กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 20-02-2026, 17:05
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 648
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 30,212 ครั้ง ใน 1,136 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 20-02-2026, 23:20
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,906
ได้ให้อนุโมทนา: 161,232
ได้รับอนุโมทนา 4,532,471 ครั้ง ใน 37,522 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศที่โรงแรม Highland Resort Hotel & Spa อยู่ที่ -๑ องศาเซลเซียส แต่ว่าห้องพักซึ่งคุยนักคุยหนาว่าเป็นห้องเดียวที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิยามะ กลับมองไม่เห็นอะไรเลย เนื่องเพราะว่าเมฆหมอกหนามาก..!

กระผม/อาตมภาพถามเข้าไปในกลุ่มไลน์ว่า "ใครมีปลั๊กเสียบแบบขาแบนบ้าง ?" เนื่องเพราะว่าที่ตนเองนำมานั้นเป็นแบบขากลมทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถที่จะชาร์จไฟได้ ปรากฏว่า "เถ้าแก่ตี๋" (นายชวาลภพ วิทูรสุนทร) รีบนำเอาสายชาร์จแบบขาแบนมาให้ยืม แต่ด้วยความที่พาวเวอร์แบงค์ซึ่งกระผม/อาตมภาพใช้นั้น ไม่ว่าจะใช้สายชาร์จแบบไหนก็จะชาร์จเข้าได้ช้ามาก กว่าจะเต็มบางทีต้องใช้เวลาทั้งคืน..! จึงต้องทิ้งคาเอาไว้ แล้วลงไปรอที่ห้องอาหาร ซึ่งเปิดตอน ๗ โมงของญี่ปุ่นตรงเป๊ะ ถ้าเป็นเวลาเมืองไทยก็ตี ๕ พอดี

เมื่อเข้าไปแล้ว พวกเราก็ต้องยื่นบัตรรับอาหารให้กับเจ้าหน้าที่ก่อน แล้วไปจองโต๊ะกันเป็นการใหญ่ ปรากฏว่าภูเขาไฟฟูจิยามะนั้น ปรากฏโฉมโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ในห้องกระจกของร้านอาหารนี้เอง มิน่าล่ะ..ถึงได้ชื่อว่าห้องอาหาร Fuji Terrace

เมื่อตักอาหารได้แล้ว กระผม/อาตมภาพก็เข้าที่เพื่อจะฉัน "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ถามว่า "จะถ่ายรูปกับภูเขาไฟหรือไม่ ?" กระผม/อาตมภาพตอบตกลง แต่พอถ่ายเสร็จ ระหว่างที่รับประทานอาหารอยู่ เมฆหมอกก็ไหลเข้ามาปิดจนกระทั่งเห็นแค่ฐานภูเขาไฟเท่านั้น..! ได้ยินเสียงบ่นประมาณว่า "ให้หลวงพ่อได้อยู่คนเดียวจริง ๆ" ไม่ทราบเหมือนกันว่าต่อว่าใคร ผู้ใดรู้ก็รับไปแล้วกัน..!

เมื่อฉันอาหารเสร็จเรียบร้อย กระผม/อาตมภาพก็กลับขึ้นห้อง มีนัดแนะกันว่าล้อหมุน ๘ นาฬิกาตรง จึงไปรอให้การชาร์จไฟนั้นเต็มเสียก่อน แต่ทำอย่างไรก็ไม่เต็ม ได้แค่สองจุดเท่านั้น เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้ว จึงหอบข้าวของทั้งหมดลงมาข้างล่าง ทำการคืนห้องเสียก่อน ซึ่งระบบการคืนห้อง เราไม่สามารถที่จะวางคีย์การ์ดคืนเฉย ๆ ได้ เนื่องเพราะว่าต้องมีเจ้าหน้าที่มารับไป แล้วทำการแปะกับเครื่องของเขาก่อน ถึงจะเป็นการตัดเช็คเอาท์ เป็นเรื่องที่ยุ่งยากอยู่เหมือนกัน

เมื่อขึ้นรถแล้ว พวกเราก็วิ่งตรงไปยังลานจอดรถโออิชิคาร์ปาร์ค ซึ่งเป็นมุมที่คนไทยนิยมมากันมาก เนื่องเพราะว่านอกจากมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกแล้ว ยังเป็นมุมที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิยามะโดดเด่นทั้งลูกเลยทีเดียว

กระผม/อาตมภาพเดินฝ่าความหนาวลงไปถึงชายทะเลสาบด้านล่าง ซึ่งมีนกเป็ดน้ำหากินอยู่หลายต่อหลายตัวด้วยกัน ตั้งใจกำหนดจิตบอกกล่าวแก่ "ท่านนายพล" ว่า "ขอให้เห็นภูเขาไฟชัด ๆ ทั้งลูกด้วย" "ท่านนายพล" ก็รับปากแบบไม่ลังเล เหตุที่ต้องขอก็เพราะว่า ผู้เชี่ยวชาญในการมาญี่ปุ่นนั้น บางคนมาถึง ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง กว่าที่จะได้ภูเขาไฟฟูจิยามะเต็ม ๆ ลูกไป บางคนถ่ายรูปออกมา เพื่อนฝูงยังถามว่า "ภูเขาอยู่ตรงไหนวะ ?"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 20-02-2026, 23:25
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,906
ได้ให้อนุโมทนา: 161,232
ได้รับอนุโมทนา 4,532,471 ครั้ง ใน 37,522 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แต่กระผม/อาตมภาพยืนรอจนขาแข็งอยู่เป็นชั่วโมง จนกระทั่งเริ่มรู้สึกว่าหนาว ภูเขาไฟก็ยังปรากฏโฉมไม่เต็มลูกอยู่ดี ส่วนยอดยังหายไป จึงตัดสินใจว่า "ไม่รอแล้ว" เพราะว่านานเกินไป เรียกทุกคนมามาถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน จากนั้นปล่อยเข้าไปในร้านขายของที่ระลึก เพื่อซื้อหาสินค้ากันตามอัธยาศัย กระผม/อาตมภาพเข้าไปเพื่อละลายตัวเองเท่านั้น..!

เพิ่งจะเข้าห้องน้ำออกมา เสียงของ "คุณนายโย" (นางสาวทัศน์วรรณ พิพัฒน์รังสรรค์) ที่เมื่อเช้ามาต่อว่า "หนูไม่ได้ชื่อเสาวณีย์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว..!" บอกว่าตอนนี้ภูเขาไฟฟูจิยามะโผล่มาเต็มลูกแล้ว ทั้งหมดจึงเฮละโลเอาข้าวของที่จะซื้อ ไปยัดใส่ตะกร้าของ "น้องต้นหอม" (นางสาวพิมพ์ภัทรา สันตะพันธุ์) ลูกสาวของ "คุณนายปุ๊ก" (นางสาวพิกุลฉัตร พิจารณ์จิตร) แล้วเผ่นออกไปด้านนอก ถ่ายรูปกันเป็นการใหญ่ จนกระทั่งได้รูปกันครบถ้วนแล้ว "น้องต้นหอม" เพิ่งเดินออกมาแบบงง ๆ ว่าลุงป้าน้าอาหายไปไหนกันหมด ? คุณเธอจ่ายค่าของไป ๙,๐๐๐ กว่าเยน คงจะไปคิดหักเงินให้อุตลุดกันในภายหลัง

เมื่อพวกเราได้รูปแล้ว ก็เดินทางต่อไปอีกไม่กี่ร้อยเมตร เป็นมุมที่ได้ชื่อว่า "มุมลับ" มุมหนึ่ง เมื่อจอดรถได้แล้วก็ฝ่าดงต้นอ้อญี่ปุ่น ซึ่งดูคล้าย ๆ กับข้าวบาร์เล่ย์ ลงไปยังชายทะเลสาบ ด้านนี้เห็นภูเขาไฟฟูจิยามะโดดเด่นทั้งลูก โดยที่ "พ่อเจ้าประคุณเบ็นโนะสึเกะ" และ "ท่านนายพล" ยืนแยกเขี้ยวยิ้มให้อยู่ไม่ไกล กระผม/อาตมภาพคำรามใส่ในใจว่า "เออ..เป็นความผิดของกูเอง ที่ไม่ได้บอกว่าขอเห็นเต็มลูกตอนไหน ? และขอเห็นเต็มลูกที่ไหน ? ทีใครทีมันก็แล้วกัน..!" ทั้งสองหัวเราะเป็นการใหญ่ พวกเราถ่ายรูปมุมนี้จนครบถ้วนตามที่ต้องการแล้ว ก็วิ่งรถย้อนออกมาทางด้านนอก แวะจอดซื้อผลไม้หลายอย่าง จากนั้นก็เดินทางกันต่อไป

เมื่อวิ่งมาถึงช่วงสะพานข้ามทะเลสาบ ภูเขาไฟฟูจิซังซึ่งกระผม/อาตมภาพเปลี่ยนเป็นชื่อไทยว่า "ไอฮานิซัง" พยายามออกเสียงให้ถูกก็แล้วกัน ปรากฏขึ้นมาโดดเด่นเต็มจอทั้งลูก..! วิ่งไปอีกหน่อยหนึ่งก็เด่นอยู่กลางถนนเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร..! จะไม่ให้เปลี่ยนชื่อเป็นไทยก็คงจะไม่ได้แล้ว ทั้งสองท่านที่คอยติดตามดูแลอยู่ เดินไปหัวเราะไป แต่พ่อเจ้าประคุณเดินอีท่าไหนถึงได้เร็วกว่ารถของเราวิ่งเสียอีก..!

เมื่อวิ่งมาจนได้เวลาเพลพอดี พวกเราก็แวะเข้าไปลานจอดรถแห่งหนึ่งของดังโกซากะเจ้าเก่า เพื่อที่จะหาอาหารรับประทานกัน "คุณนายโย" ไม่ทราบว่าของขึ้นหรือไร ? ไปกดสั่งอาหารมาเสียมากมาย ทั้ง ๆ ที่แค่ชามเดียว กระผม/อาตมภาพก็หมดสภาพแล้ว ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่า คนญี่ปุ่นกินอาหารเยอะขนาดนี้ ทำไมหาคนอ้วนได้ยากมาก..!

เมื่ออิ่มกันแล้ว ค่อยไปเดินหาซื้อสินค้าต่าง ๆ "เถ้าแก่จิ๊บ" (นายอรรถสิทธิ์ พึ่งอุตสาหะ) ชี้ให้ดูตุ๊กตาซึ่งน่าจะเอาไว้แขวนติดกระเป๋า บอกว่า "ลูกสาวฝากซื้อ เนื่องเพราะว่ากำลังดัง" กระผม/อาตมภาพถามว่า "โตเป็นสาวทั้งคู่แล้ว ยังสนใจเรื่องพวกนี้อีกหรือ ?" "เถ้าแก่จิ๊บ" หัวเราะพลางบอกว่า "โตแต่ตัวครับ นิสัยยังเด็กทารกอยู่เลย"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 03:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 20-02-2026, 23:31
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,906
ได้ให้อนุโมทนา: 161,232
ได้รับอนุโมทนา 4,532,471 ครั้ง ใน 37,522 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อทุกคนได้ข้าวของที่ตนเองต้องการแล้ว เราก็วนรถมาเติมน้ำมัน ต้องบอกว่ารถยนต์รุ่นนี้ของญี่ปุ่น กินน้ำมันค่อนข้างจะประหยัด วิ่งมาเกือบสองวันเต็มเพิ่งจะเติมน้ำมันกันตอนนี้เอง บรรดาคุณลุงที่เป็นเด็กปั๊มนั้นเคร่งครัดมาก ใครเลี้ยวเข้ามาก่อนต้องได้เติมก่อน พวกเราจึงต้องรอจนกระทั่งรถ ๖ ล้อที่ปาดหน้าเราไปนั้นเติมจนเต็มแล้วถึงได้เข้าไป

คุณลุงเอาปลอกมาสวมที่กระจกมองข้าง อยู่ในลักษณะที่ว่า ถ้าเติมยังไม่เต็ม จ่ายเงินยังไม่เสร็จ ไม่เอาออกให้ ซึ่งถ้าเป็นเมืองไทยก็ไม่เห็นจะมีปัญหา วิ่งไปก็ดึงออกเองได้ แต่คนญี่ปุ่นนั้นซื่อสัตย์มาก จึงได้จ่ายเงินจนเรียบร้อย แม้ว่าจะเป็นการรูดบัตรก็สามารถทำได้อย่างสะดวก

แล้วพวกเราก็ออกวิ่งต่อไปจนเกือบ ๒ ชั่วโมง จึงแวะเข้าที่พักลานจอดรถซาโนะ เข้าห้องน้ำห้องท่า ซื้อหาข้าวของกัน เนื่องเพราะทุกคนบอกต่อ ๆ กันว่า แต่ละเมืองนั้นข้าวของไม่เหมือนกัน แล้วก็ไม่เหมือนกันจริง ๆ เสียด้วย ไม่เหมือนกับบ้านเราเมืองเรา เข้าร้านไหนข้าวของหน้าตาเหมือนกันหมด จัดอยู่มุมเดียวกันหมดอีกต่างหาก..!

เมื่อทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็วิ่งต่อไปจนกระทั่งมาถึงสถานที่สำคัญ ซึ่งเรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่า "สะพานแดง" ซึ่งชื่อจริงก็คือ "สะพานชินเคียว" ที่ปัจจุบันนี้ปิดอยู่ ไม่ให้ใช้งาน แต่ว่าในสมัยก่อนนั้นเป็นสะพานเชื่อมสองฝั่ง เพื่อข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ประวัติว่าเจ้าป่าซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นท่านท้าววิรูปักษ์ ทนการอ้อนวอนของพระภิกษุไม่ไหว จึงได้ปล่อยงูคู่ใจสองตัวทอดข้ามแม่น้ำมา เพื่อรับผู้มีจิตศรัทธาข้ามไปสร้างวัดที่ฝั่งตรงข้าม ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทุกคนเกิดความศรัทธว่าเจ้าป่าเจ้าเขาช่วยเหลือ จึงช่วยกันสร้างสะพานแดงนี้ขึ้นมา แม้ว่าปัจจุบันนี้มีสะพานคอนกรีตแล้ว เขาก็ยังบูรณะปรับปรุงสะพานแดงเอาไว้จนแข็งแรงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอยู่

พวกเรามาถึงแบบหวุดหวิด เพราะว่าเหลือเวลาอีก ๒๐ นาทีก็จะปิดแล้ว..! จึงรีบซื้อตั๋วเข้าไปข้างใน ความจริงยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ว่าทุกคนประหยัดค่าตั๋วคนละ ๓๐๐ เยน ไม่ยอมซื้อตั๋ว แต่ว่ายืนถ่ายรูปอยู่บนถนนทางด้านนอก จึงกลายเป็นว่าพวกเราทั้งคณะเป็นเจ้าของสะพานแดงไปโดยปริยาย เมื่อถ่ายรูปจนทั่วถึงแล้ว กลับออกมา คนขายตั๋วก็จัดแจงปิดทางเข้าสะพานทันที นับว่าหวุดหวิดหวาดเสียวเป็นอย่างยิ่ง..!

เมื่อเข้าห้องน้ำห้องท่ากันแล้ว พวกเราก็วิ่งข้ามสะพานใหม่ วิ่งเลยสะพานแดงขึ้นเขาไป ข้างบนนี้หิมะตกค่อนข้างที่จะหนักมาก คาดว่าเมื่อคืนคงจะกระหน่ำลงมาอย่างหนัก จนบัดนี้ก็ยังละลายไม่หมด ทางขึ้นเขาคดเคี้ยวยิ่งกว่างูเลื้อย ขึ้นไปจนกระทั่งถึงสถานที่สำคัญ คือ "น้ำตกเคกง" หรือ "เคงง" ซึ่งออกเสียงยากมาก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : เมื่อวานนี้ เมื่อ 16:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 20-02-2026, 23:38
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,906
ได้ให้อนุโมทนา: 161,232
ได้รับอนุโมทนา 4,532,471 ครั้ง ใน 37,522 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อไปถึงปรากฏว่าเหลือเวลาไม่มากเช่นเคย พวกเรารีบซื้อตั๋ว แล้วนั่งลิฟท์ลงไปลึกถึง ๑๐๐ เมตร..! ครั้นลงไปแล้วยังต้องเดินตามอุโมงค์ออกไปจนถึงริมหน้าผาน้ำตก ซึ่งน้ำตกนั้นมีทั้งสายใหญ่ด้านขวามือและสายใหญ่ทางด้านซ้ายมือ ทางด้านขวามือนั้นเป็นหน้าผาที่ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ น้ำตกด้านนี้จึงมีชื่อเสียงมากกว่าทางขวามือซึ่งพุ่งเป็นลำลงไปเส้นเดียว ครั้นพวกเราถ่ายรูปแล้ว คุณนายโยบอกว่า "มาสามครั้งแล้วไม่เคยได้รูปน้ำตกตอนกำลังไหลแบบนี้สักที มาทีไรก็กลายเป็นน้ำแข็งไปหมด" นับว่าครั้งนี้สมปรารถนาแล้ว

เมื่อได้รูปที่ต้องการแล้ว กระผม/อาตมภาพและทุกคนเดินย้อนขึ้นมา เขากำลังจะปิดร้านค้า พวกเราทำท่าไม่เข้าใจ เดินเปิดประตูเข้าไปเพื่อดูของที่ระลึก แต่เจ้าของร้านไม่เกรงใจ คุณจะอยู่ข้างในก็อยู่ไป ดึงประตูปิดลงมาทีละบาน..ทีละบาน เท่ากับว่าพวกเราโดน "ไล่แขก" โดยปริยาย..!

ครั้นออกมาทางด้านนอก หยอดตู้จ่ายค่าจอดรถไป ๕๐๐ เยน แล้วเห็นว่ามีแสงแดดเสียนี่ จึงตั้งใจวิ่งตรงไปยังทะเลสาบ Yuno (Yuyu) ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก เนื่องเพราะว่าถ้าหากวันนี้ไม่มาก็ต้องมาพรุ่งนี้ ในเมื่อพรุ่งนี้กว่าแดดจะขึ้น ก็ไม่หนี ๙ โมงกว่าอีกตามเคย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราเห็นว่ายังมีแดด จึงวิ่งมาทีเดียวเลย

ครั้นเลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถที่มีหิมะกองเกะกะ ลงจากรถแล้วลมแรงมาก อากาศอยู่ที่ ๐ องศาเซลเซียส หนาวจนมือไม้ชาไปหมด..! ต้องรีบหามุมถ่ายรูปกันเป็นการใหญ่ แล้วค่อยย้อนกลับออกมา ปรากฏว่าพวกเราใช้เวลาอยู่ในลานจอดรถน้อยเกินไป เครื่องอัตโนมัติก็เลยไม่คิดเงิน..!

พวกเราวิ่งต่อมา เป็นระยะทาง ๗๕๐ เมตรเท่านั้น อยู่ในลักษณะวนรอบทะเลสาบ เพื่อมายังโรงแรมที่พักคืนนี้ ซึ่งก็คือ โรงแรม Yutorelo Nikko เมื่อมาถึง พวกเราเข้าไปข้างใน รู้สึกว่าตัวละลายออกมาหน่อยหนึ่ง เพราะว่ามีฮีตเตอร์เครื่องใหญ่อยู่ ทำการเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ห้องพักของกระผม/อาตมภาพนั้น ไม่สามารถที่จะอุดอ่างอาบน้ำเพื่อแช่น้ำร้อนได้ ญาติโยมจึงพร้อมใจกันเปลี่ยนห้องให้

เมื่อเข้ามายังห้องพักใหม่ ทั้งฮีตเตอร์และน้ำร้อนที่เปิดไว้ ทำให้ห้องอบอุ่นเป็นพิเศษ จึงได้รีบทำการแช่น้ำเพื่อขับไล่ความเย็นที่โดนมาทั้งวันเสียก่อน ออกจากห้องน้ำมา อากาศก็อยู่ที่ -๑ องศาเซลเซียส และ -๒ องศาเซลเซียสภายในเวลาอันรวดเร็ว กระผม/อาตมภาพจึงมาส่งงานทางไลน์และบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เสร็จแล้วคาดว่าคงจะสลบไสลแน่นอน เนื่องเพราะว่าเหนื่อยมาทั้งวัน..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 03:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 2 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
นาย ธีรัตน์ บุญศรี
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:48



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว