ขอฟ้าขอฝน ขอน้ำมนต์รดหัวนางแมว ฯลฯ" รำกันไป กินเหล้ากันไป แห่กันไป ผ่านบ้านไหน ก็เอาน้ำสาดแมวเยอะ ๆ แมวจะหนาวตายเพราะสัตว์ตระกูลแมวเกลียดน้ำ แต่ก็แปลกดีนะ หลังการแห่นางแมวเดี๋ยวเดียวก็ฝนตก สงสัยเทวดาทนสงสารแมวไม่ไหว ก็เลยตกให้หน่อย ถ้าไม่ได้แห่นางแมวก็ตั้งเวที นิมนต์พระสวดมนต์ขอฝน อันนี้ทรมานกว่านางแมวเยอะเลย ถ้าฝนไม่ตก พระก็ลงจากเวทีไม่ได้ นั่งสวดไปเถอะ ก็คงประเภทเดียวกัน เทวดาสงสารพระ เลยตก ๆ ให้หน่อย บทสวดเขาเรียกว่าคาถาพญาปลาช่อน สมัยพระพุทธเจ้าเป็นพญาปลาช่อนโพธิสัตว์ น้ำแห้ง ปลาเล็กปลาน้อยในสระจะตายหมด ท่านต้องตั้งสัตยาธิษฐานขอให้ฝนตก อันนั้นถือว่าเป็นอธิษฐานฤทธิ์ อย่าลืมว่าท่านเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่มีจิตประกอบด้วยเมตตาเป็นปกติ สงสารบรรดาปลาเล็กปลาน้อยจะแห้งตาย"
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2014 เมื่อ 12:10 |
สมาชิก 161 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#74
|
||||
|
||||
![]()
ถาม : อสุรกายคืออะไรคะ หมอผีส่งเขามาเข้าคนในบ้าน ?
ตอบ : ส่วนใหญ่ผอมโซ อดอยาก หิวโหย มีแต่พวกกาลกัญจิกอสุรกายที่ตัวใหญ่บึ้ม ใครจับได้ก็สุดยอดหมอผีแล้ว เพราะว่าพวกนี้ส่วนใหญ่ก็เคยเป็นพ่อมดหมอผีมาก่อน ถาม : จะทำอย่างไร ? ตอบ : เจรจากับเขาดี ๆ ถ้าเจรจาไม่รู้เรื่องก็เตรียมมีศัตรูที่สามารถยุ่งกับเราได้ทุกเวลา แม้กระทั่งเวลานอน
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-05-2014 เมื่อ 12:12 |
สมาชิก 157 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#75
|
||||
|
||||
![]() ![]() ![]() ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทาริกา คะน้า เถรี รัตนาวุธ และคะน้าอ่อน
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม |
สมาชิก 136 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
![]() |
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 2 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 2 คน ) | |
คำสั่งเพิ่มเติม | |
|
|